รีวิวเรียนต่อ LL.M. ที่ Queen Mary University of London


Queen Mary University of London หรือเรียกสั้นๆ ว่า QMUL เป็นมหาลัยในประเทศอังกฤษที่น้องๆ กฏหมายนิยมไปเรียนต่อป. โทกันมากๆ เลยค่ะ และน้องๆ คนไหนที่กำลังดูมหาลัยนี้ไว้ วันนี้พี่แมงโก้จะมารีวิวการเรียนต่อ LL.M. ที่ Queen Mary University of London แบบละเอียดเลย! แต่ก่อนที่จะไปดูรีวิว เรามาทำความรู้จักกับมหาลัยนี้กันก่อนดีว่า 

 

  • QMUL เป็นมหาลัยที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน มีอยู่ 5 Campus ด้วยกัน กระจายตัวอยู่แถว East และ Central London แคมปัสหลักของมหาลัยนี้คือ Mile End Campus และ Law School จะอยู่ใจกลางเมืองที่สถานี Holborn
  • มหาลัยนี้อยู่ในเครือ University of London เช่นเดียวกับ UCL, King’s College London และ Royal Holloway นักศึกษาของมหาลัยในเครือสามารถใช้ห้องสมุดและหอพักร่วมกันได้ 
  • Queen Mary University of London นอกจากจะเป็นมหาลัยในเครือ University of London แล้ว ยังเป็นมหาลัยใน Russell Group ที่ถือรับรองคุณภาพของมหาลัยได้อย่างดีเลยค่ะ 
  • ติดอยู่ใน Top 20 University in the UK ปี 2021 ด้วยค่ะ 
  • มหาลัยที่มีหลักสูตร ก.ต. รับรองมากที่สุดในประเทศอังกฤษ

 

หลักสูตรของ Queen Mary University of London ที่ได้ .. รับรองทั่วไป

 

– Master of Laws (LL.M.,)

– Master of Laws in International Business Law,

– Master of Laws in Banking and Finance Law,

– Master of Laws in Commercial and Corporate Law,

– Master of Laws in Computer and Communications,

– Master of Laws in Comparative and International Dispute Resolution,

– Master of Laws in Insurance Law,

– Master of Laws in Media Law,

 

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

 

– Master of Laws in Tax Law

– Master of Laws in Intellectual Property Law

– Master of Laws in Environmental Law

รู้จัก QMUL ในมุมเบื้องต้นแล้ว มาดูรีวิวของการเรียน LL.M. ที่มหาลัยนี้กันเลยดีกว่า! 

 

LL.M. ที่ QMUL เรียนแบบไหน

ที่ QMUL การเรียน LL.M. จะเป็นคลาสแบบผสม จะมีทั้งคลาสที่เป็น Lecture ที่จะเป็นห้องเรียนใหญ่ และคลาส Seminar คลาสเรียนที่เล็กลง

 

คลาส Lecture กับ คลาส Seminar แตกต่างกันยังไง? 

 

การเรียนการสอนที่ประเทศอังกฤษเน้นในเรื่อง Critical Thinking มากๆ ค่ะ และคลาส Seminar จะทำให้น้องๆ ได้คิดวิเคราะห์อย่างเต็มที่! 

ในคลาส Lecture จะเป็นคลาสที่อาจารย์สอนเนื้อหาจากบนเรียน อธิบายให้น้องๆ ได้เข้าใจ แต่จากที่น้องๆ ของเราได้กระซิบมา สิ่งสำคัญคือการอ่าน Reading materials ที่อาจารย์มีให้ก่อนเข้าคลาสเพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้นน้าา

ในส่วนของคลาส Seminar อย่างที่พี่แมงโก้ได้บอกไป จะเป็นคลาสที่เล็กลงและจะเน้นในเรื่องของการ Discuss กัน เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับหัวข้อที่อาจารย์ได้บอกไปก่อนล่วงหน้า น้องๆ อาจจะกลัวคลาส Seminar เพราะไม่อยากตอบคำถามที่ผิด แต่จริงๆ ไม่ต้องกลัวเลย! เพราะในคลาส Seminar ไม่มีถูกและผิด พี่แมงโก้แนะนำให้น้องๆ พยายามแลกเปลี่ยนไอเดียในคลาสนี้นะคะ นอกจากเราจะได้ไอเดียใหม่ๆ แล้ว เรายังได้ใช้ภาษาในการสื้อสารอีกด้วย ไม่ยากอย่างที่ทุกคนกลัวเลย! 

 

เรียนในกรุงลอนดอนแตกต่างจากเมืองอื่นยังไง? 

รีวิวสุด Exclusive จากน้องบุ๊งที่เรียนใบสองที่ QMUL สาขา Banking and Finance Law น้องได้ลองใช้ชีวิตทั้งนอกกรุงลอนดอนและในเมือง การเรียนในกรุงลอนดอนรวมไปถึงการใช้ชีวิตจะมีความรวดเร็ว โดยเฉพาะชีวิตประจำวัน เพราะคนในกรุงลอนดอนดูรีบตลอดเวลาเมื่อเทียบกับนอกเมืองที่จะมีความ Slow life มากกว่า 

ส่วนค่าครองชีพในลอนดอนขึ้นอยู่กับ Lifestyle ของแต่ละคนเลยค่ะ แต่น้องบุ๊งได้กระซิบมาว่าตกวันละ 15-20 ปอนด์ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ ใช้ชีวิตแบบไหน 

นอกจากเรื่องความรวดเร็วในการใช้ชีวิต การเรียนในกรุงลอนดอนก็มีหลายสิ่งให้น้องๆ ได้เลือกเอ็นจอยหลังคลาสเรียน เช่นร้านอาหารต่างๆ คาเฟ่และที่เที่ยวอีกมากมาย แน่นอนว่ามีสีสันแสงสีเยอะกว่าเรียนนอกเมืองแน่นอน 

ใครที่ชอบในแสงสีเสียง บอกเลยว่าเหมาะกับชีวิตนักเรียนกรุงลอนดอนมากกๆ 

ดูรีวิวของน้องบุ๊งเต็มๆ ได้ที่นี่เลยจ้าา >> click to watch! 

 

จะจบ LL.M. ที่ QMUL ยังไง? 

น้องๆ ที่เรียน Law School ที่ Queen Mary University of London จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 10,000 คำ น้องๆ สามารถเขียนอีเมลหาอาจารย์หากสงสัยตรงไหนได้เลยค่าา 

และหากน้องๆ อยากรู้เกี่ยวกับมหาลัยนี้และการเรียน Pre-sessional ก่อนเริ่มเปิดเทอมป. โท สามารถไปดูได้ตามลิงค์นี้เลยน้าา >> click to watch!

น้องๆ กฏหมายที่อยากไปเรียนต่อที่ Queen Mary University of London แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหนอะไรอย่างไร มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

รีวิว MBA มหาวิทยาลัย Exeter


University of Exeter ตั้งอยู่ในโซน South West ของประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 2.30 ชั่วโมงแต่ถือว่าเป็นเมืองที่อบอุ่นมากๆ เลยค่ะ! และยังเป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ เลย เพราะได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ในประเทศไทยและในระดับโลกอีกด้วย หลักสูตรที่ University of Exeter ก็ได้รับรองเป็น CFA affliate program อีกด้วยนะ! 

ที่ University of Exeter เต็มไปด้วยธรรมชาติรอบตัวเลย แถมยังมีนักศึกษามาเรียนจากหลากหลานประเทศให้น้องๆ ได้แลกเปลี่ยนไอเดีย การได้อยู่กับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายจะช่วยกระตุ้น Innovation creative thinking ด้วยนะ บอกเลยว่าเรียนที่นี่ต้องสนุกและเต็มไปด้วยประสบการณ์อย่างแน่นอนค่ะ 

แล้วการเรียน MBA ล่ะ? เหมาะกับใครกันนะ? หลักสูตร MBA เหมาะสพหรับน้องๆ ที่มีประสบการณืทำงานอย่างน้อยๆ 3-5 ปีค่ะ เพราะเพื่อนๆ ในห้องที่มาจากต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานประมาณ 10 ปี หากน้องๆ มีประสบการณ์การทำงานน้อยมากๆ อาจจะตามเพื่อนๆ ไม่ทัน พี่แมงโก้เลยอยากแนะนำโปรแกรมนี้ให้น้องๆ ที่พอมีประสบการณ์จากการทำงานมาแล้วค่ะ 

น้องๆ คนไหนที่กำลังคิดจะไปเรียนต่อ MBA ที่มหาลัยนี้ เรามาทำความรู้จักเกียวกับที่นี่เพิ่มเติมกันดีกว่า 

  • TEF Gold award ได้รับการการันตีคุณภาพการเรียนการสอนสูงสุด 
  • University of Exeter อยู่ใน Russell Group university และได้อยู่เป็นอันดับที่ 3 เลย
  • มี 3 วิทยาเขต : Streatham, St Luke’s, และ Penryn อยู่ในเมือง Exeter ทั้งหมด 
  • มี Application ชื่อ iExeter ช่วยให้น้องๆ นักศึกษาดูตารางเวลาเรียนและอื่นๆ ง่ายขึ้น

The Exeter MBA อยู่ภายใต้  University of Exeter Business School ซึ่งก็มีตึกเรียนเป็นของตัวเอง เข้าได้แค้เพียงเด็ก MBA เท่านั้นนะคะ เพราะต้องมี Keycard ในการเข้าห้องแต่ละห้อง ในการเรียน MBA ที่มหาลัยนี้จะมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ 

  1. Full time MBA : หรือที่น้องๆ เรียนกันค่ะ เป็นการเรียน MBA แบบนักศึกษาเต็มตัว จะใช้เวลาในการเรียนทั้งหมด 1 ปีด้วยกัน การเรียนการสอนก็จะมีความเข้มข้นตามแบบของ MBA เลยค่ะ 
  2. Executive MBA : ส่วนหลักสูตรนี้จะเป็นการเรียน MBA แบบ part-time ส่วนใหญ่จะเป็นวัยที่ทำงานและบริษัทส่งมาเรียน มีเรียนรวมกับนักศึกษา Full time ด้วย แต่ขึ้นอยู่กับวิชา ส่วนใหญ่จะเรียน Module ละเดือนหรือ 2-3 เดือน จบใน 2-3 ปี เพราะการเรียนแบบ Executive MBA จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าค่ะ แต่จะเป็นสำหรัยคนที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย 

ในคลาสเรียน MBA ที่ University of Exeter จะเป็นคลาสเล็กๆ ประมาณ 30-40 คน เพื่ออาจารย์จะได้ดูแลนักศึกษาทุกคนได้อย่างทั่วถึง และนักศึกษา MBA ต่างชาติส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานมา 10 ปี แต่น้องๆ ที่เพิ่งทำงาน 3-5 ปีก็สามารเรียน MBA ได้ที่นี่นะคะ

การเรียนการสอนที่ The Exeter MBA 

การเรียนที่ The Exeter MBA จะเป็นการเรียนที่รวมกันไว้หลายแบบ มีทั้งคลาส Lecture และคลาสที่เป็น Presentation ซึ่งค่อนข้างจะเยอะมากๆ ในคลาส Lecture มีอาจารย์สอนเป็นหลัก แต่จะมี Guest speaker ต่างๆ มาให้ความรู้ด้วย เช่นอาจารย์จากมหาลัยอื่นและเจ้าของธุรกิจ (เช่น SAP และ IBM) เพื่อมาเล่าปประสบการณ์ตรงให้น้องๆ ได้ฟังเลยนะ! 

 

การ Presentation เป็นยังไง

พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ หลายคนอาจจะไม่ชินกับการเรียนที่ต้องมีการ Presentation ด้วย แต่ที่ The Exeter MBA เป็นสิ่งที่สำคัญเลยค่ะ เพราะมีการ present งานเยอะมาก นอกจากนั้น อาจารย์ยังอยากให้คนที่พรีเซนต์ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนในห้องด้วย จึงมี tools ต่างๆ ให้น้องๆ ได้ใช้ในการพรีเซนต์ไอเดีย นอกจากนั้นยังมีการ record ไว้ด้วยสำหรับใครที่อยากดูอีกรอบ 

การได้ Present หน้าห้องของ The Exeter MBA จะช่วยให้น้องๆ มีความมั่นใจมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ เพราะในห้องเรียนทุกคนจะ interactive มากๆ ไม่เขินอย่างแน่นอน! 

 

เรียนที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง?  

 * MBA Speaker series: การเรียนที่ The Exeter MBA จะมีสิ่งที่เรียกว่า Speaker series เป็นการให้ guest speakers ที่มีประสบการณ์มากมายมาพูดเพื่อให้ความรู้ใหม่ๆ กับน้องๆ โดยปกติจะมี guest speaker เดือนละครั้ง 

 * Startup weekend: น้องๆ ที่เรียนที่ The Exeter MBA จะได้ pitch idea ใหม่ๆ กับธุรกิจ และได้ลงสนามจริงๆ กับการทำงาน ได้ทำ survey ต่างๆ ทำงานกับคนจริงๆ เลยค่ะ ถือว่าได้ใช้ความรู้นอกห้องเรียนแบบเต็มๆ เลยนะ! 

 * Leadership: ที่นี่จะมีการใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจทีเดียวเลยค่ะ โดยสอนเรื่อง leadership ในการใช้วง Orchestra แต่ไม่มี conductor ให้น้องๆ ได้เข้าใจว่าจะสามารถให้วงเล่นดนตรีอย่างไรโดยไม่มีผู้นำ

 * Consultancy Project: ในเทอมที่ 3 นักศึกษาในหลักสูตรนี้จะได้ลองทำงานจริงๆ เป็น project จบที่น้องๆ ต้องทำงานกับลูกค้าจริงๆ ช่วยแก้ปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอ ทำให้น้องๆ ได้ฝึกไปในตัวเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะมีอาจารย์คอยช่วยให้คำปรึกษาเราอยู่ตลอดเลย 

 

University of Exeter ดียังไง

อย่างที่ได้พูดไปตั้งแต่ต้นแล้ว มหาลัยนี้มีมุมธรรมชาติเยอะมาก น้องๆ เครียดจาการเรียนก็สามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ตามสบายเลย นอกจากนั้น มหาลัยนี้ยังสอนให้คำนึงถึง Sustainable business อีกด้วย 

การเรียนที่นี่ก็เป็นคลาสเล็กๆ ทำให้อาจารย์สามารถดูแลนักศึกษาได้ทั่วถึง ซึ่งอีกข้อดีก็คืออาจารย์ที่สอนแต่ละวิชามีความใส่ใจกับเด็กๆ มาก มีคำถามอะไรคืออาจารย์ยินดีตอบตลอดค่ะ 

นอกจากนั้นยังเป็นอีกหนึ่งมหาลัยที่สามารถขอทุนการศึกษาได้อีกด้วยน้าาาา 

อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม เรามี video ให้น้องๆ ดูเพลินๆ จ้า! มาดูเลย~! 

Review The Exeter MBA แบบสุด Exclusive >> click to watch

Insight ของน้องๆ นักเรียน MBA ที่ Exeter >> click to watch

น้องๆ คนไหนที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมทักมาถามพี่ๆ แมงโก้ได้เลย! เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนั้นจ้าา โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning 

รีวิว เรียนต่อ Finance ที่มหาวิทยาลัย Exeter


University of Exeter ตั้งอยู่ในโซน South West ของประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 2.30 ชั่วโมงแต่ถือว่าเป็นเมืองที่อบอุ่นมากๆ เลยค่ะ! และยังเป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของสาขา Finance มากๆ เลย เพราะได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ในประเทศไทยและในระดับโลกอีกด้วย หลักสูตรที่ University of Exeter ก็ได้รับรองเป็น CFA affliate program อีกด้วยนะ! 

น้องๆ คนไหนที่กำลังคิดจะไปเรียนต่อที่มหาลัยนี้ในสาขา Finance เรามาทำความรู้จักเกียวกับที่นี่เพิ่มเติมกันดีกว่า 

  • TEF Gold award ได้รับการการันตีคุณภาพการเรียนการสอนสูงสุด 
  • University of Exeter อยู่ใน Russell Group university และได้อยู่เป็นอันดับที่ 3 เลย
  • มี 3 วิทยาเขต : Streatham, St Luke’s, และ Penryn อยู่ในเมือง Exeter ทั้งหมด 
  • มี Application ชื่อ iExeter ช่วยให้น้องๆ นักศึกษาดูตารางเวลาเรียนและอื่นๆ ง่ายขึ้น 

รู้จักเรื่องทั่วไปของมหาลัยนี้แล้ว เรามาพูดถึงเรื่อง การเรียนสาขา Finance ที่ University of Exeter กันดีกว่า! นักศึกษาที่เรียนสาขา Finance จะมีตึกเรียนแยก มีชื่อว่าตึก Xfi เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาได้โดยเงินบริจาคจาก alumni ต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในสายงาน Finance แต่ไม่ประสงค์ออกนาม แค่นี้ก็เท่ไม่เบาแล้วนะคะ 

(Xfi Building)

ส่วนในเรื่องของหลักสูตร ที่มหาลัย Exeter นั้นมีตั้งแต่ Accounting and Finance, Finance and Management, Finance and Investment, Finance and Marketing ไปถึง Finance Analysis and Fund Management เลยย อีกสิ่งที่ทำให้มหาลัยนี้น่าสนใจมากๆ คือน้องๆ ที่อยากได้ CFA จะได้รับการเทรนจาก professional CFA trainer และเมื่อน้องๆ จบหลักสูตรจะได้สอบ CFA level 1 อีกด้วยค่ะ เนื่องจากว่า University of Exeter เป็น partner กับ CFA 

หลักสูตรสาขา Finance ที่มีเปิดสอนที่ University of Exeter 

  • MSc Financial Analysis and Fund Management 
  • MSc Finance and Investment 
  • MSc Finance and Marketing 
  • MSc Finance and Management 
  • MSc Financial Technology (Fintech)
  • MSc Money, Banking and Finance 
  • MSc Financial Economics
  • MSc Financial Mathematics

การเรียน Finance ที่ University of Exeter เป็นยังไง

ก่อนอื่นเลย ต้องแบ่งการเรียน Finance ที่ University of Exeter เป็น 2 Module คือมีการเรียนแบบ 9 เดือน และ 12 เดือน 

 

Module 9 เดือน : การเรียนแบบ 9 เดือนใช้ระยะเวลาสั้นกว่า เรียนจบเร็วกว่าและไม่มีการทำ Disseration ปีการศึกษาจะถูกแบ่งออกเป็น 2 เทอม สามารถเลือกได้ว่าในแต่ละเทอมน้องๆ จะเรียนกี่ตัว  วิชาที่เรียนทั้งหมดคือ 12 วิชาด้วยกัน  

โดยปกตินักศึกษาที่เรียน 9 เดือนจะเลือกเป็นเทอมแรก 5 วิชา ส่วนเทอมที่ 2 จะเป็นอีก 7 วิชาที่เหลือ แต่น้องๆ สามารถเลือกเป็นเทอมละ 6 วิชาได้เหมือนกันนะคะ เป็นการเรียนที่ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว ถือว่าต้องขยันมากๆ เพราะน้องๆ จะมีเวลาในการเตรียมตัวค่อนข้างน้อย แต่พี่แมงโก้เชื่อว่าไม่ใช่อะไรที่ยากเกินไปค่ะ น้องๆ ที่ตั้งใจเรียนได้อยู่แล้ว

Module 12 เดือน : เป็นการเรียนแบบเต็มปี จะต่างกับการเรียนแบบ 9 เดือนเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ ในการเรียน 13 เดือน น้องๆ จะได้เรียนทั้งหมด 3 เทอม เทอมที่ 3 จะเป็นเวลาที่น้องๆ จะได้ทำ Dissertation ค่ะ วิชาทั้งหมดในการเรียน 12 เดือนที่น้องๆ จะต้องเรียนมีแค่ 9 วิชาเท่านั้น เลือกเรียนได้เลยว่าเทอมไหนจะเรียนกี่ตัว ข้อดีของการเรียน 12 เดือนคือน้องๆ จะมีเวลาเพิ่มขึ้นในการเรียน ไม่เรียนโหดเท่า 9 เดือนค่ะ แต่ยังไงก็ต้องจัดการเวลาให้ดีนะคะ เพราะทั้งสองแบบมี Reading material ที่ต้องการการเตรียมตัวเยอะเหมือนกันค่ะ 

** Note: การเรียนทั้ง 2 Module มี requirement ว่าน้องๆ จะต้องเรียนให้ครบ 180 credits ถึงจะจบได้ค่ะ

ที่ University of Exeter ส่วนใหญ่จะเรียนเกือยทุกวัน โดยเฉพาะน้องๆ ที่เรียน Module แบบ 9 เดือน และการจัดสรรเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยทีเดียวค่ะ 

นอกจากในห้องเรียนแล้ว ทางมหาลัยยังมี material ต่างๆ ให้น้องๆ ได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย เพราะจะมี textbook, structure และ tutorial class ที่น้องๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้นอกจากคลาสเรียน บอกเลยว่าถ้าน้องๆ ขยันจะได้กอบโกยความรู้ได้เยอะมากๆ เลยค่ะ! 

แล้วการเรียนในห้องเรียนล่ะ? 

การเรียนการสอนในห้องเรียนจะต่างกันไปในสาขาที่น้องๆ เลือกค่ะ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นเป็นการพูดคุย มีการ discuss กันเกิดขึ้นเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความคิด และสอนการทำงานเป็นกลุ่ม 

จากน้องๆ แมงโก้ที่เคยไปเรียน Finance and Marketing ที่มหาลัยนี้ได้แชร์มาให้พี่ๆ ฟังคือ วิชาสาย Finance จะเป็นการสอบ 100% เลยค่ะ ส่วนวิชาฝั่ง Marketing ส่วนใหญ่จะเป็นการทำ Assignment หรือ Group work แล้วแต่อาจารย์จะให้ สามารถเลือกวิชาเรียนได้ค่ะ 

 

Dissertation เป็นยังไงบ้าง

ในส่วนของน้องๆ ที่เรียน Module 12 เดือน จะมีเวลาของทั้งหมดของเทอม 3 ในการทำ Dissertation โดยจะมีการกำหนดหัวข้อและสามารถพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาได้ จะต้องเขียน Dissertation อยู่ที่ประมาณ 7,000 – 10,000 คำ

ใครอ่านแล้วยังมีข้อสงสัยอยู่ เรามี Podcast จากน้องๆ ที่จบ Finance จาก University of Exeter มาให้ฟังด้วยน้าาา >> click to listen 

ส่วนใครอยากเห็นว่ารอบๆ มหาลัยเป็นยังไง ชีวิตการเรียนที่ University of Exeter จะเป็นแบบไหน มาดู vdo นี้ได้เลย~! >> click to watch

การเรียน Finance ที่ University of Exeter อาจจะฟังดูน่ากลัวแต่จริงๆ แล้วน้องๆ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะอาจารย์ที่มหาลัยน่ารักกันมากๆ ทุกคนเข้าใจว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรกของเรา เวลาถามอะไร อาจารย์จะยินดีให้คำตอบเสมอ แถมยังมีสื่อการเรียนมากมายนอกห้องเรียน สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดเลยค่ะ นอกจากนั้น ในห้องเรียนเวลาต้องทำงานกลุ่ม อาจารย์จะเป็นคนจับกลุ่มให้ ทำให้เราได้ทำงานกับเพื่อนต่างชาติมากขึ้น เป็นการที่น้องๆ จะได้ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษในแนว Academic อีกด้วยนะ และยังได้แลกเปลี่ยนกับมุมมองของคนชาติอื่นด้วยค่ะ 

ทื่ University of Exeter ถือเป็นมหาลัยที่น่าสนใจมาก โด่งดังในเรื่อง Finance และเป็นเมืองที่สงบ เหมาะกับการเรียนหนังสือมากๆ ค่ะ หากน้องๆ คนไหนสนใจไปเรียนต่อที่นี่ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

รีวิว เรียนต่อกฎหมาย LL.M. ที่ มหาวิทยาลัย Kent


 

University of Kent มหาลัยในประเทศอังกฤษที่น้องๆ ที่มีเด็กไทยมากมายให้ความสนใจ แล้วที่นี่ดีอย่างไร? Rank เป็นยังไง? เรียนกฏหมายที่ University of Kent จะดีมั้ย? อยากรู้ต้องตามมาอ่าน! 

แต่ก่อนที่เราจะเจาะลึกไปที่การเรียนกฏหมายที่ University of Kent เรามาทำความรู้จักกับมหาลัยนี้เพิ่มขึ้นดีกว่าค่ะ University of Kent ตั้งอยู่ในเมือง Canterbury ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สวยงามมากๆ ที่เดียวเลยนะคะ และนอกจากนั้น University of Kent ยังเป็นหนึ่งในมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group อีกด้วย การันตีคุณภาพของมหาลัยเลยทีเดียว 

มหาลัยนี้มีหลักสูตรมากมายที่ได้รับความนิยมแต่หลักๆ เลยจะมี Law, Marketing/Digital Marketing, Management และ Social Policy และวันนี้พี่แมงโก้ก็จะมารีวิวการเรียน Law school ที่ University of Kent ว่าการเรียนที่มหาลัยนี้เป็นอย่างไรบ้าง 

หลักสูตรที่ ก.ต. รับรองที่ University of Kent ได้แก่: 

  • Master of Laws in International Commercial Law 
  • Master of Laws in Human Rights 
  • Master of Laws in Criminal Justice

ที่ University of Kent จะมีตึกที่เรียกว่า Law Building เป็นตึกเฉพาะสำหรับนักศึกษากฏหมายเลยค่ะ! 

 

ที่ University of Kent เรียนยังไง

ก่อนอื่นเลยต้องบอกไว้ว่าการเรียนที่อังกฤษจะแตกต่างกับการเรียนที่เมืองไทยเพราะที่อังกฤษ อาจารย์จะให้นักศึกษามีส่วนร่วมเพื่อจะได้เข้าใจบทเรียนให้มากขึ้น และในมหาลัยนี้ก็มีการสอน 2 แบบ เป็นแบบคลาส Lecture และ คลาส Seminar 

 

คลาส Lecture กับ คลาส Seminar ต่างกันยังไง?

ตัวคลาส Lecture จะเป็นคลาสที่อาจารย์สอนเนื้อหาที่เตรียมมา อธิบายบทเรียนให้น้องๆ ได้เข้าใจ ส่วน Seminar ที่มีเพิ่มเข้ามาเป็นคลาสที่มีขนาดเล็กลงเพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิด ส่วนใหญ่จะมีหัวข้อให้นักเรียนในคลาสคิดและเสนอว่าตัวเองคิดอย่างไรกับหัวข้อที่กำลังถูกพูดถึง 

ในคลาส Seminar อาจารย์ใจดีมากๆ แล้วก็ไม่กดดันให้ตอบด้วย อีกอย่าง ในคลาส Seminar น้องๆ ไม่ต้องกลัวเขินเลย เพราะเป็นการเรียนการสอนที่ไม่มีผิดถูก ขึ้นอยู่กับความคิดของเราเลยจ้าา ในส่วนของคลาส Seminar อาจารย์จะมี Assigned reading material ให้น้องๆ ได้อ่านเพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดกัน พี่แมงโก้แนะนำว่าให้อ่านเข้าไปนะคะ เพราะสำคัญในการทำความเข้าใจกับบทเรียนอย่างมากๆ เลย หากเรายิ่งตั้งใจแลกเปลี่ยนไอเดีย เราจะยิ่งเข้าใจคลาส Seminar มากยิ่งขึ้นเลยค่ะ 

 

เรียนกฏหมายที่ Kent งานเยอะมั้ย? 

ในการเรียนป. โท ที่ University of Kent ในด้านกฏหมาย งานไม่เยอะมากนะคะน้องๆ อาจจะมีเป็น Essay และ Presentation เล็กน้อย เพราะการเรียนส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนแบบ Seminar based ค่ะ แต่ว่าในสาขานี้ไม่มีการสอบนะคะ!

 

เรียนกฏหมายที่ University of Kent แตกต่างกับมหาลัยอื่นๆ ในอังกฤษยังไง? 

พี่แมงโก้ขอบอกเลยว่าสิ่งที่มหาลัยนี้มีไม่เหมือนใครคือสิ่งที่เรียกว่า Law Clinic ซึ่งใครๆ ก็สามารถมาขอความช่วยเหลือทางด้านกฏหมายได้ ใครๆ ก็สามารถเข้ามาได้ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือการที่มีคนมาขอความช่วยเหลือในเรื่องของกฏหมาย นักศึกษากฏหมายของ University of Kent สามารถเข้าไปช่วยดูเรื่องด้วย โดยจะได้ทำงานกับ Solicitor ใน Law Clinic ถือว่าได้ประสบการณ์จริงเลยทีเดียวนะคะ น่าสนใจมากๆ Law Clinic ของที่นี่เป็นที่แรกในประเทศอังกฤษ และยังได้รับรางวัลในด้านนี้อยู่ทุกๆ ปีเลยด้วย 

น้องๆ คนไหนที่อยามีประสบการณ์ตรงเลย พี่แมงโก้ขอแนะนำให้มาเรียนกฏหมายที่ University of Kent เลยยย ได้ลองงานจริงๆ ก่อนจบที่ Law Clinic เลยนะ! 

นอกจากนี้แล้ว หากน้องๆ คนไหนอยากเรียนเพิ่มเติมก็สามารถลงเป็นคลาสที่เรียกว่า in-sessional ได้ด้วยค่ะ และในการเลือกวิชาที่จะเรียน ทางสาขา Law school ที่ University of Kent มีให้น้องๆ ทดลองเรียนวิชาได้ด้วยนะ! เพื่อให้น้องๆ ได้ตัดสินใจว่าชอบวิชาที่คิดว่าจะเลือกรึเปล่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อการเรียนของน้องๆ อย่างมากเลยค่าา 

University of Kent เป็นมหาลัยที่เด็กไทยนิยมไปเรียนสาขากฏหมายมากๆ เลยนะ รับรองว่าจบกลับมาแล้วงานดีๆ รออยู่แน่นอนค่ะ เมือง Canterbury ยังเป็นเมืองที่อบอุ่น สงบ และรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอีกด้วย เป็นเมืองที่เหมาะกับการเรียนอย่างมากเลยค่ะ 

อยากเห็นว่ามหาลัยเป็นอย่างไร มาดูรีวิวนี้ได้เลยจ้าาา! >> click to watch!

สำหรับใครทำกำลังมองๆ University of Kent อยู่ มาปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยน้าา เราพร้อมช่วยเหลือทุกขั้นตอนแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เลย! ติดต่อมาได้ที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313 หรือ 085-144-8808

รีวิว เรียนต่อ Finance ที่มหาวิทยาลัย Exeter


University of Kent มหาลัยในประเทศอังกฤษที่น้องๆ ที่มีเด็กไทยมากมายให้ความสนใจ แล้วที่นี่ดีอย่างไร? Rank เป็นยังไง? เรียน Business ที่ University of Kent จะดีมั้ย? อยากรู้ต้องตามมาอ่าน! 

University of Kent ตั้งอยู่ในเมือง Canterbury ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สวยงามมากๆ ที่เดียวเลยนะคะ และนอกจากนั้น University of Kent ยังเป็นหนึ่งในมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group อีกด้วย การันตีคุณภาพของมหาลัยเลยทีเดียว 

การจัดอันดับของ University of Kent 

  • อันดับที่ 380 โดย QS World University Rankings ประจำปี 2021
  • อันดับที่  48 โดย the Times University Guide ประจำปี 2021
  • อันดับที่  82 โดย Guardian University Guide ประจำปี 2021

 

ในส่วนของ Kent Business School ก็มีสาขาให้น้องๆ ได้เลือกเรียนมากมายเลยนะคะ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง! 

  • MSc Biotechnology and Business 
  • MSc Business Analytics 
  • MSc Digital Marketing and Analytics 
  • MSc Finance and Management 
  • MSc Finance, Investment and Risk 
  • MSc Financial Markets 
  • MSc International Banking and Finance 
  • MSc Healthcare Management 
  • MSc Human Resource 
  • MSc International Accounting 
  • MSc International Business and Management 
  • MSc International Business and Management with a Foreign Language 
  • MSc Logistics and Supply Chain Management 
  • MSc Management 
  • MSc Marketing 
  • MSc Project Management 

 

ทั้งหมดที่อยู่ในนี้เป็นสาขาที่น้องๆ สามารถเลือกเรียนสำหรับ ป. โทได้เลยค่ะ แต่ที่ Kent Business School ก็มีการสอน PhD ด้วยน้าาา และนอกจากนั้นยังมีตึกเรียนเป็นของตัวเองอีกด้วย ใหญ่พอควรเลยค่ะ เพราะมีทั้งคาเฟ่อยู่ใต้ตึกเลย ได้รู้จัก Kent Business School ของมหาลัยนี้ไปแล้ว เรามาพูดถึงรีวิวจากน้องๆ ที่เรียนที่นี่กันดีกว่า! 

ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่า Kent Business School เป็นมหาลัยที่เหมาะมากสำหรับน้องๆ ที่เรียนสายอื่นมาแต่มีความรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนสายอาชีพ เพราะที่นี่จะมีการสอนทั้งแบบลงลึก แต่ก่อนหน้าจะมีการปูพื้นฐาน น้องๆ จากสายเรียนหรือสายอาชีพอื่นที่อยากเรียนแนวการตลาด ที่นี่เป็นที่ที่ดีมากๆ เลยค่ะ 

 

MSc Marketing เป็นยังไง

น้องๆ ที่อยากเปลี่ยนสายมาเรียน Marketing แต่ไม่มีพื้นฐาน เพราะการเรียน Marketing ที่นี่จะมีการสอนเกี่ยวกับ Business ก่อนถึงจะลงลึกให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนตัววิชาของสาขานี้จะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับ Finance, Marketing และ Market research ค่ะ 

 

MSc Finance & Management เป็นยังไง? 

ในส่วนของสาขานี้จะเน้นไปที่การเรียการสอน Finance เป็นการคำนวน และในส่วนของ Management จะเรียนในเชิงของ case study อาจารย์จะให้น้องๆ ได้เข้าใจบทเรียนมากขึ้นโดยการยกตัวอย่างต่างๆ ทั้งการเรียนแบบ Finance และ Management พอนำมารวมกันแล้วนักศึกษาจะได้เห็นภาพที่ใหญ่และชัดขึ้นมากๆ ค่ะ 

 

MSc International Business & Management เป็นยังไง? 

สาขานี้จะเจาะจุดไปที่การเรียนใรมุมมองของ Corporate ให้น้องๆ เข้าใจในเรื่องของการจัดการบริษัท รวมไปถึงการเปิดบริษัทอีกด้วย ในสาขานี้ก็จะมีการเรียน Finance และ Marketing ที่เป็นการปูพื้นฐานอยู่ด้วยเหมือนกันนะ! ไม่ต้องกลัวเรียนไม่ได้เลย เพราะว่าที่ Kent Business School จะมีการสอนพื้นฐานให้น้องๆ ทุกคนได้เข้าใจบทเรียนอย่างเต็มที่ 

 

การสอนเป็นยังไง? 

การเรียนการสอนที่ประเทศอังกฤษจะมีความแตกต่างกับการสอนที่ประเทศไทย เพราะว่าการสอนที่ประเทศอังกฤษจะให้ความสำคัญกับการที่นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในห้องเรียนด้วย ฉะนั้น การเรียนการสอนที่ Kent Business School จะเป็นการสอนแบบทั้งคลาส Lecture และ Seminar 

คลาส Lecture จะเป็นคลาสใหญ่ที่อาจารย์เข้ามาสอนบทเรียน เหมือนการสอนที่ประเทศไทยเลยค่ะ แต่ในส่วนของคลาส Seminar จะเป็นคลาสที่เล็กลง คลาสจะมีนักศึกษาประมาณ​ 20 กว่าคนเพื่ออาจารย์จะได้ดูแลได้ทั่วถึง คลาส Seminar จะมี reading material ให้น้องๆ เตรียมตัวมาก่อนเพื่อจะได้เข้าคลาสและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อที่อาจารย์ได้เตรียมไว้ 

คลาส Seminar อาจจะฟังดูน่ากลัวสำหรับน้องๆ แต่จริงๆ เป็นคลาสที่สนุกมากนะคะ! การเรียนแบบ Seminar ไม่มีผิดถูก เป็นการ discuss ความคิดเห็นของแต่ละคน และการที่มีเพื่อนๆ มาจากทั่วมุมโลก น้องๆ ยังจะได้ความคิดที่แปลกใหม่ในมุมอื่นด้วยค่ะ 

 

แล้วในส่วนของงานที่อาจารย์ให้เป็นยังไง? 

ส่วนใหญ่ในการเรียน น้องๆ จะได้งานเดี่ยวมาทำประมาณ 80% และอีก 20% เป็นงานที่น้องๆ ต้องทำเป็นกลุ่มค่ะ แต่อย่างไรก็แล้วแต่วิชาด้วยนะ!

 

รีวิวหลักสูตรยอดฮิตที่ Kent Business School ดูที่นี่เลยจ้าา >> click to watch!

จริงๆ แล้วหลักสูตรป. โท ที่ Kent Business School มีน่าสนใจมากมายเลยค่ะ และน้องๆ คนไหนที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมทักมาถามพี่ๆ แมงโก้ได้เลย! เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนั้นจ้าา โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning 

เรียนต่อที่ UWE Bristol ดีมั้ยนะ


เรียนต่อที่ University of the West of England ดีมั้ยนะ? เมืองเป็นยังไง? มหาลัยเป็นยังไง? ใครเล็งมหาลัยนี้ไว้ เรามาทำความรู้จักกับที่นี่มากขึ้นดีกว่า! พี่แมงโก้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมหาลัยนี้ไว้แล้ว ถ้าอยากรู้แล้ว มาอ่านกันเลยย~! 

UWE ตั้งอยู่ในเมือง Bristol ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ และบอกเลยว่าเหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากเข้ากรุงลอนดอนด้วยเพราะห่างกับลอนดอนเพียง 1.30 ชม เท่านั้น แถมยังใกล้เมืองท่องเที่ยวแสนสวยอย่างเมือง Bath อีกด้วยนะ นั่งรถไฟไปแค่ 15 นาทีเท่านั้นเองง ไม่ต้องกลัวว่าจะได้เที่ยวลำบากเลย 

 

* เมือง Bristol ได้รับเลือกเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศอังกฤษ! เมืองที่อบอุ่น เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บอกเลยว่าได้ไปอยู่แล้วจะไม่เหงา! เพราะในเมือง Bristol จะมีการจัด Festival มากมายตลอดทั้งปี รวมไปถึงงานใหญเช่น Balloon Festival ที่พลาดไม่ได้เลย ถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับสองรองลงมาจากกรุงลอนดอนเลยค่ะน้องๆ 

 

* เข้า UWE ไม่ต้องสอบ IELTS! ข่าวดีสำหรับน้องๆ ที่จบการศึกษาจากหลักสูตรนานาชาติ จาก จุฬา, ธรรมศาสตร์, MUIC, BUIC, ABAC และ SIIT ได้รับสิทธิ์ในการไม่ต้องใช้คะแนน IELTS ยื่นในการสมัครเรียนเลยค่าา สามารถสมัครแบบ Direct Entry ได้เลย แถมไม่ต้องเรียน Pre-Sessional English อีกด้วย ถือว่าไม่ต้องเครียดเรื่องคะแนน IELTS เลยนะน้องๆ 

 

* อยู่ใน Top 30 ของ Times Higher Education ในส่วนของ Ranking มหาลัยนี้ถูกจัดไว้อยู่ใน Top 30 ของ Times Higher Education ด้วยนะคะ แถมยังทำอันดับได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปีอีกด้วย! นอกจากจะอยู่ใน Top 30 แล้ว ในปี 2021 ที่จะมาถึง มหาลัย UWE ก็ได้รับอันดับ 21 ของมหาลัยที่ดีที่สุดในอังกฤษจาก The Guardian University Guide 2021 อีกด้วยนะคะ Ranking ดีแบบไม่ต้องกังวลเลยค่ะน้องๆ 

 

* UWE เป็น Full Campus ต้องบอกก่อนว่ามหาลัยส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษจะเป็นตึกเรียนที่แยกกัน ไม่เหมือนมหาลัยที่มี Campus area เหมือนเมืองไทยที่น้องๆ สามารถทำกิจกรรมได้ในพื้นที่ แต่ที่ UWE เป็นมหาลัยที่เป็น Full Campus บอกเลยว่ามีพื้ที่ให้ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ และนั่งอ่านหนังสือเยอะมาก! ทางมหาลัยจะแบ่ง Campus เป็น 3 วิทยาเขต ได้แก่ Frenchay Campus (วิทยาเขตหลักและใหญ่ที่สุด) อันที่ 2 คือ Bower Ashton City Campus สำหรับนักเรียนสาย Arts & Design โดยเฉพาะ และวิทยาเขตสุดท้ายคือ Glenside Campus ที่เป็นพื่นที่สำหรับนักเรียน Nursing ค่ะ 

(Frenchay Campus) 

 

(Bower Ashton Campus) 

 

 

(Glenside Campus) 

 

* มีทุนการศึกษาสูงสุดถึง 50% สำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังมองหาทุน มาถูกที่แล้วว! เพราะที่ UWE มีทุนการศึกษาสูงสุดถึง 50% เลยนะ ทางมหาลัยมีทุนการศึกษาให้ตั้งแต่ £1,000 ถึง £5,000 เลย ถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายไปเยอะมากๆ เลย การสมัครทุนที่ UWE สามารถสมัครได้หลังจากได้ Offer จากทางมหาลัยแล้วนะคะ จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนประมาณปลายเดือนเมษายนของปีการศึกษาค่าา รีบสมัครกันน้าน้องๆ! 

* ที่พักไม่แพงมาก น้องๆ เชื่อหรือไม่คะว่าการเช่าที่พักเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงมากๆ ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงอย่างเช่นกรุงลอนดอน แต่ที่ UWE น้องๆ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เลยค่ะ เพราะว่าค่าที่พักใกล้มหาลัยมีราคาที่ไม่สูงมาก ทำให้น้องๆ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางนึง และตัวมหาลัยเองก็อยู่ห่างจาก City Centre ประมาณ 15 นาที เดินทางเข้าไปในเมืองได้แบบสะดวกสบายเลยค่ะ 

* มีร้านอาหารไทยเยอะมาก! คิดถึงอาหารไทยเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะรู้สึก Homesick นะน้องๆ ! เพราะแถว UWE มีร้านอาหารไทยให้เลือกเยอะมากก นอกจากน้องๆ จะสามารถไปอิ่มอร่อยกับอาหารไทยให้หายคิดถึงบ้านแล้ว ยังสามารถสมัครเพื่อทำงาน Part-time ได้อีกด้วยค่ะ การทำงานร้านอาหารไทยฮิตมากๆ ในหมู่นักศึกษาป. โทไทยที่ไปเรียน น้องๆ ทั้งได้ค่าจ้างแถมยังได้ทานอาหารไทยฟรีๆ อีกด้วย 

* Landmark และที่เที่ยวทั่วเมือง เมือง Bristol ถือว่าเป็นเมืองใหญ่ทีเดียวเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวเบื่อเลย ถึงจะไม่ได้อยู่ในลอนดอนแต่ก็มีอะไรให้น้องๆ ได้ทำและได้เที่ยวเยอะแยะมากมาย เมือง Bristol เป็นบ้านเกิดของ Banksy สำหรับน้องๆ สาย Street Art ต้องแฮปปี้อย่างแน่นอนค่ะ เรามาดูเหล่า Landmark ในเมือง Bristol กันดีกว่า~! 

 

(Clifton suspension bridge)

 

(Bristol Cathedral)

 

(Wookey Cave)

 

(Bristol Aquarium)

 

 

(Bristol Zoo Gardens) 

 

UWE เป็นมหาลัยชั้นนำอีกหนึ่งที่เลยค่ะ ที่ตั้งดี หลักสูตรดี แถมยังค่าใช้จ่ายไม่สูงมากอีกด้วย หากน้องๆ คนไหนสนใจไปเรียนต่อป. โท ที่ University of the West of England ติดต่อพี่ๆ มาได้เลยน้าา ปรึกษาฟรีทุกขั้นตอน! Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ University of Edinburgh


 

 

University of Edinburgh เป็นหนึ่งในมหาลัยใน UK ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ เลยค่ะ เพราะถือเป็นหนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ แถมเรื่องเนื้อหาการเรียนก็ยังมีความเข้มข้น คุณภาพเลิศ มาพร้อมกับ Ranking ที่ใครหลายคนมองหาอย่างแน่นอน นึ่งในหลักสูตรที่น่าสนใจมากๆ สำหรับมหาลัยนี้ก็คือ LL.M. ที่จะมีการเรียนเป็น Seminar based (ไม่มี คลาส Lecture) พี่แมงโก้มีรีวิวแบบสุดละเอียดมาให้น้องๆ ได้อ่านกัน แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ University of Edinburgh ให้มากขึ้นดีกว่า!

 

  1. ได้รับอันดับ 6 ในมหาลัยประจำ UK 
  2. ตั้งอยู่ในประเทศ Scotland 
  3. ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในสหาราชอาณาจักร 
  4. อันดับ 20 ใน QS World University Ranking 2021 
  5. อันดับ 17 ใน Times University Guide 2021 
  6. สาขาที่โดดเด่นประจำมหาลัยนี้ได้แก่: Architecture, Engineering, Education, Geography, Law, Linguistics, Medicine และ Nursing ค่า 

 

หลักสูตรที่ University of Edinburgh ที่มี .. รับรอง 

 

– Master of Laws (LL.M.,)

– Master of Laws in Competition Law and Innovation,

– Master of Laws in Innovation, Technology and the Law,

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

– Master of Laws in Intellectual Property Law

– Master of Laws in Global Environment and Climate Law

(กฎหมายสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ)

รู้จัก University of Edinburgh มากขึ้นแล้ว เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าการเรียนการสอนของ LL.M. ที่มหาลัยนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง! ที่ University of Edinburgh จะเรียนด้วยกัน 3 เทอม (เทอมสุดท้ายให้เวลานักศึกษาทำ Dissertation) 

โดยสาขา LL.M. จะเรียนในตึกที่เรียกว่า Old College ใน University of Edinburgh และมีห้องสมุดให้น้องๆ นั่งทำงานอยู่ในตึกอีกด้วย นากจากนั้น ตึก Old College ก็ยังเป็นตึกที่มีความสวยงามอีกด้วย ใครที่ชื่นชอบใน Architecture จะต้องชอบมาเรียนที่นี่อย่างแน่นอนเลยค่าา เรามารีวิว LL.M. แบบลงลึกกันเลยดีกว่า

(Old College, University of Edinburgh)

 

เรียน 3 เทอมมีกี่วิชา? 

บอกเลยว่าหลักๆ จะมีอยู่เพียง 2 เทอมที่น้องๆ จะได้เรียนเป็นวิชาเพราะเวลาของเทอมที่ 3 จะถูกเก็บไว้ให้น้องๆ ได้ใช้ทำ Dissertation เพื่อการจบการศึกษา แต่ละเทอมจะเรียนเพียง 3 วิชาเท่านั้น รวมกันเป็น 6 วิชา 

ในทั้งหมด 6 วิชาจะมีข้อบังคับว่าน้องๆ ต้องเลือกอย่างน้อย 4 วิชาที่มาจากตัวสาขาที่น้องๆ ลงเรียนไว้ อีก 2 วิชาเป็นวิชาเสรี สามารถเลือกตามใจน้องๆ ได้เลยค่า ดังนั้นในแต่ละเทอมจะมีวิชาในสาขา 2 วิชาและวิชาเสรี 1 วิชา 

แล้ววิชาในสาขามีอะไรบ้าง? 

 

จากรีวิวของน้องนุชที่เรียน IP Law ที่ University of Edinburgh วิชาในสาขาก็จะมี IP Copyrights / Related rights, International Intellectual property, และ IP Human rights 

ส่วนวิชาเลือกที่น้องนุชได้เลือกของแต่ละเทอมก็จะเป็น Innovation tech และ Crime and Media ขึ้นอยู่ที่น้องๆ เลือกเลยค่าา 

 

ที่ University of Edinburgh เรียนยังไง? 

การเรียนที่ University of Edinburgh จะไม่เหมือนการเรียน LL.M. ที่มหาลัยอื่นๆ ในประเทศอังกฤษ โดยส่วนใหญ่ ที่อังกฤษการเรียน LL.M. จะเป็นคลาสผสมระหว่าง Lecture และ Seminar แต่ของที่ University of Edinburgh เป็นคลาส Seminar อย่างเดียวเลยค่ะ และจะได้ Reading list ที่ค่อนข้างเยอะเพื่อน้องๆ จะได้เข้าใจบทเรียนในห้องเรียนและจะสามารถ Discuss เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ ร่วมคลาสค่ะ 

 

แตกต่างกับการเรียนที่ไทยยังไง? 

แตกต่างมากเลยค่ะ เพราะการที่ไม่มีคลาส Lecture ทำให้น้องๆ ได้มีส่วนร่วมกับคลาสมากขึ้น ในคลาสจะมีประมาณ 20 กว่าคน เพราะทางมหาลัยมองว่าไม่อยากให้มีนักศึกษาเกินคลาสละ 25 คน เพื่ออาจารย์จะได้ดูแลทุกๆ คนอย่างทั่วถึง และเหล่าอาจารย์ที่มาสอนยังมีคุณภาพมากๆ อีกด้วยนะคะ เป็น Seminar leaders ที่ดีมากๆ ทำให้น้องๆ สามารถเข้าใจการแลกเปลี่ยนไอเดียและบทเรียนได้อย่างดีเลยทีเดียวค่ะ 

อาจารย์ที่มาสอนในสาขา LL.M. ที่มหาลัยนี้มาจากหลายชาติอีกด้วย เช่น Germany, France และ Scotland แต่สำเนียงฟังไม่ยากเกินไปแน่ๆ ค่ะน้องๆ 

 

มีข้อแนะนำให้คนที่จะไปเรียน LL.M. ที่ University of Edinburgh มั้ย? 

จริงๆ พี่แมงโก้มองว่าการเรียนไม่ยากเกินไปสำหรับน้องๆ เลยค่ะ เพียงน้องๆ อ่าจ Reading material ที่อาจารย์ให้อ่าน เตรียมตัวให้ดีก่อนที่จะเข้าห้องเรียนและขยันก็สามารถเรียนจบจากที่นี่ได้อยู่แล้ววว 

ถ้าน้องๆ อยากฟังรีวิวจากน้องนุช นักศึกษา IP ที่ University of Edinburgh ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่เลยจ้าา >> click to watch

สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจในการไปเรียน LL.M. ต่อที่ University of Edinburgh พี่แมงโก้ยินดีให้ความช่วยเหลือ ปรึกษาพี่ฟรีๆ ทุกขั้นตอนเลยนะ!  ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

รีวิว เรียนต่อ MSc Management ที่ Durham University


 

Durham University เป็นอีกหนึ่งมหาลัยที่มีชื่อเสียงมากๆ ที่ประเทศอังกฤษนะคะ อาจจะเป็นชื่อมหาลัยที่น้องๆ คนไทยอาจจะไม่ได้ยินบ่อยแต่บอกเลยว่าเป็นมหาลัยที่มีคุณภาพมากๆ ดังระดับต้นๆ ที่อังกฤษเลยนะ! ถ้าสนใจสาขา MSc Management อยู่ เรามารู้จักกับ Durham University และพี่แมงโก้จะมารีวิวสาขานี้แบบละเอียดให้น้องๆ ได้เห็นภาพเลยยย 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ Durham University ก่อนดีกว่า 

  1. Durham University เป็นหนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ คล้ายกับ Oxford และ Cambridge เลย แถมยังเป็นมหาลัยเดียวนอกจาก Oxford & Cambridge ที่มี College System อีกด้วย (แยกเป็น College คล้ายบ้านต่างๆ ใน Harry Potter) 
  2. นอกจากนั้นยังเป็นมหาลัยใน Russell Group อีกด้วย 
  3. Durham University ยังติดอยู่ใน Top 10 ของมหาลัยใน UK อีกด้วยค่ะน้องๆ ใครเป็นห่วงเรื่อง Ranking มา Durham University นี่ไม่ต้องห่วงง คุณภาพมหาลัยมีที่รับรองมากมายเลยย
  4. มหาลัยอันดับ 86 ของโลก ใน QS World University Rankings ใน Top 100 อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นมหาลัยสุดคุณภาพ

ก่อนที่จะเปิดเทอมป. โท ที่ Durham University มีเปิด Pre-sessionals ด้วยนะ! หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อปรับพื้นฐาน แต่จริงๆ การเรียน Pre-sessionals จะเป็นการปรับพื้นฐานเพื่อให้น้องๆ พร้อมกับการเรียนป. โทจริงๆ จะมีการสอนวิธีเขียน Academci Writing รวมไปถึงวิธีให้ Citation/Reference ข้อมูลที่เราหามา บอกเลยว่าน้องๆ คนไหนที่กังวลว่าจะเรียนได้หรือไม่ การปรับพื้นฐานช่วยมากจริงๆ ค่ะ 

แล้วการเรียน MSc Management ที่ Durham University เป็นยังไงนะ? ไม่ต้องห่วงจ้าา พี่แมงโก้รวบรวมคำตอบมาที่นี่ที่เดียวแล้ว 

เรียน MSc Management เรียนแบบไหน

ที่ Durham University จะแบ่งการเรียนเป็น 3 เทอม และการเรียนการสอนจะเป็นการผสมผสานระหว่างคลาส Lecture และ คลาส Seminar ที่เป็นคลาสเล็กลง จากรีวิวที่น้องคิม (เรียน MSc Management Internationl Business ที่ Durham University) ได้เล่าให้ฟัง น้องบอกว่าทุกวิชาจะมีคลาส Seminar หมด คลาส Lecture 9 ครั้ง และ คลาส Seminar 3 ครั้ง! 

คลาส Lecture กับ คลาส Seminar ต่างกันยังไง? 

คลาส Lecture ที่มหาลัยนี้ก็จะเป็นการสอนแบบที่เด็กไทยคุ้นชิน คือการที่อาจารย์มาสอนบทเรียนที่ให้อ่านมาก่อน แต่สิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับคลาส Lecture คือมีทั้งอาารย์ประจำมหาลัยมาสอน และยังมี Expert จากบริษัทดังๆ รวมไปถึงอาจารย์ที่มีชื่อเสียงจากมหาลียอื่นมาสอนอีกด้วย บอกได้เลยว่าเนื้อหาแน่นอย่างแน่นอน! 

ส่วนตัวคลาส Seminar จะเป็นคลาสที่เล็กลง ทำให้น้องๆ นักศึกษาได้พูดคุยและ discuss หัวข้อต่างๆ ที่อาจารย์ยกขึ้นมาพูดถึง การเรียน Seminar อาจจะดูน่ากลัวสำหรับน้องๆ แต่บอกเลยว่าการเรียนคลาสนี้ไม่มีผิดหรือถูกนะคะ เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดที่ดีมากๆ เลย! 

เรียนสาขานี้ที่ Durham University หนักมากรึเปล่า? 

ถึงจะเป็นมหาลัยท้อปในอังกฤษ แต่หากน้องๆ ทำงานส่งทุกตัวและตั้งใจ การเรียนสาขานี้ก็ไม่หนักเกินไปค่ะ! เทอมแรกจะเรียนเป็นวิชา Marketing, Strategy. Accounting และ Economics และเรียนประมาณ 4 วันต่ออาทิตย์ ถือว่าไม่เยอะมากนะคะน้องๆ 

อาจารย์สั่งงานเยอะรึเปล่า?

ในสาขา MSc Management ที่ Durham University มีงานเขียนที่เป็น Summative Writing เพียงแค่ช่วงก่อนจะจบเทอม เป็นการสรุปไอเดียเพื่อส่งอาจารย์ ร่างออกมาให้เห็นเป็นภาพที่ชัดเจน 

แต่ระหว่างเทอมจะมีงานที่เป็น Formative Writing หรือการเขียนแบบย่อๆ ไม่ได้ลงลึกเท่า Summative Writing และไม่มีคะแนน ถือว่าน้องๆ จะได้ฝึกการเขียนเพื่อส่งอาจารย์ในงานใหญ่ๆ ค่ะ นอกจากนั้น ยังได้ Feedback จากอาจารย์อีกด้วย ที่จะทำให้น้องๆ ปรับงานตามคำแนะนำเพื่อที่จะได้คะแนนเยอะๆ ค่ะ 

จะจบ MSc Management ที่ Durham ยังไง

น้องๆ ที่เรียน MSc Management ที่ Durham University จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 12,000 คำ น้องๆ สามารถเขียนอีเมลหาอาจารย์หากสงสัยตรงไหนได้เลยค่ะ เพราะอาจารย์ยินดีที่จะตอบและให้ความช่วยเหลือน้องๆ อยู่แล้วค่าา 

น้องคนไหนที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Msc Management ที่ Durham University พี่แมงโก้มีรีวิวจากน้องคิมที่ไปเรียน MSc Management International Business ให้ดูเพลินๆ ด้วยน้าาา คลิกได้เลยจ้า! >> Click จ้าาา! 

ข้อแนะนำสำหรับน้องๆ ที่จะไปเรียนป. โท ที่ Durham University 

พี่แมงโก้ขอแนะนำให้น้องๆ พูดคุยกับเพื่อนในห้องและอาจารย์เยอะๆ นะคะ เพราะเราจะได้ความรู้จากจุดนี้มากๆ อย่าไปเขินอายเวลามีคลาส Seminar อาจารย์ที่ Durham University จะไม่ชี้ตัวนักศึกษาออกมาเพื่อตอบคำตอบ แต่อย่างไรก็ไม่ต้องเขินค่าา ยิ่งเรามีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์และการแลกเปลี่ยนไอเดียเท่าไหร่ เรายิ่งเข้าใจบทเรียนมากขึ้นเท่านั้น 

น้องๆ ที่อยากไปเรียนต่อที่ Durham University  แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหน มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ Durham University


 

Durham University เป็นชื่อที่คุ้นหูกันมั้ยคะน้องๆ? บอกเลยว่าปีหลังๆ นี้ Durham University เป็นหนึ่งมหาลัยที่มีคนอยากเข้าเยอะมากๆ โดยเฉพาะน้องๆ ที่เรียนทางด้านกฏหมาย ใครอยากไปเรียนป. โทต่อที่อังกฤษแต่ยังไม่แน่ใจว่าที่ Durham University เรียน LL.M. กันแบบไหน วันนี้พี่แมงโก้มารีวิวให้! ให้น้องๆ ได้เห็นภาพกันแบบชัดๆ เลยจ้าาา 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ Durham University ก่อนดีกว่า 

 

  1. Durham University เป็นหนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ คล้ายกับ Oxford และ Cambridge เลย แถมยังเป็นมหาลัยเดียวนอกจาก Oxford & Cambridge ที่มี College System อีกด้วย (แยกเป็น College คล้ายบ้านต่างๆ ใน Harry Potter) 
  2. นอกจากนั้นยังเป็นมหาลัยใน Russell Group อีกด้วย 
  3. Durham University ยังติดอยู่ใน Top 10 ของมหาลัยใน UK อีกด้วยค่ะน้องๆ ใครเป็นห่วงเรื่อง Ranking มา Durham University นี่ไม่ต้องห่วงง คุณภาพมหาลัยมีที่รับรองมากมายเลยย
  4. มหาลัยอันดับ 86 ของโลก ใน QS World University Rankings ใน Top 100 อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นมหาลัยสุดคุณภาพ 

 

หลักสูตรของ Durham University ที่ได้ ก.ต. รับรองทั่วไป 

* Bachelor of Laws 

* Master of Laws (LL.M.,) 

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1) 

* Master of Laws in International Trade and Commercial Law 

รู้จักตัวมหาลัยแล้ว สงสัยกันแล้วใช่มั้ยล่ะว่าที่ Durham University เรียน LL.M. กันยังไง? พี่แมงโก้มีคำตอบ! 

 

LL.M. ที่ Durham University เรียนแบบไหน?

ที่ Durham University ปกติจะเป็นการเรียนแบบ Lecture based แต่ด้วยว่าในช่วงหลังมา มีความจำเป็นที่คลาสเรียนจะต้องเล็กลง เลยมีการปรับเปลี่ยนเป็นการเรียนแบบ Blended approach คือมีทั้งคลาสที่เป็น Lecture และคลาส Seminar ที่เป็นคลาสเล็กลง คลาสเล็กลงอาจารย์ก็สามารถดูแลน้องๆ นักศึกษาได้อย่างทั่วถึง 

คลาส Lecture กับ คลาส Seminar ต่างกันยังไง?

ตัวคลาส Lecture จะเป็นคลาสที่อาจารย์สอนเนื้อหาที่เตรียมมา อธิบายบทเรียนให้น้องๆ ได้เข้าใจ ส่วน Seminar ที่มีเพิ่มเข้ามาเป็นคลาสที่มีขนาดเล็กลงเพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิด ส่วนใหญ่จะมีหัวข้อให้นักเรียนในคลาสคิดและเสนอว่าตัวเองคิดอย่างไรกับหัวข้อที่กำลังถูกพูดถึง 

** แต่ว่าในคลาส Seminar อาจารย์ที่ Durham University ไม่น่ากลัวเลยค่ะ! อาจารย์ใจดีมากๆ แล้วก็ไม่กดดันให้ตอบด้วย อีกอย่าง ในคลาส Seminar น้องๆ ไม่ต้องกลัวเขินเลย เพราะเป็นการเรียนการสอนที่ไม่มีผิดถูก ขึ้นอยู่กับความคิดของเราเลยจ้าา 

อยากเรียน LL.M. ที่ Durham University ต้องเตรียมตัวยังไง?

บอกก่อนเลยว่าน้องๆ ที่กังวลในเรื่องของการไปเรียนที่ประเทศใหม่หรือการเจอ Culture shock ที่ Durham University เป็นมหาลัยที่มีเด็กไทยไปเรียนเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ น้องๆ หาเพื่อนใหม่ได้ง่ายอย่างแน่นอน การเรียนไม่ Strict เท่ามหาลัยอื่นๆ มาก เหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนและเล่นไปด้วยแบบไม่หนักจนเกินไป ปรับตัวง่ายมากๆ และการเรียน LL.M. ของ Durham University ไม่ได้ยากเกินความสามรถของใครเลยย อาจารย์ใจดี ยินดีให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเลยค่ะ การสอนคลาส Lecture เป็นคลาสเรียนที่น้องๆ คุ้นเคยกันอยู่แล้ว

และอีกข้อดีของ Durham University คือการที่มีคนเอเชียเรียนอยู่เยอะ การเรียนการสอนจะเป็นในแนวทางที่น้องๆ คนไทยคุ้นชิน และไม่ Strict เท่ามหาลัยที่มีแต่เด็กฝั่งยูโรปค่ะ มหาลัยนี้เหมาะกับน้องๆ ที่กลัวว่าการเรียนจะเครียดเกินไป! 

จะจบ LL.M. ที่ Durham University ยังไง? 

น้องๆ ที่เรียน Law School ที่ Durham University จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 10,000 คำ อย่างน้อยต้องเขียน 8,900 คำ น้องๆ สามารถเขียนอีเมลหาอาจารย์หากสงสัยตรงไหนได้เลยค่ะ เพราะอาจารย์ยินดีที่จะตอบและให้ความช่วยเหลือน้องๆ อยู่แล้วค่าา 

น้องคนไหนที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ LL.M. ที่ Durham University พี่แมงโก้มี Podcast ให้ฟังเพลินๆ ด้วยน้าาา คลิกได้เลยจ้า! >> Click to listen! 

น้องๆ กฏหมายที่อยากไปเรียนต่อที่ Durham University  แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหนอะไรอย่างไร มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

ค่าใช้จ่ายในการเรียนป.โทที่อังกฤษ 1 ปี ราคาเท่าไหร่ ทำงานนานแค่ไหนถึงจะคุ้ม?


 

การไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ น้องๆ หลายคนอาจจะมาองว่าเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างเยอะ และพี่แมงโก้จะมักได้คำถามว่า “ไปเรียนต่อโทที่ประเทศอังกฤษ ใช้เงินประมาณเท่าไหร่กันนะ?” 💸🇬🇧

 

– ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อป. โทที่อังกฤษ – ค่าเทอม 800,000 – 1,000,000 บาท (แล้วแต่สาขาและมหาลัยที่เลือกเรียน)

– ที่พักส่วนใหญ่ต่อปีจะอยู่ที่ 300,000 บาท

– ค่าใช้จ่ายส่วนตัวประมาณ 200,000 บาท * ขึ้นอยู่กับตัวน้องแต่ละคน

โดยรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อป. โทที่อังกฤษจะอยู่ที่ปีละ 1.3 ถึง 1.5 ล้านบาท!

ว่าแต่ จะต้องทำงานกี่ปีถึงจะคุ้มทุนนะ…..? น้องๆ ส่วนใหญ่ที่ไปเรียนป. โทที่อังกฤษ (ที่มีประสบการณ์การทำงานอยู่แล้ว) Salary base จะอยู่ที่ประมาณ​ 35,000.-

จะใช้เวลาทำงาน 2-3 ปีในการได้ทุนคืน * ข้อมูลอาจจะเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียนและที่ทำงาน

 

ถึงจะเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างมีราคา แต่สิ่งที่น้องๆ จะได้อีกอย่างคือประสบการณ์และมุมมองวิธีคิดที่จะติดตัวน้องๆ ตลอดไปเลยน้าา พี่แมงโก้บอกได้เลยว่าคุ้มมากกก~! น้องๆ ที่อยากไปเรียนต่ออังกฤษแต่ยังไม่แน่ใจว่าไปที่ไหนดี พี่แมงโก้ยินดีพร้อมให้คำปรึกษาแบบฟรีๆ เลยย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808