เรียนต่อปริญญาโทด้าน IT ในประเทศอังกฤษที่ไหนดี?


 

สำหรับน้องๆที่มีพื้นฐานด้าน IT และมีความสนใจที่จะต่อยอดความรู้เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ไม่รู้ว่าจะเข้าสาขาไหนดีหรือเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนดี วันนี้พี่แมงโก้จะนำเสนอหลักสูตรด้าน IT ที่น่าสนใจ ที่กำลังได้รับความนิยม จากมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆ ในประเทศอังกฤษมาให้ดูกันค่ะ

MSc Business Analytics

MSc Computer Science

MSc Cyber Security

MSc Data Science and Computational Intelligence

MSc Digital Technology for Engineering

MSc Electrical and Electronic Engineering

MSc Electronics Engineering

MSc Embedded Microelectrics and Wireless System

MSc Forensic Computing

MBA – Information Technology Management

MSc Information Technology

MSc Management Information Systems

MSc Management of Information Technology

MSc Network Computing

MSc Software Development



MSc Business Analytics

MSc Scientific Computing and Data Analysis


MSc Business Analytics

MSc Advanced Computer Science

MSc Artificial Intelligence

MSc Big Data and Text Analytics

MSc Data Science

MSc Computer Engineering

MSc Computer Games

MSc Internet of Things

MSc Intelligent Systems and Robotics

MSc Computer Networks and Security

MSc Electronic Engineering

MSc Advanced Communication Systems


MSc Computer Science

MSc Computer Science with Business

MSc Data Science

MSc Data Science with Business

MSc Applied Data Science and Statistics


MSc Business Analytics

MSc Computer Science

MSc Advanced Computer Science (Cloud Computing and Big Data)

MSc Advanced Computer Science (Computational Intelligence)

MSc Computer Animation

MSc Cyber Security

MSc Network and Security

MSc Information Security and Biometrics


MSc in E-Business and Innovation

MSc/MRes Information Technology, Management and Organisational Change

MSc Computer Science

MSc Cyber Security

MSc Data Science


MSc Computer Science

MSc Human Computer Interaction

MSc Business Analytics


MSc Advanced Computer Science


University of Edinburgh

Informatics MSc

Artificial Intelligence MSc

Cognitive Science MSc

Computer Science MSc

Cyber Security, Privacy and Trust MSc

Data Science MSc

Design Informatics MSc

Advanced Design Informatics MSc

MSc in High Performance Computing (HPC)

MSC in High Performance Computing with Data Science

MSc in Speech and Language Processing

MSc in Imaging


University of York

MSc in Advanced Computer Science

MSc in Cyber Security

MSc in Human-Centred Interactive Technologies

MSc in Safety Critical Systems Engineering

MSc in System Safety Engineering with Automotive Applications

MSc in Social Media and Interactive Technologies


Newcastle University

MSc E-Business

Computer Science MSc

Advanced Computer Science MSc

Data Science MSc PGDip PGCert

Cloud Computing MSc

Computer Game Engineering MSc

Computer Security and Resilience MSc

Synthetic Biology MSc

Computational Neuroscience and Neuroinformatics MS

Bioinformatics MSc

Smart Systems Engineering MSc


University of East Anglia

MSc Computing Science

MSc Advanced Computing Science

MSc Data Science


University of Southampton

MSc Artificial Intelligence

MSc Computer Science

MSc Computer Science and Software Engineering

MSc Cyber Security

MSc Data Science

MSc Software Engineering

MSc Electrical & Electronic Engineering

 

สำหรับน้องๆที่สนใจเรียนต่อปริญญาโทในประเทศอังกฤษ สอบถามข้อมูลกันมาได้เลยที่ Mango Learning Express โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@mangolearning

ได้ Offer แล้วทำยังไงต่อ?


ช่วงนี้น้อง ๆ หลายคนคงได้ Offer จากมหาลัยกันมาบ้างแล้ว ลองมาดูกันสิคะว่า หลังจากได้รับ Offer แล้ว เราต้องทำอะไรบ้างหลังจากนี้

ดูว่า Offer ของคุณเป็นแบบ ’unconditional’ หรือ ‘conditional’ หากมี condition ในเรื่อง IELTS ควรรีบสอบให้ถึงเกณฑ์โดยเร่งด่วน และควรวางแผนว่า Pre-Sessional ของมหาวิทยาลัยเปิดเทอมเมื่อไหร่

** สิ่งที่ควรรู้ การสมัคร Pre-Sessional ของแต่ละมหาวิทยาลัย มีจำนวนที่นั่งน้อย ดังนั้นจึงมีสิทธิ์เต็มได้ ถ้าคุณมีผลคะแนน IELTS มายื่นไม่ทัน คุณต้องสอบให้ถึงเกณฑ์ของ IELTS แบบ unconditional เท่านั้น จึงมีสิทธิ์เข้าเรียนต่อในระดับปริญญาโทได้

** ยิ่งคุณได้ผล IELTS เร็วเท่าไหร่ คุณจะได้ของที่ดีก่อนคนอื่น ได้เรียน Pre-Sessional ที่ตนเองต้องการ ได้อยู่หอดี ราคาไม่แพง ซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนในราคาถูก วีซ่าพิจารณาเร็ว มีความพร้อมในการเตรียมตัวก่อนเดินทาง จากประสบการณ์ของ Mango มีน้องๆ ที่คะแนน IELTS ไม่ถึงจำนวนมากแต่ละปี ทำให้ต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่รองลงมา หรือไปเรียนในปีที่ตัวเองวางแผนไว้ไม่ทัน อย่าให้คำว่าผลัดวันประกันพรุ่งทำให้เราพลาดโอกาสที่ดีของชีวิตไปนะคะ


 

เนื่องจากสถานทูตอังกฤษมีกฎว่า ผู้ที่ไปเรียนต่อประเภทวีซ่านักเรียนต้องมีเงินค้างอยู่ในบัญชีตัวเอง หรือผู้ปกครองไม่น้อยกว่า 28 วันก่อนวันยื่นวีซ่า จำนวนเงินที่มีต้องครอบคลุมค่าเรียนและค่ากินอยู่ ดังนั้นน้อง ๆ ต้องวางแผนเพื่อนำเงินเข้าบัญชี โดยบัญชีดังกล่าวต้องเป็นแบบออมทรัพย์เท่านั้น สามารถเป็นบัญชีของน้องๆเอง หรือคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ค่ะ


ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่นั้น หอสำหรับการเรียน Pre-Sessional กับหอสำหรับปริญญาโทจะเป็นคนละที่กัน ดังนั้นถ้าคุณพร้อมก่อนจะมีโอกาสได้เลือกหอที่ดีก่อนใคร หอไหนดียังไงพี่ ๆ แมงโก้มีข้อมูลแน่นปึ้กที่จะให้คำแนะนำน้องๆ ที่ Line @mangolearning


 

นักเรียนทุกคนต้องตรวจสุขภาพ เพื่อขอรับหนังสือรับรองยืนยันว่าตนมิได้เป็นวัณโรคก่อนทำวีซ่า ซึ่งหากพบความผิดปรกติ ต้องรอถึง 2 เดือนเพื่อตรวจซ้ำอีกรอบ จะทำให้คุณดำเนินการขอวีซ่าไม่ทัน ดังนั้นหากน้องสอบไอเอลถึงเกณฑ์แล้ว สิ่งที่ควรทำทันทีคือการไปตรวจสุขภาพค่ะ


 

หลาย ๆ คนได้ยินคำว่าวีซ่าแล้วอาจจะเกิดอาการปวดหัวขึ้นมาทันที เอกสารที่ต้องใช้จะมีเอกสารการเรียนในประเทศอังกฤษ หรือ CAS เอกสารทางการเงิน ใบจบหรือใบปริญญาของมหาวิทยาลัยในไทย ฯลฯ เราจะมาให้ข้อมูลเรื่องวีซ่าโดยละเอียดในครั้งหน้า การขอวีซ่าไม่ใช่เรื่องยากถ้าเอกสารพร้อมค่ะ

คำถามยอดฮิตสำหรับน้องที่กำลังวางแผนเรียนต่อกฎหมายที่อังกฤษ


ช่วงนี้มีน้อง ๆ กฎหมายหลายคนเข้ามาปรึกษาเรื่องการศึกษาต่อ พี่แมงโก้จึงขอมาสรุปคำถามยอดฮิตสำหรับน้องที่กำลังวางแผนศึกษาต่อด้านกฎหมายที่ประเทศอังกฤษกันค่ะ

1) จำเป็นต้องเลือกเรียนมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รับรองแล้วหรือไม่?

น้อง ๆ กฎหมายคงเคยสงสัยกับคำถามนี้ มหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ ก.ต. รับรองคือหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่มีผู้สมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาได้สำเร็จการศึกษามา และก.ต.ได้รับรองว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติในการสมัครสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้สมัครสอบจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ ก.ต. ยังไม่เคยรับรอง ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครนั้นขาดคุณสมบัติในการสอบผู้สมัครสามารถดำเนินการยื่นคำขอให้ ก.ต. พิจารณาเพื่อรับรองหลักสูตรและมหาวิทยาลัยได้ค่ะ ดังนั้นหากมีหลักสูตรของมหาวิทยาลัยใดที่น่าสนใจ แม้ยังไม่อยู่ในรายชื่อที่ผ่านความเห็นชอบจาก ก.ต. เช่น University of Exeter หรือ University of Birmingham น้อง ๆ ก็สบายใจได้สามารถยื่นคำขอในภายหลังได้ค่ะ

2) เรียนกฎหมายที่ประเทศอังกฤษยากไหม? ลักษณะการเรียนการสอนเป็นอย่างไร?

หลักสูตรการเรียนกฎหมายของประเทศอังกฤษจะเป็นหลักสูตร 1 ปี การเรียนการสอนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละวิชาของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

1. Lecture ซึ่งจะเหมือนกับการเรียนการสอนบ้านเรา ส่วนใหญ่จะเป็นคลาสเรียนค่อนข้างใหญ่ อาจารย์จะเป็นผู้สอน นักเรียนก็มีหน้าที่ตั้งใจฟัง จด lecture
2. Seminar การเรียนการสอนแบบนี้อาจจะไม่คุ้นเคยสำหรับนักเรียนไทยเท่าไหร่ จะเป็นคลาสเรียนเล็กให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ดังนั้น นักเรียนจึงต้องศึกษามาก่อนล่วงหน้าและมา discuss กันในห้องเรียน อาจารย์จะเป็นเพียงผู้ควบคุมเท่านั้น หลังจากเรียนจบจะต้องมีการทำ dissertation ถือเป็นการรวบรวมเอาทุกทักษะที่มีมาใช้ตั้งแต่การหาหัวข้อที่น่าสนใจ ค้นคว้าหาข้อมูลจากทุกแหล่ง อ่านข้อมูลทุกอย่างที่ค้นมาวิเคราะห์ กลั่นกรอง เรียบเรียงออกมาเป็น dissertation เล่มหนาทีเดียว

3) มีคนเรียนแล้วไม่จบไหม? จบยากไหม?

สำหรับวิธีการวัดผลของแต่ละมหาวิทยาลัยจะแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จะขอแบ่งเป็น 3 วิธี คือ
1. สอบอย่างเดียว 100%
2. ทำ essay อย่างเดียว 100%
3. แบบผสมของวิธี 1 และ 2

จากประสบการณ์ตรงและที่ได้สัมผัสจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่จบกันมา ถ้าหากเข้าเรียนสม่ำเสมอ ตั้งใจเรียน มีส่วนร่วมในห้องเรียนส่งงานครบถ้วนตามกำหนดเวลา แบ่งเวลาให้ดี ก็จะได้ทั้งความรู้กลับมาพร้อประสบการณ์ชีวิต และถ้าตั้งใจมาก ๆ อาจได้ merit หรือ distinct แถมกลับมาด้วยนะคะ
.
ดูรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ ก.ต.รับรอง
https://www.mangolearningexpress.com/law-school-list/

Application ช่วยประหยัดเงินเมื่อไปเรียนต่อที่อังกฤษ


โลกดิจิตอลที่เราอยู่ในตอนนี้ นอกจากจะทำให้เรามีความสะดวกสบายในชีวิต ยังมีแอพพลิเคชั่นมากมายที่สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ ใครกำลังจะไปเรียนต่ออังกฤษหรือตอนนี้เรียนอยู่ที่อังกฤษแล้ว พี่แมงโก้แนะนำให้โหลดแอพพลิเคชั่นชื่อว่า UniDays และ Totum มาใช้เพื่อกดดีลรับลดราคาร้านค้าต่าง ๆ ที่มีตั้งแต่ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร ร้านของใช้อิเลคทรอนิคส์ ไปจนถึงยิมออกกำลังกายเลย

โดย Totum เป็นแอพน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วน UniDays เปิดตัวมันตั้งแต่ปี 2011 โดยทั้ง 2 แอพนี้ทำหน้าที่คล้ายกันคือ เป็นแอพแจกส่วนลดให้กับนักเรียนที่เรียนอยู่ในเกาะอังกฤษ โดยจะต้องเป็นนักเรียนที่อายุ 16 ปีขึ้นไป และเรียนในหลักสูตรขอโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในระยะยาวเท่านั้น น้องที่จะไปเรียนภาษา 2 – 3 เดือนอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้นะคะ แต่น้อง ๆ ป.โท หรือน้อง ๆ ที่ไปเรียน High School, Foundation หรือ Pathway ต่าง ๆ สามารถโหลดมาใช้ได้เลย โดยน้อง ๆ ต้องไปทำเกิดสมัครบัตรของที่ UniDays หรือ Totum มาก่อน จากนั้นก็โหลด Application ของบัตรนั้น ๆ มาลงมือถือ Log in เข้าระบบ และ Verify ความเป็นนักเรียนของตัวเอง ก็จะสามารถใช้แอพพวกนี้ได้แล้ว จากนั้นก็คอยกดดูได้เลยว่าช่วงนี้มี Deal อะไรน่าสนใจ ที่จะลดอยู่เป็นประจำอยู่แล้วของ Tatum ก็คือ ร้าน Co-Op
ร้านค้าซุปเปอร์มาร์เกตที่ขายทุกอย่างตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ ไปจนถึงอาหารพร้อมทาน ถ้าสมัครบัตร Tatum ก็จะเป็นสมาชิกร้าน Co-Op ไปในตัวด้วย และได้ลด 10% เป็นพื้นฐาน ส่วนถ้าวันไหนมีดีลดี ๆ
เช่น บางร้านอาหารก็มีดีลลดค่าอาหารได้ถึง 50% เลย น้อง ๆ ก็ต้องคอยหมั่นเข้าไปเช็คในแอพนะคะว่าวันนี้มีดีลอะไรบ้าง

ในส่วนของแอพ UniDays ก็ทำงานเหมือนกัน Tatum เลย แต่ด้วยความที่ก่อตั้งมานานกว่า จึงทำให้ระบบมีความเสถียรมากกว่า และมีร้านค้าที่เข้ารวมทำโปรโมชั่นด้วยเยอะกว่า น้องคนไหนชอบแต่งตัวเป็นขาช็อปเสื้อผ้าอย่าง Topshop ASOS ไม่ควรพลาดแอพนี้ เพราะจะมีดีลดี ๆ มาลดราคาให้อยู่เสมอ ร้านอาหารก็เช่นกัน นอกจากนี้ในแอพ UniDays ยังมีบทความน่าสนใจให้เข้าไปอ่านกันเพลิน ๆ อีกด้วย ปัจจุบัน UniDays ได้ขยายกิจการไปสู่ประเทศต่าง ๆ นอกเกาะอังกฤษแล้วกว่า 10 ประเทศในแทบยุโรปและอเมริกา เป็นเครื่องการันตรีได้เป็นอย่างดีว่าดีลต่าง ๆ ที่มีในแอพนั้น ได้ลดจริงไม่มีหลอกแน่นอน

ใครไปเรียนแล้วอยากเซฟเงินช่วงไปเรียนก็อย่างลืมโหลด 2 แอพนี้ไว้นะ พี่แมงโก้ได้รับการคอนเฟิมมาจากน้อง ๆ หลายคนแล้วว่าคุ้มจริงอะไรจริงจ้า

4 มหาวิทยาลัย Rank ดี ที่หลักสูตร MBA ไม่ต้องใช้คะแนน GMAT


1) University of Exeter

• Tuition fees: £ 30,000
• Male/Female ratio: 44%:56%
• Average work experience: 9 years
• Bootcamp: Yes
ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกันที่ Dartmouth ซึ่งเป็นการละลายพฤติกรรมและได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในชั้นเรียน
• Fieldtrip: Yes (มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ)
In the UK: Yes
– เน้นทำกิจกรรมร่วมกับบริษัทและมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ โดยหลาย ๆ วิชาจะมี guest speaker จากผู้ที่ทำงานในบริษัทชั้นนำมาร่วมบรรยาย
– Two-day ‘Leading in a Global Context’ trip to London
Outside of UK: Yes
แต่ละปีจะมีการพาทั้งคลาสไปทริปต่างประเทศและทำกิจกรรม Leadership skills expedition เพื่อเพิ่มพูนทักษะความเป็นผู้นำ

Developing leaders in the Norwegian wilderness

• Scholarship opportunityhttp://business-school.exeter.ac.uk/study/masters/mba/funding/

 


2) Durham University

• Tuition fees: £ 30,000
• Male/Female ratio: 44%:56%
• Average work experience: 9 years
• Bootcamp: Yes
ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกัน
• Fieldtrip: Yes – Dublin, Amsterdam, London
แต่ละปีจะมีการพาทั้งคลาสไปทริปต่างประเทศ แล้วแต่ Pathway ที่เราเลือกเช่น ถ้าเลือกสาย Entrepreneur ก็จะมีพาไปดูงานที่ Dublin ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ Startup และเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ Facebook เป็นต้น
• Scholarship opportunityhttps://www.dur.ac.uk/business/programmes/mba/scholarships/


3) University of Edinburgh

• Tuition fees: £ 30,700
• Male/Female ratio: 44%:56%
• Average work experience: 8 years
• Bootcamp: Yes

ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกันที่ Scottish Highland
• Fieldtrip: Yes
แต่ละปีจะมีการพาทั้งคลาสไปทริปต่างประเทศ
• Scholarship opportunityhttps://www.business-school.ed.ac.uk/mba/full-time/scholarships-funding


4) University of Nottingham

• Tuition fees: £24,975
• Average work experience: 6 years
• Bootcamp: Yes
ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกัน
• Fieldtrip: Yes
แต่ละปีจะมีทริปให้เลือกไปดูงาน เช่นที่ประเทศจีนหรือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างทริปที่อเมริกาคือจะพาไปดูงานที่บริษัทชั้นนำใน New York City และ Washington DC เช่น JP Morgan Chase, Bloomberg, Inter-American Development Bank, Fox News
• Scholarship opportunityhttps://www.nottingham.ac.uk/business/programmes/mba/fees-and-scholarships.aspx

IELTS UKVI จำเป็นมากมั้ยกับ Visa Tier 4 เมื่อต้องไปเรียนต่อโทอังกฤษ


น้อง ๆ หลายคนที่อยากไปเรียนต่อป.โทที่อังกฤษ แต่ยังแอบสงสัยอยู่ในใจว่าไม่สอบ IELTS UKVI ได้มั้ย หรือไม่มีคะแนน IELTS เลยได้มั้ย จะมีปัญหากับการเข้าเรียน หรือสมัครวีซ่านักเรียนรึป่าว พี่แมงโก้มาตอบข้อสงสัยแล้วจร้า

1. จำเป็นต้องสอบ IELTS for UKVI มั้ย
ขึ้นอยู่กับว่าเกณฑ์การรับสมัครเข้าเรียนของแต่มหาวิทยาลัยระบุไว้ว่าต้องการคะแนน IELTS หรือไม่ บางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ระบุว่าต้องการคะแนน IELTS ตั้งแต่ตอนอยู่ไทย หรือบางมหาวิทยาลัยก็จะมีการยกเว้นคะแนน IELTS ให้กับน้อง ๆ ที่จบหลักสูตรอินเตอร์จากสถาบันที่พี่แมงโก้ลิสมาให้ข้างล่างนี้ค่ะ
– มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)
– มหาวิทยาลัยบูรพา International Programme
– มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ International Programme
– จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย International Programme
– Mahidol University International College (MUIC)
– มหาวิทยาลัยชินวัตร International Programme
– สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT)
– มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ International Programme
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถทางภาษาอังกฤษของน้องๆด้วยนะคะ ถ้ามั่นใจว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอาจจะเคยสอบ IELTS มาแล้วได้ 6.0 ขึ้นไป และคิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียน Pre-Sessional English Course ก็ได้
ก็สามารถข้ามในส่วนของการสอบ IELTS ไปได้เลยค่ะ

2. น้องเรียนปริญญาตรีที่อเมริกา นิวซีแลนด์ หรือว่าออสเตรเลียมา
อยากเรียนต่อป.โทที่อังกฤษ จะต้องสอบ IELTS มั้ย? สำหรับน้องที่เรียนปริญญาตรีในประเทศอเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย หรือประเทศอื่นๆที่สอนด้วยภาษาอังกฤษทั้งหลักสูตร (International Programme)
น้อง ๆ สามารถยื่นวุฒิปริญญาตรีจากประเทศต่างๆเหล่านี้แทนคะแนน IELTS ได้เลย แต่เพื่อความชัวร์แบบล้านเปอร์เซ็นต์ น้อง ๆ สามารถส่งเอกสารมาสอบถามกับพี่แมงโก้ก่อนได้เลย เพราะพี่แมงโก้จะมีอัพเดทข้อกำหนดจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และพร้อมตรวจสอบและให้คำปรึกษากับน้อง ๆ ทุกเมื่อเลยจ้า

3. การที่เราไม่มีคะแนน IELTS for UKVI จะมีผลต่อการสมัครวีซ่านักเรียน หรือ Tier 4 Student Visa หรือไม่
ถ้าน้อง ๆ ได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว และมหาวิทยาลัยออกเอกสารสมัครวีซ่านักเรียน หรือ CAS มาแล้ว การที่น้อง ๆ ไม่มีคะแนน IELTS for UKVI ก็จะไม่เป็นปัญหาต่อการสมัคร Tier 4 Student Visa ตามข้อกำหนดของสถานทูตในเวลานี้ แต่ถ้าน้องคนไหนยังไม่แน่ใจอะไร ก็สามารถมาปรึกษาพี่แมงโก้ได้ เพราะเราเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษเพื่อการ
ศึกษาต่อทั้งป.ตรี ป.โท ดังนั้นพี่แมงโก้จะมีข้อมูลที่อัพเดทข้อกำหนดต่างๆจากมหาวิทยาลัยและสถานทูตสำหรับข้อมูลสมัครวีซ่าอยู่เสมอ ดังนั้นไม่ต้องกลัวจ้า พี่แมงโก้มีคำตอบให้ โดยที่น้องๆไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย

เตรียมเอกสารทำ Visa + เตรียมของจัดกระเป๋าไปเรียนต่ออังกฤษ


เตรียมเอกสารทำ Visa + เตรียมของจัดกระเป๋าไปเรียนต่อกันเด้ออออออ

สวัสดีค่า โอปอล นะคะ กำลังจะไปเรียนที่ Lancaster University ในอีกไม่กี่อาทิตย์ เลยเริ่มตื่นเต้นเริ่มเตรียมตัวแล้ว แต่ก็หลายเดือนมากกว่าจะตื่นเต้นแบบนี้  ตอนแรกที่ตัดสินใจจะเรียนต่อที่อังกฤษ ตอนนั้นทั้งทำงานไปด้วย เตรียมตัวไปด้วย ทั้งสอบ Ielts ส่งเอกสารมากมาย แต่ผ่านมาได้แบบชิว ๆ เพราะพี่ Mango ช่วยดูแลให้ กราบบบมาก ๆ 555555 พอได้ offer สิ่งที่ยากอีกอย่างนึงคือการยื่น Visa นั่นเองค่ะ

อย่างแรกเลยคือไปตรวจปอด เช็คว่าเราไม่ได้เป็นวัณโรค กรอกข้อมูลในเว็บ และนัดวันยื่นเอกสารสำหรับทำ Visa พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ไปยื่นเอกสารตามวันที่นัดไว้ พร้อมกับเริ่มเตรียมข้าวของเครื่องใช้ไปใช้ชีวิตประมาณ 1 ปีที่อังกฤษกันได้แล้ว จะต้องเตรียมอะไรบ้าง โอปอล list มาไว้ให้หมดแล้วด้านล่างนี้เลยนะคะ 😀

ตอนนี้เอกสารที่จะต้องยื่นสำหรับขอ Visa คือน้อยลงมาก จากที่ก่อนหน้านี้ต้องยื่นเป็นสิบ ๆ อย่าง Bank Statement คะแนน ielts ต่าง ๆ นานา ไม่ต้องยื่นแล้ว คือชิวจริง ทางสถานทูตเพิ่งเปลี่ยนไม่กี่วันก่อนที่เราจะยื่นเลย (ตอนต้นเดือนสิงหาคม) ที่เรายื่นใช้แค่

1. สำเนาบัตรประชาชน

2. CAS

3. IOM (ตรวจปอด)

4. รายละเอียดหอ

5. ใบเปลี่ยนชื่อ (เราเคยเปลี่ยนชื่อ เลยต้องเอาเอกสารมาโชว์ด้วย)

ตอนจองคิวยื่นในเว็บก็เลือกเช้า ๆ ไว้ะคะ ตอนบ่ายคนจะเยอะมาก เพราะมีคนมารับ visa ด้วย อึดอัดมาก แต่ช่วงระหว่างรอก็ไม่มีอะไร ยื่นเอกสาร แล้วนั่งรอเรียกให้ไปแปะลายนิ้วมือกับถ่ายรูป ถ้าโชคดีก็จะได้ interview ต่อ แต่โอปอลโชคร้ายไม่ต้อง interview 555555 เค้าบอกให้กลับบ้านได้เลย ทีนี้ก็นั่งรออีกประมาณ 15 วันให้ Visa ที่บ้านได้เลยค่า

***ของโอปอลมีเงื่อนไขพิเศษนิดหน่อย คือโอปอลทำ Passport back ด้วย

พอดีตอนไปยื่นเอกสารเพิ่งนึกได้ว่าอีกไม่กี่วัน จะต้องเดินทางไปฮ่องกง อ่าว… แล้วจะเข้าฮ่องกงได้ยังไง ถ้าไม่มี Passport เพราะตอนยื่นเอกสารต้องเอา passport ให้สถานทูตไปด้วย ตกใจมากเลยรีบโทรถามทาง Mango ว่าทำยังไงดี สรุปคือตอนยื่นเอกสารให้แจ้งพนักงานว่าขอทำ Passport Back

Passport Back คือการที่เรายื่นเอกสารเรียบร้อย แต่ขอยืม passport มาก่อนเพื่อใช้เดินทางไปต่างประเทศในช่วงที่รอ visa แล้วพอกลับมาเราค่อยเอาเล่มไปคืน เอา passport กลับเข้าไปอยู่ในprocess เหมือนเดิม โดยเสียค่าบริการเพิ่มเป็นเงิน 2,650 บาท เวลาจ่ายให้เตรียมเงินสดไปแบบเป๊ะ ๆ และใช้เวลาอีกประมาณ 3 อาทิตย์หลังจากเอา Passport ไปคืนค่ะ

List ของที่จะต้องเตรียมตัวไป

จากที่ถามพี่ ๆ เพื่อน ๆ เราก็ได้ลิสต์มาประมาณนี้ เราแนะนำให้ลองลิสต์ของตัวเองดูเอาโดยเอาลิสของเราตั้งต้น แล้วลองไปคิดต่อว่าปกติตัวเองจะใช้อะไรบ้างในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ โดยแบ่งเป็นประเภท ๆ ส่วนตัวโอปอลใช้ app ‘Microsoft To-Do’ ลิสจะได้ดูง่ายๆในมือถือ ใช้เสร็จก็ติ๊กออก ติ๊กออก

ขอบอกไว้ก่อน คือเราจะไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ทำอาหารไทยใด ๆ ไปเลย เพราะเราไม่ได้ติดกินอาหารไทยอยู่แล้ว ชอบกิน junk food แต่สำหรับใครที่ขาดอาหารไทยไม่ได้ ที่จริงไปซื้อเครื่องปรุงจากที่นู่นได้นะ เพื่อน ๆ ที่ไปมาก่อนบอกว่าหาซื้อไม่ยาก มีร้าน asian ขายอยู่แล้ว หรือพวกหม้อหุงข้าว อุปกรณ์อย่างอื่นอาจจะลองถามเพื่อนที่กำลังจะกลับซื้อต่อก็ได้นะ อย่างที่โอปอลไป Lancaster จะมีกรุ๊ปที่รุ่นพี่สร้างไว้ส่งต่อของก่อนเค้ากลับไทย ยังไงลองเช็คดูก่อน จะได้ไม่ต้องแบกไป

กระเป๋าใหญ่

Universal Adapter / ปลั๊กพ่วง

แว่นตาสำรอง : เผื่อแว่นปกติพัง ตัดแว่นที่นู่นน่าจะแพงมากกกก

Contact Lens : ฉันซื้อไปครบปีเลยจ้าา 555555

ขนตาปลอม กาวติดขนตา : ปกติติดใช้ Bok toh กับกาว D.U.P เลยเอาไปด้วย

ครีมกันแดด : นี่ติดใช้ Anessa มากเลยเอาไป แต่ที่จริงไปซื้อที่นู่นได้แหละ

ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหัว

ชุดตัดเล็บ

เข็มกลัด

สมุดจด เครื่องเขียนนิดหน่อย : นี่กะใช้ ipad มากกว่าเลยไม่ได้เตรียมอะไรไปมาก

กล้องฟิล์ม

เสื้อผ้า : เอาไปไม่เยอะ กะไปซื้อใหม่ที่นู่นเลย เอาไปแค่ชุดที่ชอบ กับชุดที่คิดว่าไม่อยากซื้อใหม่, ชุดนอน ขาสั้น – ขายาว, ชุดกลางคืน, ชุดสุภาพ เดรสดำ สูทอะไรงี้, Heat tech / ลองจอน 2 เซ็ท ตอนนั้นลดราคาพอดีเลยซื้อมา แต่หลายคนบอกให้ไปซื้อที่นู่นเลยไม่ต้องแบกไป

รองเท้าแตะ รองเท้าสุภาพ

ยา : ฉันสามารถเป็นโรคอะไรได้บ้าง ฉันเอายาไปเผื่อให้หมดเลยจ้า หลายอย่างไม่เคยเป็นมาหลายปี แต่ก็เอาไปเผื่อละกันไม่น่าหนักมาก 555555 พารา (พวกแก้ไข้), Dramamine (กันเมาเรือ เมารถ), แก้แพ้ คัดจมูก แก้ปวด อักเสบ แก้ไอ, Air X (แน่นท้อง), ผงเกลือแร่, คาร์บอน (ท้องเสีย ท้องอืด), เบตาดีน พลาสเตอร์, Clinda M (ยาสิวตามที่ตัวเองชอบเลย), แผ่นแปะสิว, ยาทาแก้ร้อนใน, ยาอึ๊จากญี่ปุ่น, ผงแก้เจ็บคอจากญี่ปุ่น, ยาหยอดตาญี่ปุ่น

Carry On

หมอนรองคอ ผ้าปิดตา

Kit แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า ลิปบาล์ม

ยาดม ลูกอม

แว่นกันแดด หมวก เผื่อใช้เลยตอนลงเครื่อง

เอกสารต่างๆ : สำเนาบัตรปชช, CAS, Transcript, ielts, IOM, Dorm information

เรียนป.โทที่อังกฤษ ต้องใช้เงินเท่าไหร่น้า?


น้อง ๆ ที่กำลังมองหาที่ไปเรียนต่อป.โท แล้วกำลังเล็งอยู่ว่าอยากไปเป็นนักเรียนอังกฤษกับเค้าซักครั้ง แต่ว่าไม่แน่ใจว่าเรียนต่อที่อังกฤษมีค่าใช้จ่ายอะไร เท่าไหร่ ยังไงบ้าง วันนี้พี่แมงโก้จะมาคำนวณคร่าว ๆ ให้น้อง ๆ ดู เพื่อประกอบการตัดสินใจกันนะคะ

อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการเรียน ป.โท ที่อังกฤษ จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในขณะที่ประเทศอื่นอย่างอเมริกา ใช้เวลาเรียน ป.โท 2 ปี แตกต่างกันไปตามหลักสูตรการเรียน ทำให้การไปเรียนต่อโทที่อังกฤษ ที่หลายคนคิดว่ามีค่าใช้จ่ายเยอะ ยังไงก็ประหยัดค่ากินอยู่มากกว่าทางฝั่งอเมริกาหรือออสเตรเลียถึง 1 ปี ทีนี้เรามาลงลึกไปในรายละเอียดเลยว่า การเรียนต่อโทที่อังกฤษมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้างภายใน 1 ปี พี่แมงโก้ขอแยกโซนที่จะเรียนต่อที่อังกฤษและค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภทนะคะ คือ น้องที่จะไปเรียนต่อโทที่อังกฤษในมหานครลอนดอน สำหรับโดยเป็นการเทียบค่าใช้จ่ายในลอนดอน กับค่าใช้จ่ายของน้องที่จะไปเรียนต่อโทที่อังกฤษในเมืองอื่น ๆ นอกลอนดอน

 

ค่าใช้จ่ายLondon (Law School, King’s College London)Others (Law School, Durham University)
ค่าเรียน£25,500£18,300
ค่าหอพัก£15,300£6,800
ค่าเดินทาง£130*£0-30*
ค่ากินอยู่£500*£300*
รวม£42,100£25,430
คิดเป็นเงินไทย1,726,100 บาท1,042,630 บาท
(อัตราแลกเปลี่ยน £1 = 41 บาท )

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อที่อังกฤษนี้เป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณ โดยเฉพาะช่องที่มี “ * ” ขึ้นอยู่กับแต่ละคนเลยค่ะว่ามีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบไหน อย่างการเดินทางในลอนดอน ด้วยความเป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่ น้อง ๆ จำเป็นต้องเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยรถไฟใต้ดิน หรือ “Tube”(ตกเที่ยวละ £4.9) ไม่ก็ต้องนั่งรถเมล์ (ตกเที่ยวละ £1.5) แต่ถ้าน้อง ๆ คนไหนที่อยู่นอกลอนดอน โดยเฉพาะเมืองที่เป็นเมืองมหาวิทยาลัยแล้ว ทุกสถานที่ ทุกสิ่งอย่างจะอยู่ไม่ไกลกันมาก ตึกเรียน และหอพักที่อยู่ในแคมปัสอาจจะอยู่ในระยะที่เดินได้เลย ทำให้ประหยัดค่าโดยสารไปได้ค่อนข้างเยอะ

หรือถ้าจำเป็นต้องนั่งรถเมล์ก็จะมีราคาไม่แพงเท่าในลอนดอน (ตกวันละ £3.20 ที่เมือง Durham) ส่วนค่ากินอยู่ ยิ่งเป็นเรื่องที่แล้วแต่คนเลย คนไหนถนัดช๊อปก็อาจจะใช้เงินมากหน่อย หรือน้องคนไหนที่ชอบทานอาหารนอกบ้านก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตรงนี้ ยิ่งถ้าอยู่ในลอนดอนแล้ว ร้านอาหารมีให้เลือกมากมาย คนที่อยู่ลอนดอนก็อาจจะเพลิดเพลินกับการทานอาหารนอกบ้านเปลี่ยนร้านไปเรื่อย ๆ อย่างเช่น Burger and Lobster เมนู Lobster Burger ราคา £23 ต่อจาน พอรวมกับค่าน้ำ ค่า Service charge แล้วก็จัดว่าราคาค่อนข้างสูง น้องที่เรียนนอกเมืองจะมีค่ากินอยู่ในราคาที่ถูกกว่า อย่างเช่นร้าน Restaurant 17 ร้านอาหารหรูสำหรับดินเนอร์มื้อพิเศษกับวิวริมแม่น้ำในเมือง Durham เมนู Baked cod with mussels ราคา £15.95 เท่านั้น และอีกเหตุผลหนึ่งก็มาจากการที่มีตัวเลือกร้านอาหารให้เลือกน้อยด้วย
และค่าหอพักเองก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าในเมืองหลวงอย่างลอนดอนย่อมแพงกว่าค่อนข้างมาก พี่แมงโก้เปรียบเทียบง่าย ๆ ว่าเหมือนน้องซื้อคอนโดในกรุงเทพฯ ก็จะแพงกว่าไปซื้อบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยซ้ำ ไหนจะมีเรื่องทำเลที่ตั้ง และ Facilities ในหอพักอีก ที่จะทำให้ราคาไม่แน่นอน อาจจะถูกหรืออาจจะแพงก็ขึ้นอยู่กันที่น้อง ๆ เลือกเลย

สรุปได้ว่าค่าใช้จ่ายระหว่างเลือกเรียนในลอนดอนกับนอกลอนดอนจะต่างกันอยู่ที่ประมาณ 7 – 8 แสนบาท น้อง ๆ พอจะเห็นภาพรึยังคะว่าการไปเรียนต่อโทที่อังกฤษมีค่าใช้จ่ายไม่ได้สูงอย่างที่หลาย ๆ คนคิด ใครที่อยากไปเรียนก็สามารถนำข้อมูลของพี่แมงโก้ไปเสนอให้คุณพ่อคุณแม่ดูคร่าว ๆ ก่อนได้เลย ส่วนใครจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน จะใช้เงินเท่าไหร่จะอยู่ถูกหรือจะอยู่แพงก็อยู่ที่น้อง ๆ เลือกเองได้เลยจ้า

หรือจะลองดูพี่ออมที่คลิปนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นก็ได้ค่ะ

21 Facts About IELTS


มีใครเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แล้วกำลังสับสนว่า IELTS คืออะไรยังไง สอบที่ไหนดี สอบยังไงบ้าง เตรียมตัว เตรียมสตางค์ยังไงดี วันนี้พี่แมงโก้หาข้อมูลมาให้แล้วค่ะ รวบรวมไว้ที่นี่ 21 Facts about IELTS

1. IELTS คือการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ โดยวัดจากทักษะการใช้ภาษาทั้ง 4 คือ ฟัง (Listening) พูด (Speaking) อ่าน (Reading) และเขียน (Writing)


2. IELTS มี 2 แบบคือ IELTS แบบธรรมดา กับ IELTS for UKVI(Visa and Immigration)


3. ตัวข้อสอบนั้นเหมือนกันเลย แต่ในใบผลคะแนนสอบจะมีระบุว่า UKVI

4. สำหรับน้องๆที่จะไปเรียนต่อประเทศอังกฤษ ต้องสอบแบบ UKVI เท่านั้น เพราะว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะ require IELTS UKVI จะได้สอบไม่เสียเที่ยวนะจ๊ะ


5. ค่าสมัครสอบกIELTS UKVI ก็อยู่ที่ 9,009 บาท


6. ลักษณะการสอบจะมี 2 แบบคือ สอบแบบ Computer (Computer delivered) กับสอบแบบกระดาษ (Paper delivered) น้อง ๆ สามารถเลือกสอบแบบใดแบบหนึ่งก็ได้ ตามความถนัดของแต่ละคนเลย


7. การสอบไอเอลแบบคอมพิวเตอร์ กับแบบกระดาษจะแตกต่างกันที่วิธีการทำข้อสอบ 3 พาร์ท คือ Listening Reading และ Writing ที่จะเป็นการทำบนคอมพิวเตอร์ หรือเขียนตอบในกระดาษด้วยดินสอ ตามลักษณะการสอบที่น้อง ๆเลือก ส่วน Speaking Part ยังคงต้องสอบกับอาจารย์แบบตัวต่อตัวเหมือนเดิม

8. การสอบแบบ Computer น้อง ๆ จะได้นั่งสอบกับคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง พร้อมมีพาทิชั่นหรือบล็อกกั้นกับคนที่นั่ง เหมือนเวลาไปกินราเม็งข้อสอบ โดยจะมีข้อสอบพาร์ท Listening, Reading และ Writing ขึ้นมาบนหน้าจอฝั่งซ้าย และฝั่งขวาเป็นฝั่งของคำถามและที่ให้น้อง ๆ พิมพ์คำตอบลงไป

9. ใครที่ถนัดพิมพ์ หรือพิมพ์เร็วกว่าเขียน ก็เลือกสอบ IELTS แบบ Computer ได้เลย เพราะทำข้อสอบ IELTS เราต้องแข่งกับเวลาอย่างมาก


10. ส่วนการสอบแบบกระดาษ ก็จะเป็นการเขียนคำตอบลงบนกระดาษโดยใช้ดินสอที่ทางศูนย์สอบเตรียมให้ และนั่งสอบในห้องใหญ่รวมกัน

11. ผลสอบของน้อง ๆ จะออกภายใน 2 อาทิตย์ หลังจากที่น้องๆทำข้อสอบทุกพาร์ทครบแล้วค่ะ

12.แต่ถ้าน้องๆคนไหนต้องการความช่วยเหลือพิเศษในการทำข้อสอบ(มีความผิดปกติด้านร่างกาย) น้องจะต้องสมัครสอบแบบกระดาษเท่านั้น

13. ข้อสอบใช้เวลาทั้งหมด 2 ชม. 40 นาที โดยไม่มีการพับเบรค สำหรับ 3 พาร์ท ยกเว้น Speaking ซึ่งน้อง ๆ สามารถเลือกได้ว่าจะสอบวันนั้นเลย หรือภายใน 1 อาทิตย์ก่อนหรือหลังการสอบ 3 พาร์ทที่เหลือ


14. เวลาที่ให้ทำข้อสอบในแต่ละพาร์ท คือ
– Listening 30 นาที
– Reading 60 นาที
– Writing 60 นาที
– Speaking 11 – 14 นาที

15. Listening แบบคอมพิวเตอร์ จะต้องฟังด้วยและพิมพ์ไปด้วยค่ะ จะไม่มีเวลาเพิ่มให้เพื่อย้ายคำตอบที่เขียนมาในกระดาษคำตอบเหมือนระบบเดิม จึงอาจจะมีเวลาตอบคำตอบในพาร์ทนี้น้อยกว่าแบบเดิมเล็กน้อย

16. น้อง ๆ ต้องสมัครล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนสอบ แต่ถ้าใครเกิดติดธุระ ก็สามารถเลื่อนวันสอบได้ โดยต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า และอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับสถาบันที่น้องๆสมัครสอบ


17. สามารถเลือกสอบได้กับ 2 สถาบัน คือ British Council และ IDP โดยจะสมัครออนไลน์หรือโทรไปสมัครก็ได้ค่ะ

18. British Council ตัวอย่างสนามสอบที่กรุงเทพฯ สามารถดูตารางสอบและสมัครสอบออนไลน์ได้ ที่นี่
– การสอบแบบกระดาษ สอบที่โรงแรมแลนด์มาร์ค( BTS นานา)
– การสอบแบบคอมพิวเตอร์ สอบที่ตึก Wave Place (BTS เพลินจิต)

19. IDP ตัวอย่างสนามสอบที่กรุงเทพฯ สามารถดูตารางสอบและสมัครสอบออนไลน์ได้ ที่นี่
– การสอบแบบกระดาษ สอบที่โรงแรม Pullman G สีลม
– การสอบแบบคอมพิวเตอร์ สอบที่ศูนย์ IDP ตึก C.P. Tower (BTS ศาลาแดง)


20. แล้ววันสอบอย่าลืมเตรียมบัตรประชาชน หรือ Passport และสำเนาบัตรประชาชน หรือ Passport


21. น้ำเปล่า 1 ขวด เป็นสิ่งเดียวที่อนุญาตให้นำติดตัวเข้าห้องสอบได้ แม้แต่นาฬิกาก็เอาเข้าไม่ได้นะจ๊ะ

เป็นยังไงคะกับ 21 Facts about IELTS ที่พี่แมงโก้รวบรวมมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ แต่ถ้าใครมีคำถามเพิ่มเติม หรือกังวลว่าจะสมัครผิด พี่แมงโก้แนะนำให้โทรไปสมัครกับทางศูนย์โดยตรงดีกว่า เพื่อความมั่นใจว่าสอบไม่ผิดประเภทแน่ๆ ตามเบอร์โทรศัพท์ข้างล่างนี้เลยจ้า
– British Council: 02-657-5678
– IDP: 02-638-3111 ต่อ 111-112


ส่วนน้องๆคนไหนต้องการปรึกษาด้านการเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ ก็โทรมาหาพี่แมงโก้ได้ ที่เบอร์ 02-129-3313 หรือ 092-081-1888 หรือใครถนัดพิมพ์ พร้อมสอบ IELTS แบบคอมพิวเตอร์ จะไลน์มาก็ได้
ที่@mangolearning แอดมาคุยกันเลย พี่แมงโก้พร้อมตอบทุกข้อสงสัยและแนะนำมหาวิทยาลัยในอังกฤษ เพื่อความสุขและอนาคตอันสดใสของน้องๆทุกคนค่ะ

รวม 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำสำหรับเด็กกฎหมายไปเรียนต่อปริญญาโท (ที่ ก.ต. รับรอง)


น้อง ๆ เด็กนิติคนไหนที่กำลังวางแผนจะไปเรียนต่อกฎหมายที่สหราชอาณาจักร ระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยที่ก.ต. รับรอง แล้วตัดสินใจอยู่ว่าจะเลือกเรียนสาขาอะไร มหาวิทยาลัยไหนดี วันนี้พี่แมงโก้มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำที่เหล่านักกฎหมายเลือกมาเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่สหราชอาณาจักรกัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการตัดสินใจเรียนต่อของน้อง ๆ

Durham Law School – Durham University

โรงเรียนกฎหมายที่อยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยเดอแรม ที่นี่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนกฎหมายอันดับต้นๆ ของสหราชอาณาจักรเลยล่ะ ติดท็อป 10 ของสหราชอาณาจักรจาก  The Guardian, The Complete University Guide และที่สำคัญ ที่นี่ยังมีหลักสูตรต่าง ๆ ที่น่าสนใจในระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองอีกด้วย

การเรียนการสอนของที่นี่นั้น พี่แมงโก้อยากบอกว่าที่นี่จะเน้นการเรียนแบบกลุ่มเล็ก ๆ ในห้องเรียน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย มีการสัมมนาในวิชาต่างๆ รวมไปถึงการทำวิจัยอิสระเพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความคิดสร้างสรรค์ของเหล่านักศึกษาที่เข้ามาเรียนที่นี่ อีกทั้งได้เข้าร่วมและทำกิจกรรมเกี่ยวกับกฎหมายของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

หลักสูตรกฎหมายระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองของมหาวิทยาลัยเดอแรม

– LLM Master of Laws (General)

– LLM International Trade and Commercial Law


Edinburgh Law School  – University of Edinburgh

ที่นี่เป็นโรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเอดินบะระที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่สกอตแลนด์ ที่สำคัญที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่ติดท็อป 10 ของโรงเรียนกฎหมายในสหราชอาณาจักรจาก The Guardian, The Complete University Guide อีกด้วย แถมยังเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองด้วยนะ

พี่แมงโก้อยากบอกน้อง ๆ ว่าที่นี่สอนวิชากฎหมายมามากกว่า 300 ปี นอกจากน้องๆ จะได้ความรู้ที่แน่นแล้ว ยังมีโอกาสเรียนในอาคารเรียนที่เก่าแก่ และมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย การเรียนของที่นี่จะเน้นไปในด้านการศึกษาค้นคว้าและทำวิจัยด้วยตัวเอง นอกจากนี้ที่นี้ยังสนับสนุนด้านความหลากหลายทางเพศและยังเน้นด้าน Workload Balance ของนักศึกษาอีกด้วย

หลักสูตรกฎหมายระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองของมหาวิทยาลัยเอดินบะระ

– LLM Master of Laws

– LLM Innovation, Technology and the Law

– LLM Intellectual Property Law


Nottingham Law School – University of Nottingham

โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเป็นโรงเรียนกฎหมายที่เป็นที่นิยมของกลุ่มนักเรียนกฎหมายในประเทศไทย นอกจากการเรียนกฎหมายระดับปริญญาโทที่ทาง ก.ต. รับรองแล้วนั้น ที่นี่ยังมีชื่อเสียงอย่างมาและเป็นที่ยอมรับจากสำนักงานกฎหมายชื่อดังหลาย ๆ แห่ง ที่นี่ติดท็อป 15 ของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนกฎหมายที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักรอีกด้วย

สำหรับการเรียนการสอนของที่นี่ ทางโรงเรียนกฎหมายนอตติงแฮมเปิดโอกาสให้นักศึกษาทำการวิจัยและค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ โดยมีแหล่งข้อมูลทางกฎหมายให้ใช้บริการ และมีที่ปรึกษาให้กับผู้เรียนที่คอยช่วยเหลือด้านกฎหมายอีกด้วย

หลักสูตรกฎหมายระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองของมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม

– LLM Master of Laws

– LLM International Law

– LLM International Commercial Law

– LLM Environmental Law

.

และนี่คือ 3 มหาวิทยาลัยเด่น ๆ ทางด้านกฎหมายในสหราชอาณาจักรที่เปิดการเรียนการสอนและหลักสูตรกฎหมายในระดับปริญญาโทที่ทาง ก.ต. รับรอง ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจเรียนต่อด้านนิติศาสตร์ในสหราชอาณาจักร อย่าลืมเก็บ 3 มหาวิทยาลัยนี้เอาไว้ในใจ ส่วนหลักสูตรกฎหมายของแต่ละมหาวิทยาลัยที่ ก.ต. รับรอง พี่แมงโก้อยากแนะนำให้น้อง ๆ ตรวจสอบก่อนสมัครอีกครั้งหนึ่งด้วยนะจ๊ะ


สำหรับน้อง ๆ คนไหนสนใจหลักสูตรเหล่านี้ แล้วถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไรเพื่อให้สอบสนามจิ๋วได้ สามารถปรึกษาพี่แมงโก้ ผู้มีประสบการณ์ตรงด้านกฎหมายได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

โทร : 085-1448808

Line@ : @mangolearning