ทำไมคนอังกฤษชอบดื่มชา?


ถ้าพูดถึงประเทศอังกฤษจะคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก บางคนอาจจะตอบว่า London, Queen Elisabeth, Prince William หรืออาจจะเป็น Big Ben แต่ถ้าถามให้แคบลงว่า คำว่า “ผู้ดีอังกฤษ” คิดถึงอะไร? คำตอบของคนส่วนใหญ่น่าจะเป็นการจิบชาแบบผู้ดีอังกฤษ มากกว่าการใส่หมวกแบบผู้ดีอังกฤษเป็นแน่ งั้นวันนี้เรามาคุยกันเรื่องชาในวัฒนธรรมอังกฤษกันดีกว่าเพราะมีผลสำรวจมาแล้วว่าชาวอังกฤษดื่มชามากถึงคนละ 2.1 กิโลกรัมต่อปี และมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

จริง ๆ แล้ววัฒนธรรมการดื่มชาเป็นของชาวตะวันออกอย่างชาวจีน ชาวญี่ปุ่น หรือชาวอินเดีย แต่ตั้งแต่มีการค้าขายและล่าอาณานิคม ทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ วัฒนธรรมการดื่มชาในประเทศอังกฤษเริ่มต้นครั้งแรกในประมาฯปีค.ศ. 1660 – 1670 แคทเธอรีนแห่งบราแกนซา เจ้าหญิงจากโปรตุเกส ที่มาแต่งงานกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งตอนที่เธอย้ายมาอังกฤษได้นำชาเครื่องดื่นโปรดของเธอมาด้วย ในช่วงแรกการดื่มชาถูกจำกัดให้อยู่ในสังคมชนชั้นสูงเท่านั้น เพราะชาเป็นสินค้านำเข้าและมีราคาแพง และเป็นของฟุ่มเฟือย แต่ต่อมาเมื่อราคาเริ่มถูกลงจนทำให้การดื่มชาแพร่หลายไปในทุกชนชั้นทั่วสหราชอาณาจักร สาว ๆ ที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยก็อยากจะเป็นแบบผู้ดีไฮโซกันทั้งนั้น เลยทำให้มีการเลียนแบบทางพฤติกรรมการดื่มชากันขึ้น

The Teacher’s Guests. From a private collection. (Photo by Fine Art Images/Heritage Images/Getty Images)

ต่อมาวัฒนธรรมการดื่มชาได้ถูกพัฒนาไปจากเดิมมาก จนกลายมาเป็นมื้ออาหารของว่างยามบ่ายที่ขาดไม่ได้ของชาวอังกฤษ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Afternoon Tea เรื่องนี้ก็มีที่มาที่ไปเหมือนกัน เริ่มมาจาก แอนนา ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด หลังจากมื้อเที่ยง ที่บ้านของแอนนาจะเสิร์ฟมื้อเย็นตอน 2 ทุ่มทำให้ช่วงบ่ายแอนนาหิว จึงเรียกให้สาวใช้ในบ้านนำชามาเสิร์ฟพร้อมขนมช่วง 4 โมงเย็นเพื่อแก้หิว ต่อมาแอนนาได้ชวนเพื่อน ๆ สาวสังคมของเธอมาทานชาช่วงบ่ายด้วยกันและนี่คือจุดเริ่มต้นของ Afternoon Tea ในวันนี้ เมื่อวัฒนธรรมการดื่มชาแพร่หลายลงมาสู่คนทุกระดับชั้น ทำให้ Afternoon Tea ถูกจัดเป็นมื้ออาหารหนึ่งของชาวอังกฤษ ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม บางโรงงานจะมีช่วงพักดื่มชาให้พนักงานในตอนสายหรือบ่ายด้วย

ที่มาของคำว่า High Tea

อีกหนึ่งคำที่คุ้นหูก็คือ High Tea คนไทยส่วนให้มักคิดว่านี้เป็นชื่อเรียกกิจกรรมของชนชั้นสูง แต่ที่มาจริง ๆ แล้ว High Tea เป็นคำเรียกการดื่มชาของชนชั้นแรงงาน ที่บ้านมีพื้นที่ไม่มาก ทำให้ต้องดื่มชาบนโต๊ะทานข้าว ซึ่งแตกต่างจากชนชั้นสูงที่มักจะมีห้องดื่มชา หรือดื่มชาในห้องวาดรูป ซึ่งจะมีโต๊ะเตี้ย ๆ กับโซฟาไว้นั่งดื่มชา แต่ด้วยความที่โต๊ะทานข้าวมีลักษณะสูงกว่าจึงถูกเรียกว่า High Tea แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำว่า High Tea ก็ถูกใช้อย่างแพร่หลาย รวมถึงใช้เรียกการดื่มชาในโรงแรมหรือร้านหรู ๆ อีกด้วย เมื่อชาจัดเป็นมื้ออาหาร ชาวอังกฤษจึงนิยมดื่มชาคู่กับขนม หรือแซนด์วิช ซึ่งขนมยอดนิยมแบบฉบับคนอังกฤษที่ทานคู่กับชาก็คือ Scone หรือ สโคน ที่เป็นขนมของชาวอังกฤษขนานแท้ โดยวิธีทานก็คือ ทาด้วยเนยและแยมข้างบนสโคน พร้อมกับจิบชาไปด้วย อย่างใน Afternoon Tea Set ของร้านชาหรือโรงแรมหลายๆแห่งก็มันจะเสิร์ฟเซทชา ที่มีชั้นขนม 3 ชั้น ซึ่งในชั้นนั้นก็จะประกอบด้วยอาหารคาวหวานแบบที่เป็นคาเนเป้ เสิร์ฟเป็นคำเล็ก ๆ เพื่อเสริมบรรยากาศการจิบชายามบ่ายแบบฉบับผู้ดีอังกฤษของลูกค้า

ใครอยากลองไปสัมผัสการดื่มชาแบบผู้ดีอังกฤษที่อังกฤษ พร้อมเรียนต่อไม่ว่าจะเป็นเรียนภาษาหรือปริญญา ก็ติดต่อพี่แมงโก้มาได้ add Line:@mangolearning หรือจะโทร.มาคุยที่เบอร์ 02-129-3313 พี่แมงโก้พร้อมแนะนำทั้งที่เรียนและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอังกฤษทุกขั้นตอน งานนี้พี่แมงโก้แนะนำฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ นะค้า