วิเคราะห์เจาะลึกมหาวิทยาลัย Bristol


มารู้จัก University of Bristol ให้ดีกว่าเดิม ผ่าน Data analytics ที่พี่แมงโก้รวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันเลยว่ามหาวิทยาลัยบริสทอลมีอะไรดีบ้าง..

  1. เข้ายากอันดับ 8 ของประเทศอังกฤษ

นอกจาก Oxford, Cambridge, University of Edinburgh, Durham University ที่ว่าเข้ายากๆแล้ว ก็มี University of Bristol เนี่ยแหละ โดยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 8 ของมหาวิทยาลัยที่เข้ายากที่สุดในประเทศอังกฤษ จาก UCAS ซึ่งเป็นระบบการรับเข้าเรียนระดับมหาลัยของชาติ

  1. อันดับ 49 ของมหาลัยดีที่สุดที่สุดในโลก

จาก QS World University Rankings ได้ยกย่องให้ University of Bristol เป็นมหาลัยที่ดีที่สุด อันดับที่ 49 ของโลก นอกจากนี้ในอยู่ใน Top 100 ของทุกสำนักที่จัดอันดับมหาลัยที่ดีที่สุดในโลก

  1. Ranking สูงในทุกหลักสูตร

จัดอันดับโดย The Guardian สำนักจัดอันดับมหาลัยในประเทศอังกฤษ ที่เน้นการจัดอันดับจาก คุณภาพการสอน (quality of teaching), ความพึงพอใจของนักเรียน (student satisfaction) และ เรทการถูกจ้างงานหลังเรียนจบ (employability) ซื่ง The Guardian ปี 2019 ได้จัดอันดับไว้ดังนี้

  • อันดับที่ 1 Pharmacy & Pharmacology (1st)
  • อันดับที่ 1 Engineering: General (1st)
  • อันดับที่ 3 Engineering: Civil (3rd)
  • อันดับที่ 4 Engineering: Mechanical (4th)
  • อันดับที่ 10 Engineering: Electronic & Electrical (10th)
  • อันดับที่ 1 Social Policy & Administration (1st)
  • อันดับที่ 3 Sociology (3rd)
  • อันดับที่ 4 Politics (4th)
  • อันดับที่ 8 Social Work (8th)
  • อันดับที่ 4 Music (4th)
  • อันดับที่ 7 Anatomy & Physiology (7th)
  • อันดับที่ 8 Forensic Science & Archaeology (8th)
  • อันดับที่ 9 Modern Languages & Linguistics (9th)
  • อันดับที่ 10 Anthropology (10th)
  1. 1:8 คืออัตราส่วนของการรับเข้า Business School

หลักสูตร Business ของที่นี้ โด่งดังในระดับโลก เข้ายากสุดๆ ด้วยอัตราส่วนการรับเข้า 1:8 ข้อมูลของมหาลัยในปี 2019 มีคนสมัครเข้า School of Economics, Finance and Management จำนวน 11,456 ใบสมัคร แต่ได้เข้าเรียนจริงๆแค่ 1,432 คนเท่านั้น!!

  1. ฮิตจนตอนนี้มีคณะที่ไม่รับสมัครแล้ว!!

หลักสูตร Data Science ที่น้องๆให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ของที่ University of Bristol รับนักเรียนได้เพียง 120 คนเท่านั้น และได้ปิดไปแล้วด้วย คือไม่รับสมัครเพิ่มแล้ว เพราะตอนนี้ Application ล้น จนไม่รับพิจารณาแล้วจ้า บอกแล้วว่ามหาลัยเค้าดีจริง ใครอยากไปเรียน MSc Data Science ต้องรอปีหน้าแล้วน้า แนะนำให้เริ่มเตรียมตัวสมัครตั้งแต่กลางปีนี้เลย จะได้ไม่พลาดเหมือนปีนี้ ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยน้า ทีมงานเราสมัครไวไม่แพ้ชาติใดในโลกจ้า

  1. นักเรียน UK vs นักเรียนต่างชาติ

University of Bristol เป็น 1 ในไม่กี่มหาลัยที่มีคนอังกฤษนิยมเรียนต่อป.โทที่นี่เป็นจำนวนมาก วัดจากข้อมูลนักเรียนในสาขา Science ที่มีนักเรียนอังกฤษถึง 126 คน และมีนักเรียนต่างชาติแค่ 31 คนเท่านั้น!! ส่วนในสาขา Social Science and Law ซึ่งมีคณะสุดฮิตอย่าง Law, Politics, และทุกหลักสูตร Business และ Economics มีนักเรียนอังกฤษทั้งหมด 766 และนักเรียนต่างชาติ 1,879 คือเป็นนักเรียนอังกฤษเกือบ 1 ใน 3 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงมากๆ ถ้าเทียบกับมหาลัยบางแห่งที่แทบจะมีเด็กต่างชาติเกือบทั้งห้อง ใครอยากไปเรียนที่ที่มีเด็กอังกฤษเยอะๆ พลาดที่นี่ไม่ได้เลย

  1. Top 3 คณะที่คนเรียนเยอะที่สุด

อันดับ 1 คือ School of Economics, Finance and Management ตามมาด้วย School of Education และต่อด้วย University of Bristol Law School ที่เด็กไทยที่จบที่นี่ มักได้งานใน Law Firm ดังๆระดับประเทศ

  1. หลักสูตรกฎหมายที่ Bristol

ได้รับการยกย่องทางด้านคุณภาพการสอน ได้รับการจัดอันดับเป็น Top 5 ของ Law School ที่มี Research Intensity เข้มข้นมากที่สุดในอังกฤษ แถมการเรียนแบบ Seminar ในคลาสเล็กๆ ยังทำให้เราต้องเตรียมตัวก่อนเรียนอย่างดี ทำให้หลายๆคนที่จบจากที่นี่ ได้ทำงานใน Law firm ชื่อดังกันแทบทั้งนั้น

–              LL.M Law – Banking and Finance Law

–              LL.M Law- Health , Law and Society

–              LL.M Law – Employment, Work and Equality

–              LL.M Law – Company Law & Corporate Governance

–              LL.M Law – Commercial Law

–              LL.M Law – International Commercial Law

–              LL.M European Legal Studies

–              LL.M General Legal Studies

–              LL.M Human Rights Law

–              LL.M International Law

–              LL.M International Law and International Relations

–              LL.M Labour Law and Corporate Governance

–              LL.M Law and Globalisation

–              LL.M Public Law

ก.ต. รับรอง

รับรองแบบธรรมดา

–              LL.M in Commercial Law,

–              LL.M in International Law,

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

–              LL.M in Maritime Law

  1. หลักสูตร Politics

นอกจาก Law แล้ว ด้าน Politics ก็ดังไม่แพ้กัน เพราะมีน้องๆทุน กพ. นิยมสมัครเรียนต่อที่นี่กันหลายคนเลย

Politics and International Relations

  • MSc European and Global Governance
  • MSc Gender and International Relations
  • MSc International Relations
  • MSc International Security
  • LLM International Law and International Relations
  • MSc Social Science Research Methods (Politics)

Development

  • MSc Development and Security
  • MSc East Asian Development and the Global Economy
  • MSc International Development

Sociology

  • MSc Contemporary Identities
  • MSc Ethnicity and Multiculturalism
  • MSc Social and Cultural Theory
  • MSc Social Science Research Methods (Sociology)
  • MSc Sociology
  1. หลักสูตร Business

อย่างที่บอกไปว่า School of Economics, Finance and Management มีคนสนใจนิยมมาเรียนจากทั่วโลก มาดูกันดีกว่าว่ามีหลักสูตรอะไรบ้าง

  • MSc Accounting and Finance
  • MSc Banking, Regulation and Financial Stability
  • MSc Economics
  • MSc Economics and Finance
  • MSc Finance and Investment
  • MSc Global Operations and Supply Chain Management (new)
  • MSc Marketing
  • MSc Accounting, Finance and Management
  • MSc Economics, Finance and Management
  • MSc Management
  • MSc Management (Entrepreneurship)
  • MSc Management (International Business)
  • MSc Management (Marketing)
  • MSc Management (Operations and Project Management)
  • MSc Social Science Research Methods (Management)
  1. หอนี้พี่ออมแนะนำ

นอกจากมหาลัยจะดังมากๆ แล้ว เมือง Bristol เองก็ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และยังเป็น Top Destination ของยุโรป ที่คนนิยมมาเที่ยว ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจาก London เป็นเมืองท่าเก่าที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม และยังอยู่ติดกับ Wales ทำให้ไปเที่ยวเมืองต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย มาดูกันว่าพี่ออม คอนเซ้าท์มือ 1 ประจำแมงโก้ ผู้รู้ทุกเรื่อง ตอบได้ทุกอย่างจะแนะนำหออะไรบ้าง

  • Brunel House, West Residential Village หอพักนักเรียนในอาคารสไตล์คลาสสิค ภายในถูกรีโนเวทใหม่อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยห้อง En Suite ทั้งหมด ใกล้กับ Law School เดินแค่ 6 นาทีเท่านั้น เด็ก Law School ต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง

  • Deans Court , West Residential Village หอพักที่นักเรียนปริญญาโทนิยมอยู่มาก เป็นลักษณะ Flat 8 ชั้น และมี Courtyard อยู่ตรงกลาง ตั้งอยู่ใกล้กับมหาลัยและ City Centre ในระยะที่เดินไม่ถึง 10 นาที

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

ทางลัดเรียนป.ตรีอังกฤษ ที่ใครๆก็ไปเรียนได้


undergrad-uk

ไม่ว่าตอนนี้น้องๆ จะกำลังเรียน High School อยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ตาม แต่มีเป้าหมายว่าอยากเข้าเรียนปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ มาทางนี้ได้เลย เพราะที่อังกฤษมีหลักสูตรที่เรียกว่า Foundation Pathway เป็นทางเลือกที่คล้ายๆทางลัด ให้กับเด็กที่กำลังเรียน High School ทั่วโลก ได้เข้ามาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในระดับปริญญาตรีได้เลย

Foundation Pathway คืออะไร

หลักสูตร Foundation คือ หลักสูตร 1 ปี ที่จะเป็นการเรียนปรับพื้นฐานให้กับนักเรียนก่อนที่จะเข้าไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรี แต่ก่อนที่น้องๆจะเริ่มเรียน Foundation น้องๆจะได้เลือก Pathways หรือ กลุ่มคณะที่เราต้องการจะเรียนต่อตอนป.ตรีก่อน เช่น ถ้าน้องๆตั้งจะใจเรียนหลักสูตร Management ตอนปริญญาตรี น้องๆก็จะต้องเลือกเรียน Pathway ที่เป็นสาย Business หรือถ้าเป็นเด็กสายวิทย์ที่อยากเรียนต่อป.ตรีด้าน Chemical Engineering ก็สามารถเลือกเรียน Engineering Pathway ได้เลย ซึ่งใน 1 ปีนี้ นอกจากจะได้ปรับพื้นฐานทางด้านภาษาสำหรับนักเรียนต่างชาติแล้ว ยังเป็นการเรียนการสอนที่อิงกับหลักสูตรป.ตรีที่เราจะไปต่อ ก็ Pathways ต่างๆที่พี่แมงโก้เล่าไปแล้วด้านบนนั้นแหละค่ะ และหลักสูตร Foundation ยังจะสอนให้น้องๆเรียนแบบเด็กมหาวิทยาลัย มี Coursework ให้ทำ เน้นแนว research และนำมาปฏิบัติจริง เป็นการเตรียมความพร้อมจากชีวิตเด็กนักเรียนมัธยมไปสู่การเป็นเด็กมหาลัยอย่างแท้จริง

แล้วหลักสูตร Foundation เป็นทางลัดยังไงล่ะ

เพราะว่าหลักสูตรปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ ใช้เวลาเรียนเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ถ้าเป็นน้องๆโรงเรียนไทย สามารถไปเรียนต่อ Foundation ได้ตั้งแต่จบ ม.5 ส่วนน้องๆเด็กอินเตอร์ทั้งหลาย ก็สามารถไปได้ตั้งแต่จบ Year 11 หรือมีคะแนน GCSE หรือ IGCSE ก็สามารถเข้าเรียนหลักสูตร Foundation ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเรียน A-Level หรือ Year 12-13 อีก 2 ปี เท่ากับน้องๆสามารถประหยัดเวลาไปได้อย่างต่ำๆก็คนละ 1 ปี เลยนะคะ

นอกจากนี้ยังเป็นทางลัดให้น้องๆได้เข้าเรียนในมหาลัยมีชื่อในอังกฤษ โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงลุ้นยื่นคะแนน UCAS ซึ่งน้องๆจะต้องแข่งขันกับเด็กจากทั่วโลกที่ยื่นคะแนนผ่านระบบนี้ ซึ่งทำให้โอกาสที่จะได้เรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เราอยากเข้าผ่านระบบ UCAS มีโอกาสน้อยกว่า ยื่นคะแนนสมัครเข้าโปรแกรม Foundation ในมหาลัยนั้นๆโดยตรงเลย เรียกได้ว่าคู่แข่งน้อยกว่าหลายเท่าตัว แถมยังมีโอกาสได้เรียนรู้ระบบการเรียนการสอนในมหาลัยก่อนเพื่อนๆที่เข้าผ่าน UCAS และยังจะได้ใช้ Facilities ต่างๆของมหาลัยเหมือนเป็นนักศึกษาของมหาลัยนั้นๆด้วย อาจจะพูดได้ว่า เราจะได้โตเร็วกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกัน 1 ปีเลยทีเดียวนะคะ

แม้ว่าจะไม่ได้มีทุกมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตร Foundation แต่ก็มีมหาวิทยาลัยดังๆหลายที่เปิดหลักสูตรนี้อยู่นะ เช่น Durham University, University of Bristol 2 มหาวิทยาลัยที่คนอังกฤษมองว่าถ้าเข้า Oxford Cambridge ไม่ได้ก็ต้องมาที่นี่ ดังนั้นความเข้ายากเมื่อยื่นผ่าน UCAS จะมีสูงมากๆ แต่ถ้าสมัครผ่าน Foundation มีโอกาสมากกว่า และยังไม่ต้องรอลุ้น UCAS อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี University of Exeter, Lancaster University และมหาลัยชื่อดังอื่นๆอีกมากมายที่เปิดสอนหลักสูตร Foundation ถ้าน้องๆคนไหนสนใจ หรืออยากรู้ว่ามีมหาลัยที่เราเล็งไว้เปิดสอน Foundation รึป่าว ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลย พี่แมงโก้พาน้องๆถึงฝั่งฝันมาหลายคนแล้วค่า