อยากเรียนต่อโทที่อังกฤษ เริ่มต้นที่ตรงไหน?


 

อยากเรียนต่อโทที่อังกฤษ เริ่มต้นที่ตรงไหน?

มีแพลนจะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษแต่ยังงงๆ อยู่ใช่มั้ยคะ ว่าจะต้องเริ่มต้นที่ตรงไหน ต้องทำอะไรก่อนหลังบ้าง เดี๋ยวพี่แมงโก้จะมาเล่าแบบหมดเปลือกเลย! ก่อนอื่นเลยที่น้องๆ จะเตรียมเอกสารเพื่อการสมัคร สิ่งแรกที่น้องๆ ต้องทำคือ ต้องหาว่าเราชอบเรียนด้านไหน หรือเรียนด้านไหนดีที่จะช่วยในการทำงานในอนาคต

 

เลือกสาขาที่สนใจ

การได้เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบจะยิ่งทำให้การเรียนที่ประเทศอังกฤษสนุกมากยิ่งขึ้น แถมยังจะช่วยในเรื่องของการทำงานอีกด้วยค่ะ นอกจากความชอบส่วนตัวก็จะเป็นการเลือกมหาลัยที่เหมาะกับตัวน้องๆ เอง การที่น้องๆ เลือกสาขาแล้วจะทำให้เลือกมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้นเพราะแต่ละที่ก็จะดังในสาขาที่ไม่เหมือนกัน

 

เลือกมหาวิทยาลัย 

การเลือกมหาวิทยาลัยที่ดีและเหมาะสำหรับน้องๆ ควรจะดูจากเมืองที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ ว่าเหมาะกับ lifestyle ของน้องๆ รึเปล่า รวมไปถึงคอร์สการสอนที่ทางสาขาของน้องๆ เลือกด้วย หากน้องๆ เลือกเรียนในเมืองที่ไม่เข้ากับตัวของน้องเองอาจจะทำให้การเรียนไม่สนุกไปเลยนะคะ  

แต่ไม่ต้องห่วงไปนะ! เพราะพี่ๆ แมงโก้พร้อมช่วยเหลือน้องๆ มากในเรื่องของการแนะนำมหาลัยที่เหมาะกับตัวของน้องและสาขาที่น้องๆ เลือกที่จะเรียน หากในช่วงนี้น้องๆ ยังคิดไม่ออกว่าตัวเองเหมาะกับที่ไหน มาถามพี่แมงโก้ได้เลย! 

อีกอย่างที่ควรเตรียมตัวในช่วงของการเลือกมหาวิทยาลัยคือเรื่องค่าใช้จ่าย  เพราะแต่ละเมืองในประเทศอังกฤษมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป เช่นในกรุงลอนดอนก็จะสูงกว่าเมืองที่ออกมาไกลกว่าหน่อย ฉะนั้น มาปรึกษาพี่ๆ ได้เลย! 

 

การเตรียมตัวในการสมัคร 

 

 * October: ช่วงเดือนตุลาคมเป็นช่วงที่น้องๆ เริ่มเตรียมเอกสารเพื่อการเรียนต่อที่ดีที่สุดค่ะ เพราะที่อังกฤษจะเป็นระบบ First come, first serve หมายถึงว่าหากน้องๆ สมัครเร็ว น้องๆ ก็จะมีโอกาสได้รับ Offer มากกว่าคนอื่น และเร็วกว่าคนอื่นด้วย ทำให้น้องๆ ไม่ต้องเตรียมเอกสารแบบรีบๆ ให้มีเสลาเตรียมตัวได้อย่างเต็มที่เลย แต่หากใครเตรียมเอกสารพร้อมแล้วก็สามารถส่งใบสมัครได้เลยนะ! อย่างที่บอกว่าหากเรายิ่งส่งเร็ว โอกาสเราก็ยิ่งเยอะเพราะการแข่งขันยังไม่มากนัก 

ในช่วงของเดือนตุลาคมจะสามาถสมัครได้สำหรับสองรอบเลย ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่าที่ประเทศอังกฤษจะมีการเปิดเทอมอยู่ 2 ช่วง (แต่สาขาที่เปิดอาจจะไม่เหมือนกัน ต้องดูที่สาขาที่น้องเลือกด้วยค่ะ) นั่นก็คือ: January Intakes และ September Intake ที่จะเปิดเรียนตามเดือนนั้นๆ 

 

Jan Intake: สำหรับรอบนี้ การสมัครภายในเดือนตุลาคมถือว่ายังเป็นช่วงที่ดีอยู่ค่ะ สำหรับน้องๆ ที่ไม่อยากรอนานก่อนที่จะได้ไปเรียน 

 

Sep Intake: หากเตรียมตัวเพื่อสมัคร Sep Intake ในช่วงเดือนตุลาคมก็สบายๆ เลยค่ะ ถือว่าเตรียมตัวได้เร็วมากๆ 

 

เอกสารที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง? 

 

  1. Transcript 
  2. Degree Certificate 
  3. Reference Letters (2) * จากอาจารย์หรือจากหัวหน้าในที่ทำงานก็ได้ 
  4. Statement of Purpose (SOP
  5. สำเนา Passport
  6. คะแนน IELTS (ยื่นตามทีหลังได้)
  7. CV / Resume 

 

 * November: ในเดือนนี้ยังสามารถสมัคร Jan Intake แบบด่วนทันอยู่นะคะ หากน้องๆ ไม่อยากพลาดแล้วต้องรออีกหลายเดือนควรรีบสมัคร Jan Intake ภายใยเดือนนี้ค่ะ 

 

 * January – February: เริ่มปีขึ้นมาใหม่ก็ถึงเวลาที่จะสมัครของรอบ Sep Intake แล้วนะคะน้องๆรวมไปถึงในช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่ควรเริ่มสอบ IELTS เพื่อเก็บคะแนนที่ดีที่สุดไว้ยื่นให้ทางมหาลัยค่ะ 

** หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการที่ยังไม่มีคะแนน IELTS หมายความว่ายังไม่สามารถสมัครเรียนได้ แต่จริงๆ เป็นความเชื่อที่ผิดนะคะ หากเรามีเอกสารที่ครบและพร้อม น้องๆ สามารถสมัครเรียนได้เลย คะแนน IELTS มีผลในเรื่องของการเรียน Pre-sessional เท่านั้นค่ะ ไม่ควรรอจนกว่าจะได้คะแนน IELTS ออกมาแล้วสมัครนะคะ ยื่นได้เลยค่ะ และเรายื่นคะแนน IELTS ได้ในภายหลัง 

 

 * April: เดือนนี้เป็นเดือนที่น้องๆ ควรส่งผลคะแนน IELTS ให้ทางมหาวิทยาลัยค่ะ เพราะจะเป็นการชี้วัดว่าน้องๆ ต้องเรียน Pre-sessional หรือไม่ 

 

Pre-sessional คืออะไร? 

Pre-sessional คือการเรียนปรับพื้นฐานของทางมหาวิทยาลัย จะสอนเพิ่มเติมในเรื่องของ Academic writing รวมไปถึงการ Sourcing เป็นเหมือนการเตรียมตัวให้น้องๆ ก่อนที่จะเปิดเทอมค่ะ น้องๆ ที่คะแนน IELTS ไม่ถึงตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้จะต้องไปเรียน Pre-sessional กันด้วยนะ แต่ระยะเวลาก็จะแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ 4 สัปดาห์ไปถึง 16 สัปดาห์เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับคะแนนสอบ IELTS เลยค่ะ 

เมื่อน้องๆ ได้สมัครทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงเวลาในการรอ Offer จากทางมหาวิทยาลัยค่ะ จะมี Offer อยู่ 2 แบบคือ:

 

  • Conditional Offer – การรับเข้าเรียนโดยติดเงื่อนไขบางอย่าง เช่นคะแนน IELTS ไม่ถึงตามที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้ 
  • Unconditional Offer – การรับเข้าเรียนแบบไม่มีเงื่อนไข 

 

เมื่อน้องๆ ได้รับ Offer อย่างเรียบร้อย ก็ถึงช่วงเวลาของการติดต่อทำวีซ่านักเรียน ในการทำวีซ่าน้องๆ ก็มีเอกสารที่ต้องเตรียมเช่นกันค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะพี่แมงโก้จะคอยช่วยเหลือเอง! เอกสารที่ต้องเตรียม: 

 

  • Passport 
  • เอกสารการเงิน 
  • เอกสารการตรวจสุขภาพ 
  • เอกสารการตอบรับจากมหาวิทยาลัย

 

พอได้วีซ่านักเรียน น้องๆ ก็พร้อมบินแล้วววว~! ไม่ยากอย่างที่คิดใช่มั้ยล่ะคะ แต่หากน้องๆ อยากได้คำปรึกษาเพิ่ม พี่แมงโก้ยินดีช่วยเหลือแบบฟรีๆ ! ไม่มีค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอนเลย โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning