P’GEM

  • gem1LL.M. Thammasat University
  • LL.M. Durham Law School

บทสัมภาษณ์ของพี่เจมซึ่งเป็นหนึ่งใน consultant ของ Mango ที่บอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองเมื่อครั้งไปศึกษาต่อที่ Durham Law School ค่ะ

ทำไมถึงเลือกเรียนต่อ LLM ที่ Durham?

ตอนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไปเรียนต่อ LLM ที่ประเทศอังกฤษ ก็มาถึงคำถามว่าอยากไปมหาวิทยาลัยไหน ส่วนตัวเลย เราให้ความสำคัญกับเมืองก่อน ในใจอยากได้เมืองเล็กๆ สงบๆ อากาศดีๆ เราเลยตัดมหาวิทยาลัยใน London ออกไป หลังจากนั้นได้ลองหาข้อมูลทั้งจาก website และคนรู้จัก ว่าเราจะสามารถสมัครมหาวิทยาลัยไหนได้บ้าง ประกอบกับเราเองก็ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก website ที่จัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ เช่น times guardian ณ เวลานั้นตัดออกจนเหลือตัวเลือก 4 มหาวิทยาลัย คือ 1. Bristol 2. Edinburgh 3. Nottingham 4. Durham (สารภาพเลยว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยเดอแร่ม) หลังจากนั้น ก็เริ่มศึกษาว่าในมหาวิทยาลัยมีวิชาที่เราอยากเรียนไหม การเรียนการสอนเป็นอย่างไร เป็นต้น ประกอบกับได้มีโอกาสพูดคุย ขอคำปรึกษาจากรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่จบจากประเทศอังกฤษ รวมถึงเช็คว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่กต.รับรองหรือไม่ (แม้ว่ารู้อยู่แล้วว่าจะไม่ไปสายท่านแน่ๆ แต่อะไรๆก็ไม่แน่นอน เราเลยเผื่อไว้ก่อน) สุดท้ายมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์เราได้ทุกข้อ คือ มหาวิทยาลัย Durham พอเราไปบอกใครๆว่าเราจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Durham มีแต่คนถามว่า คือที่ไหน ดังด้านกฎหมายหรอ บ้านนอกขนาดนั้น จะอยู่ได้หรอ แต่ ณ เวลานั้น เราก็มีจุดยืนของเรา เรามั่นใจว่าศึกษามาดีแล้ว ที่นี่แหละเหมาะกับเราที่สุด จนในที่สุดก็ไปเรียนต่อ LLM ที่มหาวิทยาลัย Durham

gem2

เมือง และมหาวิทยาลัย Durham เป็นอย่างไร?

Durham เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศอังกฤษ ทางใต้ติดกับ Scotland อากาศจึงค่อนข้างหนาว จุดเด่นของเมือง คือ มีวิวอันสวยงาม มี Durham Cathedral นักเรียนไทยที่นี้จะค่อนข้างน้อย ปีละประมาณ 20-30 คน และส่วนมากเป็นนักเรียน law และ business/ Durham เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก วิวสวย อากาศดี ไม่แออัด มีร้านค้าไม่มาก แม้กระทั่ง Starbucks ก็ไม่มี (แต่หลังจากเรียนจบ กลับมาไม่นาน Durham ก็มี Starbucks เป็นของตัวเอง ภูมิใจสุดๆ) แต่ก็มี Tesco Mark and Spencer ซึ่งสามารถหาของทุกอย่างที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกคนมักแซวว่า เป็นเมืองที่ไม่มีไรเลย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของเรา ถ้าเราอยากซื้อของ อยากกินอาหารตื่นเต้น ก็สามารถนั่งรถไฟไป New Castle ได้ ใช้เวลาเพียง 15 นาทีโดยประมาณ เมือง New Castle เป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ มีทุกอย่างให้เลือกสรร หรือถ้ามีเวลาหน่อย เราก้อจะชวนกันไป York เป็นอีกเมืองที่ชอบสุดๆ York เป็นเมืองที่น่ารัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถไฟ มีร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ที่ใครๆก็ไม่พลาด ชื่อ “Betty” มี outlet ให้ทุกคนได้ละลายทรัพย์กัน อ่อๆ เกือบลืม Durham ยังมีร้านอาหารไทยที่จัดว่าเด็ด ชื่อ “Zen” ทำให้หลายคิดถึงเมืองไทยได้นิดนึง มหาวิทยาลัยจะกระจายปนๆ ไปกับตัวเมือง ตอนที่เราเรียน ที่เรียนส่วนใหญ่อยู่ใกล้ City Centre ทั้งหมด มีวิชานึงได้นั่งเรียนในบริเวณ Cathedral

gem3

ที่พักและการเดินทางเป็นอย่างไร?

นักศึกษาส่วนใหญ่จะเลือกอยู่ตาม College ของมหาวิทยาลัย ที่มหาลัยนี้มีเพียง college เดียวที่รับนักเรียน ป.โท ล้วนคือ Ustinov college (ตอนที่เราไปเรียนก็ได้อยู่ college นี้) college อื่นจะมีนักเรียน ป.ตรี ปนด้วย ซึ่งไม่แนะนำเพราะ ได้ยินมาว่านักเรียน ป.ตรี ที่นี่ party หนักมาก อาจรบกวนได้หากเราจะฟิตทำงาน หรืออ่านหนังสือ

Ustinov college จะอยู่บนเขา ซึ่งค่อนข้างไกลจาก City Centre ถ้าจะเดินทางไปเรียนในเมือง หรือเข้า City Centre เพื่อทานอาหาร หรือซื้อของ ก็จะลำบากนิดนึง แต่จริงๆ ก็สามารถเดินลงเขา หรือใช้บริการรถที่เรียกกันว่า “PR” ได้ ขอบอกว่าถ้าเลือกเดิน เดินลงพอไหว แต่ถ้าเดินขึ้น มันคือปีนเขา อาจถึงกับหอบได้ จึงขอแนะนำขาขึ้นให้ใช้บริการ PR 1 ปอนด์  แต่ Ustinov college ก็มีข้อดี คือ ใกล้ห้องสมุดใหญ่

ลักษณะของหอจะค่อนข้างใหม่ สามารถเลือกอยู่หญิงล้วน หรือชายล้วนได้ สามารถเลือกมีห้องน้ำในตัวได้ สะอาด มีพนักงานมาทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แม้ขนาดของห้องจะค่อนข้างเล็ก แต่ทุกอย่างถูกจัดไว้เป็นสัดเป็นส่วน ในส่วนของครัว จะเป็นครัวรวม ซึ่งก็จะเป็นโอกาสให้เราได้พบปะ พูดคุยกับ flatmate ต่างชาติ โดยทั่วไปแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจะพยายามจัดไม่ให้คนชาติเดียวกันอยู่ชั้นเดียวกัน

gem4

วิชาเรียน ลักษณะการเรียน การสอนเป็นอย่างไร?

สำหรับ LLM เดิมมีให้เลือก 3 โปรแกรม คือ 1. LLM International Trade and Commercial Law อันนี้ฮิตสุดๆ สำหรับนักเรียนไทยและต่างชาติ 2. LLM European Trade and Commercial Law 3. LLM Master of Law แต่ได้ยินมาว่าในปีการศึกษา 2015 – 2016 นี้ มีการเปิดโปรแกรมใหม่ คือ LLM Corporate Law โดยแต่ละโปรแกรมจะกำหนดจำนวนหน่วยกิตรวม วิชาเรียนที่สามารถเลือกสรร พร้อมหน่วยกิตของแต่ละวิชา รวมถึงการเขียน dissertation พร้อมหน่วยกิตที่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนคำ (ทุกโปรแกรม ถูกบังคับให้เขียน dissertation) เพราะฉะนั้น อยู่ที่เราว่าชอบแบบไหน หากเราเลือกเขียน dissertation จำนวนคำเยอะๆ ก็จะเรียนน้อย ในทางกลับกัน หากเราเลือกที่จะเขียน dissertation จำนวนคำน้อย ก็ต้องเรียนเยอะๆ แทนได้ในส่วนของวิชาเรียน อันนี้แล้วแต่วิชาว่าจะกำหนดลักษณะการเรียน การสอนอย่างไร บางวิชาอาจเป็น lecture บางวิชาอาจเป็นการ seminar ซึ่งแบบนี้จะเป็นการให้ discuss ในห้องเรียน สำหรับการวัดผลก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับวิชาเรียน บางวิชาอาจกำหนดให้เก็บคะแนนจากการสอบ บางวิชาอาจกำหนดให้เก็บคะแนนจากการทำรายงาน

รู้สึกอย่างไรต่อมหาวิทยาลัย Durham?

บอกได้คำเดียวว่า “หลงรัก” รู้สึกเลยว่าเราตัดสินใจถูกที่เลือกเรียนที่นี่ เชื่อว่าถ้าใครได้ไปจะต้องรู้สึกเหมือนเราแน่นอน

อะไรที่คนอาจไม่รู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย Durham?

1. Durham เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศอังกฤษ รองลงมากจาก Oxford และ Cambridge นอกจากความเก่าแก่ที่พอๆกันแล้ว โครงสร้างทางหลักสูตรของที่นี่ จะคล้ายคลึงกับ Oxford และ Cambridge ดังนั้น Durham University จึงเป็นเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคนอังกฤษพอๆกันกับ Oxford และ Cambridge

2. ถ้าเราพูดกับคนไทยว่าเรียน/จบจากมหาวิทยาลัย Durham เชื่อได้เลยว่าร้อยละ80 ต้องทำหน้างงใส่ แต่หารู้ไม่ถ้าเราไปพูดกะคนอังกฤษว่า (จากประสบการณ์ตรง) บอกว่าเรียน/จบด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัย Durham เค้าออกปากชมเลยว่าเก่งมาก เป็นมหาวิทยาลัย top 5 ของประเทศอังกฤษ บอกได้เลยว่า ณ เวลานั้น ปลื้มสุดๆ

3. บริเวณ Cathedral เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากหนึ่งในหนัง Harry Potter

4. ปีการศึกษา 2015-2016 มีโปรแกรมใหม่ให้เลือกเรียนเพิ่มเติมสำหรับเด็กกฎหมาย คือ LLM Corporate Law

Mango
Share
This