เรียนต่อที่ UWE Bristol ดีมั้ยนะ


เรียนต่อที่ University of the West of England ดีมั้ยนะ? เมืองเป็นยังไง? มหาลัยเป็นยังไง? ใครเล็งมหาลัยนี้ไว้ เรามาทำความรู้จักกับที่นี่มากขึ้นดีกว่า! พี่แมงโก้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมหาลัยนี้ไว้แล้ว ถ้าอยากรู้แล้ว มาอ่านกันเลยย~! 

UWE ตั้งอยู่ในเมือง Bristol ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ และบอกเลยว่าเหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากเข้ากรุงลอนดอนด้วยเพราะห่างกับลอนดอนเพียง 1.30 ชม เท่านั้น แถมยังใกล้เมืองท่องเที่ยวแสนสวยอย่างเมือง Bath อีกด้วยนะ นั่งรถไฟไปแค่ 15 นาทีเท่านั้นเองง ไม่ต้องกลัวว่าจะได้เที่ยวลำบากเลย 

 

* เมือง Bristol ได้รับเลือกเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศอังกฤษ! เมืองที่อบอุ่น เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บอกเลยว่าได้ไปอยู่แล้วจะไม่เหงา! เพราะในเมือง Bristol จะมีการจัด Festival มากมายตลอดทั้งปี รวมไปถึงงานใหญเช่น Balloon Festival ที่พลาดไม่ได้เลย ถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับสองรองลงมาจากกรุงลอนดอนเลยค่ะน้องๆ 

 

* เข้า UWE ไม่ต้องสอบ IELTS! ข่าวดีสำหรับน้องๆ ที่จบการศึกษาจากหลักสูตรนานาชาติ จาก จุฬา, ธรรมศาสตร์, MUIC, BUIC, ABAC และ SIIT ได้รับสิทธิ์ในการไม่ต้องใช้คะแนน IELTS ยื่นในการสมัครเรียนเลยค่าา สามารถสมัครแบบ Direct Entry ได้เลย แถมไม่ต้องเรียน Pre-Sessional English อีกด้วย ถือว่าไม่ต้องเครียดเรื่องคะแนน IELTS เลยนะน้องๆ 

 

* อยู่ใน Top 30 ของ Times Higher Education ในส่วนของ Ranking มหาลัยนี้ถูกจัดไว้อยู่ใน Top 30 ของ Times Higher Education ด้วยนะคะ แถมยังทำอันดับได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปีอีกด้วย! นอกจากจะอยู่ใน Top 30 แล้ว ในปี 2021 ที่จะมาถึง มหาลัย UWE ก็ได้รับอันดับ 21 ของมหาลัยที่ดีที่สุดในอังกฤษจาก The Guardian University Guide 2021 อีกด้วยนะคะ Ranking ดีแบบไม่ต้องกังวลเลยค่ะน้องๆ 

 

* UWE เป็น Full Campus ต้องบอกก่อนว่ามหาลัยส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษจะเป็นตึกเรียนที่แยกกัน ไม่เหมือนมหาลัยที่มี Campus area เหมือนเมืองไทยที่น้องๆ สามารถทำกิจกรรมได้ในพื้นที่ แต่ที่ UWE เป็นมหาลัยที่เป็น Full Campus บอกเลยว่ามีพื้ที่ให้ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ และนั่งอ่านหนังสือเยอะมาก! ทางมหาลัยจะแบ่ง Campus เป็น 3 วิทยาเขต ได้แก่ Frenchay Campus (วิทยาเขตหลักและใหญ่ที่สุด) อันที่ 2 คือ Bower Ashton City Campus สำหรับนักเรียนสาย Arts & Design โดยเฉพาะ และวิทยาเขตสุดท้ายคือ Glenside Campus ที่เป็นพื่นที่สำหรับนักเรียน Nursing ค่ะ 

(Frenchay Campus) 

 

(Bower Ashton Campus) 

 

 

(Glenside Campus) 

 

* มีทุนการศึกษาสูงสุดถึง 50% สำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังมองหาทุน มาถูกที่แล้วว! เพราะที่ UWE มีทุนการศึกษาสูงสุดถึง 50% เลยนะ ทางมหาลัยมีทุนการศึกษาให้ตั้งแต่ £1,000 ถึง £5,000 เลย ถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายไปเยอะมากๆ เลย การสมัครทุนที่ UWE สามารถสมัครได้หลังจากได้ Offer จากทางมหาลัยแล้วนะคะ จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนประมาณปลายเดือนเมษายนของปีการศึกษาค่าา รีบสมัครกันน้าน้องๆ! 

* ที่พักไม่แพงมาก น้องๆ เชื่อหรือไม่คะว่าการเช่าที่พักเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงมากๆ ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงอย่างเช่นกรุงลอนดอน แต่ที่ UWE น้องๆ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เลยค่ะ เพราะว่าค่าที่พักใกล้มหาลัยมีราคาที่ไม่สูงมาก ทำให้น้องๆ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางนึง และตัวมหาลัยเองก็อยู่ห่างจาก City Centre ประมาณ 15 นาที เดินทางเข้าไปในเมืองได้แบบสะดวกสบายเลยค่ะ 

* มีร้านอาหารไทยเยอะมาก! คิดถึงอาหารไทยเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะรู้สึก Homesick นะน้องๆ ! เพราะแถว UWE มีร้านอาหารไทยให้เลือกเยอะมากก นอกจากน้องๆ จะสามารถไปอิ่มอร่อยกับอาหารไทยให้หายคิดถึงบ้านแล้ว ยังสามารถสมัครเพื่อทำงาน Part-time ได้อีกด้วยค่ะ การทำงานร้านอาหารไทยฮิตมากๆ ในหมู่นักศึกษาป. โทไทยที่ไปเรียน น้องๆ ทั้งได้ค่าจ้างแถมยังได้ทานอาหารไทยฟรีๆ อีกด้วย 

* Landmark และที่เที่ยวทั่วเมือง เมือง Bristol ถือว่าเป็นเมืองใหญ่ทีเดียวเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวเบื่อเลย ถึงจะไม่ได้อยู่ในลอนดอนแต่ก็มีอะไรให้น้องๆ ได้ทำและได้เที่ยวเยอะแยะมากมาย เมือง Bristol เป็นบ้านเกิดของ Banksy สำหรับน้องๆ สาย Street Art ต้องแฮปปี้อย่างแน่นอนค่ะ เรามาดูเหล่า Landmark ในเมือง Bristol กันดีกว่า~! 

 

(Clifton suspension bridge)

 

(Bristol Cathedral)

 

(Wookey Cave)

 

(Bristol Aquarium)

 

 

(Bristol Zoo Gardens) 

 

UWE เป็นมหาลัยชั้นนำอีกหนึ่งที่เลยค่ะ ที่ตั้งดี หลักสูตรดี แถมยังค่าใช้จ่ายไม่สูงมากอีกด้วย หากน้องๆ คนไหนสนใจไปเรียนต่อป. โท ที่ University of the West of England ติดต่อพี่ๆ มาได้เลยน้าา ปรึกษาฟรีทุกขั้นตอน! Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

ค่าครองชีพที่อังกฤษต่อเดือน


 

เคยสงสัยกันบ้างรึเปล่าว่าค่าครองชีพในแต่ละเมืองของอังกฤษตกอยู่ที่เดือนละประมาณเท่าไหร่….? วันนี้พี่แมงโก้ได้รวบรวม 5 เมืองสุดฮิตสำหัรบนักเรียนไทยในการไปเรียนต่อป. โทมาให้น้องๆ ดูว่าแต่ละอย่างตกเดือนละเท่าไหร่ 

โดยเมืองที่พี่แมงโก้เลือกมามีเมืองที่มี Top Universities อยู่ด้วย ได้แก่เมือง London, Durham, Nottingham, Exeter, Coventry และ Bristol จ้าา  อาจจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการเลือกมหาลัยและเมืองของน้องๆ ได้เลยนะคะ 

พี่แมงโก้ได้แยกมาเป็น 5 หมวดหมู่ได้แก่: ค่าเช่า Apartment, Utility bills, Meal, Monthly transportation และก็สิ่งที่ขาดไม่ได้ Local beer ของประเทศอังกฤษค่าาา ถ้าอยากรู้แล้วว่าแต่ละที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างไรต่อเดือน ตามมาอ่านเลยจ้าา 

 

Apartment (Rent per month) : 1 Bedroom in City Centre 

London: 1,717.44 £

Durham: 650 £

Nottingham: 610.26 £

Exeter: 699.17 £

Coventry: 655.45 £

Bristol: 924.60 £

 

Utility bill (ค่าใช้จ่ายทั่วไปเช่นค่าน้ำค่าไฟ) 

London: 172.50 £ 

Durham: 235.83 £ 

Nottingham: 156.66 £ 

Exeter: 155 £ 

Coventry: 181.40 £ 

Bristol: 201.59 £ 

 

Transport (Monthly pass) 

London: 150 £ 

Durham: 55.11 £

Nottingham: 55.50 £

Exeter: 65 £ 

Coventry: 50.90 £ 

Bristol: 70 £ 

 

Meal ที่ร้านอาหารที่ไม่แพงมากต่อ 1 มื้อ 

London: 15 £

Durham: 11 £

Nottingham: 12 £ 

Exeter: 15 £

Coventry: 10 £ 

Bristol: 15 £

 

Local beer (0.5 litre bottle) 

London: 1.98 £ 

Durham: 1.68 £ 

Nottingham: 1.86 £ 

Exeter: 1.81 £ 

Coventry: 1.31 £ 

Bristol: 1.93 £ 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.numbeo.com/cost-of-living/ 

จากที่เห็นจากตัวเลข การใช้ชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอนจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเมืองอื่นอยู่เล็กน้อยค่ะ แต่ใดๆ ก็ขึ้นอยู่กับ Lifestyle ของน้องๆ นะคะ และการจัดการการใช้เงินของเรา แถมน้องๆ ที่ไปเรียนต่อป.โทที่อังกฤษยังสามารถทำงาน Part-time ได้ด้วยนะ แต่ทำได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 20 ชม. เท่านั้นนะจ้ะ 

ใครทำกำลังแพลนไปเรียนต่อและอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่ามหาลัยไหนหรือเมืองไหนที่เหมาะกับเรา เข้ามาคุบกับพี่แมงโก้ได้เลยนะ ปรึกษาฟรี! ทุกขั้นตอนเลย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808

รวม 6 เมืองในอังกฤษที่ค่าครองชีพเป็นมิตรสำหรับนักศึกษา!


 

เรียนต่ออังกฤษแบบประหยัด ไปอยู่เมืองไหนดีน้าา?

วันนี้พี่แมงโก้รวบรวม 6 เมืองในอังกฤษที่ค่าครองชีพถูกสุดๆ สำหรับน้องๆ นักศึกษา แถมมหาลัยในเมืองต่างๆ ที่เป็นมหาลัย Top ranked อีกด้วยนะ! เมืองที่ค่าครองชีพแสนถูกมีอะไรบ้าง? มาดูเลยดีกว่า~!

 

1. Nottingham – ที่ตั้งของมหาลัย University of Nottingham เป็นเมืองที่มีสีสัน แถมยังเป็น The best night life city ในอังกฤษอีกด้วยน้าา บอกเลยว่าขาปาร์ตี้ต้องรักเมืองนี้

2. Durham – Durham University เป็นอีกหนึ่งมหาลัยที่หลายๆ คนหมายปอง บอกเลยว่า Durham เป็นเมืองที่น่ารักมากๆ ขนาดไม่ใหญ่มากและเงียบสงบ แถมค่าครองชีพในเมืองยังไม่แพงมากอีด้วย

3. Newcastle – ที่ตั้งของมหาลัยโด่งดังอย่าง Newcastle University เป็นเมืองที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่มีทุกอย่างพร้อม น้องๆ ไม่ต้องกลัวเหงาเลยเพราะในเมืองมีที่ให้เที่ยวอย่างแน่นอน และไม่แพงเท่าในลอนดอนอีกด้วยนะ

4. Exeter – เมืองของ University of Exeter เป็นเมืองขนาดกลางที่เหทาะสำหรับน้องๆ ที่อยากหนีความวุ่นวานของเมืองใหญ่ เพราะ Exeter เป็นเมืองที่มีนักศึกษาอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ ของต่างๆ ในการใช้ชีวิตเลยไม่แพงมาก

5. Bristol – เมืองแห่งเทศกาลอย่าง Bristol มีมหาลัย Russell Group อย่าง University of Bristol ตั้งอยู่ด้วยนะ! อีกมหาลัยนึงที่น่าสนใจมากๆ ที่ตั้งอยู่ในเมืองนี้เช่นกันคือ University of the West of England อีกด้วยย! Bristol เป็นเมืองที่มีศิลปะ street art อยู่มากมาย เพราะเป็นบ้านเกิดของ Banksy ไม่แพงแถมยังน่าเที่ยวอีกด้วย

6. Kent – ตั้งอยู่ในเมือง Canterbury และยังเป็นที่ตั้งของ University of Kent ด้วยนะ! บอกเลยว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่แสนน่ารัก ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็สวย อบอุ่นไปหมด ค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วยย

ข้อมูลอ้างอิง: https://www.totallymoney.com/content/best-university/

น้องๆ ที่อยากไปเรียนต่ออังกฤษแต่ยังไม่แน่ใจว่าไปที่ไหนดี พี่แมงโก้ยินดีพร้อมให้คำปรึกษาแบบฟรีๆ เลยย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ University of Bristol


 

พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ หลายคนที่กำลังแพลนจะไปเรียนต่อป. โทเกี่ยวกับ Law ที่ประเทศอังกฤษต้องเคยได้ยิน University of Bristol อย่างแน่นอน! University of Bristol มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของหลักสูตรกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group universities อีกด้วยน้าาา เรื่อง Ranking ไม่ต้องห่วงเลย! 

มารู้จัก University of Bristol กันอีกหน่อยดีกว่าค่ะน้องๆ 

  • University of Bristol ถือว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ของประเทศอังกฤษเลย! นับว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากที่อยู่ในลิตส์เดียวกับ Oxford, Cambridge และ University of Edinburgh เลยค่ะน้องๆ 
  • มหาลัยอันดับ 49 ของโลก! นอกจากจะเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ประจำประเทศอังกฤษแล้ว University of Bristol ยังได้รับอันดับ 49 ใน QS World University Rankings ใน Top 100 อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นมหาลัยสุดคุณภาพ 
  • ด้าน Law School ของ University of Bristol ได้รับอันดับ Top 5 ของมหาลัยที่มี Research Intensity เข้มข้นที่สุดในประเทศอังกฤษอีกด้วย จบจากมหาลัยนี้ได้ทำงาน Law Firmชื่อดังมากมายอย่างแน่นอน! 

น้องๆ คนไหนที่กำลังมองหามหาลัยเพื่อเรียนต่อด้านกฏหมาย พี่แมงโก้ขอกระซิบบอกไว้ก่อนว่า… ที่ University of Bristol มีหลักสูตรที่เป็น ก.ต. รับรองด้วยค่ะ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลย และสามารถปรึกษาพี่ๆ ได้ตลอด! 

หลักสูตรของ University of Bristol ที่ได้ ก.ต. รับรองแบบทั่วไป

  • LL.M. Commercial Law
  • LL.M. International Law 

หลักสูตรที่ได้รับการรับรองเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

  • Master of Laws in Maritime Law

วันนี้ พี่แมงโก้จะมารีวิว University of Bristol ในด้านของ Law school ให้น้องๆ ได้เห็นภาพกัน ถ้าพร้อมแล้ว มาด้วยกันเลย! 

University of Bristol ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาลัย Top Ranking หลายๆ คนก็อาจจะมองว่าเป็นมหาลัยที่เรียนยากรึเปล่า? การเรียนแบ่งวิชาอย่างไรบ้าง? จากรีวิวของน้องหมิวและน้องมิ้นท์ (น้องๆ ที่เรียน LL.M. ที่ University of Bristol) น้องๆ ได้แชร์ว่าทางมหาลัยจะแบ่งเป็นเทอม และเรียน 4 วิชาทั้งปี และยังมีคลาส Seminar ที่น้องๆ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ จะได้เข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้น และอาจารย์จะคอยอธิบายให้เราเข้าใจอย่างมากที่สุด 

 

คลาสเรียน Seminar เป็นแบบไหน? 

ใน Law School ของ University of Bristol จะแบ่งคลาสเป็นสองแบบ คือทั้ง Lecture และ Seminar ตัวคลาส Seminar ส่วนใหญ่จะมีอาทิตย์ละครั้ง หรือไม่ก็สองอาทิตย์ครั้ง แต่ว่าการที่จะเข้าไปเรียนในคลาส Seminar ให้รู้เรื่อง น้องๆ ต้องเตรียมตัวอ่าน Assigned reading list ที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ด้วยนะคะ จะได้เข้าใจพูดคุยกับเพื่อนๆ ในคลาสได้อย่างเข้าใจ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในคลาสเรียน อาจารย์จะมีคำถามให้นักเรียนได้คิดและหาคำตอบมา บอกเลยว่าต้องเตรียมตัวก่อนเข้าคลาส Seminar น้าา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องห่วง เพราะอาจารย์จะคอยช่วยอธิบายให้น้องๆ ได้เข้าใจบทเรียนอยู่แล้วค่ะ (ไม่มีผิดถูก) 

 

แล้ววิชาเรียนที่ University of Bristol ล่ะ? 

ในหนึ่งปีของการเรียนป. โทต่อใน Law School ที่มหาลัยนี้ น้องๆ จะได้เรียน 4 วิชาหลักๆ และใช้เวลาหนึ่งปีเลยค่ะ โดยน้องๆ สามารถเลือก 3 วิชาจากคอร์สหลักที่เลือกไว้ได้เลย ส่วนอีกหนึ่งวิชาก็สามารถเลือกได้จาก LL.M. อื่นๆ ได้เลยน้าา 

ถ้าน้องเลือกเรียน LL.M. Commercial Law 3 น้องๆ จะได้เลือก 3 วิชาจากสาขาที่เลือกเรียน เช่นวิชา International Commercial Arbitration, Information Technology Law, International Corporate Finance และ Financial Markets and Bank Regulation ถ้าน้องๆ ไม่แน่ใจตรงจุดไหน มาถามพี่แมงโก้ได้เลยน้า พร้อมช่วยเสมอจ้า~! 

แต่ถ้าใครสงสัยว่ามีวิชาอะไรบ้าง ดูจากตรงนี้ได้เลยค่ะ >>  Click! 

 

อยากเรียน Law School ที่ University of Bristol ต้องเตรียมตัวยังไง? 

หลายคนเชื่อว่า Law School ที่ University of Bristol จะมีความยากในการเรียน แต่จริงๆ พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนเรียนได้ แต่อาจจะต้องมีความ Active ในการเตรียมตัวก่อนเข้าคลาส Seminar เพื่อความเข้าใจในบทเรียนของน้องๆ เอง และจากรีวิวของน้องๆ แมงโก้ที่ไปเรียนที่ University of Bristol ได้กระซิบมาบอกว่าอาจารย์ที่มหาลัยใจดี ยินดีช่วยเหลือและตอบคำถามน้องๆ ตลอด พี่แมงโก้ขอแนะนำว่า University of Bristol เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบ Discuss ในคลาสเรียนให้น้องๆ ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ค่ะ 

 

แล้ววิชาที่เกี่ยวกับ Finance ต้องมีพื้นฐานแน่นรึเปล่า? 

ต้องบอกก่อนว่าน้องหมิวและน้องมิ้นท์เลือกเรียนวิชา Corparate Finance ด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะไม่แน่นพื้นฐานเรื่อง Finance น้องๆ ที่เรียนกฏหมายก็เรียนได้เหมือนกันค่ะ! การเรียนวิชานี้จะเน้นไปในทางของกฏหมายมากกว่าด้าน Finance พื้นฐานไม่แน่นก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่าา 

 

จะจบ Law School ที่ University of Bristol ยังไง

น้องๆ ที่เรียน Law School ที่ University of Bristol จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 12,000 คำ แต่น้องๆ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ ทำได้อยู่แล้ววว 

 

ไปดูรีวิวเต็มๆ ที่ในคลิปนี้เลยจ้าา >> Click to watch!

น้องๆ กฏหมายที่อยากไปเรียนต่อที่ University of Bristol แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหนอะไรอย่างไร มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

รีวิวเมือง Bristol | ที่ตั้งมหาลัย U of Bristol และ UWE


 

พี่แมงโก้พามาดูเมือง Bristol เมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และยังเป็นที่ตั้งของ University of Bristol และ UWE สองมหาลัยชื่อดังที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวอังกฤษและนักเรียนต่างชาติ ไปดูกันดีกว่าว่า 1 วันใน Bristol จะเป็นยังไง

 

Bristol Temple Meads Station

มาเริ่มกันที่สถานีรถไฟประจำเมืองบริสตอลกันก่อน ถ้าเรานั่งรถไฟจากใจกลางกรุงลอนดอน ที่สถานี Paddington ก็จะใช้เวลาแต่ 1 ชั่วโมง 20 นาที ก็จะถึงสถานี Bristol Temple Meads ที่อยู่กลางเมืองแล้ว ระหว่างทางก็จะผ่านเมืองท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Bath และใช้เวลานั่งรถไฟจาก Bath มา Bristol แค่ 15 นาทีเท่านั้น!

 

 

Clifton Suspension Bridge

สะพานแขวนขนาดใหญ่ที่ทอดข้ามผ่านแม่น้ำ Avon เป็นตัวเชื่อมระหว่างเมือง Bristol กับ North Somerset เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1864 เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่ใครมาเมืองนี้ก็ต้องไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเช็คอินกัน และยังเป็นเหมือนตัวแทนของงานโครงสร้างทางด้านวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ของเมืองนี้ ทำให้หลักสูตรด้าน Engineering ของ University of Bristol โด่งดังเป็นที่ใฝ่ฝันของใครหลายๆคน และในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีงาน Bristol International Balloon Fiesta งานบอลลูนระดับนานาชาติที่เมืองบริสตอล โดย Clifton Suspension Bridge เป็นจุดชมวิวบอลลูนที่สวยที่สุดในเมืองเลยนะ

 

 

Clifton park garden

สวนสาธารณะใกล้ๆกับ Clifton Suspension Bridge ที่ที่คนในเมือง Bristol นิยมมาพักผ่อนนั่งเล่นในช่วงหน้าร้อน ในวันที่อากาศดีๆ เพราะมองออกไปจะเห็นวิว Clifton Suspension Bridge ที่สวยสุดๆไปเลย

 

 

Bristol City Hall

เพราะ Bristol ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรือง ทำให้เมืองถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่ดูยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างมาก โดย Bristol City Hall คือตึกว่าการประจำเมือง ที่เป็นอาคารโค้งที่มีดีเทลเล็กๆน้อยๆอยู่เต็มไปหมด อย่างเช่น ยูนิคอร์นแปะทองที่ปลายสุดบนหลังคามุมตึก นาฬิกาที่ตัวอาคารที่เป็นสีฟ้าและสีทอง ก็ใช่สัญลักษณ์แต่ละราศีแทนตัวเลข

 

 

 

University of Bristol

ตึกหลักประจำมหาลัยบริสตอล ที่สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการ และยังเป็นอาคารที่นักเรียน Law School ของ University of Bristol ใช้เรียนกันจริงๆในปัจจุบันอีกด้วย

 

 

Statue of Neptune

จัตุรัสกลางเมืองที่มีรูปปั้นของเนปจูน หรือ เทพโพเซดอน อันเป็นสัญลักษณ์ของอดีตเมืองท่าที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต ถึงตอนนี้ Bristol จะไม่ได้เป็นเมืองท่าแล้ว แต่ก็ได้แปลสภาพมาเป็นเมืองที่อยู่อาศัยของคนอังกฤษ ที่ได้รับการจัดอันดับว่าน่าอยู่ที่สุดในประเทศ

 

The Arcade

แหล่งรวมร้านค้าใจกลางเมืองตั้งแต่สมัยปี 1825 มีลักษณะคล้ายๆกับ Burlington Arcade ที่ Mayfair ใจกลางกรุงลอนดอน ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งสุดหรูที่มีมาเป็นร้อยปี ใครเบื่อห้างแบบเดิมๆ ไปเดินช็อปปิ้งที่นี่ได้เลย ตั้งอยู่ในย่าน Cabot Circus เหมือนกัน

 

 

Cabot Circus

ย่านช็อปปิ้งประจำเมือง ที่มีทุกแบรนด์ให้เลือกช็อปจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Zara , Topshop, Pandora, H&M, Victoria Secret ไปจนถึงห้างหรูคู่ปรับตลอดกาลของ Harrods อย่าง Harvey Nichols ที่เมืองนี้ก็มีนะ คงไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว ว่าย่านช็อปปิ้งที่เมือง Bristol นี้ดีขนาดไหน

 

เป็นไงกันบ้างคะ กับสถานที่น่าสนใจต่างๆในเมือง Bristol สมชื่อความเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในอังกฤษมั้ย สำหรับพี่แมงโก้ ที่นี่เป็นเมืองที่เจริญมากๆ มีที่ให้ช็อปปิ้งไม่แพ้ลอนดอนเลย ต่างกันก็ตรงที่ปลอดภัยกว่ามาก แถมยังเดินทางสะดวก ไม่ต้องไปเบียดกับใครใน Tube อีกต่างหาก

ใครอยากใช้ชีวิตเด็กป.โทที่ University of Bristol หรือจะเป็น University of the West of England ก็ติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ได้เลย ไปเรียนตอนนี้ยังทันนะจ๊ะ 

ทางลัดเรียนป.ตรีอังกฤษ ที่ใครๆก็ไปเรียนได้


undergrad-uk

ไม่ว่าตอนนี้น้องๆ จะกำลังเรียน High School อยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ตาม แต่มีเป้าหมายว่าอยากเข้าเรียนปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ มาทางนี้ได้เลย เพราะที่อังกฤษมีหลักสูตรที่เรียกว่า Foundation Pathway เป็นทางเลือกที่คล้ายๆทางลัด ให้กับเด็กที่กำลังเรียน High School ทั่วโลก ได้เข้ามาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในระดับปริญญาตรีได้เลย

Foundation Pathway คืออะไร

หลักสูตร Foundation คือ หลักสูตร 1 ปี ที่จะเป็นการเรียนปรับพื้นฐานให้กับนักเรียนก่อนที่จะเข้าไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรี แต่ก่อนที่น้องๆจะเริ่มเรียน Foundation น้องๆจะได้เลือก Pathways หรือ กลุ่มคณะที่เราต้องการจะเรียนต่อตอนป.ตรีก่อน เช่น ถ้าน้องๆตั้งจะใจเรียนหลักสูตร Management ตอนปริญญาตรี น้องๆก็จะต้องเลือกเรียน Pathway ที่เป็นสาย Business หรือถ้าเป็นเด็กสายวิทย์ที่อยากเรียนต่อป.ตรีด้าน Chemical Engineering ก็สามารถเลือกเรียน Engineering Pathway ได้เลย ซึ่งใน 1 ปีนี้ นอกจากจะได้ปรับพื้นฐานทางด้านภาษาสำหรับนักเรียนต่างชาติแล้ว ยังเป็นการเรียนการสอนที่อิงกับหลักสูตรป.ตรีที่เราจะไปต่อ ก็ Pathways ต่างๆที่พี่แมงโก้เล่าไปแล้วด้านบนนั้นแหละค่ะ และหลักสูตร Foundation ยังจะสอนให้น้องๆเรียนแบบเด็กมหาวิทยาลัย มี Coursework ให้ทำ เน้นแนว research และนำมาปฏิบัติจริง เป็นการเตรียมความพร้อมจากชีวิตเด็กนักเรียนมัธยมไปสู่การเป็นเด็กมหาลัยอย่างแท้จริง

แล้วหลักสูตร Foundation เป็นทางลัดยังไงล่ะ

เพราะว่าหลักสูตรปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ ใช้เวลาเรียนเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ถ้าเป็นน้องๆโรงเรียนไทย สามารถไปเรียนต่อ Foundation ได้ตั้งแต่จบ ม.5 ส่วนน้องๆเด็กอินเตอร์ทั้งหลาย ก็สามารถไปได้ตั้งแต่จบ Year 11 หรือมีคะแนน GCSE หรือ IGCSE ก็สามารถเข้าเรียนหลักสูตร Foundation ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเรียน A-Level หรือ Year 12-13 อีก 2 ปี เท่ากับน้องๆสามารถประหยัดเวลาไปได้อย่างต่ำๆก็คนละ 1 ปี เลยนะคะ

นอกจากนี้ยังเป็นทางลัดให้น้องๆได้เข้าเรียนในมหาลัยมีชื่อในอังกฤษ โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงลุ้นยื่นคะแนน UCAS ซึ่งน้องๆจะต้องแข่งขันกับเด็กจากทั่วโลกที่ยื่นคะแนนผ่านระบบนี้ ซึ่งทำให้โอกาสที่จะได้เรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เราอยากเข้าผ่านระบบ UCAS มีโอกาสน้อยกว่า ยื่นคะแนนสมัครเข้าโปรแกรม Foundation ในมหาลัยนั้นๆโดยตรงเลย เรียกได้ว่าคู่แข่งน้อยกว่าหลายเท่าตัว แถมยังมีโอกาสได้เรียนรู้ระบบการเรียนการสอนในมหาลัยก่อนเพื่อนๆที่เข้าผ่าน UCAS และยังจะได้ใช้ Facilities ต่างๆของมหาลัยเหมือนเป็นนักศึกษาของมหาลัยนั้นๆด้วย อาจจะพูดได้ว่า เราจะได้โตเร็วกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกัน 1 ปีเลยทีเดียวนะคะ

แม้ว่าจะไม่ได้มีทุกมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตร Foundation แต่ก็มีมหาวิทยาลัยดังๆหลายที่เปิดหลักสูตรนี้อยู่นะ เช่น Durham University, University of Bristol 2 มหาวิทยาลัยที่คนอังกฤษมองว่าถ้าเข้า Oxford Cambridge ไม่ได้ก็ต้องมาที่นี่ ดังนั้นความเข้ายากเมื่อยื่นผ่าน UCAS จะมีสูงมากๆ แต่ถ้าสมัครผ่าน Foundation มีโอกาสมากกว่า และยังไม่ต้องรอลุ้น UCAS อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี University of Exeter, Lancaster University และมหาลัยชื่อดังอื่นๆอีกมากมายที่เปิดสอนหลักสูตร Foundation ถ้าน้องๆคนไหนสนใจ หรืออยากรู้ว่ามีมหาลัยที่เราเล็งไว้เปิดสอน Foundation รึป่าว ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลย พี่แมงโก้พาน้องๆถึงฝั่งฝันมาหลายคนแล้วค่า