P’NAT


  • Bachelor’s of Business Administration, Chulalongkorn University
  • MBA, Imperial College London
  • Imperial Business School Scholarship, student ambassador
  • Director of Mango Learning Express Co.,Ltd.

SPECIAL INTERVIEW
วันนี้เราจะมาสัมภาษณ์ผู้บริหารคนเก่งของบริษัท Mango Learning Express กันค่ะ พี่แนต จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ก่อตั้ง Mango ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อ MBA ที่ Imperial College London ประเทศอังกฤษ

ทำไมถึงเลือกประเทศอังกฤษ?
ตอนที่ตัดสินใจว่า เวลานี้หล่ะ คือเวลาที่ต้องไปเรียนโทแล้วตอนนั้นก้อทำงานมา 6-7 ปีแล้วค่ะ ก็รู้สึกว่า อยากจะเรียนหลักสูตร 1 year MBA แล้วกลับมาทำงานให้เร็วที่สุด เพราะจริงๆเป็นคนชอบทำงาน (หัวเราะ) ตอนที่เริ่มหาข้อมูลก็มุ่งมาที่ประเทศอังกฤษเลย เพราะเคยมาทำงานหลายครั้งแล้วก็รู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เคยไป Work And Travel ที่อเมริกามาแล้ว เลยคิดว่าถ้าจะต้องไปอยู่ที่ไหนอีกซักที่ลองไปที่อื่นดูบ้างดีกว่า..

ขั้นตอนการเลือกมหาวิทยาลัยเป็นยังไง?
ต้องบอกก่อนเลยว่าการเลือกมหาวิทยาลัย และเมืองนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ และขึ้นอยู่กับความชอบ ลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน ซึ่งพี่ว่าเป็นสเตปที่สำคัญมาก นอกจากจะเข้าใจความต้องการและประเมินความสามารถของตัวเองแล้ว ลักษณะของเมือง คาแรกเตอร์ของมหาลัย ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่พี่หาข้อมูลแล้วมาเปรียบเทียบกัน เชื่อไหมว่าตอนนั้นมีสมุดอยู่เล่มนึง ลิสรายชื่อมหาลัย คะแนนขั้นต่ำ จุดเด่นของมหาลัย แล้วก็พวกสถิติต่างๆ คือยอมรับเลยว่า รีเซิชเยอะมากๆ ตอนนั้นพี่มีความใฝ่ฝันอันนึงคืออยากได้ทุน บางมหาวิทยาลัยก็จะมี requirement นอกเหนือไปจากการสมัครแบบปกติ อันนี้เราก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมไป

ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อย?
อย่างตอนสมัครที่แรกเลย เค้าให้ทำ Power Point ไปสามหน้า แล้วให้พรีเซ้นท์จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองให้ Program Director ฟัง ตอนนั้นทำ presentation ไปแนว consult เลย มีชาร์ต มีกราฟนู่นนี่ เพราะรู้สึกว่าเราอยากทำให้คนฟังเห็นภาพที่สุด ในเวลา 15 นาทีนี้ พรีเซ้นเสร็จวันต่อมาเค้าก็ offer ทุนให้เลย ซึ่งจริงๆเสียดายมากเหมือนกันที่ปฏิเสธไปเพราะเราอยากเรียนในลอนดอนมากกว่าในตอนนั้น

เรื่องปวดหัวที่สุดในการเตรียมตัวก่อนบินคืออะไร?
พี่ค่อนข้างโชคดีที่เคยไปประเทศอังกฤษมาก่อน แล้วก็พอจะรู้จัก area ต่างๆในลอนดอน แต่ก็ยังรู้สึกว่าการหาบ้านในลอนดอนเป็นเรื่องน่าปวดหัว เพราะลอนดอนเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติแบบเราเยอะมาก ห้องเช่าที่เพิ่งโพสลงอินเตอร์เนตวันนี้ วันต่อมาอาจจะมีคนวางเงินเรียบร้อยแล้ว แบบนี้เป็นเรื่องปกติมาก แล้วประสาอะไรกับเราที่อยู่ไกล คือคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่สุดแล้ว

มีช่วงเวลา CULTURE SHOCK บ้างไหม?
มีบ้างเหมือนกันนะคะ เพราะถึงแม้ว่าจะเคยทำงานกับคนต่างชาติ แต่การไปอยู่ใช้ชีวิตด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน มันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนอังกฤษซึ่งเค้าก็มี norm มีหลักปฏิบัติที่แตกต่างไป ก็เหมือนกับคนไทยที่มีขนบธรรมเนียมที่เป็นของเราเองเหมือนกัน ซึ่งเรื่องแบบนี้จะบอกว่าใครผิดใครถูกมันคงไม่ใช่ แต่เรียกว่าเป็นการเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับมันมากกว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นคนอังกฤษเป็นคนมีมารยาทดี อย่างที่เค้าเรียกกันว่าผู้ดีอังกฤษนั่นหล่ะค่ะ เค้าก็จะเลือกใช้คำพูดที่ indirect หรือพูดง่ายๆ ว่าปากหวาน แต่ในความหมายที่แท้จริงอาจจะเป็นอีกอย่างก็ได้นะ เช่นคำว่า brilliant เป็นคำติดปากของคนอังกฤษมากกว่าที่จะเป็นคำชื่นชมว่า สุดยอดไปเลยหรืออะไรแบบนี้

การเรียนการสอนที่ต่างประเทศเป็นยังไงบ้าง?
ค่อนข้างจะต้องเตรียมตัวเยอะในแต่ละวันก่อนไปเรียนอ่านหนังสือ อ่านเคส ทำการบ้านก่อนเข้าห้องเรียน เพราะ Professor รวมถึงเพื่อนให้คลาสเองก็คาดหวังการโต้ตอบ หรือการแชร์สิ่งที่มีประโยชน์ในคลาส มีวิชานึงเรียนรวมกับ Executive MBA มีเพื่อนในห้องซึ่งเค้าจะลิสออกมาเลยว่า key take away สำหรับเค้าจากเคสที่อ่านคืออะไร แล้วอะไรคือสิ่งที่เค้าจะมาแชร์ในคลาสเกี่ยวกับเคสที่เรียนในแต่ละวันบ้าง คือจะเห็นได้เลยว่าส่วนใหญ่เค้าจะตั้งใจมาเรียนมากเพราะมันคือการลงทุนทั้งเงินและเวลา และอาจจะเพราะเป็นหลักสูตรปีเดียวด้วยทุกอย่างจะเร็วมาก ถ้าเราไม่เข้าใจอะไรต้องรีบทำความเข้าใจกับมันเลย หลายๆคนบอกว่าการมาเรียนโทต่างประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MBA) เราไม่ได้เรียนรู้จากอาจารย์อย่างเดียว แต่เราเรียนจากเพื่อนในห้องด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะสมมุติทั้งห้องมี 60 คนมาจาก 20-30 ประเทศทั่วโลก เวลาเราพูดถึงเคสเรื่องเดียวกัน เราก็อาจจะได้เห็นมุมมองจากแต่ละประเทศ และตัวอย่างเคสในประเทศของเค้าเหมือนกัน ตอนที่เรียนมีเคสของ Harvard เคสนึงเป็นเรื่องของการบริหารจัดการแบบผูกขาดระหว่าง Coca-cola กับ Bottler ซึ่งเค้าจะพูดถึงในมุมของชาติตะวันตก ว่ามันมีข้อดียังไง ตอนนั้นเราแชร์เคสของ Pepsi กับ บริษัทเสริมสุขในประเทศไทย ซึ่งก็ทำให้เพื่อนๆในห้องเห็นอีกมุมนึงของเหตุการณ์เช่นกัน

ต้องทำงานกลุ่มเยอะมาก?
ใช่ค่ะ มีงานกลุ่มตลอดเวลาจะมีกลุ่ม syndicate group ที่มหาลัยจับกลุ่มให้ตั้งแต่แรก เข้าใจว่าเค้าเลือกให้มีความหลากหลายของ background และ เชื้อชาติ กลุ่มพี่มาจากคนละประเทศเลยนะมีอังกฤษ แคนาดา รัสเซีย ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย กลุ่มเรามีข้อตกลงกันว่าจะผลัดกันเป็นหัวหน้าในแต่ละ project เพราะทุกคนจะได้ฝึก leadership skills ด้วย แล้วตอนเทอมหลังๆมหาลัยก็จะเริ่มให้อิสระจับกลุ่มกันเอง เพื่อนฝรั่งนี่จะ proactive มากถ้าเค้ารู้ว่าวิชาไหนมีงานกลุ่มเค้าจะรีบส่ง whatsapp มาหาเลยว่าไอจองตัวยูแล้วนะ เพราะเราจะเริ่มรู้แล้วว่าคนไหนไม่ค่อยทำงาน ใครทำตัวไม่น่ารัก ก็จะหากลุ่มยากหน่อยละ

เล่าถึง MANGO LEARNING EXPRESS?
ต้องขอเล่าย้อนหลังก่อนว่า Mango Learning Express เริ่มต้นขึ้นมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องตัวเอง คือส่วนตัวพี่เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ และเชื่อว่าประสบการณ์ในการเรียนหรือการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศจะให้อะไรกับเรามากมาย ตอนนั้นก็เลยสนับสนุนให้น้องชายเข้าร่วมโครงการ work and travel กับบริษัทแห่งนึง ทุกอย่างราบรื่นดีจนวันที่น้องเดินทางถึงฟลอริด้าตามที่ทำสัญญาไว้ก่อนไป น้องใช้ตู้โทรศัพท์สารธารณะโทรมาหาที่บ้านบอกว่าไม่มีงานที่นี่ ตอนนี้คนที่มารับเค้ากำลังเอาขึ้นรถตอนเที่ยงคืนที่นู่น แต่ไม่รู้ว่าจะไปไหน คือนึกถึงสถานการณ์ทางบ้านออกมั้ยคะ ว่าพ่อแม่จะเป็นห่วงมากแค่ไหน แล้วสมัยก่อนการติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยนี้ พยายามติดต่อทางบริษัทที่ไทย เชื่อไหมว่าบริษัทที่เมืองไทยไม่รู้เรื่องอะไรเลย และไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ที่บ้านแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะน้องขาดการติดต่อไปเกือบ 30 ชั่วโมง ตอนนั้นก็เลยคุยกับเพื่อนแล้วรู้ทันทีเลยว่าสิ่งที่เราอยากทำคือบริษัทแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศ ที่ยึดประโยชน์สูงสุดของเด็กๆ เป็นหลักมากกว่าเหตุผลทางธุรกิจ เพราะเราเข้าใจความเป็นห่วงของคุณพ่อคุณแม่
หลังจากที่ได้มาเรียนที่ประเทศอังกฤษ ช่วงเวลานอกเหนือจากที่เรียน พี่ก็ได้ไปพบปะพูดคุยกับตัวแทนจากโรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อที่จะแชร์ความตั้งใจและอุดมการณ์ของ Mango Learning Express และพัฒนาแมงโก้ให้เป็นผู้แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศที่มีคุณภาพในระดับสากล หลายๆคนที่ไปคุยด้วยก็ให้ความชื่นชมกับแนวทางของเรา เราก็เลยรู้สึกว่าเรามาถูกทางแล้ว

ฝากถึงน้องๆที่อยากจะไปเรียนในต่างประเทศ?
อยากให้น้องๆหาข้อมูลให้เยอะๆ การพูดคุยหรือปรึกษากับคนที่เคยไปเรียนที่นั้นๆมา หรือผู้ที่มีประสบการณ์ตรงก็เป็นแหล่งข้อมูลนึงที่จะช่วย support การตัดสินใจ สำคัญที่สุดคืออย่าประเมินความสามารถของตัวเองต่ำเกินไป พี่เชื่อว่าเราทุกคนมีความเก่งในแบบของตัวเอง เพียงแต่เราต้องหามันให้เจอและขายมันให้ได้ พี่ขอให้น้องๆทุกคนมีกำลังใจ และประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ค่ะ