Update การไปเรียนต่อที่อังกฤษในยุค COVID-19


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลายๆ คนอาจจะมองว่าการไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในช่วง COVID-19 เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง แต่พี่แมงโก้บอกได้เลยว่าไม่ต้องกลัวไป! ที่อังกฤษตอนนี้มีมาตรการในการป้องกันการกระจายของโรคอย่างไรบ้าง โดยที่บ้านมา จะมีการ Lockdown และค่อนๆ คลายตลอด และในวันที่ 21 มิถุนายน 2021 จะไม่มีการ Lockdown ใดๆ ทั้งหมดแล้ว สามารถใช้ชีวิตได้ปกติอย่างเต็มที่เลย 

นอกจากมาตรการต่างๆ ของประเทศอังกฤษแล้ว มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีการรับมือกับ COVID-19 ด้วยการตั้งศูนย์ตรวจเพื่อนักศึกษาทุกคน ในการตรวจเพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของทุกๆ คนในมหาวิทยาลัย แต่แน่นอนว่าถึงเรารู้แบบนี้แล้ว หลายๆ คนก็มีคำถามที่ถามเข้ามาหาพี่แมงโก้บ่อยๆ ฉะนั้นวันนี้พี่แมงโก้เราจะมาไขข้อสงสัยกับการไปเรียนต่อในยุค COVID-19 ว่าการเรียนการสอน การใช้ชีวิตจะเป็นอย่างไรบ้าง 

Update COVID-19 ใน UK (26/04/2021) 

จำนวนคนที่ได้รับการฉีด (คิดเป็น 49% ของประชากรที่ได้รับ Dose แรก)

  • Dose แรก: 33,666,683 คน 
  • Dose ที่สอง: 12,587,116 คน
  • วัคซีนที่ถูกใช้ทั้งหมดในตอนนี้: 46,253,754 คน

 

วัคซีนที่ใช้ในการฉีด 

  • BioNTech, Pfizer vaccine 
  • Moderna vaccine 
  • Oxford, AstraZeneca vaccine 

 

การตรวจ COVID-19 ในประเทศอังกฤษ 

  • แจกชุดตรวจ COVID-19 ฟรีสัปดาห์ละ 2 ชุด 
  • ชุดตรวจแสดงผลภายใน 30 นาที 
  • รับได้ที่ศูนย์ทดสอบ ร้านขายยา และผ่านทางไปรษณีย์ 
  • ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ 

 

FAQ Section 

  • การบินไปเรียนต่อ 

ตอนนี้บินไปเรียนได้ด้วยหรอ? 

✔️ ตอนนี้สำหรับน้องๆ ที่จะไปเรียนต่อและได้รับการออก Student Visa จากทางมหาวิทยาลัยสามารถบินไปเรียนต่อแบบปกติเลยค่ะ ไม่มีการห้ามบินเข้าประเทศอังกฤษแต่อย่างใด 

  • การกักตัวเมื่อถึงประเทศอังกฤษ 

✔️ เมื่อน้องๆ เดินทางถึงประเทศอังกฤษ ไม่ได้มีการสั่งให้กักตัวแบบ State Quarantine ค่ะ แต่จะเป็นการกักตัวแบบ Self Quarantine มากกว่า โดยน้องๆ ต้องกักตัวภายในที่พักของน้องๆ เป็นเวลา 10 วัน 

✔️ ในวันที่ 2 และวันที่ 8 ของการกักตัว น้องๆ จะต้องตรวจ COVID-19 จาก Testing kit ที่ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว หากพบกว่าไม่ติดเชื้อก็สามารถออกมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้เลยค่าา 

✔️ Testing Kit ที่ได้จะมากับการซื้อ Travel Test Package ที่น้องๆ ต้องซื้อไว้ก่อนที่จะเข้าประเทศนะคะ จะได้เตรียมความพร้อมในการกักตัวเพื่อไม่เป็นการแพร่เชื้อให้กับคนอื่นในประเทศอังกฤษ 

  • ทุกเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน 

✔️ การที่จะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ น้องๆ ไม่จำเป็นจะต้องฉีดวัคซีนเพื่อการบินเข้าประเทศค่ะ แต่ต้องมีการตรวจเชื้อก่อนเข้าประเทศว่าน้องๆ ไม่มีเชื้อ COVID-19 ติดตัวเข้าไปด้วย 

✔️ น้องๆ ที่ไปเรียนต่อที่อังกฤษจะได้ฉีดวัคซีนอย่างแน่นอนค่ะ ! ไม่ต้องห่วงเลยว่าเราจะได้ฉีดรึเปล่านะ เพราะหากน้องๆ อยู่ในประเทศอังกฤษช่วงที่ทางประเทศมีการฉีดวัคซีน น้องๆ จะได้ฉีดแน่นอน 100% และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

✔️ นักเรียนต่างชาติจะได้สิทธิในการเข้าถึงประกันสังคมเช่นเดียวกับคนอังกฤษ โดยเมื่อไปที่เราจะต้องขึ้นทะเบียนกับ GP และทางอังกฤษจะใช้วิธีการเรียงลำดับตาม priority เมื่อถึงคิวของเราทาง NHS จะติดต่อนัดมาว่าจะได้ไปฉีดเมื่อไหร่ 

✔️ วัคซีนที่ใช้ในการฉีด: BioNTech – Pfizer vaccine, Moderna vaccine, และ Oxford – AstraZeneca vaccine 

 

  • การเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในช่วง COVID-19 

✔️ ไม่ได้เป็นการเรียนออนไลน์อย่างเดียว 

✔️ เรียนแบบ Blended Approach : การเรียนแบบนี้หมายความว่า นักศึกษาจะได้เรียนทั้งคลาสออนไลน์และคลาสออฟไลน์ โดยทางมหาวิทยาลัยจะดูว่าคลาสไหนเหมาะสมกับการมาเรียนที่ Campus และคลาสไหนควรจะเป็นการเรียนออนไลน์แทน 

✔️ คลาส Seminar และ Workshop ที่เป็นคลาสเล็กไม่เกิน 20-25 คน ส่วนใหญ่จะเป็นคลาสที่มาเจอและมา Discuss กันในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัย 

✔️ คลาส Lecture ที่มีจำนวนนักเรียนเยอะๆ จะถูกจัดเป็นการเรียนออนไลน์เพื่อลดความเสี่ยงขอการแพร่เชื้อ

 

เรียนต่อโทด้าน MBA ที่อังกฤษ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


 

สำหรับน้อง ๆ ที่วางแผนเรียนต่อ MBA หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning ได้เลย

 


เวลาที่น้องๆ จะเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษนั้น เราจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้สำหรับทำการสมัครกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. Official Transcript และ Graduation Certificate ฉบับภาษาอังกฤษ (แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่แตกต่างกัน อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ๆ ก่อนสมัครนะ)
  2. Application Form ใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเรียน
  3. Letters of Recommendation หนังสือรับรอง จดหมายแนะนำจากอาจารย์และหัวหน้าที่ทำงานฉบับภาษาอังกฤษ 2 ฉบับ
  4. Resume หรือ CV
  5. ผลสอบ IELTS
  6. Statement of Purpose (SOP) หรือ Personal Statement จดหมายแนะนำตัว เขียนเพื่อแนะนำตัวเองว่าเราเป็นใคร เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไหน และทำไมมหาวิทยาลัยที่เราสมัครต้องเลือกรับเรา
  7. สำเนาหนังสือเดินทาง (สำเนาหน้าพาสปอร์ต)

*สำหรับหลักสูตร MBA ในบางมหาวิทยาลัยจะต้องใช้คะแนน GMAT

>>>>ดูหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษที่ไม่ใช้คะแนน GMAT <<<<


 

MBA ย่อมาจากชื่อเต็มๆ ที่เรียกว่า Master of Business Administration ซึ่งจะช่วยน้องๆ ที่อยากทำธุรกิจในอนาคตอย่างมาก เช่นทางด้านการตลาด การเงิน HR ไปถึงการบัญชีสามารถนำไปใช้ในอาชีพที่เกี่ยวกับด้านธุรกิจได้ทั้งหมดเลยค่ะ

โดยการเรียน MBA ที่ประเทศอังกฤษส่วนใหญ่จะใช้เวลาปีเท่านั้น และนักศึกษา MBA ส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานประมาณ 3 ปีขึ้นไป เพราะในคลาส MBA จะเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดหากเรายิ่งมีประสบการณ์เยอะเรายิ่งสามารถแลกเปลี่ยนไอเดียกับเพื่อนๆในห้องได้เยอะแล้วเราก็จะสนุกกับการเรียนมากๆเลยค่ะ

MBA เหมาะกับใคร?

1. สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนสายงาน เช่นอยากเปลี่ยนจากสาย IT เป็นสาย Finance เพราะการเรียน MBA จะเป็นการเรียนที่เรียนหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันไม่ได้เน้นจุดใดจุดหนึ่งค่ะ

2. อยากเติบโตเป็นผู้บริหาร

3. อยากเปิดประสบการณ์ ได้แลกเปลี่ยนความคิดมุมใหม่ๆ เพราะในคลาสต่างๆ ของ MBA น้องๆจะได้พบกับเพื่อนที่มาจากประเทศทั่วโลกให้น้องๆได้เจอกับมุมมองที่เราอาจจะคิดไม่ถึงก็ได้ค่ะ

MBA ไม่เหมาะกับใคร?

1. คนที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน ** (แต่มีบางมหาวิทยาลัยที่รับคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้วยนะ มาปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยจ้า!)

2. ต้องการเรียนแบบเจาะลึกในแต่ละสาขา เพราะในการเรียน MBA จะเป็นการเรียนหลายๆอย่างไม่ได้เจาะลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหากน้องๆต้องการจะเรียนด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะแนะนำให้เลือกสาขาอื่นดีกว่าค่ะ

3. ภาษาอังกฤษไม่พร้อมในการสื่อสาร การเรียน MBA ต้องใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างมาก เพราะน้องๆ ต้องทำ Presentation เสนอไอเดียและแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนในคลาสหากภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงพออาจจะยังไม่เหมาะนะคะ

MBA เรียนอะไรบ้าง?

วิชาที่เรียนของ MBA จะเกี่ยวกับด้านธุรกิจทั้งหมดเลยค่ะ ส่วนหลักสูตรการสอนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยว่าได้เตรียมการไว้แบบไหนอย่างไรบ้าง วิชาเรียนก็จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ นั่นก็คือ Core Module (วิชาบังคับ) และ Optional Module (วิชาเลือก) ถือว่าได้เรียนแบบทั่วถึงเลยค่ะ อย่างที่บอกว่า MBA จะไม่เหมาะสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังมองหาสาขาเรียนที่เน้นไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะคะ

วิชาของ Core Module ก็ได้แก่: Finance, Accounting, Marketing, Strategy, Entrepreneurship, Supply Chain and Operations, HR, Business/Data Analytics

ส่วนวิชาเลือกน้องๆ สามารถเลือกตามใจชอบเลยค่ะ

แล้วข้อดีข้อเสียของ MBA คืออะไร?

ข้อดี:

  • ได้ความรู้รอบด้านแบบลึกซึ้งเลยค่ะ ทำให้น้องๆ ได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด
  • สร้าง Connection ที่สามารถใช้ในการทำงานได้จากทั่วประเทศของทุกมุมโลก
  • ช่วยในการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง
  • ช่วยในเรื่องของโอกาสในการหางาน
  • ได้ความรู้เกี่ยวกับด้านธุรกิจในมุมใหม่ๆ ที่มาจากเพื่อนร่วมห้องหลากหลายประเทศ

ข้อเสีย:

  • ค่าใช้จ่ายของค่าเทอมค่อนข้างสูงกว่าการไปเรียนป. โทปกติ
  • เรียนค่อนข้างจะหนัก ไม่มีเวลาว่างมากเท่าการเรียนป. โทปกติ ควรจัดเวลาในการเรียนให้ดี
  • เนื้อหาเข้มข้นมาก ควรเตรียมตัวให้ดีก่อนเข้าเรียน

 


หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning
Line@ : @mangolearning

เรียนต่อโทด้าน Business ที่อังกฤษ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


 

สำหรับน้อง ๆ ที่วางแผนเรียนต่อด้าน Business หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning ได้เลย

 


เวลาที่น้องๆ จะเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษนั้น เราจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้สำหรับทำการสมัครกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. Official Transcript และ Graduation Certificate ฉบับภาษาอังกฤษ (แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่แตกต่างกัน อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ๆ ก่อนสมัครนะ)
  2. Application Form ใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเรียน
  3. Letters of Recommendation หนังสือรับรอง จดหมายแนะนำจากอาจารย์และหัวหน้าที่ทำงานฉบับภาษาอังกฤษ 2 ฉบับ
  4. Resume หรือ CV
  5. ผลสอบ IELTS
  6. Statement of Purpose (SOP) หรือ Personal Statement จดหมายแนะนำตัว เขียนเพื่อแนะนำตัวเองว่าเราเป็นใคร เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไหน และทำไมมหาวิทยาลัยที่เราสมัครต้องเลือกรับเรา
  7. สำเนาหนังสือเดินทาง (สำเนาหน้าพาสปอร์ต)

*สำหรับหลักสูตร MBA ในบางมหาวิทยาลัยจะต้องใช้คะแนน GMAT


 

สำหรับหลักสูตรยอดนิยมในสาขา Business มีดังต่อไปนี้

1) Business Analytics

หลักสูตรมาแรงแห่งยุคที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นสาขาที่เป็นที่ต้องการของทุกสายงาน เป็นการเรียนการจัดการข้อมูลการเรียนการจัดข้อมูล(Data Visualisation)และวิเคราะห์ข้อมูลหา insight เพื่อใช้ในการตัดสินใจหรือวางกลยุทธ์ทางธุรกิจในยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลอยู่เป็นปริมาณมากและสามารถกลับมาทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นBusiness and Data Analyst หรือ ฝ่าย Strategy หรือ Marketing ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ซึ่งต้องบอกว่าหลักสูตรนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั่วโลก ทำให้หลักสูตรนี้มีการแข่งขันค่อนข้างสูงและในบางมหาวิทยาลัยจะเต็มหรือปิดรับสมัครเร็วกว่าหลักสูตรอื่นๆ

2) Economics

การศึกษาต่อในด้านของหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ เน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลจากตัวเลข นอกจากนั้นยังสอนการแก้ปัญหาด้านเศรษฐศาสตร์ในยุคปัจจุบัน รวมไปถึงการเรียนการสอนเกี่ยวกับการเงิน การเมือง สังคมวิทยา กฎหมาย และประวัติศาสตร์อีกด้วย

3) Finance

การเงินเป็นหนึ่งในหลักสูตรยอดนิยมเพราะเป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจ สอนให้เข้าใจถึงหลักการ วิธีคิดและการตัดสินใจทางการเงินที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการต่างๆ การบริหารความเสี่ยง หรือการบริหารสภาพคล่อง

4) Management 

หลักสูตรManagement คือหลักสูตรด้านการบริหารธุรกิจเน้นการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกลยุทธ์ การตลาด การเงิน การบริหารงานขาย การบริหารงานบุคคล เพื่อให้ผู้เรียน ได้เห็นภาพรวมในโลกของธุรกิจทั้งหมด และเตรียมการเป็นนักบริหารในอนาคต

5) MBA

หลักสูตร MBA จะเป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหารในอนาคต โดยผู้สมัครจะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปีขึ้นไป โดยหลักสูตร MBA จะสอนรอบด้านของธุรกิจเหมือนกับหลักสูตรManagement และเน้นการพัฒนาด้าน soft skills ควบคู่ไปด้วย

6)Entrepreneurship

ส่วนหลักสูตร Entrepreneurship จะเน้นในแง่มุมของการสร้างธุรกิจ หรือการบริหารธุรกิจแนว Start-Up หรือ SME โดยเริ่มต้นจากการหาไอเดียในการสร้างธุรกิจ การหาแหล่งเงินทุน การบริหารธุรกิจ ไปจนถึง exit strategy โดยในบริษัท corporate รุ่นใหม่ในปัจจุบันก็มองหาทีมงานที่มีมุมมองและการทำงานแบบStart-Up เช่นกัน จึงไม่จำเป็นว่าหลักสูตรนี้จะต้องเรียนเพื่อไปเป็นเจ้าของกิจการเท่านั้น

7) Marketing

หลักสูตรMarketing จะเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคไปจนถึงเครื่องมือทางการตลาด กลยุทธ์ทางการตลาด การสื่อสาร รวมถึงการทำการตลาดออนไลน์ โดยในแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีวิชาเลือกที่แตกต่างกันไป

8) Digital Marketing

หลักสูตร Digital Marketing จะมุ่งเน้นไปที่การทำการตลาดในโลกยุตดิจิตอล จะมีการสอนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ และการทำการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค บางมหาวิทยาลัยจะเน้นไปที่ด้าน creativeมากกว่า หรือในบางมหาวิทยาลัยจะเน้นไปที่ด้านการใช้เครื่องมือและวิเคราะห์ด้านเทคนิคเช่นweb analytics, facebook analytics, google analytics


หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning
Line@ : @mangolearning

MSc Data Science และ MSc Business Analytics เรียนอะไรกัน และจบไปแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?


หลักสูตร Data Science จะเป็นการเรียนการจัดการกับ Big Data ซึ่งผู้เรียนจะต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม โดยหลักสูตรที่เรียนจะเรียน Machine Learning, Data Analysis หรือ Statistics โดยในแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีหลักสูตรและวิชาเลือกที่แตกต่างกันไป (อ่านประสบการณ์การเรียนหลักสูตร MSc Data Science ที่ University of Exeter) หลังจากจบมาแล้วเราสามารถสมัครงานเป็น Data Engineering, Data Scientist หรือ Data Analyst ได้ค่ะ ซึ่งเป็นสาขาที่เป็นที่ต้องการในตลาดงาน และเงินเดือนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ตัวอย่างหลักสูตรที่เปิดสอน:

MSc Data Science

MSc Applied Data Science

MSc Applied Data Science and Statistics

MSc Applied Data Science and its Application

 

Entry requirement: แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ไม่จำเป็นจะต้องมีความรู้พื้นฐาน หรือบางมหาวิทยาลัยเปิดรับผู้สมัครที่มีพื้นฐานการคำนวณอยู่บ้าง เช่น computer science, mathematics, physics, statistics หรือมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น Python, R เป็นต้น

 

ไม่มีพื้นฐานมาก่อนสามารถสมัครเรียนได้หรือไม่: *ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย

 

อาชีพในอนาคต:

Data Scientist

Machine Learning Engineer

Machine Learning Scientist

Applications Architect

Enterprise Architect

Data Architect

Infrastructure Architect

Data Engineer

Business Intelligence Developer

Statistician

Data Analyst

 


ส่วนหลักสูตร MSc Business Analytics จะเป็นการเรียนการจัดข้อมูล(Data Visualisation)และวิเคราะห์ข้อมูลหา insight เพื่อใช้ในการตัดสินใจหรือวางกลยุทธ์ทางธุรกิจในยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลอยู่เป็นปริมาณมาก โดยผู้เรียนสามารถมีความรู้พื้นฐานเช่น statistics, econometrics, mathematics, physics, computer science, engineering, หรือ business and management และสามารถกลับมาทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Business and Data Analyst หรือ ฝ่าย Strategy หรือ Marketing ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ซึ่งต้องบอกว่าหลักสูตรนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั่วโลก ทำให้หลักสูตรนี้มีการแข่งขันค่อนข้างสูงและในบางมหาวิทยาลัยจะเต็มหรือปิดรับสมัครเร็วกว่าหลักสูตรอื่นๆด้วยค่ะ

ตัวอย่างหลักสูตรที่เปิดสอน:

MSc Business Analytics

MSc Marketing and Business Analysis

MSc Data Analytics

 

Entry requirement: มีความรู้พื้นฐานเช่น statistics, econometrics, mathematics, physics, computer science, engineering, หรือ business and management บางมหาวิทยาลัยจะขอให้ผู้สมัครมีความสามารถในการเขียนโปรแกรม

 

ไม่มีพื้นฐานมาก่อนสามารถสมัครเรียนได้หรือไม่: *ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย

 

อาชีพในอนาคต:

Machine Learning Engineer

Data Architect

Statistician

Data Analyst

Chief Technology Officer

Chief Data Officer

Application Architect

Project Manager

Market Research Analyst

Business/Analytics Translator

Data Scientist


ถ้าน้องๆคนไหนมีความสนใจเรียนต่อด้าน MSc Data Science และ MSc Business Analytics สามารถสอบถามข้อมูลทั้งมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน requirement และช่วงเวลาที่คอร์สเต็มหรือปิดรับสมัครได้ที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808 ได้เลยนะคะ

อยากเรียนต่อโทที่อังกฤษ เริ่มต้นที่ตรงไหน?


 

อยากเรียนต่อโทที่อังกฤษ เริ่มต้นที่ตรงไหน?

มีแพลนจะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษแต่ยังงงๆ อยู่ใช่มั้ยคะ ว่าจะต้องเริ่มต้นที่ตรงไหน ต้องทำอะไรก่อนหลังบ้าง เดี๋ยวพี่แมงโก้จะมาเล่าแบบหมดเปลือกเลย! ก่อนอื่นเลยที่น้องๆ จะเตรียมเอกสารเพื่อการสมัคร สิ่งแรกที่น้องๆ ต้องทำคือ ต้องหาว่าเราชอบเรียนด้านไหน หรือเรียนด้านไหนดีที่จะช่วยในการทำงานในอนาคต

 

เลือกสาขาที่สนใจ

การได้เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบจะยิ่งทำให้การเรียนที่ประเทศอังกฤษสนุกมากยิ่งขึ้น แถมยังจะช่วยในเรื่องของการทำงานอีกด้วยค่ะ นอกจากความชอบส่วนตัวก็จะเป็นการเลือกมหาลัยที่เหมาะกับตัวน้องๆ เอง การที่น้องๆ เลือกสาขาแล้วจะทำให้เลือกมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้นเพราะแต่ละที่ก็จะดังในสาขาที่ไม่เหมือนกัน

 

เลือกมหาวิทยาลัย 

การเลือกมหาวิทยาลัยที่ดีและเหมาะสำหรับน้องๆ ควรจะดูจากเมืองที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ ว่าเหมาะกับ lifestyle ของน้องๆ รึเปล่า รวมไปถึงคอร์สการสอนที่ทางสาขาของน้องๆ เลือกด้วย หากน้องๆ เลือกเรียนในเมืองที่ไม่เข้ากับตัวของน้องเองอาจจะทำให้การเรียนไม่สนุกไปเลยนะคะ  

แต่ไม่ต้องห่วงไปนะ! เพราะพี่ๆ แมงโก้พร้อมช่วยเหลือน้องๆ มากในเรื่องของการแนะนำมหาลัยที่เหมาะกับตัวของน้องและสาขาที่น้องๆ เลือกที่จะเรียน หากในช่วงนี้น้องๆ ยังคิดไม่ออกว่าตัวเองเหมาะกับที่ไหน มาถามพี่แมงโก้ได้เลย! 

อีกอย่างที่ควรเตรียมตัวในช่วงของการเลือกมหาวิทยาลัยคือเรื่องค่าใช้จ่าย  เพราะแต่ละเมืองในประเทศอังกฤษมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป เช่นในกรุงลอนดอนก็จะสูงกว่าเมืองที่ออกมาไกลกว่าหน่อย ฉะนั้น มาปรึกษาพี่ๆ ได้เลย! 

 

การเตรียมตัวในการสมัคร 

 

 * October: ช่วงเดือนตุลาคมเป็นช่วงที่น้องๆ เริ่มเตรียมเอกสารเพื่อการเรียนต่อที่ดีที่สุดค่ะ เพราะที่อังกฤษจะเป็นระบบ First come, first serve หมายถึงว่าหากน้องๆ สมัครเร็ว น้องๆ ก็จะมีโอกาสได้รับ Offer มากกว่าคนอื่น และเร็วกว่าคนอื่นด้วย ทำให้น้องๆ ไม่ต้องเตรียมเอกสารแบบรีบๆ ให้มีเสลาเตรียมตัวได้อย่างเต็มที่เลย แต่หากใครเตรียมเอกสารพร้อมแล้วก็สามารถส่งใบสมัครได้เลยนะ! อย่างที่บอกว่าหากเรายิ่งส่งเร็ว โอกาสเราก็ยิ่งเยอะเพราะการแข่งขันยังไม่มากนัก 

ในช่วงของเดือนตุลาคมจะสามาถสมัครได้สำหรับสองรอบเลย ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่าที่ประเทศอังกฤษจะมีการเปิดเทอมอยู่ 2 ช่วง (แต่สาขาที่เปิดอาจจะไม่เหมือนกัน ต้องดูที่สาขาที่น้องเลือกด้วยค่ะ) นั่นก็คือ: January Intakes และ September Intake ที่จะเปิดเรียนตามเดือนนั้นๆ 

 

Jan Intake: สำหรับรอบนี้ การสมัครภายในเดือนตุลาคมถือว่ายังเป็นช่วงที่ดีอยู่ค่ะ สำหรับน้องๆ ที่ไม่อยากรอนานก่อนที่จะได้ไปเรียน 

 

Sep Intake: หากเตรียมตัวเพื่อสมัคร Sep Intake ในช่วงเดือนตุลาคมก็สบายๆ เลยค่ะ ถือว่าเตรียมตัวได้เร็วมากๆ 

 

เอกสารที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง? 

 

  1. Transcript 
  2. Degree Certificate 
  3. Reference Letters (2) * จากอาจารย์หรือจากหัวหน้าในที่ทำงานก็ได้ 
  4. Statement of Purpose (SOP
  5. สำเนา Passport
  6. คะแนน IELTS (ยื่นตามทีหลังได้)
  7. CV / Resume 

 

 * November: ในเดือนนี้ยังสามารถสมัคร Jan Intake แบบด่วนทันอยู่นะคะ หากน้องๆ ไม่อยากพลาดแล้วต้องรออีกหลายเดือนควรรีบสมัคร Jan Intake ภายใยเดือนนี้ค่ะ 

 

 * January – February: เริ่มปีขึ้นมาใหม่ก็ถึงเวลาที่จะสมัครของรอบ Sep Intake แล้วนะคะน้องๆรวมไปถึงในช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่ควรเริ่มสอบ IELTS เพื่อเก็บคะแนนที่ดีที่สุดไว้ยื่นให้ทางมหาลัยค่ะ 

** หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการที่ยังไม่มีคะแนน IELTS หมายความว่ายังไม่สามารถสมัครเรียนได้ แต่จริงๆ เป็นความเชื่อที่ผิดนะคะ หากเรามีเอกสารที่ครบและพร้อม น้องๆ สามารถสมัครเรียนได้เลย คะแนน IELTS มีผลในเรื่องของการเรียน Pre-sessional เท่านั้นค่ะ ไม่ควรรอจนกว่าจะได้คะแนน IELTS ออกมาแล้วสมัครนะคะ ยื่นได้เลยค่ะ และเรายื่นคะแนน IELTS ได้ในภายหลัง 

 

 * April: เดือนนี้เป็นเดือนที่น้องๆ ควรส่งผลคะแนน IELTS ให้ทางมหาวิทยาลัยค่ะ เพราะจะเป็นการชี้วัดว่าน้องๆ ต้องเรียน Pre-sessional หรือไม่ 

 

Pre-sessional คืออะไร? 

Pre-sessional คือการเรียนปรับพื้นฐานของทางมหาวิทยาลัย จะสอนเพิ่มเติมในเรื่องของ Academic writing รวมไปถึงการ Sourcing เป็นเหมือนการเตรียมตัวให้น้องๆ ก่อนที่จะเปิดเทอมค่ะ น้องๆ ที่คะแนน IELTS ไม่ถึงตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้จะต้องไปเรียน Pre-sessional กันด้วยนะ แต่ระยะเวลาก็จะแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ 4 สัปดาห์ไปถึง 16 สัปดาห์เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับคะแนนสอบ IELTS เลยค่ะ 

เมื่อน้องๆ ได้สมัครทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงเวลาในการรอ Offer จากทางมหาวิทยาลัยค่ะ จะมี Offer อยู่ 2 แบบคือ:

 

  • Conditional Offer – การรับเข้าเรียนโดยติดเงื่อนไขบางอย่าง เช่นคะแนน IELTS ไม่ถึงตามที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้ 
  • Unconditional Offer – การรับเข้าเรียนแบบไม่มีเงื่อนไข 

 

เมื่อน้องๆ ได้รับ Offer อย่างเรียบร้อย ก็ถึงช่วงเวลาของการติดต่อทำวีซ่านักเรียน ในการทำวีซ่าน้องๆ ก็มีเอกสารที่ต้องเตรียมเช่นกันค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะพี่แมงโก้จะคอยช่วยเหลือเอง! เอกสารที่ต้องเตรียม: 

 

  • Passport 
  • เอกสารการเงิน 
  • เอกสารการตรวจสุขภาพ 
  • เอกสารการตอบรับจากมหาวิทยาลัย

 

พอได้วีซ่านักเรียน น้องๆ ก็พร้อมบินแล้วววว~! ไม่ยากอย่างที่คิดใช่มั้ยล่ะคะ แต่หากน้องๆ อยากได้คำปรึกษาเพิ่ม พี่แมงโก้ยินดีช่วยเหลือแบบฟรีๆ ! ไม่มีค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอนเลย โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ University of Bristol


 

พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ หลายคนที่กำลังแพลนจะไปเรียนต่อป. โทเกี่ยวกับ Law ที่ประเทศอังกฤษต้องเคยได้ยิน University of Bristol อย่างแน่นอน! University of Bristol มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของหลักสูตรกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group universities อีกด้วยน้าาา เรื่อง Ranking ไม่ต้องห่วงเลย! 

มารู้จัก University of Bristol กันอีกหน่อยดีกว่าค่ะน้องๆ 

  • University of Bristol ถือว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ของประเทศอังกฤษเลย! นับว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากที่อยู่ในลิตส์เดียวกับ Oxford, Cambridge และ University of Edinburgh เลยค่ะน้องๆ 
  • มหาลัยอันดับ 49 ของโลก! นอกจากจะเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ประจำประเทศอังกฤษแล้ว University of Bristol ยังได้รับอันดับ 49 ใน QS World University Rankings ใน Top 100 อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นมหาลัยสุดคุณภาพ 
  • ด้าน Law School ของ University of Bristol ได้รับอันดับ Top 5 ของมหาลัยที่มี Research Intensity เข้มข้นที่สุดในประเทศอังกฤษอีกด้วย จบจากมหาลัยนี้ได้ทำงาน Law Firmชื่อดังมากมายอย่างแน่นอน! 

น้องๆ คนไหนที่กำลังมองหามหาลัยเพื่อเรียนต่อด้านกฏหมาย พี่แมงโก้ขอกระซิบบอกไว้ก่อนว่า… ที่ University of Bristol มีหลักสูตรที่เป็น ก.ต. รับรองด้วยค่ะ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลย และสามารถปรึกษาพี่ๆ ได้ตลอด! 

หลักสูตรของ University of Bristol ที่ได้ ก.ต. รับรองแบบทั่วไป

  • LL.M. Commercial Law
  • LL.M. International Law 

หลักสูตรที่ได้รับการรับรองเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

  • Master of Laws in Maritime Law

วันนี้ พี่แมงโก้จะมารีวิว University of Bristol ในด้านของ Law school ให้น้องๆ ได้เห็นภาพกัน ถ้าพร้อมแล้ว มาด้วยกันเลย! 

University of Bristol ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาลัย Top Ranking หลายๆ คนก็อาจจะมองว่าเป็นมหาลัยที่เรียนยากรึเปล่า? การเรียนแบ่งวิชาอย่างไรบ้าง? จากรีวิวของน้องหมิวและน้องมิ้นท์ (น้องๆ ที่เรียน LL.M. ที่ University of Bristol) น้องๆ ได้แชร์ว่าทางมหาลัยจะแบ่งเป็นเทอม และเรียน 4 วิชาทั้งปี และยังมีคลาส Seminar ที่น้องๆ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ จะได้เข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้น และอาจารย์จะคอยอธิบายให้เราเข้าใจอย่างมากที่สุด 

 

คลาสเรียน Seminar เป็นแบบไหน? 

ใน Law School ของ University of Bristol จะแบ่งคลาสเป็นสองแบบ คือทั้ง Lecture และ Seminar ตัวคลาส Seminar ส่วนใหญ่จะมีอาทิตย์ละครั้ง หรือไม่ก็สองอาทิตย์ครั้ง แต่ว่าการที่จะเข้าไปเรียนในคลาส Seminar ให้รู้เรื่อง น้องๆ ต้องเตรียมตัวอ่าน Assigned reading list ที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ด้วยนะคะ จะได้เข้าใจพูดคุยกับเพื่อนๆ ในคลาสได้อย่างเข้าใจ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในคลาสเรียน อาจารย์จะมีคำถามให้นักเรียนได้คิดและหาคำตอบมา บอกเลยว่าต้องเตรียมตัวก่อนเข้าคลาส Seminar น้าา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องห่วง เพราะอาจารย์จะคอยช่วยอธิบายให้น้องๆ ได้เข้าใจบทเรียนอยู่แล้วค่ะ (ไม่มีผิดถูก) 

 

แล้ววิชาเรียนที่ University of Bristol ล่ะ? 

ในหนึ่งปีของการเรียนป. โทต่อใน Law School ที่มหาลัยนี้ น้องๆ จะได้เรียน 4 วิชาหลักๆ และใช้เวลาหนึ่งปีเลยค่ะ โดยน้องๆ สามารถเลือก 3 วิชาจากคอร์สหลักที่เลือกไว้ได้เลย ส่วนอีกหนึ่งวิชาก็สามารถเลือกได้จาก LL.M. อื่นๆ ได้เลยน้าา 

ถ้าน้องเลือกเรียน LL.M. Commercial Law 3 น้องๆ จะได้เลือก 3 วิชาจากสาขาที่เลือกเรียน เช่นวิชา International Commercial Arbitration, Information Technology Law, International Corporate Finance และ Financial Markets and Bank Regulation ถ้าน้องๆ ไม่แน่ใจตรงจุดไหน มาถามพี่แมงโก้ได้เลยน้า พร้อมช่วยเสมอจ้า~! 

แต่ถ้าใครสงสัยว่ามีวิชาอะไรบ้าง ดูจากตรงนี้ได้เลยค่ะ >>  Click! 

 

อยากเรียน Law School ที่ University of Bristol ต้องเตรียมตัวยังไง? 

หลายคนเชื่อว่า Law School ที่ University of Bristol จะมีความยากในการเรียน แต่จริงๆ พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนเรียนได้ แต่อาจจะต้องมีความ Active ในการเตรียมตัวก่อนเข้าคลาส Seminar เพื่อความเข้าใจในบทเรียนของน้องๆ เอง และจากรีวิวของน้องๆ แมงโก้ที่ไปเรียนที่ University of Bristol ได้กระซิบมาบอกว่าอาจารย์ที่มหาลัยใจดี ยินดีช่วยเหลือและตอบคำถามน้องๆ ตลอด พี่แมงโก้ขอแนะนำว่า University of Bristol เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบ Discuss ในคลาสเรียนให้น้องๆ ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ค่ะ 

 

แล้ววิชาที่เกี่ยวกับ Finance ต้องมีพื้นฐานแน่นรึเปล่า? 

ต้องบอกก่อนว่าน้องหมิวและน้องมิ้นท์เลือกเรียนวิชา Corparate Finance ด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะไม่แน่นพื้นฐานเรื่อง Finance น้องๆ ที่เรียนกฏหมายก็เรียนได้เหมือนกันค่ะ! การเรียนวิชานี้จะเน้นไปในทางของกฏหมายมากกว่าด้าน Finance พื้นฐานไม่แน่นก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่าา 

 

จะจบ Law School ที่ University of Bristol ยังไง

น้องๆ ที่เรียน Law School ที่ University of Bristol จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 12,000 คำ แต่น้องๆ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ ทำได้อยู่แล้ววว 

 

ไปดูรีวิวเต็มๆ ที่ในคลิปนี้เลยจ้าา >> Click to watch!

น้องๆ กฏหมายที่อยากไปเรียนต่อที่ University of Bristol แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหนอะไรอย่างไร มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

มหาวิทยาลัย Russell Group ในอังกฤษคืออะไร?


น้องๆ ที่กำลังไปเรียนต่อเคยสงสัยกันหรือเปล่าคะ ว่ามหาวิทยาลัยใน Russell Group มีอะไรบ้าง แล้ว Russell Group นี่คืออะไร? วันนี้พี่แมงโก้มาพร้อมคำตอบให้น้องๆ ได้เข้าใจกันอย่างง่ายดายค่ะ 

Russell Group คือการรวมตัวกันของ 24 มหาวิทยาลัยดังของประเทศอังกฤษที่ทุ่มเทในเรื่องของการทำวิจัยในด้านต่างๆ โดยเรื่องของคุณภาพการสอนไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน น้องๆ อาจจะเคยได้ยิน Ivy League ของฝั่ง USA มาแล้ว ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ Russell Group ก็คือมหาวิทยาลัย Ivy League จากประเทศอังกฤษนี่แหละค่ะ 

เรารู้จักกับนิยามของ Russell Group แล้ว มาดูกันเลยดีกว่าว่ามหาวัทยาลัยที่น้องๆ เล็งไว้อยู่ใน Russell Group หรือเปล่า และมีมหาวิทยาลัยอื่นๆ อะไรบ้าง 

  1. University of Birmingham 
  2. University of Bristol 
  3. University of Cambridge 
  4. Cardiff University 
  5. Durham University
  6. University of Edinburgh 
  7. University of Exeter
  8. University of Glasgow
  9. Imperial College London 
  10. King’s College London 
  11. University of Leeds 
  12. University of Liverpool 
  13. London School of Economics and Political Science 
  14. University of Manchester  
  15. Newcastle University 
  16. University of Nottingham 
  17. University of Oxford 
  18. Queen Mary University of London 
  19. Queen’s University Belfast 
  20. University of Sheffield 
  21. University of Southampton 
  22. University College London 
  23. University of Warwick 
  24. University of York 

รู้จักมหาวิทยาลัยใน Russell Group กันแล้ว น้องๆ เล็งที่ไหนไว้บ้างคะ? แต่หากน้องๆ คนไหนที่สนใจอยากไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษแล้วยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหน มาปรึกษาพี่แมงโก้ได้น้า ที่ช่องทางการติดต่อได้เลยนะคะ ที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313 หรือ 085-144-8808 บริการฟรี ย้ำว่าฟรี! 

เรียนต่อด้านกฎหมายที่ไหนดี? สาขาที่ก.ต.รับรองล่าสุด


ที่อังกฤษสาขาด้านกฎหมายยอดฮิตที่น้องๆ เลือกไปเรียนกันจะมีอยู่หลายสาขา เช่น กฎหมายธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ (Commercial and Business Law), กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Law), กฎหมายด้านภาษีอากร (Tax Law), Human rights หรือ Finance and Banking เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ สนใจด้านไหนและกลับมาอยากที่จะทำงานต่อยอดด้านไหน พี่แมงโก้เลยจะมาแนะนำเรื่องการเรียนต่อด้านกฎหมายในประเทศอังกฤษ พร้อมทั้ง List หลักสูตรที่ ก.ต. รับรอง Update ล่าสุด เดือนตุลาคม 2562 จากเว็บไซท์ของ สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เผื่อน้องๆคนไหนอยากกลับมาสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาหรืออัยการ ก็สามารถเลือกเรียนตามลิสนี้ได้เลยค่ะ


Durham University เป็น 1 ใน 3 มหาวิทยาลัยของอังกฤษที่ยังมีระบบ College System (อีก 2 ที่คือ Oxford และ Cambridge) ในมุมมองคนอังกฤษ ถ้าไม่ได้ OxBridge แล้ว ก็ต้องมาเรียนที่ Durham เนี่ยแหละ Durham Law School ถือเป็นโรงเรียนกฎหมายที่มีชื่อเสียงในระดับโลกมาเป็นเวลานาน มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง และยังมีหลักสูตรที่ ก.ต. รับรองหลายหลักสูตรให้ได้เลือกเรียนกันอีกด้วย

หลักสูตร LL.M ที่ Durham University
– LL.M General
– LL.M International Trade and Commercial Law
– LL.M Corporate Law
– LL.M International Law and Governance
– LL.M European Trade and Commercial Law

ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Trade and Commercial Law


University of Essex มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเมือง Colchester ที่อยู่ห่างจาก London เพียงแค่ชั่วโมงเรียน Law School ของ University of Essex มีหลายหลักสูตรที่ก.ต. รับรอง และได้ผลิตศิษย์เก่าที่ปัจจุบันเป็นอัยการและผู้พิพากษามากมายเลย หลักสูตรเด่นคือ LL.M. International Human Rights Law เป็นหลักสูตรที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานและเก่าแก่ที่สุดในยุโรป

หลักสูตร LL.M ที่ University of Essex
– LL.M Maritime Law
– LL.M International Trade Law
– LL.M International Humanitarian Law
– LL.M International Human Rights Law
– LL.M International Trade and Maritime Law
– LL.M International Commercial and Business Law
– LL.M Corporate Responsibility
– LL.M Economic, Social and Cultural Rights

ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
– LL.M in Internet Law
– LL.M in Internet Law
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial Law
– LL.M in International Commercial and Business Law
– LL.M in International Trade Law


University of Kent อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยฮอตฮิตที่มีชื่อเสียงทางด้าน Law School มาอย่างยาวนาน แถมมีสิทธิพิเศษสำหรับเด็กไทยหลายอย่างเลย เช่น Waive IELTS สำหรับน้องๆที่เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ และส่วนลดค่าเรียน 10% สำหรับน้องๆที่จบจากธรรมศาสตร์ รวมถึงทุนการศึกษา £2,500 สำหรับนักเรียนไทยด้วย

หลักสูตร LL.M ที่ University of Kent
– LL.M General Law
– LL.M International Law
– LL.M International Law with international Relations
– LL.M Medical Law and Ethics
– LL.M Criminal Justice
– LL.M International Criminal Justice
– LL.M International Environmental Law and Policy
– LL.M International Commercial Law
– LL.M Intellectual Property
– LL.M Human Rights

ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– LL.M in Human Rights
– LL.M in Criminal Justice
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial Law
– LL.M in International Environmental Law
– LL.M in International Environmental Law with Human Rights


University of Nottingham มหาวิทยาลัยชื่อดังทางแถบ Midland ตั้งอยู่ในเมือง Nottingham ที่เป็นเมืองมหาลัย มีทุกอย่างครบทั้งที่กินที่เที่ยว และกิจกรรมมากมาย ที่เรียกได้ว่าอยู่แล้วไม่มีทางเหงาแน่นอน Law School ของที่ University of Nottingham ก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร อยู่ในอันดับที่ 12 ของ Law School ที่ดีที่สุดในอังกฤษจาก The Complete University Guide 2020 และยังมีหลักสูตรที่ ก.ต. รับรองอยู่หลายหลักสูตรเลย

หลักสูตร LL.M ที่ University of Nottingham
– LL.M Master of Laws
– LL.M Criminal Justice
– LL.M Environmental Law
– LL.M European Law
– LL.M Human Rights Law
– LL.M International Commercial Law
– LL.M International Criminal Justice and Armed Conflict
– LL.M International Law
– LL.M International Law and Development
– LL.M Public International Law

ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
– LL.M in International Law,
– LL.M in Law
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial Law
– LL.M in Maritime Law
– LL.M in Environmental Law


University of East Anglia (UEA) อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเมืองดีน่าอยู่ อย่าง Norwich เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย ผู้คนน่ารัก และยังอยู่ใกล้ลอนดอนเพียงใช้เวลานั่งรถไฟแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น หลักสูตรกฎหมายที่ UEA ก็มีคุณภาพ มีหลักสูตรที่ก.ต.รับรองหลายหลักสูตร เรียกได้ว่าเป็นอีก 1 ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับน้องๆที่อยากไปเรียนต่อกฎหมายที่อังกฤษเลยนะคะ

หลักสูตร LL.M ที่ University of East Anglia
– LLM International Commercial Dispute Resolution
– LLM Information Technology and Intellectual Property Law
– LLM International Commercial and Business Law
– LLM Media Law, Policy and Practice
– LLM International Commercial and Competition Law
– LLM International Trade Law
– LLM Master of Laws

ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial and Business Law
– LL.M in International Trade Law


University of Edinburgh มหาวิทยาลัยเก่าแก่ประจำเมืองหลวงของสกอตแลนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของอังกฤษ และตัวมหาลัยเองยังเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของอังกฤษ อยู่ในอันดับ 20 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก จาก QS World Rankings 2020 ขึ้นชื่อเรื่องเข้ายาก และระบบการเรียนที่สุดแสนจะเข้มข้นในทุกสาขา โดยเฉพาะ Law School ที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากๆในหลักสูตรกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือ LL.M. Intellectual Property ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผ่านการรับรองโดยก.ต. เรียนจบแล้วสามารถนำมาใช้เป็นวุฒิเพื่อสมัครสอบอัยการหรือผู้พิพากษาได้เลย

หลักสูตร LL.M ที่ University of Edinburgh
– LL.M in Commercial Law
– LL.M in Comparative and European Private Law
– LL.M in Corporate Law
– LL.M in Criminal Law and Criminal Justice
– LL.M in European Law
– LL.M in Global Environment and Climate Change Law
– LL.M in Human Rights
– LL.M in Innovation, Technology and the Law
– LL.M in Intellectual Property Law
– LL.M in International Banking Law and Finance
– LL.M in International Economic Law
– LL.M in International Law
– LL.M in Law
– LL.M in Medical Law and Ethics

ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
– LL.M in Competition Law and Innovation,
– LL.M in Innovation, Technology and the Law,
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in Intellectual Property Law
– LL.M in Global Environment and Climate Law


University of Bristol อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยระดับท็อปที่ตั้งอยู่ในเมืองสวยน่าอยู่อย่าง Bristol มี Law School ที่มีหลักสูตรเด่นๆมากมาย แถมยังได้รับการยกย่องทางด้านคุณภาพการสอน ได้รับการจัดอันดับเป็น Top 5 ของ Law School ที่มี Research Intensity เข้มข้นมากที่สุดในอังกฤษ แถมการเรียนแบบ Seminar ในคลาสเล็กๆ ยังทำให้เราต้องเตรียมตัวก่อนเรียนอย่างดี ทำให้หลายๆคนที่จบจากที่นี่ ได้ทำงานใน Law firm ชื่อดังกันแทบทั้งนั้น

หลักสูตร LL.M ที่ University of Bristol
– LL.M Law – Banking and Finance Law
– LL.M Law- Health , Law and Society
– LL.M Law – Employment, Work and Equality
– LL.M Law – Company Law & Corporate Governance
– LL.M Law – Commercial Law
– LL.M Law – International Commercial Law
– LL.M European Legal Studies
– LL.M General Legal Studies
– LL.M Human Rights Law
– LL.M International Law
– LL.M International Law and International Relations
– LL.M Labour Law and Corporate Governance
– LL.M Law and Globalisation
– LL.M Public Law


ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– LL.M in Commercial Law,
– LL.M in International Law,
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in Maritime Law


Bournemouth University อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยดี ในเมืองริมทะเล น่ารัก อยู่ง่าย ผู้คนเป็นมิตร มีบ้านพักคนดังระดับโลกอย่าง David Beckham อยู่ด้วย แถมยังใกล้ลอนดอนนั่งรถไฟไม่ถึง 2 ชั่วโมง

หลักสูตร LL.M ที่ Bournemouth University
– LL.M Intellectual Property
– LL.M International Commercial Law
– LL.M International Tax Law
– LL.M Legal Practice
– LL.M Public International Law

ก.ต. รับรอง
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in Intellectual Property Law


Queen Mary, University of London มหาวิทยาลัยในเครือ University of London อีกหนึ่ง Law School ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาที่เปิดสอนหลักสูตรทางด้านกฎหมายมากที่สุดในอังกฤษ มากถึง 23 หลักสูตรด้วยกัน

หลักสูตร LL.M ที่ Queen Mary, University of London
– LL.M Art, Business and Law
– LL.M Banking and Finance Law
– LL.M Commercial and Corporate Law
– LL.M Comparative and International Dispute Resolution
– LL.M Competition Law
– LL.M Criminal Justice
– LL.M Energy and Natural Resources Law
– LL.M Environmental Law
– LL.M European Law
– LL.M Human Rights Law
– LL.M Immigration Law
– LL.M Insurance Law
– LL.M Intellectual Property Law
– LL.M International Business Law
– LL.M International Economic Law
– LL.M International Shipping Law
– LL.M Law and Economics (Joint with the School of Economics and Finance)
– LL.M Legal Theory
– LL.M Medical Law
– LL.M Public International Law
– LL.M Regulation and Compliance
– LL.M Tax Law
– LL.M Technology, Media and Communications Law
– LL.M Master of Laws


ก.ต. รับรอง
รับรองแบบธรรมดา
– LL.M Master of Laws
– LL.M International Business Law
– LL.M Banking and Finance Law
– LL.M Commercial and Corporate Law
– LL.M Computer and Communications
– LL.M Comparative and International Dispute Resolution
– LL.M Insurance Law
– LL.M Media Law
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M Tax Law
– LL.M Intellectual Property Law
– LL.M Environmental Law


Nottingham Trent University อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเมือง Nottingham เมืองแห่งมหาวิทยาลัยชั้นดีของประเทศอังกฤษ ซึ่ง Nottingham Trent University จัดอยู่ในกลุ่ม Modern University หรือกลุ่มมหาวิทยาลัยใหม่ที่เน้นการสอนแบบนำไปใช้ได้จริง และยังได้รับรางวัล University of the Year ของอังกฤษประจำปี 2019 อีกด้วย

หลักสูตร LL.M ที่ Nottingham Trent University
-LL.M Sports Law
-LL.M General Law
-LL.M Intellectual Property
-LL.M Corporate and Insolvency Law
-LL.M Health Law and Ethics
-LL.M International Financial Law
-LL.M International Trade and Commercial Law
-LL.M Oil, Gas and Mining Law
-LL.M Human Rights and Justice

ก.ต. รับรอง
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
-LL.M International Trade Law

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake


เรียนต่อป.โทอังกฤษเดือนมกราคมก็ได้นะ “5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake” 

อยากไปเรียนต่ออังกฤษ แต่รอถึงกันยาปีหน้าไม่ไหว ไม่ต้องเครียดไปค่ะ ยังมีมหาวิทยาลัยในอังกฤษอีกหลายแห่งที่เปิดเรียนรอบเดือนมกราคม รอน้อง ๆ อยู่!! ขั้นตอนการสมัครเรียนและเอกสารที่ต้องใช้ก็เหมือนกันกับรอบกันยายนเลย มหาวิทยาลัยจะพิจารณารับเข้าเรียนแบบ First Come First Serve ใครสมัครก่อนก็ได้รับการพิจารณาก่อน มีเปิด Pre-Sessional English ด้วย ซึ่งคอร์ส PSE นี้พี่แมงโก้แนะนำให้ไปเรียนเพื่อปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษของเราให้พร้อมสำหรับการเรียนระดับป.โท และยังได้ไปพบเจอเพื่อนใหม่ก่อนเข้าเรียนจริงด้วยนะคะ

สำหรับมหาวิทยาลัยที่เปิดรอบ Jan Intake พี่แมงโก้แนะนำตามนี้เลยค่าา

  1. Regent’s University London

regents-1

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • Management
  • Luxury Brand Management
  • International Business
  • Oil & Gas Trade Management
  • International Fashion Marketing
  • Finance with Specialisations
  • Digital Marketing & Analytics

IELTS – Overall score of 6.5, with 6.0 or above in all 4 component parts


  1. Nottingham Trent University

nottingham-trent

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc Finance 
  • MSc Management
  • MSc Marketing
  • MSc Branding and Advertising
  • MSc Management and International Business

IELTS – Overall score of 6.5 with no element under 5.5


  1. Coventry University, London campus

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc Enterprise and Innovation
  • MSc Financial Technology (FinTech)
  • MSc Global Finance
  • MSc Global Financial Trading
  • MSc International Fashion Marketing
  • MSc International Hospitality and Tourism Management
  • MSc International Project Management
  • MSc Enterprise and Innovation with Extended Professional Practice
  • MSc Financial Technology (FinTech) with Extended Professional Practice
  • MSc Global Financial Trading with Extended Professional Practice
  • MSc International Fashion Marketing with Extended Professional Practice
  • MSc International Hospitality and Tourism Management with Extended Professional Practice
  • MSc International Project Management with Extended Professional Practice
  • MBAGlobal Business
  • MBA International Fashion Management
  • MBA International Human Resource Management
  • MBA International Marketing

IELTS – Overall score of 6.5


  1. Bournemouth University

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc International Management
  • MSc Innovation Management & Entrepreneurship
  • MSc Marketing Management
  • MSc Management with Human Resources
  • MSc Management with Project Management
  • MSc Retail Management & Marketing

IELTS – Overall score of 6.0 with a minimum of 5.5 in each component


  1. University of East Anglia

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MBA

IELTS – 6.5 overall with a minimum of 6.0 in each component 

*สำหรับหลักสูตร MBA ของ UEA ในรอบเดือนมกราคมจะไม่มีเปิดสอน Presessional English Corse ดังนั้นน้อง ๆ ต้องได้คะแนนไอเอลตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดนะคะ


เพราะอย่างงี้พี่แมงโก้เลยอยากให้น้อง ๆ ที่อยากเข้า Jan Intake เริ่มเตรียมตัวสมัครเรียนกันตั้งแต่ตอนนี้เลย จะได้ไม่พลาดโอกาสไปเปิดโลกการเรียนและใช้ชีวิตที่อังกฤษที่อาจจะเปลี่ยนน้องให้เป็นคนใหม่ในเวลา 1 ปีนี้เลยก็ได้!! 

ใครยัง งง ๆ ไม่รู้จะเริ่มสมัครเรียนรอบเดือนมกราคมยังไง ถามพี่แมงโก้มาได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือโทร. 02-129-3313 พี่แมงโก้ผู้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ พร้อมให้คำปรึกษาฟรี!! แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยจ้าา

เรียนต่อ MBA ที่อังกฤษ แบบไม่ต้องใช้คะแนน GMAT!


 

พอคิดว่าจะได้ต่อโท.ด้าน Business พี่แมงโก้เชื่อว่า MBA คงเป็นหลักสูตรที่น้องๆหลายๆคนคิดถึงเป็นหลักสูตรแรกๆ โดยเฉพาะน้องๆที่ทำงานมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป และต้องการเติบโตไปในระดับ Management Level ขององค์กร เพราะหลักสูตร MBA เน้นสอน Soft Skills ในการทำธุรกิจ และเน้นให้นักเรียนทุกคนในห้องแชร์ประสบการณ์การทำงานของแต่ละคน ซึ่งไม่จะเป็นว่าคนที่เรียน MBA จะต้องจบสาย Business เท่านั้น จะจบอะไรมาก็เรียนได้ แต่จะต้องมีประสบการณ์ทำงานมาบ้าง เพื่อที่จะได้มาแชร์มุมมองทางธุรกิจจาก Background ที่ต่างกันในแต่ละสาขาอาชีพ เกือบทุกมหาลัยที่อังกฤษมีหลักสูตร MBA 

แต่ในส่วนใหญ่แล้วการที่จะเข้าหลักสูตร MBA ได้จะต้องมีคะแนนที่เรียกว่า GMAT หรือชื่อเต็มๆ คือ Graduate Management Admission Test® คะแนนวัดระดับควสมสามารถในด้านวิชาการ เป็นข้อสอบที่หากใครคิดจะไปเรียน MBA ที่อเมริกาต้องมีคะแนนตัวนี้ยื่นไปในการสมัครอีกด้วยค่ะ ถือว่าเป็น Requirement เลยทีเดียว! นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยบางที่ในประเทศอังกฤษก็ต้องการคะแนน GMAT เช่นกัน 

การสอบ GMAT จะแบ่งเป็น 3 ส่วน 

  1. การเขียน (Analytic Writing Assessment: Issue & Argument)
  2. คณิตศาสตร์ (Quantitative) 
  3. ภาษาอังกฤษ (Verbal) ข้อสอบการเขียน (AWA) 

แต่รู้หรือไม่ว่ามหาวิทยาลัยระดับต้นๆ ของประเทศอังกฤษก็เปิดรับนักเรียนเข้าหลักสูตร MBA โดยไม่ต้องไปสอบ GMAT เลยนะ!  แต่ถึงจะไม่ต้องใช้คะแนนในการสมัครเข้าหลักสูตร MBA กับมหาวิทยลัยเหล่านี้ ทางมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ในอังกฤษจะประเมินความสามารถของผู้สมัครโดยการสัมภาษณ์รวมไปถึงข้อมูลที่ยื่นในการประกอบการสมัครแทน 

มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษที่ไม่ต้องใช้คะแนน GMAT ในการสมัครหลักสูตร MBA 

  1. University of Edinburgh 
  2. Durham University
  3. University of Exeter
  4. University of Nottingham
  5. University of Kent
  6. University of Essex
  7. Coventry University 
  8. Newcastle University 
  9. University of East Anglia 

 

พี่แมงโก้จะพาไปดูว่าหลักสูตร MBA ของแต่ละมหาวิทยาลัยมีจุดเด่นอะไรบ้าง

review-edin

The Edinburgh MBA, University of Edinburgh

อันดับ 8 ของหลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดใน UK 2019 จาก The Economist ทำให้คนทั่วโลกอยากมาเรียน เข้ายาก คลาสไม่ใหญ่ เพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลจากอาจารย์ผู้สอนเกือบจะตัวต่อตัว นักเรียนสามารถเลือกสาขาที่ต้องการจะโฟกัสได้จาก 3 สาขา คือ Finance, Strategy และ Entrepreneurship เพื่อไปต่อในการทำงานได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น และยังมีทริปไป Highlands ที่เที่ยวยอดนิยมของสกอตแลนด์ เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรม และได้รู้จักเพื่อนในคลาสให้ดียิ่งกว่าเดิม เพราะต้องเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดกันไปอีก 1 ปี อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ปี

21-durhamuniversitybusinessschool

The Durham MBA, Durham University

เป็นอันดับ 4 ของหลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดในอังกฤษปี 2019 จาก The Economist เน้นสอนแนว Practical ทั้งสกิลการสื่อสาร ความคิดวิเคราะห์ และการมองโลกให้แง่มุมที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ มีให้ไปดูงานในต่างประเทศ ซึ่งน้องๆจะต้องเรียนภาษาที่ 3 ที่ใช้ในประเทศที่น้องๆไปดูงานด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มอีกสกิลประจำตัวที่น่าสนใจเลย และยังสามารถเลือก Pathway ที่จะเจาะลึกไปในสาขาที่น้องๆอยากเน้นด้วย มีตั้งแต่ Entrepreneurship, Consultancy, และ Technology อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ปี

exeter

The Exeter MBA, University of Exeter

Exeter Business School เป็นหนึ่งใน 1% ของ Business School ในโลกนี้ที่ได้ Triple Accreditation เน้นสอนให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหาร โดยถ้าใครยังไม่มี Business Background มาก่อน ก็จะมีเปิดสอน Pre-sessional (Accounting, Finance) ก่อนเปิดเทอม มีกิจกรรมออกทริป team building ที่ Dartmouth เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรมและได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในชั้นเรียนก่อนเปิดเรียนจริง และยังเน้นทำกิจกรรมร่วมกับบริษัทและมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ โดยหลาย ๆ วิชาจะมี guest speaker จากผู้ที่ทำงานในบริษัทชั้นนำมาร่วมบรรยาย พร้อมกับ Two-day ‘Leading in a Global Context’ trip to London เพื่อประสบการณ์ในเมืองหลวงศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของโลก กิจกรรมแน่นขนาดนี้ ทำให้อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 29 ปี

 

nottingham

The Nottingham MBA, University of Nottingham

เน้นสอนให้นักเรียนมี Soft Skills ที่จำเป็นในการบริหาร ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจของการเป็นผู้บริหารที่ดี ด้วย Connections ที่ดีของมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม กับ Nottingham Companies อย่าง Boots และ Business Practice Week ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เยี่ยมชมบริษัทชื่อดังระดับโลก ทั้งใน Nottingham และ London อย่างเช่น Citibank, Deloitte, Barclays, Bloomberg, JCB, Royal London Asset Management เป็นต้น นอกจากนี้แต่ละปีจะมีทริปให้เลือกไปดูงาน เช่นที่ประเทศจีน มาเลเซีย หรือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างทริปที่อเมริกาคือจะพาไปดูงานที่บริษัทชั้นนำใน New York City และ Washington DC เช่น JP Morgan Chase, Bloomberg, Inter-American Development Bank, Fox News อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปี

kent

The Kent MBA, University of Kent

เพรา University of Kent สร้างหลักสูตรมาจาก 3 หลัก คือ Observe, Create, Practice ทำให้การเรียนการสอนจะอิงจาก 3 หลักนี้ทั้งหมด เริ่มจากสอนให้นักเรียนเข้าใจองค์กรอย่างถ่องแท้ (Observe) ช่วยแนะนำให้น้องๆสร้างกรอบการทำงานในองค์กร (Create) และนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้กับองค์กรที่น้องๆต้องกลับไปทำงานจริง (Practice) ผ่าน Case Study, ทริปดูงานในยุโรป, Consultancy and Negotiation Skills Week, Business Start-Up Week, Guest Speaker จากบริษัทชั้นนำ, และ 1 to 1 Executive Coaching ที่จะทำให้นักเรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเองได้เป็นอย่างดี อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

essex-uni_190311_0043-copy

The Essex MBA, University of Essex

MBA Director ที่นี่ไม่ธรรมดาเลย เป็นผู้เชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์ให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลกมากว่า 20 ปี ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นอาจารย์ที่ Essex Business School มี Director’s Workshop ที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนผ่านการเรียนรู้จาก Business Issues ที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากจะได้เรียนการบริหาร และฝึก Soft Skills แบบ 360 องศาแล้ว ในหลักสูตรยังมีวิชา Data and Analytics ที่กำลังฮอตฮิตสุดๆในตอนนี้ และยังพาไปเยี่ยมชมธุรกิจชั้นนำ และแหล่งเพาะบ่มธุรกิจ (Business Incubators) ในประเทศอังกฤษ ทำให้นักเรียน MBA ของที่นี่ ได้พูดคุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ และได้เรียนกับคนที่ทำงานในบริษัทระดับโลก อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

MBA, Coventry University

Coventry University เป็นหนึ่งในกี่มหาลัย ที่เปิดรับนักเรียน MBA แบบไม่ต้องมีประสบการณ์ ถ้าใครเรียนจบแล้วอยากมาต่อ MBA เพื่อไปใช้ในธุรกิจที่บ้านไม่ควรพลาดที่นี่ เพราะมีหลากหลายสาขาให้เลือก คือ Global Business, Global Finance Services, International Fashion Management, International Human Resource Management, International Marketing ที่น้องๆสามารถเลือกเรียนได้ตามต้องการ และยังได้เรียนใน London Campus ไม่ต้องพูดถึง Opportunity ที่ประเมินค่าไม่ได้ และประสบการณ์ที่อาจารย์จะพาไปเรียนกับธุรกิจจริงๆในลอนดอน พร้อมทั้งเพื่อนๆในห้องที่เป็นนักเรียนไทย ส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆที่มีธุรกิจที่บ้านกันอยู่แล้ว เรียกได้ว่ามาเรียนอังกฤษ แต่ได้ Connection เมืองไทยกลับไปเพียบ อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

 

MBA, Newcastle University 

Newcastle University Business School เป็น 1 ใน 54 สถาบันทั่วโลกที่ได้รับการรับรองแบบ Triple-accreditation หรือเป็นการรับรองคุณภาพทางการศึกษาของทางมหาวิทยาลัยเลยนะ! นอกจากจะเป็นหนึ่งในมหาลัยใน Russell Group แล้ว ยังเป็นมหาลัยที่ผู้ประกอบการจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ให้ความสนใจในการมาเรียน MBA ที่ Newcastle University อีกด้วยนะ อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 33 ปี

 

 

Norwich Business School, University of East Anglia 

สำหรับหลักสูตร MBA ของ University of East Anglia นั่นมีชื่อเรียกว่า Norwich Business School ในคลาสการเรียนของหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยนี้จะเน้นในคลาสเรียนเล็กๆ เพื่ออาจารย์จะได้ดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังเปิดมาแล้วถึง 25 ปี ดังนั้นเรื่องของคุณภาพให้การสอนมีอยู่เต็มที่อย่างแน่นอนค่ะ ได้ทั้งประสบการณ์ ความคิดใหม่ๆ และ Connection อีกด้วยนะคะ อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 33 ปี

ใครถูกจริตกับ MBA ของที่ไหนก็เลือกเรียนกันได้ตามต้องการเลย แต่ถ้าอยากสมัครเรียน MBA พร้อมข้อมูลคอนเซ้าท์แบบเจาะลึก จัดเต็ม ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ไปเรียน MBA ตอนนี้ยังทันน้า 🙂