รีวิว 10 ร้านชานมไข่มุกในลอนดอน ที่คอชาไข่มุกไม่ควรพลาด


ชานมไข่มุกไม่ใช่เครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมอย่างสูงเพียงแค่ในประเทศไทย และแถบเอเชียเท่านั้น แต่ในฝั่งอังกฤษ ก็นิยมทานชาไข่มุกกันมากเหมือนกัน ดูได้จากร้านชานมไข่มุกที่ผุดขึ้นมาอย่างมากมายในตัวเมืองลอนดอน อาจจะเป็นเพราะมีชาวเอเชียไปอาศัยอยู่อังกฤษเป็นจำนวนมากก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น ใครไปเรียนต่ออังกฤษไม่ต้องกลัวอดชาไข่มุกค่ะ วันนี้พี่แมงโก้จะมาแนะนำ 10 ร้านชาไข่มุกเจ้าเด็ดที่น่าไปลองกัน!

1. Coco Fresh Tea and Juice ร้านชานมไข่มุกเจ้าดังจากไต้หวันที่เปิดมาแล้วกว่า 22 ปี และมีสาขามากมายทั่วโลก รวมทั้งที่ไทยและอังกฤษด้วย โดยที่ลอนดอนมี 2 สาขาอยู่ที่ China town สาขาหลักที่ขึ้นชื่อเรื่องคนเยอะ คิวยาว บางทีอาจต้องรอคิวถึงเกือบชั่งโมงเลยทีเดียว ส่วนอีกสาขาที่เล็กลงมาหน่อยจะอยู่ที่หน้า British Museum ซึ่งถ้าใครไปตอนที่มิวเซียมปิดแล้วคนจะน้อยมาก ไม่ต้องต่อแถวเลย ส่วนเมนูก็เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ใครชอบทานที่ไทยแบบไหนก็ไปสั่งทานกันที่อังกฤษได้เลย

2. Yifang Fruit Tea เป็นอีกหนึ่งร้านชานมต้นตำหรับจากประเทศไต้หวันดินแดนแห่งชานม ที่ขยายสาขามาไกลถึงลอนดอน ตัวร้านตั้งอยู่ตรงข้ามร้าน Coco ใน China Town เลย ถ้าใครรอต่อคิวยาวที่ร้าน Coco ไม่ไหวก็มาซื้อชานมไข่มุกที่ร้านนี้ก็ได้ เมนูชื่อดังของร้านนี้ก็คือ Tiger Milk ที่เป็นไข่มุกต้มในน้ำตาลทรายแดงจนเข้าเนื้อ เสิร์ฟคู่กับนมสดรสชาติกลมกล่อมไม่หวาน เพราะเราจะได้ความหวานจากไข่มุกน้ำตาลทรายแดงอยู่แล้ว ส่วนเมนูชาผลไม้อื่นๆเค้าก็มีขายนะคะ อยากชา Yifung Fruit Tea ที่เป็น Signature ของร้าน ใครสนใจมาลองกันได้

3. Woo Tea London ร้านชาน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อต้นปี 2019 นี่เอง แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมากดูได้จากคิวของคนที่มาต่อแถวรอซื้อที่ยาวเลยออกมานอกร้าน Woo Tea ยังคงตั้งอยู่ในเขต China Town ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารและของเอเชีย รวมทั้งชานมไข่มุกก็ด้วย เมนูเด็ดของที่นี่ก็คือชานมสูตรของทางร้านที่เข้มข้นหวานมันไม่แพ้ใคร รวมถึงชาผลไม้ก็เด็ด เมนูที่แนะนำให้ลองสำหรับคนที่ชอบชาผลไม้ก็คือ Lychee Woo Tea ที่ทานแล้วให้ความสดชื่นได้ดีในหน้าร้อนที่อังกฤษ

4. T4 (Tea For You) ร้านชาชื่อแปลกที่มีคิวยาวไม่แพ้ร้านไหนๆ อาจเพราะตั้งอยู่ในโซนช๊อปปิ้งของลอนดอน ระหว่างห้างใหญ่ 2 ห้างคือ Westfield White City และ Stratford ซึ่งเป็นห้างที่คนโลคอลนิยมมาจับจ่ายซื้อของ ที่นี่มีชาให้เลือกหลายแบบ ทั้งชาอู่หลง ชาดำ ชามะลิ ทั้งหมดนี้จะใส่นมด้วย และเลือกใส่ท็อปปิ้งได้ ไม่ว่าจะเป็นไข่มุก เจลลี่กาแฟ หรือเฉาก๊วยก็มีให้เลือกใส่ตามความชอบเลย เมนูเด็ดที่อยากให้ลองกันก็คือ ชานมใส่เจลลี่กาแฟ เลือกเพิ่มหรือลดความหวานได้ตามใจชอบด้วยน้า

5. Gonuts boba tea ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟใต้ดิน Holloway Road และใกล้กับ London Metropolitan University ทำให้ร้าน Gonuts Boba Tea เป็นร้านประจำของเหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ รวมถึงนักเรียนที่พักอาศัยอยู่ใกล้ๆด้วย การันตรีความชื่นชอบร้านนี้ของคนแถวนี้ด้วยคะแนนรีวิวสูงสุดในบรรดาร้านชานมไข่มุกในลอนดอนจาก Google Review ด้วยความที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักเรียนนักศึกษา ทำให้ราคาเครื่องดื่มไม่แรงมากใครอยากมาลองรสชาติที่เป็นที่ถูกใจของวัยนักศึกษาที่อังกฤษก็ปัดหมุดร้านนี้ได้เลยค่ะ

6. Xingfutang Bubble milk tea ร้านชานมไข่มุกเจ้าใหม่ล่าสุดของลอนดอน ที่กวนไข่มุกให้ดูกันสดๆหน้าร้านเลย แถมคิวก็ยาวใช้ได้ เพราะชานมรสเข้มข้น หรือจะทานเป็นนมสด ใส่ไข่มุกน้ำตาลทรายแดงกวนสดๆนุ่มมากๆ พร้อมกับท็อปด้วยครีมชีสที่มีการเบิร์นให้ได้กินหอมๆของน้ำตาลไหม้เหมือนฟีลขนม Crème brûlée ใครอยากไปลองพิกัดอยู่ที่ Soho แอบกระซิบมาว่า น้องๆจากแมงโก้ที่เป็นเข้าของเพจอาหารชื่อดังใน Instagram อยาก @Dessert.time การันตรีความอร่อยของร้านนี้มาแล้ว

7. Happy Lemon ร้านชาเจ้าดังจากไต้หวันที่มีโลโก้แสนน่ารักเป็นเด็กหัวเลม่อน และมีสีหลักในการตกแต่ร้านเป็นสีเหลืองที่สื่อถึงความ Happy ได้เป็นอย่างดี และร้านนี้ก็ยังคงเป็นอีกร้านที่ตั้งอยู่ให้เขต China Town เมนูที่แนะนำก็คือ Rock Salt Cheese ที่เป็นชาเขียวไม่ใส่นมและไม่หวาน ท็อปด้วยครีมชีสสุดเข้มข้นพร้อมโรยเกลือทะเลมาเล็กน้อยเพื่อให้สัมผัสรสชาติที่หลากหลาย หรือจะเป็นชาผลไม้ที่นี่ก็มีให้เลือกหลายเมนู รวมถึงชานมไข่มุกก็ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นและไข่มุกรสอร่อยไม่แพ้ร้านไหนเลย

8. Biju Bubble Tea ร้านชานมที่คงคอนเซ็ปดื่มชานมอย่าง Healthy เพราะร้านนี้เลือกคัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดี ทั้งนมก็เลือกใช้นมออร์แกนิค ใช้ผลไม้จริงในชาผลไม้ต่างๆเพื่อให้ได้รสชาติและความหวานจากผลไม่แท้ๆ จริงจังเรื่องชาขนาดที่ว่าไม่มีการชงชาค้างคืน แต่จะชงสดๆใหม่ๆ และมีชาดีๆให้เลือกทั้งอู่หลง ชาเขียว หรือชารอยบอสที่เป็นชาแดงจากแอฟริกาอันอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างการมากมาย พร้อมมีท็อปปิ้งซุปเปอร์ฟู้ดอย่าง Chia Seed ให้เลือกใส่ด้วย มีเมนูเพื่อคนรักสุขภาพอย่างน้ำมะพร้าวผสมน้ำสับปะรด ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวต่างชาติ แถมยังมีสาขาทั่วอังกฤษอยู่ถึง 3 สาขา ทั้งที่ Soho ในห้าง Westfield และ South Kensington ซึ่งแต่ละสาขาตกแต่งอย่างสวยงาม น่าเข้าไปนั่งจิบชาเกร๋ๆเป็นอย่างมาก

9. Chatime ร้านชาไข่มุกชื่อดังประจำกรุงลอนดอนที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก่อนกระแสความฮิตของชานมไข่มุกในทุกวันนี้ซะอีก ต้นกำเนิดอยู่ที่ไต้หวันแต่สามารถขยายสาขาไปได้ทั่วโลก โดยมีสาขามากถึง 22 สาขาในประเทศอังกฤษ ทั้งในลอนดอนที่มีอยู่ถึง 8 สาขา ในทำเลหลักอย่าง Soho, China Town, Shoreditch และอื่นๆ รวมถึงต่างเมืองอย่างที่ Newcastle, Nottingham, Manchester หรือ Coventry ก็มีให้ได้ทานกัน ด้วยความที่เปิดมานาน เมนูก็จะหลากหลายและได้มาตรฐานเหมือนกันทุกสาขา ที่สำคัญใครอยู่เมืองอื่นก็หาทานกันได้ ไม่ต้องนั่งรถไฟถามถึงลอนดอนเท่านั้นถึงจะได้กินชานมไข่มุกนะคะ

Photos by: IG @tomjoyphoto

10. Bubbleology พูดถึงร้านชานมที่อังกฤษจะไม่พูดถึง Bubbleology คงไม่ได้ นี่เป็นร้านเดียวที่มีต้นกำเนิดจากชาวอังกฤษแท้ๆที่ชื่นชอบรสชาติชานมไข่มุกของทางเอเชีย จำได้นำวัฒนธรรมชานมไข่มุกมาสู่อังกฤษดินแดนแห่ง High tea อีกที ทำให้รสชาติเครื่องดื่มของ Bubbleology ทั้งหมดจะถูกปรับให้ถูกใจคนฝั่งยุโรป ตัวร้านเองก็เปิดมาอย่างยาวนาน จนมีสาขากระจายอยู่ทั่วเกาะอังกฤษ เรียกได้ว่าเป็นร้านชานมไข่มุกที่หากินได้ง่ายทีสุดในอังกฤษเลย ใครอยากลองชานมไข่มุกเวอร์ชั่นฝรั่งก็มุ่งไปที่ร้านนี้ได้เลยค่า

เป็นไงกันบ้างคะ กับ 10 ร้านชานมไข่มุกในลอนดอนที่พี่แมงโก้เอามาฝากกัน แถมยังมีร้านที่คนที่ไปเรียน Manchester Nottingham Newcastle หาทานได้ในเมืองอีกด้วย หรือน้องคนไหนไปเรียน University of Durham แล้วคิดถึงชานมไข่มุก ก็นั่งรถไฟเพียง 15 นาทีมาทาน Chatime ในเมือง Newcastle ได้เลย


ส่วนใครสนใจอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาวระดับปริญญาตรี โท เอก หรือ Summer School ก็ติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยที่ Line:@mangolearning หรือโทร. 02-129-3313 ช่องทางไหนก็ได้ค่า
พี่แมงโก้ยินดีให้คำปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆน้า

Road trip to Cornwall


ไปเรียนอังกฤษทั้งที จะที่ยุโรปก็ใกล้ หรือจะเลือกเที่ยวในอังกฤษก็ง่าย เพราะที่อังกฤษมีอีกหลายเมืองให้เที่ยวมาก ๆ แถมแต่ละภาคของอังกฤษก็มีทัศนียภาพรวมถึงความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน รอให้น้องไปไปสัมผัสกันช่วงปิดเทอม หรือวันหยุดด้วยนะ

วันนี้พี่แมงโก้ได้ทริปน้อง ๆ จาก Kent (แคว้นที่ได้ชื่อว่าเป็น Garden of England)  อย่างน้องโอ๊ต นักเรียนป.โท Business Analytics ที่ University of Kent และเพื่อนอีก 3 คน มีวันหยุด 3-4 วัน เลยวางแผนไปเที่ยวทะเลทางใต้แถบ Bournemouth ยาวไปถึง Cornwall ดินแดนสุดขอบทะเลของประเทศอังกฤษ

Durdle Door

น้องโอ๊ตและเพื่อนเลือกการเช่ารถแล้วขับเที่ยวไปเรื่อย ๆ แทนที่นั่งรถไฟเพราะมีกันหลายคน จาก Canterbury ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชั่วโมง ก็ถึงเมืองตากอากาศยอดฮิตของอังกฤษอย่าง Bournemouth พร้อมสัมผัสวิวทะเลแบบหน้าผาที่สวยแปลกตา แล้วขับต่อไป Jurassic Coast ที่เที่ยวสำคัญใกล้เมือง Bournemouth แวะถ่ายรูปกับ Durdle Door หน้าผาหินที่ถูกน้ำทะเลเซาะจนมีรูปร่างเหมือนซุ้มประตูที่หาดูกันไม่ได้ง่ายๆ

Penzance

ขับรถลงใต้กันมาอีกประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ก็เข้าเขต Cornwall ที่เป็นแคว้นทางใต้สุดของอังกฤษที่ขึ้นชื่อว่ามีวิวแบบหน้าผาติดทะเลที่สวยงามมาก ๆ ถึงเมือง Penzance จุดหมายหลักในทริป Cornwall นี้ เมือง Penzance เป็นเมืองท่าของแคว้น Cornwall มีที่เที่ยวสวย ๆ อย่าง Minack Theater ที่เป็นโรงละครกลางแจ้ง ซึ่งเริ่มก่อสร้างโดยคุณป้า Rowena Cade กับคนสวนของเธอ เพียง 2 คนเท่านั้น เป็นอะไรที่ Amazing มาก ๆ ที่เที่ยวธรรมชาติอื่น ๆ ของเมือง Penzance ที่น้องโอ๊ตกับเพื่อน ๆ ไป ก็จะมี Hiking จนไปถึง Land&End แผ่นดินสุดท้ายติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกของ Cornwall ที่เราจะพบแผ่นดินต่อไปก็คือแผ่นดินของทางทวีปอเมริกาเลย เพราะฉะนั้นวิวทะเลจะสวยมากเป็นพิเศษ มองออกไปได้สุดลูกหูลูกตาจากจุดที่เรายื่นอยู่ ซึ่งเป็นหน้าผาหินที่ธรรมชาติสรรค์สร้างมาได้อย่างสวยงามมาก ๆ

Boscastle Habour

จากเมือง Penzance ก็ขับรถขึ้นเหนือเพื่อกลับเมือง Canterbury น้องโอ๊ตและเพื่อนแวะที่เมือง Boscastle Habour เมืองท่าเรือเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศชิว ๆ ให้ฟีลลิ่งเมืองชาวเลฉบับคนอังกฤษ บ้านเรือน ร้านร่วงเล็ก ๆ น่ารักที่มีวิวแบบเขาล้อมอ่าวเล็ก ๆ ที่คล้ายกับเป็นแม่น้ำแทรกเข้ามากลางเมือง เป็นจุด Check Point ถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาด สไตล์การเที่ยวเมือง Boscastle จะเป็นแนว เดินชิวเที่ยวรอบเมือง และของขึ้นชื่อของเมืองแถบนี้ก็คือ ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารซีฟู้ดสด ๆ ที่ควรปักหมุดไว้แวะทานระหว่างทางขับรถกลับ Canterbury มีหลายร้านหลายราคาให้เลือกทาน น้องโอ๊ตกระซิบว่าใครจะแวะเมืองนี้ก็เตรียมตัวจองร้านอาหารกันก่อนได้เลย เพราะมีร้านที่แนะนำโดย UK Michelin Guide 2019 ด้วย

Roman Bath

ระหว่างทางกลับไป Canterbury น้องโอ๊ตก็ได้พาเราแวะเที่ยวเมือง Bath แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ไม่ว่าใครมาอังกฤษก็ต้องมาแวะถ่ายรูปกับโรงอาบน้ำโบราณ หรือ Roman Bath เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่ง

Stonehenge

ที่เที่ยวสุดท้ายที่เป็นไฮไลท์ก็คงหนีไม่พ้น Stonehenge กลุ่มหินโบราณที่ตั้งเรียงกันเป็นรูปวงกลม ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่า ใครเป็นคนสร้าง Stonehenge และสร้างมาทำไม แต่ที่แน่ๆ Stonehenge ก็ได้กลายเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจจรย์ของโลกที่ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเยี่ยมชม รวมถึงตัวน้องโอ๊ตก็ไม่พลาด Landmark ของประเทศอังกฤษแห่งนี้ เป็นการปิดท้ายทริปจาก Kent สู่ Cornwall ได้จบสมบูรณ์อย่างสวยงาม เป็นการปิดท้ายทริปจาก Kent สู่ Cornwall ได้จบสมบูรณ์อย่างสวยงาม

Tips: ถ้าใครคนน้อย หารค่าเช่ารถกันมาไม่คุ้ม หรือไม่ได้ทำใบขับขี่สากลมา แนะนำให้นั่งรถไฟเที่ยวตามทริปนี้ก็ได้ เริ่มจากขึ้นรถไฟสาย Southeastern จากสถานี Canterbury West มาลอนดอน ลงสถานี Waterloo แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย South Western Railway ไปลงที่สถานี Bournemouth เพื่อนั่งรถต่อไปที่ Doodle Door ได้เลย จากนั้นจะวางแผนนั่งรถไฟต่อไปยัง Cornwall แวะลงตามสถานีต่าง ๆ ที่ใกล้กับที่เที่ยวด้านบนได้เลย Search หาเส้นทางจาก Google Map และจองรถไฟล่วงหน้าจาก www.nationalrail.co.uk เพื่อตั๋วที่ถูกลงไปอีกได้เลย

*แถมอีกนิดว่าใครนั่งรถไฟมาอาจจะได้แวะเที่ยว London ด้วยก็ได้ เพราะยังไงก็เป็นทางผ่านที่ต้องมาลงรถไฟใจกลางกรุงลอนดอนอยู่แล้ว เรียกได้ว่า ทริปเดียวเที่ยวหลายเมือง กันไปเลยชิค ๆ ค่ะ


ใครอยากมาเรียนอังกฤษ ไม่ว่าจะเรียนภาษา Summer School หรือป.ตรี ป.โท ก็ติดต่อพี่แมงโก้ ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือโทร. 02-129-3313 ได้เลย พี่แมงโก้พร้อมแนะนำทุกเรื่องฟรี ไม่คิดตังค์นะจ๊ะ

ปิดเทอมไปไหน? Road Trip to Highland ทริปที่เด็กไทยที่มหาวิทยาลัย Edinburgh ไม่ควรพลาด!


สกอตแลนด์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งภูเขา ทุ่งหญ้า ลำธาร ปราสาท และที่ที่เป็นไฮไลท์เลยก็คือ Highland ดินแดนที่จะพาน้องๆไปพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างโบราณที่มนุษย์สร้างขึ้นรวมทั้งยังถูกใช้เป็นฉากในหนังสุดฮิตหลายเรื่องอย่างเช่น James Bond, Harry Potter และซี่รี่ย์ชื่อดังแห่งยุคอย่าง Game of Throne ก็ใช้โลเคชั่นส่วนใหญ่ในการถ่ายฉายปราสาทเก่าแถบทางเหนือที่นี่ น้องๆคนไหนที่เรียนต่อ University of Edinburgh อยู่แล้ว ไม่ควรพลาดที่จะแพลนทริปนี้กับเพื่อน แล้วขับรถไปท่อง Highland ด้วยกันเลย

เริ่มต้นทริป To the North ตามหาจอร์น สโนว์จากเมืองเอดินเบอระ มุ่งหน้าสู่เมือง Glencoe ซึ่งถนนเส้นนี้ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ James Bond: Skyfall ระหว่างทางจะพบกับทุ่งหญ้าและภูเขาที่สวยงามแปลกตาและเงียบสงบ จากนั้นขับรถผ่าน Fort William อ้อมไปดู Glenfinnan Viaduct ทางรถไฟบนสะพานสูงที่เป็นเส้นทางของพ่อมดแม่มดทั้งหลายสู่โรงเรียนเวทมนตร์
ฮอกวอตส์ แวะถ่ายรูปซักนิดก่อนมุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบ Loch Ness ที่ที่เชื่อกันว่ามีสัตว์ในตำนานอย่าง Nessie อาศัยอยู่ ไปเช็คอินต่อกันที่ Urquhart Castle ปราสาทเก่าริม Loch Ness ที่มีความสวยงามเหมือนได้ไปอยู่ในฉากของซีรี่ย์ Game of Throne กันเลย

จากนั้นก็เดินทางสู่ไฮไลท์ของทริปนี้ ซึ่งก็คือ Isle of Skye หน้าผาทรงตัดติดทะเล วิวนี้ถูกใช้เป็นที่ถ่ายทำหนังและซีรี่ย์ที่โด่งดังมากมาย แล้วก็ไปต่อที่ Fairy Pool ลำธารน้ำตกที่เป็นเหมือนสระว่ายน้ำที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้น ถ้าใครไม่กลัวหนาว ก็สามารถลงไปว่ายเล่นได้เลยนะคะ แต่ถ้าหน้าหนาวแนะนำว่าเดินดูรับวิวหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอดก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ขับรถต่อไปกันที่ Isle of Mull ชื่อนี้อาจไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่ไปถึงแล้วรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน จุดแรกที่ให้แวะบนเกาะนี้คือ Tobermory หมู่บ้านริมฝั่งข้างหลังเป็นเขา ที่สร้างบ้านเรียงต่อกันและทาสีสันสดใสสวยงาม เหมาะเป็นแบลคกราวน์ถ่ายรูปให้กับน้องๆนักเรียนไทยที่ไปเยือนอย่างยิ่ง
ในเมืองมี Aquarium เล็กๆ และโรงกลั่นวิสกี้ให้แวะเที่ยวชมอีกด้วย ขับรถต่ออีก 1-2 นาทีก็จะถึง Calgary Bay ชายหาดขาวริมทะเลให้บรรยากาศทะเลแบบหนาวๆที่เราคงไม่มีวันได้เห็นในเมืองไทย

ก่อนกลับมาเรียนต่อที่ Edinburgh ก็แวะเที่ยวเกาะ Staffa ก่อนจะได้ไม่เสียเที่ยว ที่เกาะนี้เราสามารถซื้อทัวร์ที่จะพาเรานั่งเรือไปชมสถานที่น่าสนใจของเกาะอย่างเช่น Fingal's Cave ที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะเกาะที่ซ่อนจี้ฮอร์ครักซ์ของลอร์ดวอเดอมอร์ในหนังแฮรี่พอตเตอร์ภาคสุดท้าย เป็นการปิดทริปกลับไปเรียนต่อปริญญาโทได้อย่างสบายใจหรือน้องบางคนที่เที่ยวทริปนี้ตอนเรียนจบแล้วก็กลับเมืองไทยได้อย่างไม่เสียดายแล้วที่ได้เลือกมาเรียนต่อ Edinburgh จบเรื่องเที่ยว กลับมาเรื่องเรียนก็อย่าลืมติดต่อมาที่ Mango Learning Express นะค่ะ เราเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของ University of Edinburgh
พร้อมให้บริการแนะแนวการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอระเสมอค่า คิดถึง University of Edinburg คิดถึง Mango Learning Express นะคะ 

รถไฟไปต่างเมือง


การเดินทางระหว่างเมืองด้วยรถไฟ National Rail เป็นการเดินทางไปเที่ยวระหว่างเมืองในอังกฤษที่สะดวก รวดเร็วและประหยัด มีรถไฟออกเดินทางวันละหลายรอบ ตรงเวลาตามแผนการเดินทางเหมาะสำหรับนักเรียน นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ซึ่งรถไฟที่วิ่งมุ่งหน้าออกนอกเมืองลอนดอน มีหลายบริษัทมากๆ ที่ให้บริการ ดูรายละเอียดการให้บริการรถไฟได้ที่ www.nationalrail.co.uk, www.rail.co.uk, http://www.britrail.com เราสามารถจองทาง internet ล่วงหน้าได้หมด

จาก London ไป Durham ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยขึ้นรถไฟที่สถานี King’s Cross

จาก London ไป Exeter นั้นสะดวกสบายมาก เพราะสามารถนั่งรถไปแบบ direct จาก Paddington ไปถึงสถานี Exeter St. Davids ได้ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น

จาก London ไป Lancaster ดูในแผนที่เหมือนจะไกลมาก แต่รู้หรือไม่ว่าใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น โดยขึ้นจากสถานี Euston ในลอนดอน

การเดินทางไปเมือง Leeds นั้นสามารถขึ้นรถไฟจากลอนดอนในสถานี King’s Cross และใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงนิดๆเช่นเดียวกัน

การเดินทางไปเมือง Nottingham นั้นไม่ยากเลยค่ะ ขึ้นรถไปจากสถานี London St. Pancras International (เป็นสถานีเดียวกับที่นั่งรถไฟ Eurostar ไปฝรั่งเศส) และยิงยาวไปถึงนอตติ้งแฮมเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง