เรียนต่อ MBA ที่ไหนดี


พอคิดว่าจะได้ต่อโท.ด้าน Business พี่แมงโก้เชื่อว่า MBA คงเป็นหลักสูตรที่น้องๆหลายๆคนคิดถึงเป็นหลักสูตรแรกๆ โดยเฉพาะน้องๆที่ทำงานมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป และต้องการเติบโตไปในระดับ Management Level ขององค์กร เพราะหลักสูตร MBA เน้นสอน Soft Skills ในการทำธุรกิจ และเน้นให้นักเรียนทุกคนในห้องแชร์ประสบการณ์การทำงานของแต่ละคน ซึ่งไม่จะเป็นว่าคนที่เรียน MBA จะต้องจบสาย Business เท่านั้น จะจบอะไรมาก็เรียนได้ แต่จะต้องมีประสบการณ์ทำงานมาบ้าง เพื่อที่จะได้มาแชร์มุมมองทางธุรกิจจาก Background ที่ต่างกันในแต่ละสาขาอาชีพ เกือบทุกมหาลัยที่อังกฤษมีหลักสูตร MBA พี่แมงโก้จะพาไปดูว่า MBA ของแต่ละมหาวิทยาลัยมีจุดเด่นอะไรบ้าง

review-edin

The Edinburgh MBA, University of Edinburgh

อันดับ 8 ของหลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดใน UK 2019 จาก The Economist ทำให้คนทั่วโลกอยากมาเรียน เข้ายาก คลาสไม่ใหญ่ เพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลจากอาจารย์ผู้สอนเกือบจะตัวต่อตัว นักเรียนสามารถเลือกสาขาที่ต้องการจะโฟกัสได้จาก 3 สาขา คือ Finance, Strategy และ Entrepreneurship เพื่อไปต่อในการทำงานได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น และยังมีทริปไป Highlands ที่เที่ยวยอดนิยมของสกอตแลนด์ เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรม และได้รู้จักเพื่อนในคลาสให้ดียิ่งกว่าเดิม เพราะต้องเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดกันไปอีก 1 ปี อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ปี

21-durhamuniversitybusinessschool

The Durham MBA, Durham University

เป็นอันดับ 4 ของหลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดในอังกฤษปี 2019 จาก The Economist เน้นสอนแนว Practical ทั้งสกิลการสื่อสาร ความคิดวิเคราะห์ และการมองโลกให้แง่มุมที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ มีให้ไปดูงานในต่างประเทศ ซึ่งน้องๆจะต้องเรียนภาษาที่ 3 ที่ใช้ในประเทศที่น้องๆไปดูงานด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มอีกสกิลประจำตัวที่น่าสนใจเลย และยังสามารถเลือก Pathway ที่จะเจาะลึกไปในสาขาที่น้องๆอยากเน้นด้วย มีตั้งแต่ Entrepreneurship, Consultancy, และ Technology อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ปี

exeter

The Exeter MBA, University of Exeter

Exeter Business School เป็นหนึ่งใน 1% ของ Business School ในโลกนี้ที่ได้ Triple Accreditation เน้นสอนให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหาร โดยถ้าใครยังไม่มี Business Background มาก่อน ก็จะมีเปิดสอน Pre-sessional (Accounting, Finance) ก่อนเปิดเทอม มีกิจกรรมออกทริป team building ที่ Dartmouth เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรมและได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในชั้นเรียนก่อนเปิดเรียนจริง และยังเน้นทำกิจกรรมร่วมกับบริษัทและมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ โดยหลาย ๆ วิชาจะมี guest speaker จากผู้ที่ทำงานในบริษัทชั้นนำมาร่วมบรรยาย พร้อมกับ Two-day ‘Leading in a Global Context’ trip to London เพื่อประสบการณ์ในเมืองหลวงศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของโลก กิจกรรมแน่นขนาดนี้ ทำให้อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 29 ปี

nottingham-trent

The Nottingham MBA, University of Nottingham

เน้นสอนให้นักเรียนมี Soft Skills ที่จำเป็นในการบริหาร ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจของการเป็นผู้บริหารที่ดี ด้วย Connections ที่ดีของมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม กับ Nottingham Companies อย่าง Boots และ Business Practice Week ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เยี่ยมชมบริษัทชื่อดังระดับโลก ทั้งใน Nottingham และ London อย่างเช่น Citibank, Deloitte, Barclays, Bloomberg, JCB, Royal London Asset Management เป็นต้น นอกจากนี้แต่ละปีจะมีทริปให้เลือกไปดูงาน เช่นที่ประเทศจีน มาเลเซีย หรือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างทริปที่อเมริกาคือจะพาไปดูงานที่บริษัทชั้นนำใน New York City และ Washington DC เช่น JP Morgan Chase, Bloomberg, Inter-American Development Bank, Fox News อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปี

kent

The Kent MBA, University of Kent

เพรา University of Kent สร้างหลักสูตรมาจาก 3 หลัก คือ Observe, Create, Practice ทำให้การเรียนการสอนจะอิงจาก 3 หลักนี้ทั้งหมด เริ่มจากสอนให้นักเรียนเข้าใจองค์กรอย่างถ่องแท้ (Observe) ช่วยแนะนำให้น้องๆสร้างกรอบการทำงานในองค์กร (Create) และนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้กับองค์กรที่น้องๆต้องกลับไปทำงานจริง (Practice) ผ่าน Case Study, ทริปดูงานในยุโรป, Consultancy and Negotiation Skills Week, Business Start-Up Week, Guest Speaker จากบริษัทชั้นนำ, และ 1 to 1 Executive Coaching ที่จะทำให้นักเรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเองได้เป็นอย่างดี อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

essex-uni_190311_0043-copy

The Essex MBA, University of Essex

MBA Director ที่นี่ไม่ธรรมดาเลย เป็นผู้เชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์ให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลกมากว่า 20 ปี ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นอาจารย์ที่ Essex Business School มี Director’s Workshop ที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนผ่านการเรียนรู้จาก Business Issues ที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากจะได้เรียนการบริหาร และฝึก Soft Skills แบบ 360 องศาแล้ว ในหลักสูตรยังมีวิชา Data and Analytics ที่กำลังฮอตฮิตสุดๆในตอนนี้ และยังพาไปเยี่ยมชมธุรกิจชั้นนำ และแหล่งเพาะบ่มธุรกิจ (Business Incubators) ในประเทศอังกฤษ ทำให้นักเรียน MBA ของที่นี่ ได้พูดคุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ และได้เรียนกับคนที่ทำงานในบริษัทระดับโลก อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

MBA, Coventry University

Coventry University เป็นหนึ่งในกี่มหาลัย ที่เปิดรับนักเรียน MBA แบบไม่ต้องมีประสบการณ์ ถ้าใครเรียนจบแล้วอยากมาต่อ MBA เพื่อไปใช้ในธุรกิจที่บ้านไม่ควรพลาดที่นี่ เพราะมีหลากหลายสาขาให้เลือก คือ Global Business, Global Finance Services, International Fashion Management, International Human Resource Management, International Marketing ที่น้องๆสามารถเลือกเรียนได้ตามต้องการ และยังได้เรียนใน London Campus ไม่ต้องพูดถึง Opportunity ที่ประเมินค่าไม่ได้ และประสบการณ์ที่อาจารย์จะพาไปเรียนกับธุรกิจจริงๆในลอนดอน พร้อมทั้งเพื่อนๆในห้องที่เป็นนักเรียนไทย ส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆที่มีธุรกิจที่บ้านกันอยู่แล้ว เรียกได้ว่ามาเรียนอังกฤษ แต่ได้ Connection เมืองไทยกลับไปเพียบ อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

ใครถูกจริตกับ MBA ของที่ไหนก็เลือกเรียนกันได้ตามต้องการเลย แต่ถ้าอยากสมัครเรียน MBA พร้อมข้อมูลคอนเซ้าท์แบบเจาะลึก จัดเต็ม ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ไปเรียน MBA ตอนนี้ยังทันน้า 🙂

เกรดไม่ถึง 3 เข้ามหาวิทยาลัย Rank ดีๆ อะไรได้บ้าง?


UNIVERSITY OF KENT

มหาวิทยาลัยที่ได้รับรางวัล Gold ในด้าน Teaching Excellence Award และเป็นมหาวิทยาลัยที่เรียกได้ว่ามีการดูแลเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างสูง โดยสาขา Marketing ได้รับการจัดอันดับ Top 10 in UK โดยมีหลักสูตร Marketing และ Digital Marketing ซึ่งหลักสูตรเน้นการนำไปใช้งานโดยจะมีการสอน Google Analytics, Web Analytics และ Facebook Analytics เรียกได้ว่าจบปุ๊ป พร้อมทำงานทันที

Law School ของ Kent นั้นเป็น Law Clinic หนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และมีศิษย์เก่าเป็นผู้มีชื่อเสียง และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยมากมาย มีทุน 2,500 ปอนด์ ให้แก่เด็กไทยอีกด้วย โดยหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก ก.ต.ได้แก่

*International Commercial Law

*Criminal Justice

*Human Rights Law

อีกหลักสูตรหนึ่งที่ขึ้นชื่อของมหาลัย Kent คือด้านการเงิน และ Actuarial Science นักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งเป็นอาชีพที่มีรายได้สูงและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานไทย

อ่านเพิ่มเติม  http://www.mangolearningexpress.com/university-of-kent/


UNIVERSITY OF EXETER

*ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและโปรไฟล์ของผู้สมัคร

Exeter มหาวิทยาลัย อันดับ 6 ของประเทศอังกฤษจากการจัดอันดับของ CWTS Leiden Ranking มีชื่อเสียงมากด้าน Business ถือเป็น 1 ในมหาวิทยาลัยยอดนิยมของเด็กไทย และยังได้รับการจัดอันดับ Top 10 ในหลากหลายสาขา โดยสาขายอดนิยมได้แก่ Finance , Marketing, International Business, Entrepreneurship, Engineering Business Management, Supply Chain, International Relations และ TESOL

 

อ่านเพิ่มเติม http://www.mangolearningexpress.com/one-day-trip-university-of-exeter/


COVENTRY UNIVERSITY

มหาวิทยาลัย Coventry ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 12 โดย the Guardian University Guide 2018 และยังได้รับรางวัล the UK’s top modern university

อันดับ 1 ในสาขา film production and photography

อันดับ 2 ในสาขา  mechanical engineering

อันดับ 2 ในสาขา hospitality, event management and tourism 

นอกจากนี้มหาวิทยาลัย Coventry ยังมีหลักสูตรที่ติดอันดับ Top 10 in UK มากมายไม่ว่าจะเป็น economics (5th), sports science (8th), mathematics (8th), journalism (9th) and civil engineering (10th)

และยังมี Coventry London Campus ที่น้องๆสามารถเรียน MBA ไม่ต้องมีประสบการณ์พร้อมฝึกงานในลอนดอนได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม http://www.mangolearningexpress.com/review-coventry-university/


UNIVERSITY OF ESSEX

มหาวิทยาลัย Essex ได้รับรางวัล University of the Year 2018 เป็นมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อด้าน Social Science และยังได้รับการจัดอันดับ Top 10 ในสาขา politics และ sport  science

โดยหลักสูตร Human Rights ของ Essex นั้นเป็นหลักสูตรที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของ UK 

อ่านเพิ่มเติม http://www.mangolearningexpress.com/university-of-essex/


UNIVERSITY OF EAST ANGLIA

มหาวิทยาลัย East Anglia ได้รับการจัดอันดับ Top 15 ของประเทศอังกฤษ Pharmacology and Pharmacy (7th), Social Work (4th), Physiotherapy (3rd), Creative Writing (8th), Marketing (8th) and Communications and Media Studies (10th)

อ่านเพิ่มเติม http://www.mangolearningexpress.com/รีวิวหอ-uea/


UNIVERSITY OF PORTSMOUTH

มหาวิทยาลัย Portmouth เป็นมหาวิทยาลัย Top 25 ในประเทศอังกฤษ

เมือง Portsmouth เมืองท่าของประเทศอังกฤษและมีชื่อเสียงด้าน Logistics และ Supply Chain

อ่านเพิ่มเติม http://www.mangolearningexpress.com/university-of-portsmouth/#Dorm


NOTTINGHAM TRENT UNIVERSITY

มหาวิทยาลัย University of the Year ที่ตั้งอยู่ในเมืองที่มีทุกอย่างครบครันอย่างเมือง Nottingham ที่ต้องบอกว่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ทั้งเรื่องกิน เรื่องเที่ยว ไม่เป็นสองรองใครเลยทีเดียว หลักสูตรยอดนิยมนอกจาก Business แล้วยังมีหลักสูตร fashion และ design ที่น่าสนใจ

อ่านต่อได้ที่: https://www.mangolearningexpress.com/review-nottingham-trent-university/


ROYAL HOLLOWAY UNIVERSITY OF LONDON

หนึ่งในมหาวิทยาลัยในเครือ University of London ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในอังกฤษ หลักสูตรยอดนิยมนั้นมีหลากหลายทั้งในด้าน Business ไปจนถึง Information Security ซึ่งเป็นหนึ่งของอังกฤษแม้แต่รัฐบาลอังกฤษยังต้องมาขอคำแนะนำจากที่นี่ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตร MSc Digital Marketing ที่เรียนในใจกลางลอนดอนอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: https://www.mangolearningexpress.com/royal-holloway-university-of-london-2/


BOURNEMOUTH UNIVERSITY 

มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อด้าน Business โดยเฉพาะด้าน Marketing และ ยังได้รับความนิยมในสาขากฎหมาย เพราะมีหลักสูตรที่ก.ต.รับรองอีกด้วย


UWE BRISTOL 

ตั้งอยู่ในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของอังกฤษ ซึ่งอยู่ห่างจากลอนดอนเพียงชั่วโมงครึ่ง และเป็นมหาลัย Top 20 ที่ได้รับความนิยมในหลายๆหลักสูตร และที่สำคัญในเรื่องของ Student Satisfaction นั้นได้รับการจัดอันดับมามาเป็นอันดับต้นๆ ทำให้มหาวิทยาลัย University of West England นั้นได้รับความนิยมจากนักเรียนไทยเป็นอย่างสูง


สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

มารู้จัก Senate House Library ตึกเรียนกลางกรุงลอนดอน ของเด็ก Royal Holloway


Senate House Library คือห้องสมุดกลางของ University of London กลุ่มมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงลอนดอน อย่าง UCL LSE King’s College SOAS และ Royal Holloway เป็นต้น ซึ่งทุกมหาลัยในกลุ่ม University of London จะใช้ Facilities ร่วมกันได้ โดย Senate House Library จัดเป็นห้องสมุดกลาง ขนาดใหญ่ และในตึกเอง ยังมีห้องเรียนของหลายๆหลักสูตร อย่างเช่น หลักสูตร MSc Digital Marketing ของ Royal Holloway ก็จะได้เรียนที่นี่ เรามารู้จัก Senate House Library กันให้ดีกว่านี้ดีกว่า

Senate House เป็นอาคารใหญ่ ใจกลางกรุงลอนดอน ตั้งอยู่ละแวก Russell Square ในย่าน Bloomsbury ที่อาคารเรียนของมหาลัยที่อยู่ในเครือ University of London ตั้งอยู่รอบๆ แถมฝั่งตรงข้าม ยังเป็น British Museum พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศอังกฤษ ที่เป็น Dream Destination ของคนทั่วโลก แต่น้องๆที่เรียน Digital Marketing ที่ Royal Holloway สามารถแวะไปเที่ยวคลายเครียดที่ British Museum เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะแค่ข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว

สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Art Deco ทั้งภายนอกและภายใน ทำให้มองจากด้านนอกก็ดูแกรนด์ ยิ่งใหญ่สมกับเป็นห้องสมุดกลางของ University of London พอเดินเข้าไปข้างในก็สวยงามด้วยเส้นสายแนวกราฟฟิค สมมาตร ให้ความรู้สึกสวยงามตามฉบับยุค 20s – 30s แต่ก็ยังไม่ทิ้งความโอ่อ่า โปร่งสบายตา ถ้าใครคิดไม่ออกให้นึกถึงหนังเรื่อง The Great Gatsby ก็ได้ พอพูดถึงหนัง Senate House ยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังชื่อดังมากมาย ที่พูดชื่อไปทุกคนต้องรู้จัดแน่นอน อย่างเช่น Batman เวอร์ชั่นของ Christopher Nolan ก็ถ่ายที่นี่ถึง 2 ภาค (Batman Begins 2005, Batman The Dark Knight Rises 2012) หรือจะเป็นซีรี่ย์แนว Dystopia ชื่อดังประจำ Netflix เรื่อง Black Mirror ตอน Black Museum ก็ใช้ที่นี่เป็น Location ทั้งหมดนี้สามารถการันตรีความสวยและแกรนด์ของ Senate House Library ได้เป็นอย่างดี

เป็นสถานที่เรียนหลักสูตร Digital Marketing ของ Royal Holloway อีก 1 หลักสูตรด้าน Digital Marketing ชื่อดังของ UK ที่เน้นการสอนที่ตอบโจทย์ที่ว่า ทำ Marketing ให้ดีได้อย่างไรในโลก Online มุ่งเน้นสร้างแนวคิดที่ Creative และสามารถแก้ปัญหา และทำงานได้จริง มากกว่าการสอนตามตำราเรียน เพราะมหาลัยเชื่อว่า Digital Marketing เป็นอะไรที่ใหม่มากๆ ทำให้การสอนต้องอิงตามประสบการณ์จริงในโลกธุรกิจ บวกกับ Research ของมหาลัยที่มีอย่างมากมายอยู่แล้ว จนกลายมาเป็นหลักสูตร Digital Marketing ของ Royal Holloway ที่เรียนใน Central London Campus เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงแหล่งความรู้ และบริษัทชั้นนำ โดยมีอาจารย์ทั้งมีความรู้ทั้งด้าน Academic และ มีประสบการณ์จริงด้าน Marketing ในบริษัทชั้นนำทั่วโลก วิชาที่น้องๆจะได้เรียนก็มีความ Creative มากๆ เช่น Digital Brand Storytelling และ Design Thinking ที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ เพราะสามารถในไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกธุรกิจ และทุกเรื่อง ยังไม่นับ Connection ดีๆจากบริษัทชั้นนำในอังกฤษอีกนะคะ

รู้อย่างงี้แล้ว ใครอยากไปเรียนในตึกสวยดูดีมีสไตล์ ใจกลางกรุงลอนดอน อย่าง Senate House แถมได้เรียน MSc Digital Marketing ของ Royal Holloway หลักสูตรสุดครีเอทีฟ แถมใกล้ที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง British Museum อย่างพลาดมาเรียนหนึ่งในหลักสูตร Digital Marketing ที่ดีที่สุดในอังกฤษที่นี่นะคะ

อยากไปเรียนต่อ Digital Marketing ที่ Royal Holloway ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 พี่แมงโก้พร้อมตอบทุกข้อสงสัย พร้อมให้คำปรึกษาด้านข้อมูลเรียนต่ออังกฤษทุกเรื่อง ตอบเร็ว ตอบไว ที่สำคัญ ตอบฟรี!! ด้วยน้า

 

 

วิเคราะห์เจาะลึกมหาวิทยาลัย Bristol


มารู้จัก University of Bristol ให้ดีกว่าเดิม ผ่าน Data analytics ที่พี่แมงโก้รวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันเลยว่ามหาวิทยาลัยบริสทอลมีอะไรดีบ้าง..

  1. เข้ายากอันดับ 8 ของประเทศอังกฤษ

นอกจาก Oxford, Cambridge, University of Edinburgh, Durham University ที่ว่าเข้ายากๆแล้ว ก็มี University of Bristol เนี่ยแหละ โดยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 8 ของมหาวิทยาลัยที่เข้ายากที่สุดในประเทศอังกฤษ จาก UCAS ซึ่งเป็นระบบการรับเข้าเรียนระดับมหาลัยของชาติ

  1. อันดับ 49 ของมหาลัยดีที่สุดที่สุดในโลก

จาก QS World University Rankings ได้ยกย่องให้ University of Bristol เป็นมหาลัยที่ดีที่สุด อันดับที่ 49 ของโลก นอกจากนี้ในอยู่ใน Top 100 ของทุกสำนักที่จัดอันดับมหาลัยที่ดีที่สุดในโลก

  1. Ranking สูงในทุกหลักสูตร

จัดอันดับโดย The Guardian สำนักจัดอันดับมหาลัยในประเทศอังกฤษ ที่เน้นการจัดอันดับจาก คุณภาพการสอน (quality of teaching), ความพึงพอใจของนักเรียน (student satisfaction) และ เรทการถูกจ้างงานหลังเรียนจบ (employability) ซื่ง The Guardian ปี 2019 ได้จัดอันดับไว้ดังนี้

  • อันดับที่ 1 Pharmacy & Pharmacology (1st)
  • อันดับที่ 1 Engineering: General (1st)
  • อันดับที่ 3 Engineering: Civil (3rd)
  • อันดับที่ 4 Engineering: Mechanical (4th)
  • อันดับที่ 10 Engineering: Electronic & Electrical (10th)
  • อันดับที่ 1 Social Policy & Administration (1st)
  • อันดับที่ 3 Sociology (3rd)
  • อันดับที่ 4 Politics (4th)
  • อันดับที่ 8 Social Work (8th)
  • อันดับที่ 4 Music (4th)
  • อันดับที่ 7 Anatomy & Physiology (7th)
  • อันดับที่ 8 Forensic Science & Archaeology (8th)
  • อันดับที่ 9 Modern Languages & Linguistics (9th)
  • อันดับที่ 10 Anthropology (10th)
  1. 1:8 คืออัตราส่วนของการรับเข้า Business School

หลักสูตร Business ของที่นี้ โด่งดังในระดับโลก เข้ายากสุดๆ ด้วยอัตราส่วนการรับเข้า 1:8 ข้อมูลของมหาลัยในปี 2019 มีคนสมัครเข้า School of Economics, Finance and Management จำนวน 11,456 ใบสมัคร แต่ได้เข้าเรียนจริงๆแค่ 1,432 คนเท่านั้น!!

  1. ฮิตจนตอนนี้มีคณะที่ไม่รับสมัครแล้ว!!

หลักสูตร Data Science ที่น้องๆให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ของที่ University of Bristol รับนักเรียนได้เพียง 120 คนเท่านั้น และได้ปิดไปแล้วด้วย คือไม่รับสมัครเพิ่มแล้ว เพราะตอนนี้ Application ล้น จนไม่รับพิจารณาแล้วจ้า บอกแล้วว่ามหาลัยเค้าดีจริง ใครอยากไปเรียน MSc Data Science ต้องรอปีหน้าแล้วน้า แนะนำให้เริ่มเตรียมตัวสมัครตั้งแต่กลางปีนี้เลย จะได้ไม่พลาดเหมือนปีนี้ ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยน้า ทีมงานเราสมัครไวไม่แพ้ชาติใดในโลกจ้า

  1. นักเรียน UK vs นักเรียนต่างชาติ

University of Bristol เป็น 1 ในไม่กี่มหาลัยที่มีคนอังกฤษนิยมเรียนต่อป.โทที่นี่เป็นจำนวนมาก วัดจากข้อมูลนักเรียนในสาขา Science ที่มีนักเรียนอังกฤษถึง 126 คน และมีนักเรียนต่างชาติแค่ 31 คนเท่านั้น!! ส่วนในสาขา Social Science and Law ซึ่งมีคณะสุดฮิตอย่าง Law, Politics, และทุกหลักสูตร Business และ Economics มีนักเรียนอังกฤษทั้งหมด 766 และนักเรียนต่างชาติ 1,879 คือเป็นนักเรียนอังกฤษเกือบ 1 ใน 3 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงมากๆ ถ้าเทียบกับมหาลัยบางแห่งที่แทบจะมีเด็กต่างชาติเกือบทั้งห้อง ใครอยากไปเรียนที่ที่มีเด็กอังกฤษเยอะๆ พลาดที่นี่ไม่ได้เลย

  1. Top 3 คณะที่คนเรียนเยอะที่สุด

อันดับ 1 คือ School of Economics, Finance and Management ตามมาด้วย School of Education และต่อด้วย University of Bristol Law School ที่เด็กไทยที่จบที่นี่ มักได้งานใน Law Firm ดังๆระดับประเทศ

  1. หลักสูตรกฎหมายที่ Bristol

ได้รับการยกย่องทางด้านคุณภาพการสอน ได้รับการจัดอันดับเป็น Top 5 ของ Law School ที่มี Research Intensity เข้มข้นมากที่สุดในอังกฤษ แถมการเรียนแบบ Seminar ในคลาสเล็กๆ ยังทำให้เราต้องเตรียมตัวก่อนเรียนอย่างดี ทำให้หลายๆคนที่จบจากที่นี่ ได้ทำงานใน Law firm ชื่อดังกันแทบทั้งนั้น

–              LL.M Law – Banking and Finance Law

–              LL.M Law- Health , Law and Society

–              LL.M Law – Employment, Work and Equality

–              LL.M Law – Company Law & Corporate Governance

–              LL.M Law – Commercial Law

–              LL.M Law – International Commercial Law

–              LL.M European Legal Studies

–              LL.M General Legal Studies

–              LL.M Human Rights Law

–              LL.M International Law

–              LL.M International Law and International Relations

–              LL.M Labour Law and Corporate Governance

–              LL.M Law and Globalisation

–              LL.M Public Law

ก.ต. รับรอง

รับรองแบบธรรมดา

–              LL.M in Commercial Law,

–              LL.M in International Law,

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

–              LL.M in Maritime Law

  1. หลักสูตร Politics

นอกจาก Law แล้ว ด้าน Politics ก็ดังไม่แพ้กัน เพราะมีน้องๆทุน กพ. นิยมสมัครเรียนต่อที่นี่กันหลายคนเลย

Politics and International Relations

  • MSc European and Global Governance
  • MSc Gender and International Relations
  • MSc International Relations
  • MSc International Security
  • LLM International Law and International Relations
  • MSc Social Science Research Methods (Politics)

Development

  • MSc Development and Security
  • MSc East Asian Development and the Global Economy
  • MSc International Development

Sociology

  • MSc Contemporary Identities
  • MSc Ethnicity and Multiculturalism
  • MSc Social and Cultural Theory
  • MSc Social Science Research Methods (Sociology)
  • MSc Sociology
  1. หลักสูตร Business

อย่างที่บอกไปว่า School of Economics, Finance and Management มีคนสนใจนิยมมาเรียนจากทั่วโลก มาดูกันดีกว่าว่ามีหลักสูตรอะไรบ้าง

  • MSc Accounting and Finance
  • MSc Banking, Regulation and Financial Stability
  • MSc Economics
  • MSc Economics and Finance
  • MSc Finance and Investment
  • MSc Global Operations and Supply Chain Management (new)
  • MSc Marketing
  • MSc Accounting, Finance and Management
  • MSc Economics, Finance and Management
  • MSc Management
  • MSc Management (Entrepreneurship)
  • MSc Management (International Business)
  • MSc Management (Marketing)
  • MSc Management (Operations and Project Management)
  • MSc Social Science Research Methods (Management)
  1. หอนี้พี่ออมแนะนำ

นอกจากมหาลัยจะดังมากๆแล้ว เมือง Bristol เองก็ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และยังเป็น Top Destination ของยุโรป ที่คนนิยมมาเที่ยว ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจาก London เป็นเมืองท่าเก่าที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม และยังอยู่ติดกับ Wales ทำให้ไปเที่ยวเมืองต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย มาดูกันว่าพี่ออม คอนเซ้าท์มือ 1 ประจำแมงโก้ ผู้รู้ทุกเรื่อง ตอบได้ทุกอย่างจะแนะนำหออะไรบ้าง

  • Brunel House, West Residential Village หอพักนักเรียนในอาคารสไตล์คลาสสิค ภายในถูกรีโนเวทใหม่อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยห้อง En Suite ทั้งหมด ใกล้กับ Law School เดินแค่ 6 นาทีเท่านั้น เด็ก Law School ต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง

  • Deans Court , West Residential Village หอพักที่นักเรียนปริญญาโทนิยมอยู่มาก เป็นลักษณะ Flat 8 ชั้น และมี Courtyard อยู่ตรงกลาง ตั้งอยู่ใกล้กับมหาลัยและ City Centre ในระยะที่เดินไม่ถึง 10 นาที

      12. อยากเรียนที่ University of Bristol ต้องทำยังไง !?!?!

Interview day with University of Bristol สัมภาษณ์พร้อมรู้ผลทันที กับตัวแทนมหาลัย ที่ออฟฟิสสุดชิคย่านพญาไท Mango Head office ในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2563 เวลา 10.00-12.00 ลงทะเบียนมาได้เลยที่ >> https://www.mangolearningexpress.com/bristol-day/

3 เหตุผลที่ทำไมต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ


3 เหตุผลทำไมต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ

3 เหตุผลที่ทำไมต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ

ประเทศอังกฤษ ถือเป็นประเทศ 1 ในต้นแบบการศึกษาของไทย เป็นบ้านของภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก และยังมีการส่งเชื้อพระวงศ์ รวมถึงลูกหลานของบุคคลที่มีชื่อเสียงไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นี่คงเป็นเหตุผลว่า ทำไมประเทศอังกฤษถึงเป็นตัวเลือกแรกๆของเด็กไทยทุกยุคทุกสมัย เมื่อคิดถึงการไปเรียนต่อต่างประเทศ เรามาวิเคราะห์กันให้ชัดไปเลยดีกว่าว่า อะไรที่ทำให้อังกฤษ เป็นเป้าหมายการเรียนต่อต่างประเทศมากกว่าประเทศอื่นๆ

  1. ชื่อเสียงมหาวิทยาลัย

ที่อังกฤษมีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง University of Oxford ที่ก่อตั้งมาเกือบพันปีแล้ว และยังคงความเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก ที่ไม่ว่าการจัดอันดับของสำนักไหนก็มันจะติดอยู่ในอันดับ 1 ใน 10 เสมอๆ นอกจาก University of Oxford แล้ว ยังมีอีกหลายๆมหาวิทยาลัยในอังกฤษที่ติดอันดับ Top 100 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกด้วย จากการจัดอันดับ The World’s Top 100 Universities ปี 2020 โดย QS World Ranking มีมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษถึง 18 แห่ง ที่ติดอันดับโลก ซึ่งนอกจาก Oxford Cambridge ที่ติดอันดับ Top 10 แล้ว ยังมี University of Edinburgh ยูเก่าแก่ทางฝั่งสกอตแลนด์ และ Durham University มหาลัยที่คนอังกฤษให้ความเชื่อมั่นรองจาก OxBridge ก็อยู่ใน Top 100 นี้ด้วย

  1. หลักสูตรการเรียนการสอน

การดีไซน์หลักสูตรการศึกษาของประเทศอังกฤษ เป็นไปอย่างกระชับ ฉับไว แต่เข้มข้นด้วยเนื้อหาอย่างมาก เน้นการสอนให้นักเรียนคิดตนเอง ผ่าน 3 กระบวกการ คือ ค้นคว้า วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ ทำให้เราจะเห็นนักเรียนเต็มห้องสมุดตลอดทั้งปี ระยะเวลาเรียนก็จะสั้นกว่าที่อื่น โดยระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 3 ปี ส่วนปริญญาโท ก็จะเรียนเพียง 1 ปีก็จบหลักสูตรแล้ว ด้วยระยะเวลานี้เอง ทำให้นักเรียนต่างชาติประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะต้องไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเป็นเวลานานๆได้มากเลย แถมยังช่วยให้เราได้เริ่มชีวิตการทำงานได้เร็วขึ้นอีกด้วย

  1. Connection

ด้วยความที่ประเทศอังกฤษเป็นประเทศยอดฮิตของเด็กไทย ทำให้ปีๆหนึ่งมีนักเรียนไปเรียนต่อเยอะมากๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่า ไปเรียนที่อังกฤษไม่มีเหงาแน่ๆ เพราะนอกจากจะมีเพื่อนต่างชาติมากมายแล้ว ยังมีเพื่อนคนไทยที่จะคอยช่วยเหลือกันยามอยู่ต่างแดน แถมกลับมาก็ยังจะได้เป็นเพื่อนกันต่อ และช่วยเหลือกันในภายภาคหน้าด้วย นอกจากนี้ ด้วยความที่มีคนไทยไปเรียนที่อังกฤษเป็นร้อยๆปีมาแล้ว ทำให้มี “สามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์” ที่เป็นสมาคนนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษ ก่อตั้งโดยรัชกาลที่ 6 และมีกิจกรรมสานสัมพันธ์ให้นักเรียนไทยในอังกฤษอย่างเหนียวแน่นตลอดมา ทั้งงานกีฬาสามัคคีเกมส์ ที่เป็น 1 ในอีเว้นท์ใหญ่ของเด็กไทยในอังกฤษ ทำให้น้องๆที่ไปเรียนได้รู้จักกับเพื่อนๆที่เรียนอยู่ต่างเมืองด้วย

แล้วทำไมต้องไปเรียนต่ออังกฤษกับ Mango Learning Express

  1. 10 ปี ในวงการศึกษาต่อต่างประเทศ

ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี ในแวดวงการศึกษาต่อ ทำให้เราเข้าใจหลักการ และขั้นตอนการไปเรียนต่อเป็นอย่างดี รวมถึงมหาวิทยาลัยที่เราเป็นตัวแทน ล้วนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานอย่าง University of Edinburgh, Durham University, University of Nottingham, University of Exeter และพี่ๆ Consultant ที่แมงโก้ มีความรู้และความเข้าใจในหลักสูตรเป็นอย่างดี รวมถึงยังมีความเข้าใจไปถึงเมืองต่างๆ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในประเทศอังกฤษเป็นอย่างดี

  1. Best Service with Free of Charge

เพราะแมงโก้ เราเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ประจำประเทศไทย ทำให้เรามีสายสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยต่างๆเป็นอย่างดี รวมถึงสามารถช่วยเหลือ และติดตามใบสมัครเรียน รวมถึง Offer ของน้องๆได้ด้วย และเพราะการเป็นตัวแทน เหมือนเป็นการช่วยทำการตลาด และคัดนักเรียน เป็นประตูด่านแรกให้มหาลัยอยู่แล้ว เราจึงไม่คิดค่าใช้จ่ายๆใดๆกับน้องๆที่มาสมัครเรียนกับเรา เพราะทางมหาลัยที่ประเทศอังกฤษดูแลค่าใช้จ่ายตรงนี้อยู่ นอกจากพี่ Consultant ที่แมงโก้จะมีความรู้แน่นปึ้กในเรื่องการเรียนต่ออังกฤษแล้ว พี่ๆแมงโก้ยังมีความเป็นกันเอง ติดตามน้องๆและการสมัครเรียนอย่างใกล้ชิด และยังให้ความช่วยเหลือ และแนะนำน้องๆตั้งแต่ตอนเริ่มหาข้อมูลเรียนต่อ รีวิว SOP สมัครเรียน ตอบรับ Offer จองหอ ช่วยเหลือด้านวีซ่า ไปจนถึงช่วยให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อน้องเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษด้วย

  1. We are Mango Family

ทุกๆปี แมงโก้จะจัดงาน Pre-Departure ให้น้องๆที่จะไปเรียนต่ออังกฤษในปีนั้นๆ เพื่อให้น้องๆได้ทำความรู้จักกันก่อนไปเรียน ทั้งน้องที่เรียนอยู่เมืองเดียวกัน และเพื่อให้น้องได้มีเพื่อนต่างเมืองด้วย เพราะเราให้ความสำคัญกับ Connection เสมอ ในงานจะมีน้องๆตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอกมาร่วมงานด้วย เป็นกิจกรรมที่พี่แมงโก้ตั้งใจจัด เพื่อต้อนรับน้องๆเข้าสู่ครอบครัว Mango ของเรา รวมถึงจะมีกิจกรรมอื่นๆอีกหลังจากที่น้องๆเรียนจบกลับมา เพื่อสานต่อความเชื่อของเราที่ว่า “การเรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด”

รู้อย่างงี้แล้ว ถ้าใครอยากเรียนต่อที่อังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือโทร. 02-1293313 ได้เลย แล้วมาเป็นครอบครัวแมงโก้ด้วยกันนะคะ

4 เหตุผลดีๆ ที่ใครๆก็ไปเรียนที่ University of Hertfordshire


วันนี้พี่แมงโก้จะพาไปรู้จักกับ University of Hertfordshire อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยน่าเรียน ที่มีข้อดีที่เด่นหลายข้อมากๆ พี่แมงโก้ขอหยิบ 4 เหตุผลดีๆ ที่ใครๆก็อยากไปเรียนต่อที่ University of Hertfordshire มาให้น้องได้ทำความรู้จักมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้น

  1. Location เพราะ University of Hertfordshire ตั้งอยู่ที่เมือง Hatfield เมืองทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน ที่อยู่ห่างจากใจกลางกรุงลอนดอนโดยการนั่งรถไฟแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงจากสถานี King’s Cross Station ซึ่งเมืองนี้ เป็นเมืองเล็กๆตรงกลาง ระหว่าง Cambridge กับ London แปลว่าน้องๆจะได้อยู่ใกล้กับเมืองที่เป็น Destination หลักของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แถมในตัวเมือง ยังมีห้างใหญ่ถึง 2 แห่ง และ 1 ใน 2 นี้ยังเป็น Outlet แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ราคาถูก อย่าง M&S, Nike, GAP ให้น้องๆได้ไปช็อปปิ้งกันอีกด้วย
  2. Another Location ด้วยความที่เมือง Hatfield ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Watford ซึ่งเป็นศูนย์กลางของบริษัท IT ของอังกฤษ รวมถึงเป็นที่ตั้งของบริษัทระดับโลกอย่าง Universal Studio, Warner Brothers ที่มาตั้งสตูดิโออยู่ในเมืองนี้ ทำให้น้องๆที่เรียนสาขา Animation ที่ University of Hertfordshire มีโอกาสสูงมากที่จะได้ฝึกงาน หรือแม้กระทั่งได้งานทำต่อที่นี่เลย และ de Havilland Campus ของ University of Hertfordshire ยังเคยเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเครื่องบินของอังกฤษ ที่ภายหลังกลายมาเป็นลานจอดเครื่องบิน Airbus ทำให้หลักสูตร Aerospace Engineering ของที่นี่ดังมาก และน้องๆที่จบจากที่นี่ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ทำงานในบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินระดับโลกอย่าง Airbus อีกด้วย
  3. IELTS Waiving สำหรับน้องๆที่จบการศึกษาจากหลักสูตรนานาชาติ ทั้งจาก จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ SIIT MUIC BUIC ABAC หรือ Stamford จะได้รับสิทธิ์ในการไม่ต้องใช้คะแนน IELTS ยื่นเข้าเรียน นั่นหมายความว่า น้องๆไม่ต้องสอบให้ได้คะแนน IELTS ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดก็สามารถผ่านเข้าเรียนแบบ Direct Entry ได้เลย ไม่ต้องไปเรียน Pre-Sessional English (PSE) ให้เสียเวลาเลยน้า
  4. Scholarship ใครที่กำลังมองหาทุน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเรียนต่ออังกฤษ พิจารณา University of Hertfordshire ไว้ได้เลยค่า เพราะที่นี่แจกทุนตั้งแต่ £2,000 – £5,000 ให้กับน้องๆที่สนใจ สามารถสมัครทุนได้หลักจากได้ Offer จากทางมหาวิทยาลัยแล้ว โดยทางมหาวิทยาลัยจะประกาศรายชื่อผู้ได้ทุนประมาณปลายเดือนเมษายนปี 2020 ค่ะ ใครอยากได้ทุน รีบสมัครเรียน รีบสมัครทุนกันนะค้า

สำหรับน้องๆคนไหนที่ถูกใจ University of Hertfordshire ก็ติดต่อพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของ University of Hertfordshire ประจำประเทศไทยได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ได้เลยนะจ๊ะ พี่แมงโก้รอให้คำปรึกษาด้านการเรียนต่ออังกฤษ ฟรี!! ตั้งแต่เริ่มสมัครถึงไปเรียนเลยน้า

เตรียมตัวอย่างไรให้ได้ไปเรียนอังกฤษปี 2020


พร้อมรึยังกับการไปเรียนต่ออังกฤษปี 2020 กับ Checklist ง่ายๆจากพี่แมงโก้

ใครอยากไปเรียนต่ออังกฤษปีหน้า หรือปี 2020 แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน วันนี้พี่แมงโก้ทำ Checklist มาให้น้องๆแล้ว เพื่อทำให้การเตรียมตัวไปเรียนต่ออังกฤษของน้องๆเป็นเรื่องง่าย มาดูกันเลยว่า มีอะไรต้องเตรียมบ้าง

Checklist เอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียน

  • Passport หน้าแรก
  • Certificate หรือใบจบปริญญาเป็นภาษาอังกฤษ
  • Transcript หรือใบเกรด เป็นภาษาอังกฤษ
  • Reference Letter จากอาจารย์ หรือ หัวหน้างาน 2 ท่าน
  • CV หรือ Resume ฉบับภาษาอังกฤษ
  • SOP หรือ Statement of Purpose ซึ่งก็คือ จดหมายแนะตัว ที่จะสร้างความประทับใจให้ Admission Team และทำให้เค้าเลือกเราเป็นนักศึกษาของมหาลัยนั้นๆ (เป็นตัวแปรสำคัญในการรับเข้าเรียนนะจ๊ะ)

เอกสารเริ่มแรกสามารถเตรียมแค่นี้ก็สมัครเรียนได้แล้วค่า มาถึงตรงนี้น้องๆหลายคนคงมีคำถามว่า “แล้ว IELTS ล่ะ?” พี่แมงโก้บอกได้เลยว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในอังกฤษจะอนุญาตให้เรายื่นคะแนน IELTS ตามไปที่หลังได้ ไม่ว่าจะเป็นสมัครไปแล้วแล้วยื่นคะแนนตาม หรือยื่นคะแนน IELTS หลังได้ Offer ก็ได้ เพราะคะแนน IELTS เป็นตัววัดระดับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของเราเท่านั้นค่ะ แต่ถ้าเราได้ IELTS คะแนนดีมากๆ แบบผ่าน Direct Entry ของหลักสูตรที่เราจะไปเรียน ตั้งแต่ก่อนที่เราจะสมัคร ก็สามารถยื่นประกอบกันไปได้เลย แต่พี่แมงโก้แค่ไม่อยากให้น้องๆรอคะแนน IELTS จนทำให้เสียโอกาสในการเข้าเรียนมหาลัยในฝัน ทั้งๆที่สามารถสมัครได้ก่อนคะแนนออกแล้วน้า เพราะอย่าลืมว่าที่อังกฤษ ใช้ระบบ First Come First Serve สมัครก่อน ได้รับการพิจารณาก่อนจ้า ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสได้เรียนในมหาลัยที่เราอยากเรียนมากขึ้นมากๆเลยน้า และที่สำคัญที่สุด ต้องสอบ IELTS แบบ UKVI นะจ๊ะทุกคน

ส่วน Timeline ในการสมัครเรียนก็จะมีตามนี้จ้า

  • ตุลาคม 2019 – เริ่มสมัครเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ สามารถสมัครได้เรื่อยๆ แต่อย่างที่บอกนะคะ สมัครก่อนได้พิจารณาก่อน แถมไม่ต้องคอยลุ้นว่าหลักสูตรที่เราจะเรียนปิดรับ เพราะได้รับนักเรียนครบไปแล้ว
  • ม.ค. – มี.ค. 2020 – ทยอยสอบ IELTS UKVI ได้เลย (รีบลองสอบกันนะ เพราะเป็นช่วงที่น้องๆส่วนใหญ่ลงสอบกันอย่างคึกคัก ลงสอบช้าอาจจะไปเจอที่นั่งสอบเต็ม ทำให้อดสอบได้จ้า)
  • เมษายน 2020 – Final IELTS เพื่อส่งคะแนน IELTS ให้มหาลัย จะได้ออกเอกสาร CAS ให้เราไปทำวีซ่าได้เร็วๆนะคะ
  • พฤษภาคม 2020 – มหาลัยส่วนใหญ่จะปิดรับนักเรียนของปี 2020 แล้ว ซึ่งในมหาลัยดังๆชื่อเสียงดีๆ ก็มักจะรับนักศึกษาเต็มไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ยังไงก็รีบสมัครกันนะคะ

ใครอยากไปเรียนอังกฤษปี 2020 ติดต่อพี่แมงโก้ ตัวแทนมหาวิทยาลัยของประเทศอังกฤษอย่างเป็นทางการ พี่แมงโก้ช่วยตรวจเอกสาร รีวิว SOP ให้ถูกใจกรรมการ สมัครเรียน จองหอพัก ทำวีซ่า รวมถึงเป็นผู้รับฟังและช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างของน้องๆจนกว่าจะเรียนจบเลยน้า ที่สำคัญทุกบริการของเรา ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆแอบแฝงแน่นอนค่า

ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ได้เลย พี่แมงโก้รอให้คำปรึกษาอยู่นะจ๊ะ

 

รีวิวเรียนต่อโท Marketing แบบเจาะลึกเฉพาะด้าน Marketing



เป็นอีกหนึ่งสาขาฮอตฮิตตลอดกาลของเด็กไทยที่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศ อังกฤษ แต่ด้วยความที่โลกยุคใหม่หมุนเร็วกว่าที่เราคิด ทำให้การทำการตลาดแบบเดิมๆอาจจะไม่ได้ผลดีแบบเดิมอีกแล้ว และศาสตร์ด้านมาร์เก็ตติ้ง ที่เป็นเหมือนวิชาที่รวมสาย Creative เข้ากับ Business ทำให้มีการแตกแขนงสาขาออกมามากมาย วันนี้พี่แมงโก้จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับ Marketing สาขาต่างๆ ที่จะทำให้น้องๆได้เป็น Specialist ในสาขาที่เจาะลึกลงไปมากกว่ามาร์เก็ตติ้งแบบธรรมดาๆ เลย


1. Brand and Advertising เน้นการทำมาร์เก็ตติ้งสายสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และการทำโฆษณาให้ประสบความสำเร็จในวงกว้าง เหมาะกับน้องๆที่อยากทำงานต่อในวงการโฆษณา หรือทำฝั่งคอร์ปเปอร์เรท ที่เน้นการสร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จักและจดจำของผู้บริโภคหลักสูตรนี้มีที่;
– MA Advertising and Marketing, University of Leeds
– MSc Branding and Advertising, Nottingham Trent
– MSc Marketing and Brand Management, University of Essex


2. Marketing and User Experience เพราะทุกวันนี้เราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประสบการณ์ของลูกค้า มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า รวมไปถึงมุมมองที่มีต่อแบรนด์ ทำให้เกิดเป็นหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อมุ่งเน้นการสร้าง Strategy เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีทั้งต่อแบรนด์และตัวสินค้าเอง โดยได้รวม Experience ทั้งทางด้าน Online และ Offline มาสอนทั้งหมด เป็นสาขาใหม่ที่น่าสนใจ และน่าจะใช้ได้จริงในโลกธุรกิจทุกวันนี้ด้วยหลักสูตรนี้มีที่;
– MSc Marketing and User Experience, Bournemouth University


3. Retail Management and Marketing การค้าปลีกเป็นส่วนสำคัญที่คนทำธุรกิจส่วนใหญ่ต้องรู้ เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ก็เน้นขายสินค้าให้กับลูกค้ารายย่อยอยู่แล้ว หลักสูตรนี้จึงเป็นประโยชน์ในวงกว้างมากๆ ทั้งต่อคนที่จบไปทำธุรกิจของตัวเอง หรือรับช่วงต่อธุรกิจที่บ้าน หรือแม้กระทั่งทำงานใน Global Company อย่า Unilever หรือ P&G ซึ่งจัดว่าเป็นธุรกิจค้าปลีกระดับใหญ่ยักษ์ โดยหลักสูตรนี้จะสอนทั้งการบริหารธุรกิจ Retail ไปจนถึงการทำ Marketing ยังไงให้ถูกใจลูกค้า หลักสูตรนี้มีที่;
– MSc Marketing Management (Retail), Bournemouth University


4. Digital Marketing เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ซื้อของ Online กันทั้งนั้น เพราะทั้งซื้อง่าย ขายคล่องขนาดนี้ หลายๆ บริษัทเลยให้ความสำคัญกับการทำ Digital Marketing เป็นอย่างมาก ซึ่ง Digital Marketing นี้ไม่ใช่เพียงแต่การทำมาร์เก็ตติ้งผ่านทางช่องทาง Social Media เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง website และ application ต่างๆ หรือก็คือทุกช่องทางที่อยู่ในหมวดหมู่ของ Digital ซึ่งหลักสูตร Digital Marketing ที่ประเทศอังกฤษก็จะสอนครอบคลุมไปในทุกส่วน และที่สำคัญหลายๆ มหาวิทยาลัย จะเน้นสอน Mindset ในการทำ Digital Marketing เพื่อให้ทันกับโลกแห่งการ Disrupt จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ในทุกๆวันด้วยหลักสูตรนี้มีที่;
– MSc Digital Marketing, Royal Holloway, University of London
– MSc Digital Marketing Management, Coventry University
– MSc Digital Marketing, University of Southampton
– MSc Digital Marketing and Analytics, University of Kent


5. Fashion Marketing ใครมีความฝันอยากทำแบรนด์เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับเป็นของตัวเองกันบ้าง? ถ้าเป็นสายแฟ ที่มีความอาร์ตอยากทำเสื้อผ้าเอง แต่ก็ไม่อยากทิ้งด้านธุรกิจ และอยากรู้ว่าจะทำยังไงให้เสื้อผ้าเราขายได้ เชิญมุ่งหน้ามาเรียนหลักสูตร Fashion Marketing ได้เลย เพราะหลักสูตรนี้จะเน้นเจาะไปที่การทำ Marketing ให้กับแบรนด์แฟชั่นทั้งหลายโดยเฉพาะ เรียนได้ว่าจบออกไปสามารถไปสร้างแบรนด์ของตัวเอง หรือจะไปทำงานในบริษัทแฟชั่นในดวงใจได้เลยหลักสูตรนี้มีที่;
– MA International Fashion Marketing, Regent’s University
– MBA International Fashion Management, Coventry University (London Campus)
– MSc International Fashion Marketing, Coventry University (London Campus)
– MA International Fashion Management, Nottingham Trent University
– MA Fashion Marketing, Nottingham Trent University
– MA Fashion Communication, Nottingham Trent University

luxury-brand-management

6. Luxury Brand Management ถ้า Fashion Marketing ยังกว้างไป อยากจะลงลึกไปที่ธุรกิจ Luxury Goods ซึ่งไปเป็นตลาด Niche ที่มีกำลังซื้อที่เข้มแข็งตลอดกาล ต้องมาเรียนหลักสูตรนี้เลย เพราะลูกค้าในกลุ่ม Luxury จะมีความยูนิค ที่อาจจะต้องใช้วิชาความรู้ที่เฉพาะเจาะจงในการพิชิตใจลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้ รวมถึงการได้มีโอกาสเรียนกับมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญ มีผู้สอนที่เคยอยู่ในธุรกิจนี้จริงๆ รวมทั้งการมีเพื่อนในห้องเรียน และ Alumni ที่จะเป็นคอนเนคชั่นในธุรกิจประเภทนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ และเป็นประโยชน์ในอนาคตการทำงานเป็นอย่างมาก หลักสูตรนี้มีที่;
– MA Luxury Fashion Brand Management, Nottingham Trent University
– MA Luxury Brand Management, Regent’s University

.
หวังว่าหลักสูตร Marketing แบบเจาะลึกที่พี่แมงโก้รวบรวมมา จะมีซักหลักสูตรที่ตรงใจน้องๆกันบ้างนะคะ ถ้าใครอ่านแล้วยังไม่จุใจ จะไปฟังแบบละเอียดเน้นๆที่ Mango Podcast ก็ได้ หรือถ้าใครอยากให้ข้อมูลเพิ่มเติม
หรือมีคำถามแบบเจาะลึกลงไปอีก อยากถามพี่แมงโก้โดยตรง ก็ติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ก็ได้ทุกช่องทางเลย พี่แมงโก้พร้อมตอบทุกคำถาม และให้การช่วยเหลือด้านการเรียนต่อทุกขั้นตอน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเลยค่า

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิด เมื่อต้องเตรียมตัวไปเรียนต่ออังกฤษ


สำหรับน้องๆหลายคนที่อยากไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แต่เพิ่งเริ่มหาข้อมูล อาจจะทำให้มีความเข้าใจผิดในขั้นตอนการสมัครเรียนได้ และนั่นก็อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้องๆ สมัครเรียนช้า จนที่นั่งของคณะที่น้องอยากเข้าเหลือน้อย หรืออาจจะช้าจนไม่มีเวลาทำใบสมัครให้ดี ไปจนถึงสมัครไม่ทัน ทำให้พลาดโอกาสการไปเรียนในปีนี้เลยก็ได้ พี่แมงโก้เลยรวบรวมสิ่งที่น้องๆส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด เพื่อไขข้อข้องใจ และทำให้น้องๆมีโอกาสในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่น้องๆตั้งใจได้

  1. ต้องเลือกมหาวิทยาลัยจาก Ranking เท่านั้น

คำถามแรกที่น้องๆมักจะถามคือ ไปเรียนที่ไหนดี? และหลายๆคนไม่รู้ว่าเราควรเลือกมหาวิทยาลัยจากอะไร จึงเริ่มด้วยการดู Ranking เพื่อหามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ดี เหนือกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่ความจริงก็คือ Ranking มาจากหลายสำนักมาก แล้วเราจะเชื่อถือสำนักไหนได้มากกว่ากัน ยังคงเป็นคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ พี่แมงโก้เลยอยากให้น้องๆที่กำลังจะไปเรียนต่อพิจารณาเลือกที่เรียนจากหลายๆปัจจัย มากกว่าที่จะเลือกจากที่ Ranking เพียงอย่างเดียว เพราะ Ranking ไม่ได้เป็นตัวตัดสินทุกอย่าง จริงอยู่ว่าวิชาการนั้นสำคัญ แต่การไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นปี ทำให้ความเป็นอยู่ สภาพเมืองก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราสามารถหาข้อมูลได้จากศิษย์เก่าที่เคยไปเรียน หรือดูตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่มีรีวิวกันอยู่มากมาย ส่วนด้านวิชาการ พี่แมงโก้แนะนำให้ดู Course Structure และอาจารย์ที่สอนประกอบกันไปด้วย เพื่อจะได้รู้ว่ามหาวิทยาลัยที่เราสนใจ ตอบโจทย์ความต้องการทั้งทางด้านวิชาการ และไลฟ์สไตล์ของเราจริงๆ

  1. ต้องมีสอบ IELTS ก่อนสมัครเรียน

พอคิดว่าจะไปเรียนอังกฤษ ก็จะคิดว่าต้องสอบ IELTS ก่อน ถึงจะสมัครเรียนได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วคะแนน IELTS เป็นเพียงตัวชี้วัดความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของเราเท่านั้น ซึ่งมีผลต่อการพิจารณารับเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยต่างๆไม่มากเลย และมหาวิทยาลัยในอังกฤษส่วนใหญ่จะให้เราสมัครเรียนได้โดยที่ยังไม่ต้องมีคะแนน IELTS ด้วย แม้แต่ในยูท็อปๆ เองก็ใช้เกณฑ์นี้ เพราะฉะนั้นน้องๆ สามารถสมัครเรียนได้เลยตั้งแต่ยังไม่มีคะแนน IELTS นะคะ แล้วสามารถยื่นคะแนน IELTS ได้ตามหลัง หรือจะหลังจากที่ได้ Offer ตอบรับการเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ได้

  1. Pre-Sessional English คือการเรียนภาษาอังกฤษทั่วๆไป

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว คะแนน IELTS เป็นตัวบอกความสามารถทางภาษาอังกฤษของเรา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะได้ผ่านเข้าเรียนไปเลย โดยไม่ต้องเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ (Direct Entry) หรือว่าจะต้องไปเรียน Pre-Sessional English ซึ่งมีน้องๆจำนวนมากคิดว่า การเรียน PSE คือการเรียนภาษาอังกฤษธรรมดาๆทั่วไป แต่ความเป็นจริงแล้ว PSE คือการเรียนภาษาอังกฤษที่จะนำไปใช้ในการเรียนต่อระดับปริญญาโท โดยหลักสูตร PSE ตั้งแต่ 10 weeks ลงมาจะเป็นการสอนภาษาอังกฤษแยกตามสาขาและหลักสูตรที่เรียน เช่น ถ้าเราจะไปต่อโท LL.M. เราก็จะได้เรียน PSE เพื่อไปเขียนรายงานวิชาด้านกฎหมายได้ดีขึ้น ใช้ภาษากฎหมายได้ถูกต้องขึ้น เป็น Academic มากขึ้น หรือการไปต่อโทใน Business School การเรียน PSE ของเราก็จะเรียนเพื่อไปใช้ Present งาน และเขียน Paper ไปในทาง Business Academic ที่มีศัพท์และภาษาที่เป็นทางการและเป็นวิชาการมากขึ้น เป็นต้น

  1. Reference Letter ต้องเป็นอาจารย์ที่ตำแหน่งสูง หรือคนมีชื่อเสียงเขียนแล้วจะดี

เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้น้องๆหลายๆคนอาจจะต้องใช้เวลาไปตามหา หรือใช้เส้นสายเพื่อให้คนที่มีชื่อเสียง หรือมีตำแหน่งใหญ่ในคณะเป็นคนเขียน Reference Letter ให้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาอย่างมาก และอาจจะทำให้การสมัครเรียนล่าช้าไปอีก จริงๆแล้ว Reference Letter ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ไม่ได้มีผลมากต่อการพิจารณารับเข้าเรียน สิ่งที่มหาวิทยาลัยที่อังกฤษต้องการได้จาก Reference Letter คือหลักฐานที่บอกว่าเด็กคนนี้เป็นคนยังไง เพราะฉะนั้นคนที่จะเขียน Reference Letter ได้ดีที่สุด คือคนที่รู้จักเราดี อาจจะเป็นอาจารย์ที่เคยสอนเราในห้องเรียน หรือจะเป็นหัวหน้างานที่น้องๆทำงานด้วยอย่างใกล้ชิด และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อเนื้อความดี และเป็นผลดีกับเรามากกว่าการที่ให้คนที่ไม่รู้จักเราเลยมาเขียนนะคะ

  1. อยากได้ทุน ก็ต้องสมัครมหาวิทยาลัยที่มีทุนให้สมัครเท่านั้น

ความจริงของการแจกทุนที่อังกฤษคือ ทุนมักจะให้เป็นรางวัลกับนักเรียนที่เป็นนักเรียนของมหาวิทยาลัยนั้นๆแล้ว นั่นก็คือ มหาวิทยาลัยมักจะให้ทุนกับคนที่ไปอยากไปเรียนที่นี่จริงๆ และมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเหมาะสมแก่การตอบแทนด้วยการช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะให้เองโดยที่เราไม่ต้องสมัคร เพราะทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากใบสมัครของน้องๆอยู่แล้ว เราจึงจำเป็นต้องได้รับตอบรับเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้นๆก่อน จึงจะมีโอกาสได้ทุน

จริงๆแล้วถ้าใครอยากลดค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อโทที่ประเทศอังกฤษ สามารถมองหามหาวิทยาลัยที่ให้ส่วนลดต่างๆ กับน้องๆ ที่มีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยระบุก็ได้ เช่น ถ้าน้องๆ สมัครเรียนเร็ว ก็จะได้ส่วนลด Early Bird จะทางมหาวิทยาลัยบางแห่ง เป็นต้น

หวังว่า 5 ข้อข้างบนจะสามารถตอบคำถามคาใจ และเรื่องที่มักจะเข้าใจผิดกันอยู่บ่อยๆของน้องๆที่อยากไปเรียนต่อประเทศอังกฤษกันได้บ้างนะคะ ช่วงนี้มหาวิทยาลัยหลายๆแห่งก็เริ่มเปิดรับสมัครกันแล้ว อย่าลืมว่าสมัครก่อนได้พิจารณาก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่น้องๆใฝ่ฝันได้มากขึ้นน้า ไม่ต้องรอคะแนน IELTS ก่อนถึงจะสมัครเรียนได้ หรือปัจจัยอื่นๆที่อาจจะทำให้เราสมัครเรียนได้ช้าลง เราก็อาจจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้เลย

ถ้าอยากไปเรียนต่ออังกฤษ แต่มีข้อสงสัยที่มากกว่านี้ หรือไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ปรึกษาพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยอังกฤษในประเทศไทย ได้เลยที่ Line:@manglearning หรือ โทร. 02-129-3313 ปรึกษาฟรี ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆนะคะ

อยากเรียน Psychology แต่ไม่มีพื้นฐาน ไปเรียนที่ไหนได้บ้างในอังกฤษ


อยากเรียน Psychology แต่ไม่มีพื้นฐาน ไปเรียนที่ไหนในอังกฤษได้บ้าง มาถึงตรงนี้ คงจะมีน้องๆหลายคนที่สนใจด้าน Psychology ไม่ว่าจะเป็นจากการอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา ที่มีอยู่มากมายเต็มร้านหนังสือไปหมด หรือจากปรากฏการณ์ในสังคมที่เกิดจากความเครียด และจิตใจ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเป็นระยะๆ อยากจะเรียนต่อปริญญาโทด้านนี้ แต่ก็ติดที่ว่าไม่ได้เรียนด้านจิตวิทยามาตั้งแต่ตอนปริญญาตรี หรือบางคนอาจจะฝันอยากเป็นนักจิตบำบัดหรือจิตแพทย์ แต่ก็ติดที่ไม่ได้มีพื้นฐาน แล้วจะไปต่อทางสายงานนี้ยังไง พี่แมงโก้มีทางออกให้แล้วค่ะ เพราะน้องๆที่จบสายนี้ นอกจากจะไปเป็นนักจิตบำบัดได้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้าน Psychology ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในการทำงานในฝ่ายบุคคลอีกด้วย

  1. MSc Psychology (Conversion) @ University of Nottingham

เน้นไปที่การเรียนเกี่ยวกับการทำงานของ สมอง (Brain) กระบวนการรู้คิด (Cognition) และ พฤติกรรมของมนุษย์ (Behavior)  เป็นหลักสูตร Psychology ที่ไม่ require ว่าต้องจบ Psychology ตอนป.ตรีมาก็สามารถเรียนได้ ออกแบบมาเพื่อคนที่ไม่มีพื้นฐาน แต่อยากทำงานต่อในด้านนี้ หรือต้องการการรับรองจาก British Psychological Society  เพื่อใช้ในการศึกษาต่อในหลักสูตรเกี่ยวกับจิตวิทยาที่ลึกลงไป แถมยังเป็นหลักสูตรของ University of Nottingham มหาวิทยาลัยในเครือ Russell Group อันมีชื่อเสียงของอังกฤษ ที่โดดเด่นอย่างมากทางด้านวิชาการ จนได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 20 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในอังกฤษจาก The Complete University Guide 2019, The Guardian University Guide 2019 และ The Times and The Sunday Times Good University Guide 2019

  1. MSc Psychology @ Regent’s University

หลักสูตรที่สอนศาสตร์แห่งจิตวิทยาอย่างครอบคลุม ทั้งวิชา Biological Psychology, Cognitive Psychology เรียนจากเคสในอดีตที่เคยเกิดขึ้นจริงในวิชา Conceptual and historical issues และมีวิธีการที่หลากหลายที่เพิ่มเติมจากการ Lecture ทั้งจาก Seminar ให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนในห้อง อันเป็นหัวใจสำคัญของการเข้าใจคนอื่นและการเรียนจิตวิทยา เข้าคลาส Lap การสอนแบบตัวต่อตัว ไปจนถึงการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งหลักการสอนทั้งหมดนี้ เน้นการนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เรียนแต่เพียงทฤษฎีเท่านั้น ตามหลักการของมหาวิทยาเลยเอกชนอันมีชื่อเสียง ที่ชาวยุโรปและชาวอังกฤษเองนิยมมาเรียนเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก BPS หรือ British Psychological Society ของประเทศอังกฤษด้วย

ทั้ง 2 หลักสูตรจาก University of Nottingham และ Regent’s University ได้รับการรับรองจาก BPS หรือ British Psychological Society และน้องๆที่จบทั้ง 2 หลักสูตรนี้ จะได้รับการรับรอง Graduate Basis for Chartered Membership (GBC) เป็นสมาชิกของ BPS และสามารถนำวุฒินี้ไปใช้ศึกษาต่อด้านจิตวิทยาที่สูงขึ้นต่อไป รวมถึงยังเป็นการรับรองจากองค์กรที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติอีกด้วย

ใครสนใจเรียนต่อป.โทสาขา Psychology หรือสาขาอื่นๆที่ประเทศอังกฤษ ติดต่อพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ก็ได้นะคะ พี่แมงโก้พร้อมให้คำปรึกษา และแนะนำการเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสินจ้า