21 Facts About IELTS


มีใครเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แล้วกำลังสับสนว่า IELTS คืออะไรยังไง สอบที่ไหนดี สอบยังไงบ้าง เตรียมตัว เตรียมสตางค์ยังไงดี วันนี้พี่แมงโก้หาข้อมูลมาให้แล้วค่ะ รวบรวมไว้ที่นี่ 21 Facts about IELTS

1. IELTS คือการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ โดยวัดจากทักษะการใช้ภาษาทั้ง 4 คือ ฟัง (Listening) พูด (Speaking) อ่าน (Reading) และเขียน (Writing)


2. IELTS มี 2 แบบคือ IELTS แบบธรรมดา กับ IELTS for UKVI(Visa and Immigration)


3. ตัวข้อสอบนั้นเหมือนกันเลย แต่ในใบผลคะแนนสอบจะมีระบุว่า UKVI

4. สำหรับน้องๆที่จะไปเรียนต่อประเทศอังกฤษ ต้องสอบแบบ UKVI เท่านั้น เพราะว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะ require IELTS UKVI จะได้สอบไม่เสียเที่ยวนะจ๊ะ


5. ค่าสมัครสอบกIELTS UKVI ก็อยู่ที่ 9,009 บาท


6. ลักษณะการสอบจะมี 2 แบบคือ สอบแบบ Computer (Computer delivered) กับสอบแบบกระดาษ (Paper delivered) น้อง ๆ สามารถเลือกสอบแบบใดแบบหนึ่งก็ได้ ตามความถนัดของแต่ละคนเลย


7. การสอบไอเอลแบบคอมพิวเตอร์ กับแบบกระดาษจะแตกต่างกันที่วิธีการทำข้อสอบ 3 พาร์ท คือ Listening Reading และ Writing ที่จะเป็นการทำบนคอมพิวเตอร์ หรือเขียนตอบในกระดาษด้วยดินสอ ตามลักษณะการสอบที่น้อง ๆเลือก ส่วน Speaking Part ยังคงต้องสอบกับอาจารย์แบบตัวต่อตัวเหมือนเดิม

8. การสอบแบบ Computer น้อง ๆ จะได้นั่งสอบกับคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง พร้อมมีพาทิชั่นหรือบล็อกกั้นกับคนที่นั่ง เหมือนเวลาไปกินราเม็งข้อสอบ โดยจะมีข้อสอบพาร์ท Listening, Reading และ Writing ขึ้นมาบนหน้าจอฝั่งซ้าย และฝั่งขวาเป็นฝั่งของคำถามและที่ให้น้อง ๆ พิมพ์คำตอบลงไป

9. ใครที่ถนัดพิมพ์ หรือพิมพ์เร็วกว่าเขียน ก็เลือกสอบ IELTS แบบ Computer ได้เลย เพราะทำข้อสอบ IELTS เราต้องแข่งกับเวลาอย่างมาก


10. ส่วนการสอบแบบกระดาษ ก็จะเป็นการเขียนคำตอบลงบนกระดาษโดยใช้ดินสอที่ทางศูนย์สอบเตรียมให้ และนั่งสอบในห้องใหญ่รวมกัน

11. ผลสอบของน้อง ๆ จะออกภายใน 2 อาทิตย์ หลังจากที่น้องๆทำข้อสอบทุกพาร์ทครบแล้วค่ะ

12.แต่ถ้าน้องๆคนไหนต้องการความช่วยเหลือพิเศษในการทำข้อสอบ(มีความผิดปกติด้านร่างกาย) น้องจะต้องสมัครสอบแบบกระดาษเท่านั้น

13. ข้อสอบใช้เวลาทั้งหมด 2 ชม. 40 นาที โดยไม่มีการพับเบรค สำหรับ 3 พาร์ท ยกเว้น Speaking ซึ่งน้อง ๆ สามารถเลือกได้ว่าจะสอบวันนั้นเลย หรือภายใน 1 อาทิตย์ก่อนหรือหลังการสอบ 3 พาร์ทที่เหลือ


14. เวลาที่ให้ทำข้อสอบในแต่ละพาร์ท คือ
– Listening 30 นาที
– Reading 60 นาที
– Writing 60 นาที
– Speaking 11 – 14 นาที

15. Listening แบบคอมพิวเตอร์ จะต้องฟังด้วยและพิมพ์ไปด้วยค่ะ จะไม่มีเวลาเพิ่มให้เพื่อย้ายคำตอบที่เขียนมาในกระดาษคำตอบเหมือนระบบเดิม จึงอาจจะมีเวลาตอบคำตอบในพาร์ทนี้น้อยกว่าแบบเดิมเล็กน้อย

16. น้อง ๆ ต้องสมัครล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนสอบ แต่ถ้าใครเกิดติดธุระ ก็สามารถเลื่อนวันสอบได้ โดยต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า และอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับสถาบันที่น้องๆสมัครสอบ


17. สามารถเลือกสอบได้กับ 2 สถาบัน คือ British Council และ IDP โดยจะสมัครออนไลน์หรือโทรไปสมัครก็ได้ค่ะ

18. British Council ตัวอย่างสนามสอบที่กรุงเทพฯ สามารถดูตารางสอบและสมัครสอบออนไลน์ได้ ที่นี่
– การสอบแบบกระดาษ สอบที่โรงแรมแลนด์มาร์ค( BTS นานา)
– การสอบแบบคอมพิวเตอร์ สอบที่ตึก Wave Place (BTS เพลินจิต)

19. IDP ตัวอย่างสนามสอบที่กรุงเทพฯ สามารถดูตารางสอบและสมัครสอบออนไลน์ได้ ที่นี่
– การสอบแบบกระดาษ สอบที่โรงแรม Pullman G สีลม
– การสอบแบบคอมพิวเตอร์ สอบที่ศูนย์ IDP ตึก C.P. Tower (BTS ศาลาแดง)


20. แล้ววันสอบอย่าลืมเตรียมบัตรประชาชน หรือ Passport และสำเนาบัตรประชาชน หรือ Passport


21. น้ำเปล่า 1 ขวด เป็นสิ่งเดียวที่อนุญาตให้นำติดตัวเข้าห้องสอบได้ แม้แต่นาฬิกาก็เอาเข้าไม่ได้นะจ๊ะ

เป็นยังไงคะกับ 21 Facts about IELTS ที่พี่แมงโก้รวบรวมมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ แต่ถ้าใครมีคำถามเพิ่มเติม หรือกังวลว่าจะสมัครผิด พี่แมงโก้แนะนำให้โทรไปสมัครกับทางศูนย์โดยตรงดีกว่า เพื่อความมั่นใจว่าสอบไม่ผิดประเภทแน่ๆ ตามเบอร์โทรศัพท์ข้างล่างนี้เลยจ้า
– British Council: 02-657-5678
– IDP: 02-638-3111 ต่อ 111-112


ส่วนน้องๆคนไหนต้องการปรึกษาด้านการเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ ก็โทรมาหาพี่แมงโก้ได้ ที่เบอร์ 02-129-3313 หรือ 092-081-1888 หรือใครถนัดพิมพ์ พร้อมสอบ IELTS แบบคอมพิวเตอร์ จะไลน์มาก็ได้
ที่@mangolearning แอดมาคุยกันเลย พี่แมงโก้พร้อมตอบทุกข้อสงสัยและแนะนำมหาวิทยาลัยในอังกฤษ เพื่อความสุขและอนาคตอันสดใสของน้องๆทุกคนค่ะ