เตรียมตัวจัดกระเป๋าไปเรียนต่อที่อังกฤษ


วันนี้มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษนั้นเราควรจะเตรียมอะไรใส่กระเป๋าไปกันบ้าง ทั้งนี้การเตรียมตัวไปมากน้อยขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลและความเป็นอยู่ในแต่ละเมือง เพราะบางเมืองอาจจะหาซื้อของได้ยากลำบาก จึงต้องตุนของจากเมืองไทยไปมากหน่อย ในขณะที่บางเมืองมีร้านไทยราคาน่าคบหา ก็อาจจะเตรียมไปเฉพาะในช่วงแรก ๆ ที่อะไร ๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง จะได้ไม่ต้องรีบออกไปซื้อของตุนตั้งแต่ตอนที่มาถึงใหม่ ๆ ค่ะ


1 ) อันดับแรกคือ อาหารแห้งค่ะ ไม่ว่าจะเป็นมาม่า โจ๊กซอง ผงปรุงรส หรือจะเป็นน้ำพริก ผงลาบ จัดไปตามที่ชอบเลยค่ะ อาจจะหยิบพวกอาหารพร้อมรับประทานติดตัวไปเลย เผื่อว่าวันที่ไปถึงแรก ๆ แล้วยังไม่รู้ที่ทาง ไม่รู้จะซื้ออะไรที่ตรงไหน จะได้หยิบมาอุ่นทานรองท้องไปก่อนได้เลย

 


2) อันดับที่สองที่ควรเตรียมไป คือสมุด หรือเครื่องเขียน (จำนวนหนึ่งก็พอนะ ไม่อย่างงั้นกระเป๋าจะหนักเกินไปค่ะ) เนื่องจากว่าอุปกรณ์เหล่านี้ที่อังกฤษมีราคาค่อยข้างแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาว ๆ ที่ชอบใช้สมุดจดสวย ๆ เลือกซื้อติดตัวไปจากเมืองไทยเลยจะได้แบบที่ถูกใจเราและสบายกระเป๋าด้วยค่ะ


3) มาที่อันดับสาม คืออุปกรณ์ซักผ้า หากว่าเราต้องไปอยู่ในเมืองที่หาซื้อของได้ยากหน่อย อาจจะต้องลำบากในการตามหาซื้อสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นแล้วเลือกแบบที่เล็ก ๆ พกพาสะดวกจะได้ไม่กินพื้นที่กระเป๋าเราค่ะ แต่หากว่าในเมืองที่เราอยู่มีร้านราคาถูกที่ขายสินค้าราคา 1 ปอนด์ เช่น Poundland สินค้าแนว ๆ นี้ สามารถหาซื้อได้โดยง่ายค่ะ


4) กล่องถนอมอาหาร (และช้อนส้อม) เป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์ตั้งแต่สามารถนำมาใส่มาม่าทานได้ในยามดึก หรือจะเก็บอาหารไว้ทานไว้มื้อต่อไป หรือจะทำอาหารกลางวันไปทานที่มหาลัยก็ได้เหมือนกัน


5) อันดับห้าเป็นความชอบส่วนบุคคลค่ะ คือหม้อหุงข้าว เพราะหากว่าอยากได้ข้าวสวยหอม ๆ นุ่ม ๆ แบบที่อยู่เมืองไทยแล้วละก็ หอบหม้อหุงข้าวใบเล็กไปจากเมืองไทยเลยเถอะค่ะ ถามว่าที่อังกฤษมีขายมั้ย ที่ Argos มีขายนะคะ สนนราคาอยู่ที่ 10 ปอนด์ ถ้าไม่อยากหิ้วไปก็ไปหาซื้อเอาที่อังกฤษได้เลยค่ะ

พวกของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ เช่นแชมพู ยาสระผม ที่เราควรจะจัดเตรียมให้เพียงพอที่จะใช้ได้ในระยะแรกๆ แล้วค่อยไปหาซื้อเพิ่มเติมเอาภายหลังค่ะ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับที่พักที่ไปอยู่ โดยเราอาจจะเตรียมปลอกหมอนและผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดเท้า ไปด้วยค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อจัดกระเป๋าเสร็จแล้วก็อย่าลืมลองชั่งน้ำหนักดูก่อนนะคะว่าอยู่ภายในกำหนดของสายการบินรึป่าว จะได้มั่นใจว่า ไม่ต้องมาแพคกระเป๋าใหม่ที่สนามบินให้เสียเวลาค่ะ