5 Business Schools ชั้นนำใน UK ที่ได้รับ Triple Accredited


Triple Accredited คือการได้รับการันตรีคุณภาพการเรียนการสอนของ Business School จากสถาบันชั้นนำของโลก 3 แห่งคือ


1. AACSB – The Association to Advance Collegiate Schools of Business (United States) คือองค์กรอิสระของสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อการันตรีคุณภาพของ Business School ทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นคล้าย ๆ กับสมาคมของ Business และ Management School ของทั้งในอเมริกาและทั่วโลก แต่ไม่ใช่สมาชิกทุกคนจะได้รับการการันตรี AACSB นี้

2. AMBA – The Association of MBAs (United Kingdom) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เหมือนกับ AACSB ของอเมริกา แต่แตกต่างกันที่ AMBA จะรับรอง Management Programme ในระดับปริญญาโท หรือ Postgraduate Degree เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตร MBA

3. EQUIS – EFMD Quality Improvement System (European Union) องค์กรที่ทำหน้าที่เหมือน AACSB และ AMBA แต่เป็นของสหภาพยุโรป โดยรับรองคุณภาพโดยพิจารณาจากการสอนของ Business School นั้น ๆ อย่างที่เรารู้กันดีว่า ไม่ว่าที่ไหนในโลกก็มีหลักสูตร Management และ Business School ก็มีเยอะแยะมากมาย แต่มีเพียง 1% ของ Business School ทั้งโลกนี้ที่ได้รับ Triple Accredited เหมือนกับมงลงพร้อมกับ 3 อันเลยนะคะ

วันนี้พี่แมงโก้จะมาแนะนำให้รู้จักกับ 5 Business School ชั้นนำในสหราชอาณาจักรกัน

review-edin
1. University of Edinburgh

มหาวิทยาลัยประจำเมืองหลวงของสกอตแลนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีชื่อเสียงทางด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก จัดเป็นหนึ่งใน Prestige University ของสหราชอาณาจักรเลยทีเดียว หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ

– MSc Accounting and Finance
– MSc Banking and Risk
– MSc Business Analytics
– MSc Carbon Finance
– MSc Entrepreneurship and Innovation
– MSc Finance
– MSc Finance, Technology and Policy
MSc Human Resource Management
– MSc Management
– MSc Marketing
– MSc Marketing and Business Analysis
– MSc International Business and Emerging Markets
– MBA

21-durhamuniversitybusinessschool
2. Durham University

อีกหนึ่ง Prestige University มหาวิทยาลัยชื่อดังทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมืองเดอแรมที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม มี Business School ชื่อดังที่เป็นเป้าหมายการเรียนปริญญาโทจากนักเรียนทั่วโลก หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ

– MSc Accounting
– MSc Business Analytics
– MSc Economics
– MSc Environmental and Natural Resource Economics
– MSc Experimental Economics
– MSc Public Economics
– MSc Finance
– MSc Finance (Accounting and Finance)
– MSc Finance (Corporate and International Finance)
– MSc Finance (Economics and Finance)
– MSc Finance (Finance and Investment)
– MSc Finance (International Banking and Finance)
– MSc Finance (International Money, Finance and Investment)
– MSc Islamic Finance
– MSc Islamic Finance and Management
– MSc Management
– MSc Management (Entrepreneurship)
– MSc Management (Finance)
– MSc Management (Human Resource Management)
– MSc Management (International Business)
– MSc Management (Supply Chain Logistics)
– MSc Marketing
– MBA



3. Newcastle University

มี Campus อยู่ทั้งในเมือง Newcastle เมืองใหญ่ทางตอนเหนือของอังกฤษ และกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษและยังเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของโลกอีกด้วย หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ

– MSc Accounting, Finance and Strategic Investment
– MSc International Financial Analysis
– MSc Banking and Finance
– MSc Finance
– MSc International Economics and Finance
– MSc Quantitative Finance and Risk Management
– MSc International Business Management
– MSc E-Business
– MSc E-Business (E-Marketing)
– MSc E-Business (Information Systems)
– MSc Global Human Resource Management
– MA Arts, Business and Creativity
– MSc Innovation, Creativity and Entrepreneurship
– MSc International Marketing
– MSc Operations, Logistics and Supply Chain Management
– MSc Computing Science
– MA Cross-Cultural Communication and International Management
– MA International Development and Education
– MBA


4. University of Exeter

มาที่มหาวิทยาลัยทางตอนใต้แถบ Cornwall ที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิป ๆ อย่าง Exeter และยังเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งได้รับมง Triple Accredited มาหมาด ๆ อีกด้วย
– MSc Accounting and Finance
– MSc Accounting and Taxation
– MSc International Management
– MSc International Business
– MSc Marketing
– MSc Human Resource Management
– MSc International Tourism Management
– MSc Entrepreneurship and Innovation Management
– MRes Management
– MRes Global Political Economy
– MSc Economics
– MSc Economics and Econometrics
– MSc Behavioural Economics and Finance
– MSc Financial Mathematics
– MSc Money, Banking and Finance
– MSc Financial Economics
– MSc Financial Analysis and Fund Management
– MSc Finance and Investment
– MSc Finance and Management
– MSc Finance and Marketing
– MSc Computer Science
– MSc Computer Science with Business
– MSc Data Science
– MSc Data Science with Business
– MSc Applied Data Science and Statistics
– MSc Engineering Business Management
– MSc International Supply Chain Management
– MBA


manu-into
5. University of Manchester

นอกจากเมือง Manchester จะมีทีมฟุตบอลชื่อดังแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ Business School ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่าง Alliance Manchester Business School อีกด้วย หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ
– MSc Accounting
– MSc Accounting and Finance
– MSc Finance
– MSc Quantitative Finance
– MSc Innovation Management and Entrepreneurship
– MEnt Master of Enterprise
– MSc International Business and Management (Management)
– MSc Business Analysis and Strategic Management
– MSc Management
– MSc Marketing
– MSc Operations, Project and Supply Chain Management
– MSc Business Analytics: Operational Research and Risk Analysis
– MSc Human Resource Management and Industrial Relations
– MSc International Human Resource Management and Comparative Industrial Relations
– MSc Organisational Psychology
– MSc Business Psychology
– MBA

เตรียมตัวอย่างไรให้สอบผ่าน IELTS


สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังคิดว่าจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี หรือปริญญาโท คงรู้กันทุกคนอยู่แล้วว่าหนึ่งในเกณฑ์ที่ต้องใช้ในการสมัครก็คือคะแนนสอบ IELTS หรือ The International English Language Testing System การจะทำคะแนนให้ได้ดี ย่อมต้องมีการเตรียมตัวที่ดี วันนี้พี่แมงโก้จะมาแนะนะวิธีการเตรียมตัวเพื่อให้สอบ IELTS ผ่านฉลุย ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่อังกฤษที่น้องใฝ่ฝัน

ข้อสอบ IELTS จะแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท ก็คือ Listening, Reading, Writing และ Speaking โดย 3 พาร์ทแรกจะสอบในช่วงเช้าเรียงต่อกันไป ส่วนพาร์ท Speaking จะสอบกับอาจารย์ต่างชาติในภาคบ่าย แม้ว่าเดี๋ยวนี้การสอบ IELTS จะมีสอบแบบ Computer base แต่ว่าสำหรับพาร์ท Speaking  ก็จะยังคงสอบกับอาจาร์ยชาวต่างชาติแบบตัวต่อตัวเหมือนเดิม ในวันสอบน้องต้องอย่าลืมเตรียมบัตรประชนหรือ Passport เพื่อยืนยันตัวตน ส่วนอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นดินสอ ปากกา หรือนาฬิกา ก็ไม่อนุญาตให้นำเข้าห้องสอบทั้งนั้น สิ่งที่จะนำติดตัวเข้าไปได้มีเพียงน้ำขวดเดียวค่ะ

ก่อนอื่นพี่แมงโก้อยากจะแนะนำหนังสือที่ใช้ในการเตรียมตัวก่อนเลย หนังสือแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่เป็น Beginner มากๆ พี่แมงโก้แนะนำให้อ่านหนังสือของ Baron’s เพราะเป็นหนังสือที่มีบทเรียนก่อนพาร์ทที่เป็นข้อสอบ อ่านง่าย เข้าใจง่าย ข้อสอบง่ายสำหรับน้อง ๆ ที่ภาษาอังกฤษอาจจะยังไม่แข็งแรงมาก ถ้าเขยิบเลเวลขึ้นมาอีกนิด ก็อ่านของ Kaplan ที่จะมีความยากขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ยากจนเกินไป เหมาะกับคนที่พัฒนาภาษาอังกฤษในระดับที่ยากขึ้นมา

ต่อไปเป็นหนังสือของ Cambridge ชื่อว่า The Official Cambridge Guide to IELTS with Answers เล่มสีขาว เป็นหนังสืออีกหนึ่งเล่มที่แนะนำมาก ๆ เพราะเรียบเรียงเนื้อหาได้ดีมาก อ่านง่าย เข้าใจง่าย ราคาก็ไม่แพงด้วย พออ่านหนังสือจบแล้ว ก็อย่างลืมลองฝึกทำข้อสอบจริงด้วย เพราะถึงแม้ในหนังสือจะมีแบบฝึกหัดข้อสอบให้เราแล้ว แต่เราจำเป็นอย่างมากที่จะต้องฝึกลองทำข้อสอบพร้อมกับจับเวลาจริง ๆ ไปด้วย
เหมือนจำลองการสอบ IELTS จริง ๆ เลย เพื่อเราจะได้ไม่ลนในวันจริง และทำข้อสอบได้ทันเวลา เพราะวันสอบจริงจะมีการจับเวลาอย่างเคร่งครัด วิธีนี้จะช่วยทำให้น้อง ๆ รู้จักตัวเองว่าใช้เวลาทำข้อสอบแต่ละพาร์ทนานขนาดไหนและช่วยให้น้อง ๆ บริหารเวลาในการทำข้อสอบได้ดีขึ้นด้วย เพราะถึงทำได้ แต่ถ้าทำไม่ทันเวลา น้อง ๆ ก็จะไม่ได้คะแนนนะจ๊ะ พี่แมงโก้แนะนำให้ซื้อหรือดาว์นโหลดหนังสือ Cambridge English IELTS with Answers แบบ Academic Training เพราะเป็นหนังสือที่มีแต่ข้อสอบล้วน ๆ ในทุก ๆ พาร์ท ถ้าน้องซื้อหนังสือเล่มนี้ให้เลือกแบบที่มี CD เพื่อให้น้องฝึก Listening ด้วย ซึ่งหนังสือเล่มนี้มีตั้งแต่เล่ม 1 – 11 เล่มเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าน้อง ๆ ทำข้อสอบในทุกเล่มจนหมดแล้ว ก็จะเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับข้อสอบไอเอลเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

สำหรับพาร์ท Listening แนะนำให้น้อง ๆ ฝึกด้วยการฟังข่าง BBC ทุกวันเพิ่มเติม และดูหนังภาษาอังกฤษโดยที่ปิด Subtitle เป็นการฝึกให้หูเราคุ้ยเคยกับภาษา ถ้ารถติดอาจจะโหลด Podcast ที่เป็นภาษาอังกฤษมาฟังฆ่าเวลาไปก็ได้ ฟังทุกวันน้อง ๆ จะคุ้นเคยกับสำเนียงต่าง ๆ แน่นอน และตอนฟังข้อสอบ จะต้องฟังให้ดี ๆ เพราะบางทีข้อสอบอาจจะหลอกเราได้ เช่น จะพูดคำตอบที่ผิดช้าๆแต่คำตอบที่ถูกเร็ว ๆ เป็นการเทสว่าน้อง ๆ ฝึกออกเสียงและเข้าใจภาษามากแค่ไหน นอกจากนี้เวลาเขียนตอบ แนะนำให้เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดเพราะบางที่คำตอบนั้นอาจจะเป็นคำเฉพาะที่เริ่มด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ เพราะฉะนั้นตัดปัญหาไปเลยด้วยการเขียนตอบด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

Reading พาร์ทนี้น้อง ๆ ควรอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษให้บ่อยที่สุด อ่านอะไรก็ได้ที่เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นบทความที่เจอตามเฟสบุ๊ค ฉลากอาหาร ใบปลิวใด ๆ ก็จะช่วยฝึกน้อง ๆ ได้หมด อ่านแล้วก็อย่าลืมฝึกจับใจความสำคัญ ในการทำข้อสอบเราไม่จำเป็นต้องอ่านให้เข้าใจทุกประโยคแต่ต้องจับใจความให้ ได้ แล้วถ้าศัพท์คำไหนไม่รู้ ก็เปิดหาความหมายทันที จะช่วยทำให้น้อง ๆ จำศัพท์ได้มากขึ้น ยิ่งมีศัพท์ในคลังสมองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้น้องๆอ่านบทความในข้อสอบได้ดีเท่านั้น แถมยังนำไปใช้ในพาร์ท Writing อีกด้วย

พาร์ท Writing ข้อสอบจะให้เขียน 2 บทความ โดยจะกำหนดจำนวนคำที่ต้องเขียนมาแล้ว เช่น Writing I จะต้องเขียนให้ครบ 15 คำ โดยเป็นการอธิบายแผนที่ หรือวิเคราะห์กราฟ เราก็พยายามฝึกเขียนไปเรื่อย ๆ ตามแบบฝึกหัดในหนังสือ ทริคก็คือ พยายามนับคำว่าบรรทัดหนึ่งเราเขียนได้กี่คำ เพื่อเวลาสอบจริงเราจะได้กะ ๆ ได้ว่าเราเขียนไปกี่คำแล้ว โดยไม่ต้องเสียเวลามานับอีกรอบ และ Writing II จะมีโจทย์เกี่ยวกับเรื่องต่างๆมาให้เราวิเคราะห์ โดยกำหนดให้เราเขียน 250 คำ น้อง ๆ ก็ใช้วิธีเขียนเหมือนเรียงความที่เราเคยเรียนกันมา ที่ต้องมีบทกล่าวนำ เนื้อเรื่อง และสรุป พยายามเน้นเรื่องแกรมม่าให้ถูกต้องและใช้ศัพท์ที่เป็น Academic
มากขึ้น เช่นคำว่า Big อาจจะเปลี่ยนเป็น Giant, Gigantic หรือ Huge แทน ส่วนนี้ก็จะสามารถเพิ่มคะแนนให้น้อง ๆ ได้

มาถึงพาร์ท Speaking ก็จะเป็นการพูดคุยโต้ตอบกับอาจารย์ชาวต่างชาติใน Topic ที่อาจารย์ถาม และยังมีการให้เราเลือกจับการ์ดหัวข้อที่เราจะต้องพูดด้วย การเตรียมตัวก็พยายามใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุด อาจจะเป็นการพิมพ์แชทไลน์กับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ หรือลงเรียนคอร์สพูดภาษาอังกฤษออนไลน์ หรือถ้ามีโอกาสได้เจอฝรั่งก็พยายามเข้าไปพูดคุยกับเค้าให้มากที่สุด นี่เป็นการ Make Friend กับฝึก IELTS ไปในตัวเลยด้วยเลยนะคะ

พอถึงวันสอบจริงก็ขอให้น้องไปก่อนเวลา เพราะบางทีน้องได้คิว 14.30น. ถ้าน้องไปถึงเร็ว อาจจะได้เข้าห้องสอบตอน 14.15น.เลยก็ได้ แล้วก็พยายามตั้งสติ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ไม่ตื่นเต้น
ให้คิดว่าเหมือนเราเข้าไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง สุดท้ายนี้ก็ขอให้น้องๆทุกคน เตรียมตัวให้พร้อม มีสติในการทำข้อสอบทุกพาร์ทให้ดี และขอให้คะแนนน้องๆออกมาดีผ่านเกณฑ์ได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษกันทุกคนนะคะ พี่แมงโก้เป็นกำลังใจให้เสมอ 🙂

5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake


เรียนต่อป.โทอังกฤษเดือนมกราคมก็ได้นะ “5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake” 

อยากไปเรียนต่ออังกฤษ แต่รอถึงกันยาปีหน้าไม่ไหว ไม่ต้องเครียดไปค่ะ ยังมีมหาวิทยาลัยในอังกฤษอีกหลายแห่งที่เปิดเรียนรอบเดือนมกราคม รอน้อง ๆ อยู่!! ขั้นตอนการสมัครเรียนและเอกสารที่ต้องใช้ก็เหมือนกันกับรอบกันยายนเลย มหาวิทยาลัยจะพิจารณารับเข้าเรียนแบบ First Come First Serve ใครสมัครก่อนก็ได้รับการพิจารณาก่อน มีเปิด Pre-Sessional English ด้วย ซึ่งคอร์ส PSE นี้พี่แมงโก้แนะนำให้ไปเรียนเพื่อปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษของเราให้พร้อมสำหรับการเรียนระดับป.โท และยังได้ไปพบเจอเพื่อนใหม่ก่อนเข้าเรียนจริงด้วยนะคะ

สำหรับมหาวิทยาลัยที่เปิดรอบ Jan Intake พี่แมงโก้แนะนำตามนี้เลยค่าา

  1. Regent’s University London

regents-1

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • Management
  • Luxury Brand Management
  • International Business
  • Oil & Gas Trade Management
  • International Fashion Marketing
  • Finance with Specialisations
  • Digital Marketing & Analytics

IELTS – Overall score of 6.5, with 6.0 or above in all 4 component parts


  1. Nottingham Trent University

nottingham-trent

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc Finance 
  • MSc Management
  • MSc Marketing
  • MSc Branding and Advertising
  • MSc Management and International Business

IELTS – Overall score of 6.5 with no element under 5.5


  1. Coventry University, London campus

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc Enterprise and Innovation
  • MSc Financial Technology (FinTech)
  • MSc Global Finance
  • MSc Global Financial Trading
  • MSc International Fashion Marketing
  • MSc International Hospitality and Tourism Management
  • MSc International Project Management
  • MSc Enterprise and Innovation with Extended Professional Practice
  • MSc Financial Technology (FinTech) with Extended Professional Practice
  • MSc Global Financial Trading with Extended Professional Practice
  • MSc International Fashion Marketing with Extended Professional Practice
  • MSc International Hospitality and Tourism Management with Extended Professional Practice
  • MSc International Project Management with Extended Professional Practice
  • MBAGlobal Business
  • MBA International Fashion Management
  • MBA International Human Resource Management
  • MBA International Marketing

IELTS – Overall score of 6.5


  1. Bournemouth University

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc International Management
  • MSc Innovation Management & Entrepreneurship
  • MSc Marketing Management
  • MSc Management with Human Resources
  • MSc Management with Project Management
  • MSc Retail Management & Marketing

IELTS – Overall score of 6.0 with a minimum of 5.5 in each component


  1. University of East Anglia

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MBA

IELTS – 6.5 overall with a minimum of 6.0 in each component 

*สำหรับหลักสูตร MBA ของ UEA ในรอบเดือนมกราคมจะไม่มีเปิดสอน Presessional English Corse ดังนั้นน้อง ๆ ต้องได้คะแนนไอเอลตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดนะคะ


เพราะอย่างงี้พี่แมงโก้เลยอยากให้น้อง ๆ ที่อยากเข้า Jan Intake เริ่มเตรียมตัวสมัครเรียนกันตั้งแต่ตอนนี้เลย จะได้ไม่พลาดโอกาสไปเปิดโลกการเรียนและใช้ชีวิตที่อังกฤษที่อาจจะเปลี่ยนน้องให้เป็นคนใหม่ในเวลา 1 ปีนี้เลยก็ได้!! 

ใครยัง งง ๆ ไม่รู้จะเริ่มสมัครเรียนรอบเดือนมกราคมยังไง ถามพี่แมงโก้มาได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือโทร. 02-129-3313 พี่แมงโก้ผู้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ พร้อมให้คำปรึกษาฟรี!! แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยจ้าา

SOP คืออะไร และ การเขียน SOP (Statement of Purpose) ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง


น้อง ๆ หลายคน มักจะได้ยินคำว่า SOP กันบ่อยๆ หรือว่าพี่ๆแมงโก้จะถามว่า น้องได้ร่าง SOP  รึยังคะ วันนี้มาทำความรู้จักกับ SOP กันดีว่า SOP คือ Statement of Purpose หรือ จดหมายแนะนำตัวเองที่ใช้แสดงความตั้งใจที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในฝันและอธิบายว่าทำไมถึงสนใจที่อยากจะเรียนที่นี่และหลักสูตรนี้ และรวมไปถึงเล่าเป้าหมายในอนาคตหลังเรียนจบ ซึ่ง SOP นี้แหละ จะเป็นตัวตัดสินใจหลัก ๆ รองจาก GPA และ CV โดยเฉพาะในการสมัครเข้าเรียนที่มีการแข่งขันที่สูง  น้อง ๆ ควรให้ความสำคัญกับ SOP เป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เป็นตัวช่วยให้ทีม Admission Committee ของมหาวิทยาลัยพิจารณาใบสมัครของเรา

3 WHY สำหรับ SOP

  • Why me? เป็นการเขียนแนะนำตัวเอง เล่าถึงประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาของน้อง ๆ เพื่อให้ทางทีม Admission Committee ได้รู้ถึงประวัติการเรียน การทำงาน จุดแข็ง จุดอ่อน ความสามารถ ผลงาน ที่ผ่านมา
  • Why this course? ทำไมถึงเลือกเรียนหลักสูตรนี้ แล้วหลักสูตรนี้จะช่วยน้องๆให้เติบโตก้าวหน้าในสายอาชีพได้อย่างไร
  • Why this University? ทำไมต้องที่นี่ แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีจุดเด่นของตัวเองที่ถ้าเราทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เราจะสามารถระบุได้ชัดเจนและแสดงให้มหาวิทยาลัยถึงความตั้งใจที่จะเข้าเรียนที่นี่เช่นกัน ดังนั้นพี่แมงโก้จะแนะนำให้วางแผนการสมัครดีๆเลือก 2-3 มหาวิทยาลัยที่เราอยากได้จริงๆ (และมี safe choice ที่เป็นแผนสำรอง) และไม่แนะนำให้น้อง ๆ สมัครเรียนแบบหว่าน เพราะนอกจากจะเสียแรงและเวลาในการเตรียมเอกสารและเขียน SOP แล้ว ยังทำให้น้อง ๆ ไม่ได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการทำ SOP ในมหาวิทยาลัยที่เราอยากได้ที่สุด

Do! & Do not! about Statement of Purpose.

สิ่งที่ควรทำ

  • กำหนดเป้าหมายในการเขียนให้ชัดเจน เพื่อให้ทีม Admission Committee ประทับใจ และต้องแสดงความสามารถที่ทำให้เชื่อว่า ที่นั่งว่างตรงนั้นเป็นของน้องแต่เพียงผู้เดียว
  • ใน SOP ต้องแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ ยกตัวอย่างเช่น การสะกดคำ การเว้นวรรค และการใช้ฟอนต์ที่ดูเป็นทางการ ง่ายต่อการอ่าน
  • ใช้ประโยคและคำง่ายๆ ได้ใจความ และตรงประเด็น มีความชัดเจน ไม่จำเป็นต้องใช้ศัพท์ยาก ถ้าเราไม่มั่นใจวิธีการใช้คำ ๆ นั้นจริง ๆ

สิ่งที่ไม่ควรทำ และ ห้ามทำ เป็นอันขาด

  • ลอก SOP ของคนอื่น เพราะมหาวิทยาลัยสามารถนำ SOP ไปตรวจสอบ Plagiarism แล้วอาจจะทำให้มีปัญหาได้นะคะ
  • เขียนยาวเกินไป ไม่น่าอ่าน จับใจความไม่ได้ ทำให้อ่านแล้วไม่รู้ว่าเราโดดเด่นอย่างไร

ถ้าไม่มีประสบการณ์การทำงาน แล้วจะเขียนอะไรใน SOP

ถ้าน้อง ๆ ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน พี่แมงโก้ขอแนะนำให้น้องๆเขียนเล่าเรื่องว่า ตัวเองเรียนจบด้านไหนมา, ฝึกงานที่ไหน?, Project ทำเรื่องอะไร?, หรือเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้าร่วมระหว่างเรียน โดยเล่าเรื่องราวของตัวเองให้น่าสนใจ อ่านแล้วประทับใจในตัวน้อง ๆ และพยายามโยงให้เกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เราจะเรียน โดยทั้งหมดนี้ เขียนให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้ง่าย เช่นการ เคยออกค่ายอาสาที่ต่างจังหวัด โดยการระดมทุนผ่านทาง social media ได้เงินจำนวน 1,000 ปอนด์ ในระยะเวลา 3 เดือน หรือ การแข่งขันประกวดแผนธุรกิจ โดยการใช้ความรู้ที่ได้เรียนมานำมาปรับใช้ในแผน และได้ใช้ทักษะการเป็นผู้นำ บริหารทีม 5 คน และนำทีมได้รับรางวัล เป็นจำนวน 3,000 ปอนด์ และยังเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประกวดการแข่งขันแผนธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ ที่น้องๆได้ถ่ายทอดลงไปใน SOP จะเป็นสิ่งที่แนะนำตัวน้องให้ทีมได้รู้จักน้อง ๆ มากยิ่งขึ้น และอย่าลืมเป้าหมายในอนาคตหลังเรียนจบหลักสูตรนี้ ว่าจะช่วยต่อยอด และนำความรู้ที่ได้เรียนมานั้นนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง


Statement of Purpose นั้นถือว่าเป็นหัวใจหลักในการเรียนต่อเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับน้อง ๆ ลูกค้า Mango ทุกคนเรามีบริการรีวิว SOP ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของเนื้อหาในการเขียน SOP ที่จะสามารถช่วยพาน้อง ๆไ ปสู่จุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้ค่ะ แอดไลน์มาได้เลยที่ @mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808

เกรด 2.5-2.8 ก็เรียนต่อด้าน Business ที่ประเทศอังกฤษได้


น้องๆหลายคนเข้ามาปรึกษาที่แมงโก้แล้วมีความกลุ้มใจในเรื่องของเกรดว่าได้เกรดไม่ถึง 3.00 จะสามารถไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ดีๆในประเทศอังกฤษได้รึปล่าว สิ่งแรกที่พี่จะต้องบอกเลยก็คือว่า SOP จะมีส่วนช่วยได้มากๆ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทุ่มเทกับการเขียน SOP ให้โดดเด่นและตรงใจคณะกรรมการคัดเลือกของแต่ละมหาวิทยาลัยค่ะ ข้อสำคัญอีกข้อนึงคือหลายมหาลัยมีความ strict เรื่องเกรดเป็นอย่างมาก ดังนั้นการหาข้อมูลก่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ว่ามหาวิทยาลัยไหนบ้างที่มีความยืดหยุ่นในการดูเกรด (ซึ่งส่วนนี้พี่ๆ consult สามารถให้คำแนะนำได้นะคะ) เพราะมหาวิทยาลัยบางส่วนนั้นอาจจะตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 3.00 แต่ถ้าน้องๆมีประสบการณ์ทำงาน หรือฝึกงาน หรือมี profile ที่โดดเด่น ส่วนนี้จะสามารถทดแทนตัว GPA ที่ขาดไปได้ซึ่งส่วนนี้จะต้องดูเป็น case by case ไปค่ะ

วันนี้พี่เลยขอมาเล่าให้ฟังค่ะว่ามีมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษที่มีชื่อเสียงและติด top 50 ที่ไหนบ้างที่น่าสนใจที่เปิดโอกาสรับน้องๆที่มีเกรดในช่วง 2.5-2.8 ค่ะ*

University of Essex มาพร้อมกับรางวัล University of the year ประจำปี 2018 ตั้งอยู่ที่เมือง Colchester ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ และอยู่ไม่ไกลจากลอนดอน มหาวิทยาลัย Essex นั้นได้รับการจัดอันดับด้าน Social Science ในอันดับ Top 50 ของโลก ทำให้ Essex Business School นั้นได้รับความนิยมจากนักเรียนไทยเป็นอย่างสูง

MBA

  • -MBA (FULL-TIME 12MONTHS)

Accounting

  • -MSc Accounting-MSc Accounting and Finance-MSc Accounting and Financial Management-MSc International Accounting and Banking-MRes Accounting

Finance and Banking

  • -MSc Finance-MSc Banking and Finance-MSc Finance and Investment-MSc Finance and Management-MSc Financial Engineering and Risk Management

    -MSc International Finance

    -MSc Finance and Data Analytics

    -MSc Finance and Global Trading

Entrepreneurship

  • -MSc Entrepreneurship and Innovation-MSc International Business and Entrepreneurship

Management

  • -MSc Business Analytics-MSc Management-MSc International Management-MSc Human Resource Management-MSc Global Project Management

    -MRes Management and Organisation

Marketing

  • -MSc International Marketing and Entrepreneurship-MSc Marketing and Brand Management-MSc Marketing Management

University of Sussex อยู่ทางตอนใต้ของเมือง Brighton ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสีสันเมืองนึงของประเทศอังกฤษ และครองอันดับอยู่ใน top 20 ของทุกสาขาที่เปิดสอน มหาวิทยาลัย Sussex มีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพการเรียนการสอนและงานวิจัยทำให้เป็นที่นิยมของนักเรียนชาวอังกฤษเช่นกัน

  • -Master of Business Administration – the Sussex MBA
  • -Banking and Finance MSc
  • -Corporate and Financial Risk Management MSc
  • -Engineering Business Management MSc
  • -Entrepreneurship and Innovation MSc (formerly titled Management and Entrepreneurship MSc)
  • -Financial Mathematics MSc
  • -Financial Risk and Investment Analysis MSc
  • -Global Supply Chain and Logistics Management MSc
  • -Human Resource Management MSc
  • -International Accounting and Corporate Governance MSc
  • -International Management MSc
  • -International Marketing MSc
  • -Management MSc
  • -Management and Finance MSc
  • -Management of Information Technology MSc
  • -Marketing and Consumer Psychology MSc

University of Portsmouth เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอังกฤษ และด้วยความที่เป็นเมืองท่า จึงทำให้มหาวิทยาลัยนี้มีความโด่งดังทางด้าน Logistic and Supply Chain และด้านบริหารธุรกิจ

  • -MSc Accounting and Finance
  • -MSc Business and Management
  • -MSc Coaching and Development
  • -MSc Corporate Finance
  • -MA Digital Marketing
  • -MSc Economics, Finance and Banking
  • -MSc Finance
  • -MSc Finance Decision Analysis
  • -MSc Forensic Accounting
  • -MSc Human Resource Management
  • -MSc Innovation Management and Entrepreneurship
  • -MSc International Finance and Banking
  • -MSc International Human Resource Management
  • -MA Marketing
  • -MBA
  • -MSc Project Management
  • -MSc Risk, Crisis and Resilience Management
  • -MA Sales Management

University of East Anglia ตั้งอยู่ที่เมือง Norwich ไม่ไกลมากจาก London โดยในปี 2017 ได้ถูกจัดอันดับเป็น top 15 UK Good University โดย The Times

  • -MSc Investment and Financial Management
  • -MSc Enterprise and Business Creation
  • -MSc Business Management
  • -MSc Finance and Management
  • -MSc Marketing
  • -MSc Marketing and Management
  • -MSc Human Resource Management
  • -MSc International Accounting and Financial Management
  • -MSc Accounting and Finance
  • -MSc Banking and Finance
  • -MSc Operations and Logistics Management
  • -MSc Brand Leadership
  • -MSc Management


Coventry University มีแคมปัสใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Coventry ไม่ไกลจาก London เท่าไหร่นัก และยังมี London Campus ที่ตั้งอยู่ใจกลางลอนดอนกันเลยทีเดียว มหาวิทยาลัย Coventry นั้นขึ้นชื่อมากกับการทุ่มเงินลงทุนเพื่อสร้าง facility เพื่อการเรียนการสอน ซึ่งการันตีโดยการได้รับรางวัล Modern University of the year ถึง 3 ปีซ้อน
MBA

  • -MBA Finance-MBA Management-MBA International Business
  • -MBA International Sport Management
  • -MBA Marketing
  • -MBA Global Business(London Campus)
  • -MBA Global Financial Services(London Campus)
  • -MBA International Fashion Management(London Campus)
  • -MBA International Human Resource Management(London Campus)
  • -MBA International Marketing(London Campus)
  • -MBA Oil and Gas Management(London Campus)
  • -MBA Global Energy and Sustainability Management(London Campus)

Finance and Accounting

  • -MSc Accounting and Financial Management-MSc Banking and Finance-MSc Finance
  • -MSc International Business Economics
  • -MSc Global Finance(London Campus)
  • -MSc Global Financial Trading(London Campus)

Marketing

  • -MA Advertising and Marketing-MA Brand Management-MA Digital Marketing
  • -MSc International Marketing
  • -MA Sport Marketing
  • -MSc Strategic Marketing
  • -MSc International Fashion Marketing(London Campus)

Management

  • -MSc Event Management
  • -MA Human Resource Management
  • -MA Top Up Human Resource Management
  • -MSc International Business
  • -MSc International Human Resource Management
  • -MSc Investment Management
  • -MA Leadership and Management
  • -MA Marketing Management
  • -MSc Sport Management
  • -MSc International Hospitality and Tourism Management(London Campus)

Entrepreneurship

  • -MA Global Entrepreneurship

Nottingham Trent University มหาวิทยาลัย University of the year ประจำปี 2019 ตั้งอยู่ที่เมือง Nottingham ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Paul Smith และน้องๆยังจะได้เรียนใน Barnes Wallis building
แคมปัสใจกลางเมือง ซึ่งมี Mac Suite ตึกสร้างใหม่พร้อมอุปกรณ์ครบครันสำหรับนักเรียน Fashion and Design
และสามารถใช้ facility ของ School of Art & Design ได้อย่างเต็มที่

– MSc Management

– MSc Marketing

– MSc Human Resource Management

– MSc Economics

– MSc International Business and Management

– Msc Finance

– MSc Entrepreneurship

– MSc Project Management

January Intake


*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ทั้งนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆเช่น profile ของผู้สมัคร ประสบการณ์ทำงาน หรือ SOP ที่จะเป็นตัวที่ทำให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจรับเราเข้าเรียนนะคะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น LINE@mangolearning หรือโทร 085-144-8808, 02-129-3313

มหาวิทยาลัย Top 5 สาขา Business ใน Russell Group


เราได้พูดกันไปแล้วว่ามหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group คืออะไร และมีมหาวิทยาลัยอะไรบ้างที่อยู่ใครเครือนี้ วันนี้พี่แมงโก้จะมาแนะนำ Business School อยู่ในกลุ่ม Russell Group ซึ่งจัดได้ว่าเป็นผู้นำทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ มาดูกันเลยว่า Top 5 Business Schools ของมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group มีอะไรกันบ้าง


1. Durham University
มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ติด 1 ใน 5 ของอังกฤษ และยังคงใช้ระบบ College แบบเดียวกับที่มีใน Oxford และ Cambridge เพื่อเป็น Student Union ให้นักศึกษาได้รู้จักแล้วมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้าง Connection ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นในโลกของการทำธุรกิจรวมถึงระบบการเรียนการสอนของที่ Durham ในฝั่งของ Business School ก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีคุณภาพสูง นอกจากจะอยู่ในกลุ่ม Russell Group แล้ว ยังได้ TEF ซึ่งเป็นการวัดระดับมาตรฐานการสอนจากกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษในระดับ Gold อีกด้วย ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากก็เช่นหลักสูตร Finance ที่ได้รับการจัดอันดับใน league table ระดับโลกเช่น Financial times เป็นอย่างดีและต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ด้านหลักสูตร MBA และ Management เองก็โดดเด่นในด้านหลักสูตรการสอนที่เน้นฝึก Soft Skills ควบคู่ไปกับการเรียนและศึกษา Case Study กับบริษัทจริงเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านธุรกิจให้กับนักศึกษาอย่างสูงสุด พร้อมทั้งมีการพาไปทัศนศึกษาในบริษัทที่ทำธุรกิจชั้นนำด้วย อีกทั้งอาจารย์ที่เป็นเลิศทางด้านการสอนและมีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ส่วนการคัดเลือกนักศึกษาก็คัดจากโพรไฟล์ที่หลากหลายเพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างสูงสุด เรียกได้ว่าการมาเรียน Business School ที่ Durham เป็นหนึ่งในความฝันของใครหลาย ๆ คนทั่วโลกเลย



2. University of Edinburgh
มหาวิทยาลัยเก่าแก่ เรียกได้ว่าถูกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Oxford Cambridge และ St. Andrew เพราะว่าถ้าใครได้ทุนแบงค์ชาติจะต้องเลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในลิสต์นี้เท่านั้น นี่เป็นเครื่องการันตรีได้ระดับหนึ่งว่า University of Edinburgh มีคุณภาพการเรียนการสอนระดับโลก คอร์สบางคอร์สอย่างเช่น Business Analytics มีการแข่งขันสูงมากในหมู่ผู้สมัครเรียนจากทั่วโลก เนื่องจากได้รับการจัดให้เป็น One of the best course in Europe เลยทีเดียว และก็ตามมาตรฐาน Business School ที่ดี ทางมหาวิทยาลัยได้ดีไซน์หลักสูตรที่เรียนจบแล้วนำไปใช้ได้จริง ได้เรียนกับอาจารย์เก่ง ๆ และมีโอกาสได้ดูงานดูเคสธุรกิจระดับโลก การเรียนการสอนจะเป็น lecture-based และงานกลุ่ม โดยเน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในคลาส มีคำถาม มีประเด็นให้ Discuss ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องเตรียมตัวมาก่อนเข้าคลาส เรียนสนุกและได้สาระ แถมระหว่างปียังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเอง พาไปทัศนศึกษา พาไปดูงานที่บริษัทใหญ่ ๆ อีกด้วย


 


3. University of Exeter
มาถึงมหาวิทยาลัยทางตอนใต้ของอังกฤษที่อากาศดี เมืองดี มีทุกอย่างครบไม่แพ้ลอนดอน แต่ดีกว่าที่เดินทางสะดวกและค่าครองชีพประหยัดกว่าในเมืองหลวงอย่างลอนดอนมาก Business School ของ Exeter มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก มีตึกเรียนแยกต่างหากสำหรับนักเรียนสาย Finance ชื่อตึก Xfi โดยได้รับเงินบริจาคจากศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จในสายงาน Finance (และไม่ประสงค์ออกนาม) หลักสูตร Finance ของ Exeter มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Accounting and Finance, Finance and Management, Finance and Investment, Finance and Marketing จนถึง Finance Analysis and Fund Management ซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่เลยเพราะน้อง ๆ สายไฟแนนซ์ที่อยากได้ CFA จะได้รับการเทรนจาก professional CFA trainer และเมื่อจบหลักสูตรน้องๆจะได้สอบ CFA level 1 ไปพร้อมกันเลย ที่สำคัญ University of Exeter เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เป็น partner กับ CFA หรือที่เรียกว่า CFA Affiliate Program ด้วย อีกหลักสูตรที่น่าสนใจก็คือ Finance and Marketing ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Finance และ Marketing ซึ่งที่ Exeter ได้เลือกหลักสูตรที่เป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัยสองวิชามารวมกัน เป็นคอร์สที่พิเศษและแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น และยังมีหลักสูตร MBA ที่โดดเด่น เพราะเน้นการนำไปใช้ได้จริงแถมยังมีความทันสมัยมาก มีวิชาน่าเรียนมากมายไม่ว่าจะเป็น Strategy, Leadership, Igniting Change in Business โดยเฉพาะวิชา Practical Insights into Data Analytics ซึ่งหาที่ MBA ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว หลักสูตร MBA จะเปิดเทอมก่อนเพื่อปรับพื้นฐานทั้งด้าน academic และ soft skills และที่สำคัญคือมีกิจกรรมเยอะมาก ทั้ง Startup Week ร่วมกับ MBA ต่างมหาวิทยาลัย มีทั้งการพา MBA ทั้งคลาสมาที่ London เพื่อให้พบปะกับศิษย์เก่าและบริษัทในลอนดอนเพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานหลังจากเรียนจบอีกด้วย



4. University of Nottingham
อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้าน Business School โดยเฉพาะด้าน Entrepreneurship และผู้สนใจทำธุรกิจ Startup ด้วยความโดดเด่นด้านวิศวกรรมอยู่แล้ว พอมารวมกับการเรียนการสอนและ Facility ระดับยอดเยี่ยมทางด้านธุรกิจด้วยแล้ว เลยทำให้ดึงดูดทั้งเหล่าคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี รวมถึงนักเรียนเองก็มันจะมี Background เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่อยากมาต่อยอดการเรียนทางด้านธุรกิจที่ Nottingham นี้ ทำให้เพื่อนในห้องของน้อง ๆ มักจะมีประสบการณ์ที่ให้ได้มาแลกเปลี่ยนกันและอาจทำให้ได้ร่วมมือกันทางด้านธุรกิจในอนาคต เพราะที่ Nottingham จะมีศูนย์ Entrepreneurship Centre ที่สนับสนุน Startup ที่กำลังเริ่มต้นตั้งตัว เพราะมีทั้งพื้นที่ให้ได้ใช้เป็นออฟฟิศขนาดย่อม เพื่อให้ได้ทำเสนอไอเดีย รวมถึงมีวิชาที่จับคู่นักเรียนในหลักสูตรปริญญาโทกับบริษัท Startup จริง ๆ ให้ได้ทำงานร่วมกัน นำเสนอ Solution และไอเดียต่าง ๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นไป ที่พี่แมงโก้ได้บอกไปข้างต้นว่า Facility ของ Business School ที่ Nottingham เป็นที่ดึงดูดเหล่าอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ทางด้านธุรกิจ เพราะว่าตึก Business School ของที่นี่จะแยกออกมาอยู่ในโซนของตัวเองที่เรียนว่า Jubilee Campus ซึ่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกสิ่งทุกอย่างทางการเรียน Business อย่างครบครันให้อยู่ในที่นี่ที่เดียว



5. Newcastle University
มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Newcastle อีกหนึ่งเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของอังกฤษที่มีความเจริญและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครับ แต่ค่าครองชีพไม่สูงมากเหมือนอย่างในเมืองหลวง สำหรับ Business School ของที่นี่เป็น 1 ใน 54 สถาบันจากทั่วโลกที่ได้รับการรับรองแบบ Triple-accreditation ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพการศึกษา หลักสูตร และหัวข้องานวิจัย จาก 3 สถาบันนานาชาติด้านธุรกิจ อย่าง AACSB, AMBA และ EQUIS ทำให้ Newcastle University Business School เป็นหนึ่งในคณะที่บริษัทชั้นนำ และผู้ประกอบการต่าง ๆ ให้ความสนใจกับนักเรียนที่จบจากที่นี่เป็นพิเศษ นอกจากนี้ทาง Newcastle University ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชอบแสงสีแบบเมืองหลวงอย่างลอนดอนโดยเปิด Newcastle University London Campus ที่มีสอนหลักสูตรของ Business School อย่าง MSc Banking and Finance, MSc International Business Management และ MSc International Marketing โดยอาคารเรียนตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอนใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Liverpool Street และอยู่ไม่ไกลจาก London Bridge โดยการสร้าง London Campus ก็เพื่อให้นักเรียน Business School ได้เรียนหลักสูตรธุรกิจในบรรยากาศของหนึ่งในเมืองหลวงทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกอย่างกรุงลอนดอน

Russell Group Universities


Russell Group คือกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ โดยส่วนใหญ่จะเน้นร่วมมือกันผลิตผลงานวิจัยเป็นหลัก และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีชื่อเสียงและได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ทั้งในประเทศอังกฤษเอง และในอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก Russell Group Universities ประกอบไปด้วย 24 มหาวิทยาลัยดังนี้

ดูลิ้งค์ >> Russell Group 24 Universities

จุดประสงค์หลักของการรวมตัวกันของมหาวิทยาลัยกลุ่ม Russell Group คือ
1. การรวมตัวเพื่อเป็นแกนนำในการจัดทำงานวิจัยต่างๆ ใน UK
2. เพิ่มอำนาจต่อรองของงบประมาณจากรัฐบาลที่จะให้กับมหาวิทยาลัยที่สังกัดใน Russell Group
3. เพื่อดึงดูดบุคลากร อาจารย์และนักเรียนที่มีคุณภาพให้เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยในกลุ่ม
4. กำหนดหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยเพื่อลดภาระให้กับรัฐบาล
5. กำหนดแนวทางพัฒนาระหว่าง Russell Group กับมหาวิทยาลัยในสังกัดเพื่อผลประโยชน์ร่วม

นอกจากนี้การเรียนในมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group อาจจะเป็นเครื่องการันตรีที่ทำให้น้อง ๆ หางานหรือไม่ก็มีรายได้ที่มากกว่านักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยอื่น เนื่องจาก Russell Group ดึงดูดทุกคนด้วยมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกอย่าง Oxford Cambridge หรือจะเป็น LSE, Imperial College London หรือจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงฝั่งเหนืออย่าง University of Edinburgh และ Durham University มหาวิทยาลัยที่ยกตัวอย่างมานี้ล้วนแต่เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม Russell Group เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษหรือเลือกมหาวิทยาลัยเท่านั้น น้อง ๆ ยังควรพิจารณาเลือกมหาวิทยาลัยจากสาขา วิชา อาจารย์ รวมไปถึงเมืองที่น้อง ๆ จะต้องไปใช้ชีวิตอยู่อีกด้วย

ขอวีซ่าแบบไหน ถ้าไปเรียนภาษาที่อังกฤษ


สำหรับน้อง ๆ ที่เตรียมตัวจะไปเรียนภาษาที่อังกฤษ แต่ยังงงอยู่ว่า เอ..เราต้องขอวีซ่าประเภทไหนกันน้า แล้วทางสถานทูตเพิ่งจะเปลี่ยนระบบการกรอกวีซ่าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นี้เอง ใครงงว่าต้องขอวีซ่าประเภทอะไร มาทางนี้ได้เลยจ้า ก่อนที่จะไปขอวีซ่า น้อง ๆ จะต้องสมัครเรียนกับโรงเรียนนั้น ๆ ก่อน เพื่อให้โรงเรียนออกเอกสารยืนยันที่เรียน ระยะเวลาเรียน และที่อยู่ระหว่างเรียน เพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบการขอวีซ่า ซึ่งเอกสารตัวนี้ค่อนข้างจำเป็นมากเป็นเอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่านักเรียนทุกประเภท

วีซ่านักเรียนของประเทศอังกฤษมีอยู่ 3 ประเภท คือ
1. Short-term Student visa เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่ต้องการไปเรียนภาษา โดยคอร์สเรียนต้องเป็นแบบระยะสั้น ไม่เกิน 6 เดือน หรือไม่เกิน 11 เดือนสำหรับน้องเรียนภาษาที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป น้องที่ได้วีซ่าประเภทนี้จะไม่สามารถทำงาน Part time ได้ตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ที่อังกฤษ
2. Tier 4 (General) Student visa คือวีซ่าสำหรับน้อง ๆ ที่ไปเรียนระยะยาว เกิน 6 เดือนที่ประเทศอังกฤษ ส่วนใหญ่มักเป็นนักเรียนปริญญาตรี-โท-เอก หรือน้อง ๆ ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป อาจจะไปเรียน Sixth form หรือ Foundation Pathway เพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษต่อไป โดยวีซ่าประเภทนี้ น้อง ๆ จะต้องลงเรียนเต็มเวลา อย่างน้อย 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และสามารถทำงาน Part time ได้ แต่ต้องไม่เกินข้อกำหนดของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งในส่วนนี้ประเภทงานและชั่วโมงทำงานจะแตกต่างกันไปตามหลักสูตรที่น้องต้องไปศึกษาที่อังกฤษ
3. Tier 4 (Child) Student visa วีซ่าสำหรับน้องๆอายุ 4 – 17 ปี ที่ต้องการไปเรียนในโรงเรียนของประเทศอังกฤษ ซึ่งจะต้องเป็นโรงเรียนเอกชนเท่านั้น น้อง ๆ ที่อายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถทำงาน Part time ได้ ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เรามาเจาะลึกกันที่ Short-term Student Visa สำหรับน้อง ๆ ที่จะเตรียมตัวไปเรียนภาษาระยะสั้น ไม่เกิน 6 เดือนและ 11 เดือน กันดีกว่า เอกสารพื้นฐานอื่น ๆ ที่น้องต้องเตรียมคือ

  • – Passport ที่อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน Passport เล่มเก่าที่หมดอายุไปแล้ว
  • – ใบแสดงผลการเรียนเป็นภาษาอังกฤษ (Transcript)
  • – หนังสือรับรองความเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ กำลังศึกษาอยู่
  • – สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของตัวน้องเอง คุณพ่อ และคุณแม่
  • – สำเนาทะเบียนสมรสของคุณพ่อคุณแม่
  • – สำเนาสูติบัตรของน้อง
  • – เอกสารของผู้ออกค่าใช้จ่าย หรือที่เรียนว่า “Sponsor” ในการไปเรียนที่ประเทศอังกฤษครั้งนี้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ก็ได้ น้อง ๆ สามารถเลือกยื่นเอกสารของใครคนใดคนหนึ่งได้ โดยเอกสารของ Sponsor จะมีหลักฐานการทำงาน ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะเป็น ทะเบียนการค้า หรือถ้าเปิดบริษัทเองก็จะเป็นสำเนาหนังสือรับรองบริษัท หรือใบรับรองการทำงานจากที่ทำงานของ Sponsor ซึ่งถ้าเอกสารตัวไหนเป็นภาษาไทย น้อง ๆ จำเป็นจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย
  • –  Statement หรือหลักฐานการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อเป็นหลักฐานว่าน้องจะมีเงินครอบคลุมค่าเรียนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดเวลาที่เรียนที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งต้องเป็นบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารไหนก็ได้ (พี่แมงโก้แนะนำให้ไปขอที่ธนาคารและเน้นย้ำว่าชื่อบัญชีต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

สำหรับน้องคนไหนที่ทำงานแล้วแต่ต้องการไปเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศอังกฤษก็สามารถขอวีซ่าประเภท Short-term Student visa ได้ แต่เพิ่มเอกสารทางด้านการทำงานของตัวน้องเอง ในกรณีที่น้องทำงานแล้ว และถ้าน้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาระยะสั้นครั้งนี้เอง น้องสามารถใช้ Statement ในชื่อของน้องเองได้เลย ส่วนสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของคุณพ่อคุณแม่นั้นก็ยังจำเป็นต้องยื่นไปด้วยอยู่ เพื่อเป็นหลักฐานประกอกว่าเรายังมีครอบครัวอยู่ที่นี่ และจะกลับมาหลังเรียนภาษาระยะสั้นจบแน่นอน ถึงแม้ว่าเอกสารจะเยอะหน่อย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับทุกคนเลยนะคะ


ถ้าใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรืออยากไปเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นหรือช่วงซัมเมอร์ หรือทำงานแล้วอยากไปเรียนภาษาเพิ่มเติม ก็สามารถปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลย พี่แมงโก้พร้อมแนะนำทั้งโรงเรียน เมือง คอร์สเรียน ที่พัก และที่สำคัญเอกสารและขั้นตอนการขอวีซ่า ให้กับน้อง ๆ ทุกคน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่า

Jan Intake [หลักสูตรเดือนมกราคม] ไปเรียนต่อโทอังกฤษ ไม่ต้องรอถึงกันยาฯปีหน้า


อยากไปเรียนต่ออังกฤษ แต่ไม่อยากรอถึงกันยายนปีหน้า?
มีน้อง ๆ หลายคนที่อยากรอรับปริญญา หรืออยากใช้เวลาเตรียมตัวอีกซักหน่อย เลยยังไม่อยากเข้าเรียนรอบเดือนกันยายนปีนี้ และไม่อยากรอให้ถึงเดือนกันยายนปีหน้า อย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ! ตอนนี้ยังมีอีกหลายมหาวิทยาลัยในอังกฤษที่เปิดสอนในเดือนมกราคมด้วยนะค้า

เกณฑ์การรับเข้า ก็เหมือนช่วง รอบกันยายนเลยค่ะ first come first serve เพราะน้อง ๆ จะได้รู้ว่าควรต้องลงเรียน หลักสูตร pre-sessional มั้ย?

(หาก IELTS ไม่ถึงเกณฑ์) เนื้อหาวิชาของหลักสูตรที่เปิดสอนเดือนมกราคมนั้นจะเหมือนกับเดือนกันยายนทุกอย่าง ลองดูมหาวิทยาลัยตาม list ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

Regent’s University London
หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม
 Management
 Luxury Brand Management
 International Business
 Oil & Gas Trade Management
 International Fashion Marketing
 Finance with Specialisations
 Digital Marketing & Analytics
IELTS – Overall score of 6.5, with 6.0 or above in all 4 component parts

University of Sunderland – London
หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม (ยังมีเปิดสอนในรอบเดือนเมษายน กรกฎาคม และตุลาคมด้วย)
 Master of Business Administration (MBA)
 Master of Business Administration (Finance) MBA
 Master of Business Administration (HRM) MBA
 Master of Business Administration (Marketing) MBA
 Master of Business Administration (Supply Chain Management) MBA
 Master of Business Management MBM
 Finance and Management MSc
 Marketing MA
 Tourism and Hospitality MSc
 Media Production (Film and Television) MA
IELTS – a minimum score of 6.0 with 5.5 or higher in each component


Coventry University (สาขาอื่นๆ สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ)
หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

 Accounting and Financial Management MSc
 Business and Organisational Psychology MSc
 Computer Science MSc
 International Business Law LLM
 International Business Management MSc
 International Business MSc

Coventry University London
 Global Financial Services
 International Human Resource Management
 International Marketing
 Oil and Gas Management
 Global Finance
 Global Financial Trading
 Hospitality and Tourism Management
IELTS – Overall score of 6.5


University of East Anglia
หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม
MBA
IELTS – 6.5 overall with minimum of 6.0 in each component *สำหรับหลักสูตร
MBA ของ University of East Anglia ในรอบเดือนมากราคมจะไม่มีเปิดสอน Presessional
English Corse ดังนั้นน้องๆต้องได้คะแนนไอเอลตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดนะคะ


University of Kent
หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม
 Law
 Law (Pathway Criminal Justice)
 Law (Pathway Human Rights Law)
 Law (Pathway Intellectual Property Law)
 Law (Pathway International Commercial Law)
 Law (Pathway International Criminal Justice)
 Law (Pathway International Environmental Law and Policy)
 Law (Pathway International Law with International Relations)
 Law (Pathway International Law)
 Law (Pathway Law and the Humanities)
 Law (Pathway Medical Law and Ethics)
IELTS 7.0 overall (with a minimum of 6.5 in each component)

*สำหรับหลักสูตร LLM
ของ University of Kent ในรอบเดือนมากราคมจะไม่มีเปิดสอน Presessional English Corse
ดังนั้นน้องๆต้องได้คะแนนไอเอลตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดนะคะ

**สำหรับน้องๆที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษสามารถสอบถามเพิ่มเติม สำหรับกรณีการ waive IELTS ได้ค่ะ


สำหรับน้องๆ ที่สนใจ อยากไปเรียน แต่ยังไม่แน่ใจในข้อมูล ถาม Google คำตอบก็ไม่ตรงที่อยากได้
ถามพี่แมงโก้สิคะ เพราะเราเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในอังกฤษ อย่างเป็นทางการ และที่สำคัญ
พี่แมงโก้ยังช่วยสมัครเรียน ตรวจเอกสารต่างๆ รวมไปถีง review SOP ให้น้องๆฟรี!! โทร 02-129-3313
หรือสอบถามได้ที่ Line @Mangolearning (มี @ ด้วยนะคะ)