เรียนต่อ UK แต่ไม่ต้องสอบ IELTS มีด้วยหรือ?!?!


เรียนต่อ UK แต่ไม่ต้องสอบ IELTS มีด้วยหรือ?!?!

น้องๆที่เรียนป.ตรีในหลักสูตรอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น เด็กอินเตอร์จุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตร ม.บูรพา น้องๆ SIIT MUIC คนไหนอยากไปเรียนต่ออังกฤษ แต่ไม่อยากสอบ IELTS เชิญมาทางนี้ได้เลยจ้า พี่แมงโก้รวบรวมมหาวิทยาลัยมีชื่อ ที่ Waive IELTS ให้น้องๆที่จบหลักสูตรอินเตอร์มาให้แล้วว เรียนได้ว่าส่งเอกสารครบ สมัครเรียน จบ เตรียมตัวไปเรียนกันได้เลย!!!

เริ่มต้นกันที่ University of Essex เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัย top ด้าน Social Science ที่อยู่ห่างจากลอนดอนเพียง 1 ชั่วโมงซึ่งมหาวิทยาลัย Essex นั้นจะ Waive IELTS ให้แก่น้องๆที่จบหลักสูตรอินเตอร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รวมถึงหลักสูตร SIIT)

Coventry University มหาวิทยาลัยที่มีหลากหลายสาขาให้เลือกเรียน และเปิดโอกาสให้น้องๆที่มีโพรไฟล์ที่หลากหลายทางการศึกษาและเกรดได้เข้าเรียน แถมยังมี Campus อยู่ใน 2 เมืองให้น้องได้เลือกอยู่ ใครไม่อยากอยู่ในเมืองใหญ่ ก็ได้เรียนที่ Coventry Campus ได้ หรือถ้าใครชอบอยู่ในเมือง ก็มี London Campus ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Liverpool Street Station ใจกลางกรุงลอนดอนกันเลย และยังมีหลักสูตรที่น่าสนใจอย่าง MBA ที่ไม่ require ประสบการณ์ เรียนจบป.ตรี ก็ไปต่อได้เลย

University of Kent มหาวิทยาลัย Ranking มีหลักสูตรที่โด่งดังหลายหลักสูตร ทั้ง Marketing ที่ติด Top 10 หรือ Digital Marketing and Analytics ที่สอนด้าน Digital Marketing เชิงลึก รวมถึง Law School ที่ผลิตศิษย์เก่าที่กลับมาเป็นท่าน อัยการ หรือทำงานใน Law firm ชื่อดังมากมาย

kent

Bournemouth University เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่เน้นการสอนแบบ Practical เน้นอาจารย์ที่อยู่ใน Industry นั้นมาสอนจากประสบการณ์ตรง แถมด้วย Facilities ที่ครบครันในทุกหลักสูตร และยังเป็น Partnership กับบริษัทดังๆใน London ทำให้น้องๆที่เรียนที่นี่มีโอกาสได้ไปดูงาน หรือบางคนอาจได้ไปฝึกงานในบริษัทดังๆเหล่านี้ไว้เก็บเป็น Profile สุดเลิศในอนาคตด้วย

UEA หรือ University of East Anglia อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่า Campus ดี มหาลัยสวย เมืองน่าอยู่ ไปพร้อมๆกับคุณภาพด้านวิชาการที่อัดแน่น เข้มข้น แถมยังมีคอร์สเด่นๆ อย่าง MSc Brand Leadership ที่เป็นหนึ่งในหลักสูตรด้าน Brand Identity ที่ดีที่สุดในอังกฤษเลยก็ว่าได้

uea

UWE หรือ University of West England มหาลัยยอดฮิต ที่มีหลักสูตร Business ที่หลากหลาย และคนชอบไปเรียนกันมาก ถามยังอยู่ในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในอังกฤษอย่าง Bristol ที่อยู่ไม่ห่างจาก London แค่นั่งรถไฟชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แถมยังอยู่ติดกับ Wales ทำให้น้องที่อยู่เมืองนี้เดินทางไปเที่ยวไหนต่อไหนได้สะดวกกันเลย

สนใจมหาวิทยาลัยไหน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่พี่ๆแมงโก้ได้เลยที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808 บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะค้า

ความแตกต่างระหว่าง Informal VS. Formal Language


Informal Language คือ ภาษาที่เรามักใช้ในการพูด หรือสื่อสารกันในที่ที่ไม่เป็นทางการ อย่างการคุยกันในกลุ่ม การโต้ตอบกันใน Social Network ต่างๆ ซึ่งคำนึงถึงการสื่อสารเป็นหลัก อาจจะสามารถใช้แกรมม่าผิด หรือคำศัพท์ได้บ้าง มีความลื่นไหลของภาษามากกว่า

Formal Language คือ ภาษาที่เรามักใช้ในงานเขียน หรืองานพูดที่เป็นทางการมากๆ เช่น การกล่าวสุนทรพจน์ ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระ และประเด็นที่ต้องการจะเขียนเป็นหลัก โดยจะต้องมีความถูกต้องของทั้งคำศัพท์และแกรมม่า และยังต้องมีความสละสลวยของการใช้ภาษา มีโครงสร้างประโยคที่ถูกต้องชัดเจน รวมไปถึงโครงสร้างของชิ้นงานที่ต้องมีการเกริ่นนำ เสนอประเด็นสำคัญ เขียนสนับสนุนประเด็นนั้นๆ ไปจนถึงการสรุปสิ่งที่อธิบายมาทั้งหมดอย่างชัดเจน

สำหรับนักเรียนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษแบบเราๆ อาจจะคิดว่าภาษาพูดกับภาษาเขียนในภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่คล้ายๆกัน แค่จำศัพท์ได้ ใช้ศัพท์ให้หลากหลาย ใช้แกรมม่าให้ถูกก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว Written and Spoken English มีความแตกต่างกันพอสมควร เหมือนกับเวลาที่เราพูดภาษาไทย กับการเขียนเรียงความภาษาไทยก็มีข้อแตกต่างกันอย่างมาก เช่น เวลาใช้ภาษาพูด ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เรามักจะใช้คำที่ไม่เป็นทางการในการสื่อสารได้ เราสามารถอธิบายศัพท์ที่เราคิดไม่ออก โดยใช้การอธิบายยกตัวอย่างไปเรื่อยๆ รวมถึงการสร้างประโยค และการใช้แกรมม่าที่อาจจะมีจุดผิดได้ ซึ่งเหล่านี้พอเป็นงานเขียนแล้ว จะไม่สามารถทำได้ เพราะว่าในงานเขียน เราจะต้องใช้คำศัพท์ แกรมม่า รวมถึงรูปประโยคที่ถูกต้องและชัดเจน ไม่สามารถอธิบายคำที่ไม่รู้ไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้งานเขียนของเราเยิ่นเย้อ ดูไม่มีน้ำหนัก และที่สำคัญ หาประเด็นสำคัญไม่ได้ ในการพูด เราคำนึงถึงการสื่อสารได้เป็นหลัก แต่ในการเขียนนั้น เราคำนึงถึงความถูกต้อง ประเด็นและใจความสำคัญเป็นหลัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเขียนเชิงวิชาการ หรือ Academic Writing ที่น้องๆจะต้องใช้ใน assignment thesis dissertation ยิ่งเป็นงานเขียนที่เราต้องเขียนให้ถูกต้อง ชัดเจน ตรงประเด็น ที่สำคัญต้องมีความสละสลวยในการใช้ภาษา จะให้มาเขียนเหมือนที่เขียนตอบเพื่อนใน Facebook ก็คงจะไม่ได้คะแนนที่ดี และถ้าเราเกิดสะกดคำผิด หรือใช้แกรมม่าผิดด้วยแล้ว อาจจะโดนตัดคะแนนได้ง่ายๆ เพราะคนที่ตรวจงานเขียนของเรา จะถือว่าในงานเขียนเราสามารถกลับมาย้อนอ่านเพื่อตรวจสอบความถูกต้องการส่งงานกี่ครั้งก็ได้ ดังนั้นการเขียนผิดจึงอาจจะสื่อถึงความตั้งใจในการทำงานนั้นของเราได้เลย นี่เป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนของ Informal language กับ Formal Language

แม้ว่าเราจะไม่ใช่เจ้าของภาษา หรือไม่คุ้นเคยกับการเขียนแนว Academic writing แต่ก็สามารถทำงานเขียนออกมาได้ดีได้ ถ้าเราใช้บริการ Proofreading จากทีมงาน editor ของ Mango ที่นำทีมโดยอาจารย์ชาวอังกฤษ ผู้มีประสบการณ์ด้านการสอนภาษาอังกฤษระดับสูงมากกว่า 10 ปี รับรองว่า assignment thesis หรือ dissertation จะออกมาดี ถูกต้อง ใช้ภาษาสละสลวย ถูกใจอาจารย์ที่รอตรวจงานอยู่แน่นอน ติดต่อเลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-1293313 เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่า

ทำไมต้องใช้ Proofreading


why-proofreading

ในหลายๆมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ หรือการเรียนในระดับปริญญาที่ต่างประเทศ มักจะให้นักเรียนนักศึกษาส่งงาน Assignment เป็นภาษาอังกฤษ ยิ่งเทอมสุดท้ายก่อนเรียนจบ assessment ของหลายๆที่คือการทำ Thesis หรือ Dissertation ซึ่งทั้งหมดที่พูดมาเป็นงานเขียนเชิงวิชาการทั้งสิ้น แน่นอนอยู่แล้วว่าสำหรับนักเรียนไทยหลายๆคนสิ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาไม่น้อย การทำงานหาข้อมูลอย่างยาวนาน เอามานั่งเรียบเรียงเขียนและแสดงความคิดเห็นโดยใช้ความรู้ที่เรียนมา ทั้งหมดใช้เวลาและความพยายามมากมาย แล้วยังต้องเขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษเชิงวิชาการอีก ย่อมเป็นเรื่องไม่ง่ายของนักเรียนทุกคนและทำให้ระหว่างทางอาจเกิดข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาได้ง่ายมากๆ นอกจากนี้งานที่ได้รับมักจะได้ระยะเวลาในการทำค่อนข้างนาน ทำให้อาจารย์ที่รอตรวจงานอยู่ คาดหวังว่างานเขียนเขียนเราจะต้องออกมาดีและถูกต้อง ทั้งทางข้อมูลและแกรมม่า มีความสละสลวยทางด้านภาษา เนื้อหาข้อมูลครบถ้วน ถูกเขียนมากอย่างดี ซึ่งการเขียนคนเดียว อ่านคนเดียว อาจจะทำให้เรามองข้ามข้อผิดพลาดนั้น นี่จึงทำให้หลายๆคนใช้บริการ Proofreading เพื่อหาอีกคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการใช้ภาษาโดยเฉพาะ มาช่วยดูและตรวจสอบงานเขียนของเราอีกครั้ง

Proofreading คืออะไร

Proofreading คือ การอ่านและแก้งานเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ไม่ใช่เพียงแต่แก้การสะกดคำผิด ใส่สัญลักษณ์ หรือ แกรมม่าผิดเท่านั้น แต่ Proofreading จะช่วยตรวจสอบข้อมูลที่เรานำมากล่าวอ้างในงานเขียนว่าถูกต้องหรือไม่ ปรับรูปประโยคให้มีภาษาที่สละสลวย และเป็นภาษาที่ใช้ในงานเขียนเชิงวิชาการ รวมถึงโครงสร้างประโยค และโครงสร้างของงานเขียน ว่ามีการ support ไอเดียที่เรานำเสนอเพียงพอแล้วหรือยัง ความคิดเห็นที่เราเขียนมามีการให้ตัวอย่างเพียงพอต่อการสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้อ่านหรือไม่ รวมถึงการเขียนสรุป ได้สรุปอย่างครบถ้วนทุกประเด็นแล้วหรือเปล่า เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ Proofreading จะทำให้งานเขียนของเราสมบูรณ์แบบ พร้อมส่งและได้คะแนนตามที่ตั้งใจไว้

ใครใช้ Proofreading บ้าง

ไม่เพียงแต่งานเขียนเชิงวิชาการอย่าง assignment, thesis, dissertation แต่ยังรวมไปถึงงานเขียนทั่วไป ตั้งแต่ resume, CV หรืองานเขียนที่เราเห็นในสื่อต่างๆ ก็ต้องผ่านการ proofreading ทั้งหมด และไม่ใช่แต่เพียงการ proofreading งานที่เขียนโดยคนไทยแต่เป็นภาษาอังกฤษ ชาวต่างชาติ หรือเจ้าของภาษาเอง การยังใช้บริการ proofreading เหมือนกัน เพราะการมีอีกคนมาอ่านงานของเราอีกรอบ ย่อมเป็นการตรวจสอบที่ดีกว่า เพราะมีอีกหนึ่ง Fresh eye มาช่วยดูและอ่านอย่างไม่มีอคติ จะสามารถมองเห็นจุดที่ต้องแก้ไข และด้วยความเป็นมืออาชีพนี้ก็จะทำให้สามารถแก้ไขงานเขียนของเรา ให้ออกมาดีกว่าเดิม โดยที่เนื้อหาใจความสำคัญที่เราตั้งใจเขียนยังอยู่ครบถ้วนไม่เปลี่ยนแปลง

ดังนั้นการใช้บริการ Proofreading จะทำให้เราได้ตรวจสอบข้อผิดพลาดของงานเขียนตัวเอง โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ที่จะช่วยตรวจทั้งการสะกดคำ ใช้สัญลักษณ์ หรือใช้แกรมม่าผิด ปรับรูปประโยคให้มีความสละสลวย ปรับโครงสร้างงานเขียนโดยรวมให้มีการสื่อถึงประเด็นที่ชัดเจน ความคิดเห็นมีน้ำหนักเพียงพอ อ่านง่าย ได้ใจความครบถ้วน ซึ่งจะนำมาสู่งานเขียนที่สมบูรณ์แบบจากเราเอง ส่งถึงมืออาจารย์ของเรา และได้รับคะแนนยอดเยี่ยมกลับมา

ถ้าไม่รู้จะไปให้ใคร proofreading ให้ ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลย เราไม่บริการ proofreading จากทีม editor ที่มีอาจารย์ชาวอังกฤษผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาเป็นอย่างดี และมีประสบการณ์มากว่า 10 ปี  อยู่ในทีม คอยตรวจงาน dissertation ให้น้องๆอยู่ สนใจส่งงานมาให้พี่แมงโก้ดูก่อนได้เลยที่ Line: @mangolearning นะคะ