เรียนต่อโทด้าน MBA ที่อังกฤษ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


 

สำหรับน้อง ๆ ที่วางแผนเรียนต่อ MBA หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning ได้เลย

 


เวลาที่น้องๆ จะเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษนั้น เราจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้สำหรับทำการสมัครกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. Official Transcript และ Graduation Certificate ฉบับภาษาอังกฤษ (แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่แตกต่างกัน อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ๆ ก่อนสมัครนะ)
  2. Application Form ใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเรียน
  3. Letters of Recommendation หนังสือรับรอง จดหมายแนะนำจากอาจารย์และหัวหน้าที่ทำงานฉบับภาษาอังกฤษ 2 ฉบับ
  4. Resume หรือ CV
  5. ผลสอบ IELTS
  6. Statement of Purpose (SOP) หรือ Personal Statement จดหมายแนะนำตัว เขียนเพื่อแนะนำตัวเองว่าเราเป็นใคร เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไหน และทำไมมหาวิทยาลัยที่เราสมัครต้องเลือกรับเรา
  7. สำเนาหนังสือเดินทาง (สำเนาหน้าพาสปอร์ต)

*สำหรับหลักสูตร MBA ในบางมหาวิทยาลัยจะต้องใช้คะแนน GMAT

>>>>ดูหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษที่ไม่ใช้คะแนน GMAT <<<<


 

MBA ย่อมาจากชื่อเต็มๆ ที่เรียกว่า Master of Business Administration ซึ่งจะช่วยน้องๆ ที่อยากทำธุรกิจในอนาคตอย่างมาก เช่นทางด้านการตลาด การเงิน HR ไปถึงการบัญชีสามารถนำไปใช้ในอาชีพที่เกี่ยวกับด้านธุรกิจได้ทั้งหมดเลยค่ะ

โดยการเรียน MBA ที่ประเทศอังกฤษส่วนใหญ่จะใช้เวลาปีเท่านั้น และนักศึกษา MBA ส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานประมาณ 3 ปีขึ้นไป เพราะในคลาส MBA จะเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดหากเรายิ่งมีประสบการณ์เยอะเรายิ่งสามารถแลกเปลี่ยนไอเดียกับเพื่อนๆในห้องได้เยอะแล้วเราก็จะสนุกกับการเรียนมากๆเลยค่ะ

MBA เหมาะกับใคร?

1. สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนสายงาน เช่นอยากเปลี่ยนจากสาย IT เป็นสาย Finance เพราะการเรียน MBA จะเป็นการเรียนที่เรียนหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันไม่ได้เน้นจุดใดจุดหนึ่งค่ะ

2. อยากเติบโตเป็นผู้บริหาร

3. อยากเปิดประสบการณ์ ได้แลกเปลี่ยนความคิดมุมใหม่ๆ เพราะในคลาสต่างๆ ของ MBA น้องๆจะได้พบกับเพื่อนที่มาจากประเทศทั่วโลกให้น้องๆได้เจอกับมุมมองที่เราอาจจะคิดไม่ถึงก็ได้ค่ะ

MBA ไม่เหมาะกับใคร?

1. คนที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน ** (แต่มีบางมหาวิทยาลัยที่รับคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้วยนะ มาปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยจ้า!)

2. ต้องการเรียนแบบเจาะลึกในแต่ละสาขา เพราะในการเรียน MBA จะเป็นการเรียนหลายๆอย่างไม่ได้เจาะลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหากน้องๆต้องการจะเรียนด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะแนะนำให้เลือกสาขาอื่นดีกว่าค่ะ

3. ภาษาอังกฤษไม่พร้อมในการสื่อสาร การเรียน MBA ต้องใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างมาก เพราะน้องๆ ต้องทำ Presentation เสนอไอเดียและแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนในคลาสหากภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงพออาจจะยังไม่เหมาะนะคะ

MBA เรียนอะไรบ้าง?

วิชาที่เรียนของ MBA จะเกี่ยวกับด้านธุรกิจทั้งหมดเลยค่ะ ส่วนหลักสูตรการสอนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยว่าได้เตรียมการไว้แบบไหนอย่างไรบ้าง วิชาเรียนก็จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ นั่นก็คือ Core Module (วิชาบังคับ) และ Optional Module (วิชาเลือก) ถือว่าได้เรียนแบบทั่วถึงเลยค่ะ อย่างที่บอกว่า MBA จะไม่เหมาะสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังมองหาสาขาเรียนที่เน้นไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะคะ

วิชาของ Core Module ก็ได้แก่: Finance, Accounting, Marketing, Strategy, Entrepreneurship, Supply Chain and Operations, HR, Business/Data Analytics

ส่วนวิชาเลือกน้องๆ สามารถเลือกตามใจชอบเลยค่ะ

แล้วข้อดีข้อเสียของ MBA คืออะไร?

ข้อดี:

  • ได้ความรู้รอบด้านแบบลึกซึ้งเลยค่ะ ทำให้น้องๆ ได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด
  • สร้าง Connection ที่สามารถใช้ในการทำงานได้จากทั่วประเทศของทุกมุมโลก
  • ช่วยในการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง
  • ช่วยในเรื่องของโอกาสในการหางาน
  • ได้ความรู้เกี่ยวกับด้านธุรกิจในมุมใหม่ๆ ที่มาจากเพื่อนร่วมห้องหลากหลายประเทศ

ข้อเสีย:

  • ค่าใช้จ่ายของค่าเทอมค่อนข้างสูงกว่าการไปเรียนป. โทปกติ
  • เรียนค่อนข้างจะหนัก ไม่มีเวลาว่างมากเท่าการเรียนป. โทปกติ ควรจัดเวลาในการเรียนให้ดี
  • เนื้อหาเข้มข้นมาก ควรเตรียมตัวให้ดีก่อนเข้าเรียน

 


หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning
Line@ : @mangolearning

เรียนต่อโทด้าน Business ที่อังกฤษ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


 

สำหรับน้อง ๆ ที่วางแผนเรียนต่อด้าน Business หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning ได้เลย

 


เวลาที่น้องๆ จะเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษนั้น เราจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้สำหรับทำการสมัครกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. Official Transcript และ Graduation Certificate ฉบับภาษาอังกฤษ (แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่แตกต่างกัน อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ๆ ก่อนสมัครนะ)
  2. Application Form ใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเรียน
  3. Letters of Recommendation หนังสือรับรอง จดหมายแนะนำจากอาจารย์และหัวหน้าที่ทำงานฉบับภาษาอังกฤษ 2 ฉบับ
  4. Resume หรือ CV
  5. ผลสอบ IELTS
  6. Statement of Purpose (SOP) หรือ Personal Statement จดหมายแนะนำตัว เขียนเพื่อแนะนำตัวเองว่าเราเป็นใคร เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไหน และทำไมมหาวิทยาลัยที่เราสมัครต้องเลือกรับเรา
  7. สำเนาหนังสือเดินทาง (สำเนาหน้าพาสปอร์ต)

*สำหรับหลักสูตร MBA ในบางมหาวิทยาลัยจะต้องใช้คะแนน GMAT


 

สำหรับหลักสูตรยอดนิยมในสาขา Business มีดังต่อไปนี้

1) Business Analytics

หลักสูตรมาแรงแห่งยุคที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นสาขาที่เป็นที่ต้องการของทุกสายงาน เป็นการเรียนการจัดการข้อมูลการเรียนการจัดข้อมูล(Data Visualisation)และวิเคราะห์ข้อมูลหา insight เพื่อใช้ในการตัดสินใจหรือวางกลยุทธ์ทางธุรกิจในยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลอยู่เป็นปริมาณมากและสามารถกลับมาทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นBusiness and Data Analyst หรือ ฝ่าย Strategy หรือ Marketing ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ซึ่งต้องบอกว่าหลักสูตรนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั่วโลก ทำให้หลักสูตรนี้มีการแข่งขันค่อนข้างสูงและในบางมหาวิทยาลัยจะเต็มหรือปิดรับสมัครเร็วกว่าหลักสูตรอื่นๆ

2) Economics

การศึกษาต่อในด้านของหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ เน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลจากตัวเลข นอกจากนั้นยังสอนการแก้ปัญหาด้านเศรษฐศาสตร์ในยุคปัจจุบัน รวมไปถึงการเรียนการสอนเกี่ยวกับการเงิน การเมือง สังคมวิทยา กฎหมาย และประวัติศาสตร์อีกด้วย

3) Finance

การเงินเป็นหนึ่งในหลักสูตรยอดนิยมเพราะเป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจ สอนให้เข้าใจถึงหลักการ วิธีคิดและการตัดสินใจทางการเงินที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการต่างๆ การบริหารความเสี่ยง หรือการบริหารสภาพคล่อง

4) Management 

หลักสูตรManagement คือหลักสูตรด้านการบริหารธุรกิจเน้นการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกลยุทธ์ การตลาด การเงิน การบริหารงานขาย การบริหารงานบุคคล เพื่อให้ผู้เรียน ได้เห็นภาพรวมในโลกของธุรกิจทั้งหมด และเตรียมการเป็นนักบริหารในอนาคต

5) MBA

หลักสูตร MBA จะเป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหารในอนาคต โดยผู้สมัครจะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปีขึ้นไป โดยหลักสูตร MBA จะสอนรอบด้านของธุรกิจเหมือนกับหลักสูตรManagement และเน้นการพัฒนาด้าน soft skills ควบคู่ไปด้วย

6)Entrepreneurship

ส่วนหลักสูตร Entrepreneurship จะเน้นในแง่มุมของการสร้างธุรกิจ หรือการบริหารธุรกิจแนว Start-Up หรือ SME โดยเริ่มต้นจากการหาไอเดียในการสร้างธุรกิจ การหาแหล่งเงินทุน การบริหารธุรกิจ ไปจนถึง exit strategy โดยในบริษัท corporate รุ่นใหม่ในปัจจุบันก็มองหาทีมงานที่มีมุมมองและการทำงานแบบStart-Up เช่นกัน จึงไม่จำเป็นว่าหลักสูตรนี้จะต้องเรียนเพื่อไปเป็นเจ้าของกิจการเท่านั้น

7) Marketing

หลักสูตรMarketing จะเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคไปจนถึงเครื่องมือทางการตลาด กลยุทธ์ทางการตลาด การสื่อสาร รวมถึงการทำการตลาดออนไลน์ โดยในแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีวิชาเลือกที่แตกต่างกันไป

8) Digital Marketing

หลักสูตร Digital Marketing จะมุ่งเน้นไปที่การทำการตลาดในโลกยุตดิจิตอล จะมีการสอนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ และการทำการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค บางมหาวิทยาลัยจะเน้นไปที่ด้าน creativeมากกว่า หรือในบางมหาวิทยาลัยจะเน้นไปที่ด้านการใช้เครื่องมือและวิเคราะห์ด้านเทคนิคเช่นweb analytics, facebook analytics, google analytics


หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไร สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning
Line@ : @mangolearning

MSc Data Science และ MSc Business Analytics เรียนอะไรกัน และจบไปแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?


หลักสูตร Data Science จะเป็นการเรียนการจัดการกับ Big Data ซึ่งผู้เรียนจะต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม โดยหลักสูตรที่เรียนจะเรียน Machine Learning, Data Analysis หรือ Statistics โดยในแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีหลักสูตรและวิชาเลือกที่แตกต่างกันไป (อ่านประสบการณ์การเรียนหลักสูตร MSc Data Science ที่ University of Exeter) หลังจากจบมาแล้วเราสามารถสมัครงานเป็น Data Engineering, Data Scientist หรือ Data Analyst ได้ค่ะ ซึ่งเป็นสาขาที่เป็นที่ต้องการในตลาดงาน และเงินเดือนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ตัวอย่างหลักสูตรที่เปิดสอน:

MSc Data Science

MSc Applied Data Science

MSc Applied Data Science and Statistics

MSc Applied Data Science and its Application

 

Entry requirement: แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ไม่จำเป็นจะต้องมีความรู้พื้นฐาน หรือบางมหาวิทยาลัยเปิดรับผู้สมัครที่มีพื้นฐานการคำนวณอยู่บ้าง เช่น computer science, mathematics, physics, statistics หรือมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น Python, R เป็นต้น

 

ไม่มีพื้นฐานมาก่อนสามารถสมัครเรียนได้หรือไม่: *ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย

 

อาชีพในอนาคต:

Data Scientist

Machine Learning Engineer

Machine Learning Scientist

Applications Architect

Enterprise Architect

Data Architect

Infrastructure Architect

Data Engineer

Business Intelligence Developer

Statistician

Data Analyst

 


ส่วนหลักสูตร MSc Business Analytics จะเป็นการเรียนการจัดข้อมูล(Data Visualisation)และวิเคราะห์ข้อมูลหา insight เพื่อใช้ในการตัดสินใจหรือวางกลยุทธ์ทางธุรกิจในยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลอยู่เป็นปริมาณมาก โดยผู้เรียนสามารถมีความรู้พื้นฐานเช่น statistics, econometrics, mathematics, physics, computer science, engineering, หรือ business and management และสามารถกลับมาทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Business and Data Analyst หรือ ฝ่าย Strategy หรือ Marketing ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ซึ่งต้องบอกว่าหลักสูตรนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั่วโลก ทำให้หลักสูตรนี้มีการแข่งขันค่อนข้างสูงและในบางมหาวิทยาลัยจะเต็มหรือปิดรับสมัครเร็วกว่าหลักสูตรอื่นๆด้วยค่ะ

ตัวอย่างหลักสูตรที่เปิดสอน:

MSc Business Analytics

MSc Marketing and Business Analysis

MSc Data Analytics

 

Entry requirement: มีความรู้พื้นฐานเช่น statistics, econometrics, mathematics, physics, computer science, engineering, หรือ business and management บางมหาวิทยาลัยจะขอให้ผู้สมัครมีความสามารถในการเขียนโปรแกรม

 

ไม่มีพื้นฐานมาก่อนสามารถสมัครเรียนได้หรือไม่: *ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย

 

อาชีพในอนาคต:

Machine Learning Engineer

Data Architect

Statistician

Data Analyst

Chief Technology Officer

Chief Data Officer

Application Architect

Project Manager

Market Research Analyst

Business/Analytics Translator

Data Scientist


ถ้าน้องๆคนไหนมีความสนใจเรียนต่อด้าน MSc Data Science และ MSc Business Analytics สามารถสอบถามข้อมูลทั้งมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน requirement และช่วงเวลาที่คอร์สเต็มหรือปิดรับสมัครได้ที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808 ได้เลยนะคะ

รีวิว MBA มหาวิทยาลัย Exeter


University of Exeter ตั้งอยู่ในโซน South West ของประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 2.30 ชั่วโมงแต่ถือว่าเป็นเมืองที่อบอุ่นมากๆ เลยค่ะ! และยังเป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ เลย เพราะได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ในประเทศไทยและในระดับโลกอีกด้วย หลักสูตรที่ University of Exeter ก็ได้รับรองเป็น CFA affliate program อีกด้วยนะ! 

ที่ University of Exeter เต็มไปด้วยธรรมชาติรอบตัวเลย แถมยังมีนักศึกษามาเรียนจากหลากหลานประเทศให้น้องๆ ได้แลกเปลี่ยนไอเดีย การได้อยู่กับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายจะช่วยกระตุ้น Innovation creative thinking ด้วยนะ บอกเลยว่าเรียนที่นี่ต้องสนุกและเต็มไปด้วยประสบการณ์อย่างแน่นอนค่ะ 

แล้วการเรียน MBA ล่ะ? เหมาะกับใครกันนะ? หลักสูตร MBA เหมาะสพหรับน้องๆ ที่มีประสบการณืทำงานอย่างน้อยๆ 3-5 ปีค่ะ เพราะเพื่อนๆ ในห้องที่มาจากต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานประมาณ 10 ปี หากน้องๆ มีประสบการณ์การทำงานน้อยมากๆ อาจจะตามเพื่อนๆ ไม่ทัน พี่แมงโก้เลยอยากแนะนำโปรแกรมนี้ให้น้องๆ ที่พอมีประสบการณ์จากการทำงานมาแล้วค่ะ 

น้องๆ คนไหนที่กำลังคิดจะไปเรียนต่อ MBA ที่มหาลัยนี้ เรามาทำความรู้จักเกียวกับที่นี่เพิ่มเติมกันดีกว่า 

  • TEF Gold award ได้รับการการันตีคุณภาพการเรียนการสอนสูงสุด 
  • University of Exeter อยู่ใน Russell Group university และได้อยู่เป็นอันดับที่ 3 เลย
  • มี 3 วิทยาเขต : Streatham, St Luke’s, และ Penryn อยู่ในเมือง Exeter ทั้งหมด 
  • มี Application ชื่อ iExeter ช่วยให้น้องๆ นักศึกษาดูตารางเวลาเรียนและอื่นๆ ง่ายขึ้น

The Exeter MBA อยู่ภายใต้  University of Exeter Business School ซึ่งก็มีตึกเรียนเป็นของตัวเอง เข้าได้แค้เพียงเด็ก MBA เท่านั้นนะคะ เพราะต้องมี Keycard ในการเข้าห้องแต่ละห้อง ในการเรียน MBA ที่มหาลัยนี้จะมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ 

  1. Full time MBA : หรือที่น้องๆ เรียนกันค่ะ เป็นการเรียน MBA แบบนักศึกษาเต็มตัว จะใช้เวลาในการเรียนทั้งหมด 1 ปีด้วยกัน การเรียนการสอนก็จะมีความเข้มข้นตามแบบของ MBA เลยค่ะ 
  2. Executive MBA : ส่วนหลักสูตรนี้จะเป็นการเรียน MBA แบบ part-time ส่วนใหญ่จะเป็นวัยที่ทำงานและบริษัทส่งมาเรียน มีเรียนรวมกับนักศึกษา Full time ด้วย แต่ขึ้นอยู่กับวิชา ส่วนใหญ่จะเรียน Module ละเดือนหรือ 2-3 เดือน จบใน 2-3 ปี เพราะการเรียนแบบ Executive MBA จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าค่ะ แต่จะเป็นสำหรัยคนที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย 

ในคลาสเรียน MBA ที่ University of Exeter จะเป็นคลาสเล็กๆ ประมาณ 30-40 คน เพื่ออาจารย์จะได้ดูแลนักศึกษาทุกคนได้อย่างทั่วถึง และนักศึกษา MBA ต่างชาติส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานมา 10 ปี แต่น้องๆ ที่เพิ่งทำงาน 3-5 ปีก็สามารเรียน MBA ได้ที่นี่นะคะ

การเรียนการสอนที่ The Exeter MBA 

การเรียนที่ The Exeter MBA จะเป็นการเรียนที่รวมกันไว้หลายแบบ มีทั้งคลาส Lecture และคลาสที่เป็น Presentation ซึ่งค่อนข้างจะเยอะมากๆ ในคลาส Lecture มีอาจารย์สอนเป็นหลัก แต่จะมี Guest speaker ต่างๆ มาให้ความรู้ด้วย เช่นอาจารย์จากมหาลัยอื่นและเจ้าของธุรกิจ (เช่น SAP และ IBM) เพื่อมาเล่าปประสบการณ์ตรงให้น้องๆ ได้ฟังเลยนะ! 

 

การ Presentation เป็นยังไง

พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ หลายคนอาจจะไม่ชินกับการเรียนที่ต้องมีการ Presentation ด้วย แต่ที่ The Exeter MBA เป็นสิ่งที่สำคัญเลยค่ะ เพราะมีการ present งานเยอะมาก นอกจากนั้น อาจารย์ยังอยากให้คนที่พรีเซนต์ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนในห้องด้วย จึงมี tools ต่างๆ ให้น้องๆ ได้ใช้ในการพรีเซนต์ไอเดีย นอกจากนั้นยังมีการ record ไว้ด้วยสำหรับใครที่อยากดูอีกรอบ 

การได้ Present หน้าห้องของ The Exeter MBA จะช่วยให้น้องๆ มีความมั่นใจมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ เพราะในห้องเรียนทุกคนจะ interactive มากๆ ไม่เขินอย่างแน่นอน! 

 

เรียนที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง?  

 * MBA Speaker series: การเรียนที่ The Exeter MBA จะมีสิ่งที่เรียกว่า Speaker series เป็นการให้ guest speakers ที่มีประสบการณ์มากมายมาพูดเพื่อให้ความรู้ใหม่ๆ กับน้องๆ โดยปกติจะมี guest speaker เดือนละครั้ง 

 * Startup weekend: น้องๆ ที่เรียนที่ The Exeter MBA จะได้ pitch idea ใหม่ๆ กับธุรกิจ และได้ลงสนามจริงๆ กับการทำงาน ได้ทำ survey ต่างๆ ทำงานกับคนจริงๆ เลยค่ะ ถือว่าได้ใช้ความรู้นอกห้องเรียนแบบเต็มๆ เลยนะ! 

 * Leadership: ที่นี่จะมีการใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจทีเดียวเลยค่ะ โดยสอนเรื่อง leadership ในการใช้วง Orchestra แต่ไม่มี conductor ให้น้องๆ ได้เข้าใจว่าจะสามารถให้วงเล่นดนตรีอย่างไรโดยไม่มีผู้นำ

 * Consultancy Project: ในเทอมที่ 3 นักศึกษาในหลักสูตรนี้จะได้ลองทำงานจริงๆ เป็น project จบที่น้องๆ ต้องทำงานกับลูกค้าจริงๆ ช่วยแก้ปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอ ทำให้น้องๆ ได้ฝึกไปในตัวเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะมีอาจารย์คอยช่วยให้คำปรึกษาเราอยู่ตลอดเลย 

 

University of Exeter ดียังไง

อย่างที่ได้พูดไปตั้งแต่ต้นแล้ว มหาลัยนี้มีมุมธรรมชาติเยอะมาก น้องๆ เครียดจาการเรียนก็สามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ตามสบายเลย นอกจากนั้น มหาลัยนี้ยังสอนให้คำนึงถึง Sustainable business อีกด้วย 

การเรียนที่นี่ก็เป็นคลาสเล็กๆ ทำให้อาจารย์สามารถดูแลนักศึกษาได้ทั่วถึง ซึ่งอีกข้อดีก็คืออาจารย์ที่สอนแต่ละวิชามีความใส่ใจกับเด็กๆ มาก มีคำถามอะไรคืออาจารย์ยินดีตอบตลอดค่ะ 

นอกจากนั้นยังเป็นอีกหนึ่งมหาลัยที่สามารถขอทุนการศึกษาได้อีกด้วยน้าาาา 

อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม เรามี video ให้น้องๆ ดูเพลินๆ จ้า! มาดูเลย~! 

Review The Exeter MBA แบบสุด Exclusive >> click to watch

Insight ของน้องๆ นักเรียน MBA ที่ Exeter >> click to watch

น้องๆ คนไหนที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมทักมาถามพี่ๆ แมงโก้ได้เลย! เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนั้นจ้าา โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning 

รีวิว เรียนต่อ Finance ที่มหาวิทยาลัย Exeter


University of Kent มหาลัยในประเทศอังกฤษที่น้องๆ ที่มีเด็กไทยมากมายให้ความสนใจ แล้วที่นี่ดีอย่างไร? Rank เป็นยังไง? เรียน Business ที่ University of Kent จะดีมั้ย? อยากรู้ต้องตามมาอ่าน! 

University of Kent ตั้งอยู่ในเมือง Canterbury ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สวยงามมากๆ ที่เดียวเลยนะคะ และนอกจากนั้น University of Kent ยังเป็นหนึ่งในมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group อีกด้วย การันตีคุณภาพของมหาลัยเลยทีเดียว 

การจัดอันดับของ University of Kent 

  • อันดับที่ 380 โดย QS World University Rankings ประจำปี 2021
  • อันดับที่  48 โดย the Times University Guide ประจำปี 2021
  • อันดับที่  82 โดย Guardian University Guide ประจำปี 2021

 

ในส่วนของ Kent Business School ก็มีสาขาให้น้องๆ ได้เลือกเรียนมากมายเลยนะคะ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง! 

  • MSc Biotechnology and Business 
  • MSc Business Analytics 
  • MSc Digital Marketing and Analytics 
  • MSc Finance and Management 
  • MSc Finance, Investment and Risk 
  • MSc Financial Markets 
  • MSc International Banking and Finance 
  • MSc Healthcare Management 
  • MSc Human Resource 
  • MSc International Accounting 
  • MSc International Business and Management 
  • MSc International Business and Management with a Foreign Language 
  • MSc Logistics and Supply Chain Management 
  • MSc Management 
  • MSc Marketing 
  • MSc Project Management 

 

ทั้งหมดที่อยู่ในนี้เป็นสาขาที่น้องๆ สามารถเลือกเรียนสำหรับ ป. โทได้เลยค่ะ แต่ที่ Kent Business School ก็มีการสอน PhD ด้วยน้าาา และนอกจากนั้นยังมีตึกเรียนเป็นของตัวเองอีกด้วย ใหญ่พอควรเลยค่ะ เพราะมีทั้งคาเฟ่อยู่ใต้ตึกเลย ได้รู้จัก Kent Business School ของมหาลัยนี้ไปแล้ว เรามาพูดถึงรีวิวจากน้องๆ ที่เรียนที่นี่กันดีกว่า! 

ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่า Kent Business School เป็นมหาลัยที่เหมาะมากสำหรับน้องๆ ที่เรียนสายอื่นมาแต่มีความรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนสายอาชีพ เพราะที่นี่จะมีการสอนทั้งแบบลงลึก แต่ก่อนหน้าจะมีการปูพื้นฐาน น้องๆ จากสายเรียนหรือสายอาชีพอื่นที่อยากเรียนแนวการตลาด ที่นี่เป็นที่ที่ดีมากๆ เลยค่ะ 

 

MSc Marketing เป็นยังไง

น้องๆ ที่อยากเปลี่ยนสายมาเรียน Marketing แต่ไม่มีพื้นฐาน เพราะการเรียน Marketing ที่นี่จะมีการสอนเกี่ยวกับ Business ก่อนถึงจะลงลึกให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนตัววิชาของสาขานี้จะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับ Finance, Marketing และ Market research ค่ะ 

 

MSc Finance & Management เป็นยังไง? 

ในส่วนของสาขานี้จะเน้นไปที่การเรียการสอน Finance เป็นการคำนวน และในส่วนของ Management จะเรียนในเชิงของ case study อาจารย์จะให้น้องๆ ได้เข้าใจบทเรียนมากขึ้นโดยการยกตัวอย่างต่างๆ ทั้งการเรียนแบบ Finance และ Management พอนำมารวมกันแล้วนักศึกษาจะได้เห็นภาพที่ใหญ่และชัดขึ้นมากๆ ค่ะ 

 

MSc International Business & Management เป็นยังไง? 

สาขานี้จะเจาะจุดไปที่การเรียนใรมุมมองของ Corporate ให้น้องๆ เข้าใจในเรื่องของการจัดการบริษัท รวมไปถึงการเปิดบริษัทอีกด้วย ในสาขานี้ก็จะมีการเรียน Finance และ Marketing ที่เป็นการปูพื้นฐานอยู่ด้วยเหมือนกันนะ! ไม่ต้องกลัวเรียนไม่ได้เลย เพราะว่าที่ Kent Business School จะมีการสอนพื้นฐานให้น้องๆ ทุกคนได้เข้าใจบทเรียนอย่างเต็มที่ 

 

การสอนเป็นยังไง? 

การเรียนการสอนที่ประเทศอังกฤษจะมีความแตกต่างกับการสอนที่ประเทศไทย เพราะว่าการสอนที่ประเทศอังกฤษจะให้ความสำคัญกับการที่นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในห้องเรียนด้วย ฉะนั้น การเรียนการสอนที่ Kent Business School จะเป็นการสอนแบบทั้งคลาส Lecture และ Seminar 

คลาส Lecture จะเป็นคลาสใหญ่ที่อาจารย์เข้ามาสอนบทเรียน เหมือนการสอนที่ประเทศไทยเลยค่ะ แต่ในส่วนของคลาส Seminar จะเป็นคลาสที่เล็กลง คลาสจะมีนักศึกษาประมาณ​ 20 กว่าคนเพื่ออาจารย์จะได้ดูแลได้ทั่วถึง คลาส Seminar จะมี reading material ให้น้องๆ เตรียมตัวมาก่อนเพื่อจะได้เข้าคลาสและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อที่อาจารย์ได้เตรียมไว้ 

คลาส Seminar อาจจะฟังดูน่ากลัวสำหรับน้องๆ แต่จริงๆ เป็นคลาสที่สนุกมากนะคะ! การเรียนแบบ Seminar ไม่มีผิดถูก เป็นการ discuss ความคิดเห็นของแต่ละคน และการที่มีเพื่อนๆ มาจากทั่วมุมโลก น้องๆ ยังจะได้ความคิดที่แปลกใหม่ในมุมอื่นด้วยค่ะ 

 

แล้วในส่วนของงานที่อาจารย์ให้เป็นยังไง? 

ส่วนใหญ่ในการเรียน น้องๆ จะได้งานเดี่ยวมาทำประมาณ 80% และอีก 20% เป็นงานที่น้องๆ ต้องทำเป็นกลุ่มค่ะ แต่อย่างไรก็แล้วแต่วิชาด้วยนะ!

 

รีวิวหลักสูตรยอดฮิตที่ Kent Business School ดูที่นี่เลยจ้าา >> click to watch!

จริงๆ แล้วหลักสูตรป. โท ที่ Kent Business School มีน่าสนใจมากมายเลยค่ะ และน้องๆ คนไหนที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมทักมาถามพี่ๆ แมงโก้ได้เลย! เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนั้นจ้าา โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning 

เรียนต่อป.ตรี ด้าน Business ที่อังกฤษ


ประเทศอังกฤษเป็นอีกหนึ่งประเทศที่จัดได้ว่าเป็นประเทศผู้นำทางด้านการศึกษา อาจจะเพราะว่ามีมหาวิทยาลัยเก่าแก่ระดับโลก ที่ผลิตคนเก่งๆที่มีชื่อเสียงออกมามากมาย ทำให้อังกฤษเป็นเป้าหมายการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของใครหลายๆคน ไม่ใช่แต่เพียงปริญญาโทเท่านั้น เดี๋ยวนี้มีคุณพ่อคุณแม่และน้องๆหลายๆคนให้ความสนใจกับการไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้าน Business ที่ถ้าเราไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ นอกจากจะได้ภาษาแล้ว ยังจะได้ Connection จากนักเรียนอังกฤษ และเด็กต่างชาติที่มาเรียนปริญญาตรีเหมือนกันอีกด้วย และแน่นอนว่าเพื่อนตอนป.ตรี จะมีความสนิทมากกว่าเพื่อนป.โท เพราะใช้เวลาเรียนด้วยกันถึง 3 ปี

ไปเรียนยังไง?

สำหรับน้องๆที่อยากไปเรียนต่อป.ตรีที่อังกฤษ สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยของอังกฤษผ่านระบบ UCAS โดยยื่นคะแนน A-Level ซึ่งนี่เป็นระบบการเข้ามหาวิทยาลัยแบบปกติของทางประเทศอังกฤษ แต่อังกฤษเปิดโอกาสให้กับนักเรียนต่างชาติได้เข้าเรียนปริญญาตรีโดยไม่ต้องใช้คะแนน A-Level ผ่านระบบ UCAS ด้วย ซึ่งเป็นทางลัดที่เรียกว่า Foundation

Foundation คือ หลักสูตร 1 ปี ที่จะช่วยปรับระดับความรู้ทั้งทางด้านภาษาอังกฤษ วิชาการ และการใช้ชีวิต ให้เข้ากับระบบการศึกษาแบบอังกฤษที่น้องๆจะต้องไปเจอในระดับปริญญาตรี การเรียนการสอนของ Foundation จะเป็นรูปแบบเหมือนการเรียนในมหาวิทยาลัยจริงๆ สอนการเขียนแนว Academic Writing ทำ Research เพื่อใช้ในการเรียน ซึ่งถ้าน้องๆต้องการเรียนต่อปริญญาตรี Business เช่น BSc Management หรือ BSc Marketing หรือ BSc Business studies น้องๆก็จะต้องสมัครเรียนหลักสูตร Business and Management Foundation

โดยหลักสูตร Foundation จะมีสถาบันที่เปิดสอนมี 2 แบบ คือ

  1. มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตร Foundation คือ การเรียน Foundation ในมหาวิทยาลัยที่เราต้องการจะเข้าเรียนป.ตรีโดยตรง เหมือนเป็นการก้าวขาข้างหนึ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนั้นๆแล้ว ข้อดีคือ น้องๆจะได้เรียนใน Campus ของมหาวิทยาลัยเลย ได้ใช้ Facilities ต่างๆเหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัยนั้นๆ ซึ่งเป็นการปรับตัวให้คุ้นเคยกับสภาพชีวิตนักเรียนอังกฤษได้เป็นอย่างดี เหมาะกับน้องๆที่รู้ตัวแล้วว่าอยากจะไปต่อมหาวิทยาลัยไหน แต่มีข้อจำกัดอยู่ว่า หลักสูตร Foundation นี้ไม่ได้มีเปิดสอนในทุกมหาวิทยาลัย ยังไงลองติดต่อพี่แมงโก้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ
  2. โรงเรียนสอน Foundation โดยเฉพาะ เช่น Bellerbys College ซึ่งเป็นโรงเรียนปรับพื้นฐานสำหรับนักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะ ข้อดีของการเรียน Foundation ที่นี่ คือ น้องๆจะมีตัวเลือกมหาวิทยาลัยในการไปต่อระดับป.ตรีได้มากกว่า เหมาะกับน้องๆที่อาจจะยังเลือกไม่ได้ว่าจะไปเรียนป.ตรีที่มหาวิทยาลัยไหนในอังกฤษดี

ใครไปเรียนได้บ้าง?

ไม่ว่าน้องๆจะเรียนอยู่ High School ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ก็สามารถไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษได้ แม้กระทั่งน้องๆนักเรียนมัธยมที่เรียนอยู่โรงเรียนไทยก็ไปได้ค่ะ อยากรู้ว่าเส้นการเรียนไหนที่จะเหมาะกับเราที่สุด สามารถติดต่อพี่แมงโก้เพื่อขอคำปรึกษาได้เลย พี่แมงโก้พร้อมแนะนำเส้นทางการศึกษาที่จะทำให้น้องๆประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา แถมยังได้เรียนจบในมหาวิทยาลัยที่ฝันไว้ในประเทศอังกฤษอีกด้วยนะคะ

แอดไลน์มาคุยกันได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-081-1888 บริการด้านการเรียนต่อประเทศอังกฤษกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อกว่า 10 ปี บริการฟรี!! ทุกขั้นตอน ครบจบในที่เดียว ติดต่อพี่แมงโก้นะคะ

อยากเรียน Finance แต่ไม่มีพื้นฐาน เรียนได้มั้ย?


finance-no-expเนื่องจากประเทศอังกฤษเป็นศูนย์กลาง Finance ของโลก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลักสูตรสาขา Finance ในประเทศอังกฤษถึง Popular มาก ๆ 

ช่วงนี้พี่ ๆ แมงโก้ได้รับคำถามจากน้อง ๆ ที่จบการศึกษาปริญญาตรีด้าน Economics, Engineering รวมถึงสาขาอื่นๆด้วยว่า อยากเรียนต่อปริญญาโทสาขา finance แต่ไม่มีพื้นฐานเลยสามารถเรียนได้ไหม? คำตอบคือ………

สามารถเรียนได้ค่ะ 🙂 พี่แมงโก้สรุปหลักสูตรของมหาวิทยาลัย top ในประเทศอังกฤษสำหรับน้องๆที่ไม่มีพื้นฐาน Finance ในระดับชั้นปริญญาตรีสามารถเลือกเรียนได้ ดังนี้ค่ะ

1. Durham University

– MSc Management (Finance) หนึ่งในหลักสูตรยอดฮิตโดยน้องๆจะได้เรียนทั้ง Skill Management และ Finance ไปพร้อมๆกัน โดยหลักสูตรนี้ค่อนข้างมีการแข่งขันสูง หากน้องๆสนใจสามารถติดต่อพี่ๆ Mango ได้เลยค่ะ แนะนำว่ารีบสมัครก่อนมีสิทธิก่อนนะคะ

ส่วน MSc Finance อื่นๆนั้น ขอให้มี background การคำนวณที่เข้มข้นก็สามารถสมัครได้เช่นกันค่ะ

– MSc Finance

– MSc Finance (Accounting and Finance)

– MSc Finance (Corporate and International Finance)

– MSc Finance (Economics and Finance)

– MSc Finance (Finance and Investment)

– MSc Finance (International Banking and Finance)

– MSc Finance (International Money, Finance and Investment)


2. University of Kent

มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเมือง Canterbury หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในอังกฤษ โดยหลักสูตร Finance ของมหาวิทยาลัย Kent หากน้องๆจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ คณิตศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์ ก็สามารถยื่นสมัครเรียนได้ค่ะ

– MSc Finance (Finance and Management)

– MSc Finance (Finance, Investment and Risk)

– MSc Finance (International Accounting)

– MSc Finance (Financial Markets)

– MSc Finance (International Banking and Finance)


3. Newcastle University

การันตีคุณภาพ Triple Accreditation Business School โดยหลักสูตรที่เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่ไม่มีพื้นฐานด้าน Finance ดังนี้

– MSc International Financial Analysis

– MSc Accounting, Finance and Strategic Investment

Newcastle University ยังมีหลักสูตร Finance ด้านอื่น แต่น้องๆจะต้องมีพื้นฐานวิชา basic calculus, probability theory และ statistical inference ได้แก่ MSc Banking and Finance, MSc Finance, MSc International Economics and Finance และ Quantitative Finance and Risk Management น้องๆที่มีพื้นฐานวิชาดังกล่าวสามารถลองยื่นสมัครเรียนได้ค่ะ


4. University of Reading

– MSc Behavioural Finance

– MSc Capital Markets, Regulation and Compliance

– MSc International Shipping and Finance

สำหรับบางหลักสูตรจะต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านการคำนวณ ได้แก่ MSc Corporate Finance, MSc Financial Risk Management, MSc International Securities, Investment and Banking และ MSc Investment Management และบางสาขาจะต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านเศรฐษศาสตร์ ได้แก่ MSc Economic Finance หรือต้องมีความรู้ด้านวิศวะ ได้แก่ MSc Financial Engineering

 


5. University of Exeter

– MSc Financial Mathematics หลักสูตรยอดฮิตสำหรับน้องๆที่มีจบการศึกษาด้านวิศวะ หรือคณิตศาสตร์ โดยหลักสูตรนี้จะสอนให้สร้าง Financial Modeling หมาะกับน้องๆที่อยากจะต่อยอดในสายอาชีพด้าน Finance

– MSc Finance and Management

– MSc Finance and Marketing

สำหรับมหาวิทยาลัย Exeter จะขอให้มีเรียนวิชาคำนวณ 1 ตัวเช่น mathematical/quantitative และ 4 วิชาในสาขาดังต่อไปนี้ Accounting, Economics, Finance and Mathematics.

*Mathematics modules may include, for example, Algebra, Calculus, Econometrics, Statistics, Probability or Optimisation.

– MSc Finance and Investment (case by case basis) นอกจากนี้ถ้าน้องๆคนไหนที่สอบ CFA ส่วนนี้ก็ช่วยเพิ่มโพรไฟล์ และเพิ่มโอกาสในการได้ตอบรับเข้าเรียนอีกด้วยค่ะ


6. University of East Anglia

Norwich Business School ของ UEA ติดอันดับ 1 ใน 10 ของ Business School ที่มีงานวิจัยที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร จากการจัดอันดับของ Times Higher Education แถมหลักสูตร Finance ของที่นี่ยังไม่ได้ใช้เกรดสูงมาก และไม่จำเป็นต้องจบตรี Finance มาก็เรียนได้ เพราะที่ Norwich Business School น้องๆจะได้พบกับหลักสูตรไฟแนนซ์ที่ทั้งเข้มข้นและใช้ได้จริง พร้อมกับจำนวนอาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยต่อจำนวนนักศึกษาต่ำ ทำให้ดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง ในหลักสูตร Finance ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย

-MSc International Accounting and Financial Management

-MSc Investment and Financial Management

-MSc Finance and Management


7. University of Bristol

มหาวิทยาลัยชั้นนำจากกลุ่ม Russell Group ที่ตั้งอยู่ในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 1 ของประเทศอังกฤษและอยู่ห่างจากลอนดอนเพียง 1 ชั่วโมง จึงเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ที่สำคัญที่ Bristol นี้มีหลักสูตรด้าน Finance ที่เปิดรับน้องๆที่ไม่จำเป็นต้องเรียนด้านการเงินในระดับปริญญาตรีมาอีกด้วย

MSc Accounting, Finance and Management

MSc Economics, Finance and Management

 


8. University of Sheffield 

 

 

อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน Russell Group และตั้งอยู่ในเมือง Sheffield ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ในประเทศอังกฤษ ในเรื่องของการศึกษานั้น University of Sheffield ติดอันดับ 1 ใน World’s Top 100 University จาก QS Ranking อีกด้วย สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากจะเปลี่ยนสายมาเรียนทางด้าน Finance ทาง University of Sheffield ก็เปิดรับน้องๆ ที่ไม่มีพื้นฐานอีกด้วย

– MSc Finance

– MSc Finance and Accounting

– MSc Financial Economics

 

 

หากน้องๆสนใจหลักสูตร Finance และสงสัยว่าสามารถสมัครเรียนได้หรือไม่ สามารถส่ง Transcript มาให้ทางพี่ ๆ Mango ช่วย Check กับทางมหาลัยได้ค่ะสำหรับน้องๆที่อยากดูหลักสูตรของมหาวิทยาลัยไหน หรือมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเข้ามาที่พี่แมงโก้ที่ช่องทางการติดต่อได้เลยนะคะ ที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313 หรือ 085-144-8808 บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆทั้งสิ้นค่ะ

5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake


เรียนต่อป.โทอังกฤษเดือนมกราคมก็ได้นะ “5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake” 

อยากไปเรียนต่ออังกฤษ แต่รอถึงกันยาปีหน้าไม่ไหว ไม่ต้องเครียดไปค่ะ ยังมีมหาวิทยาลัยในอังกฤษอีกหลายแห่งที่เปิดเรียนรอบเดือนมกราคม รอน้อง ๆ อยู่!! ขั้นตอนการสมัครเรียนและเอกสารที่ต้องใช้ก็เหมือนกันกับรอบกันยายนเลย มหาวิทยาลัยจะพิจารณารับเข้าเรียนแบบ First Come First Serve ใครสมัครก่อนก็ได้รับการพิจารณาก่อน มีเปิด Pre-Sessional English ด้วย ซึ่งคอร์ส PSE นี้พี่แมงโก้แนะนำให้ไปเรียนเพื่อปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษของเราให้พร้อมสำหรับการเรียนระดับป.โท และยังได้ไปพบเจอเพื่อนใหม่ก่อนเข้าเรียนจริงด้วยนะคะ

สำหรับมหาวิทยาลัยที่เปิดรอบ Jan Intake พี่แมงโก้แนะนำตามนี้เลยค่าา

  1. Regent’s University London

regents-1

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • Management
  • Luxury Brand Management
  • International Business
  • Oil & Gas Trade Management
  • International Fashion Marketing
  • Finance with Specialisations
  • Digital Marketing & Analytics

IELTS – Overall score of 6.5, with 6.0 or above in all 4 component parts


  1. Nottingham Trent University

nottingham-trent

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc Finance 
  • MSc Management
  • MSc Marketing
  • MSc Branding and Advertising
  • MSc Management and International Business

IELTS – Overall score of 6.5 with no element under 5.5


  1. Coventry University, London campus

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc Enterprise and Innovation
  • MSc Financial Technology (FinTech)
  • MSc Global Finance
  • MSc Global Financial Trading
  • MSc International Fashion Marketing
  • MSc International Hospitality and Tourism Management
  • MSc International Project Management
  • MSc Enterprise and Innovation with Extended Professional Practice
  • MSc Financial Technology (FinTech) with Extended Professional Practice
  • MSc Global Financial Trading with Extended Professional Practice
  • MSc International Fashion Marketing with Extended Professional Practice
  • MSc International Hospitality and Tourism Management with Extended Professional Practice
  • MSc International Project Management with Extended Professional Practice
  • MBAGlobal Business
  • MBA International Fashion Management
  • MBA International Human Resource Management
  • MBA International Marketing

IELTS – Overall score of 6.5


  1. Bournemouth University

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MSc International Management
  • MSc Innovation Management & Entrepreneurship
  • MSc Marketing Management
  • MSc Management with Human Resources
  • MSc Management with Project Management
  • MSc Retail Management & Marketing

IELTS – Overall score of 6.0 with a minimum of 5.5 in each component


  1. University of East Anglia

หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม

  • MBA

IELTS – 6.5 overall with a minimum of 6.0 in each component 

*สำหรับหลักสูตร MBA ของ UEA ในรอบเดือนมกราคมจะไม่มีเปิดสอน Presessional English Corse ดังนั้นน้อง ๆ ต้องได้คะแนนไอเอลตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดนะคะ


เพราะอย่างงี้พี่แมงโก้เลยอยากให้น้อง ๆ ที่อยากเข้า Jan Intake เริ่มเตรียมตัวสมัครเรียนกันตั้งแต่ตอนนี้เลย จะได้ไม่พลาดโอกาสไปเปิดโลกการเรียนและใช้ชีวิตที่อังกฤษที่อาจจะเปลี่ยนน้องให้เป็นคนใหม่ในเวลา 1 ปีนี้เลยก็ได้!! 

ใครยัง งง ๆ ไม่รู้จะเริ่มสมัครเรียนรอบเดือนมกราคมยังไง ถามพี่แมงโก้มาได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือโทร. 02-129-3313 พี่แมงโก้ผู้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ พร้อมให้คำปรึกษาฟรี!! แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยจ้าา

เรียนต่อ MBA ที่อังกฤษ แบบไม่ต้องใช้คะแนน GMAT!


 

พอคิดว่าจะได้ต่อโท.ด้าน Business พี่แมงโก้เชื่อว่า MBA คงเป็นหลักสูตรที่น้องๆหลายๆคนคิดถึงเป็นหลักสูตรแรกๆ โดยเฉพาะน้องๆที่ทำงานมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป และต้องการเติบโตไปในระดับ Management Level ขององค์กร เพราะหลักสูตร MBA เน้นสอน Soft Skills ในการทำธุรกิจ และเน้นให้นักเรียนทุกคนในห้องแชร์ประสบการณ์การทำงานของแต่ละคน ซึ่งไม่จะเป็นว่าคนที่เรียน MBA จะต้องจบสาย Business เท่านั้น จะจบอะไรมาก็เรียนได้ แต่จะต้องมีประสบการณ์ทำงานมาบ้าง เพื่อที่จะได้มาแชร์มุมมองทางธุรกิจจาก Background ที่ต่างกันในแต่ละสาขาอาชีพ เกือบทุกมหาลัยที่อังกฤษมีหลักสูตร MBA 

แต่ในส่วนใหญ่แล้วการที่จะเข้าหลักสูตร MBA ได้จะต้องมีคะแนนที่เรียกว่า GMAT หรือชื่อเต็มๆ คือ Graduate Management Admission Test® คะแนนวัดระดับควสมสามารถในด้านวิชาการ เป็นข้อสอบที่หากใครคิดจะไปเรียน MBA ที่อเมริกาต้องมีคะแนนตัวนี้ยื่นไปในการสมัครอีกด้วยค่ะ ถือว่าเป็น Requirement เลยทีเดียว! นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยบางที่ในประเทศอังกฤษก็ต้องการคะแนน GMAT เช่นกัน 

การสอบ GMAT จะแบ่งเป็น 3 ส่วน 

  1. การเขียน (Analytic Writing Assessment: Issue & Argument)
  2. คณิตศาสตร์ (Quantitative) 
  3. ภาษาอังกฤษ (Verbal) ข้อสอบการเขียน (AWA) 

แต่รู้หรือไม่ว่ามหาวิทยาลัยระดับต้นๆ ของประเทศอังกฤษก็เปิดรับนักเรียนเข้าหลักสูตร MBA โดยไม่ต้องไปสอบ GMAT เลยนะ!  แต่ถึงจะไม่ต้องใช้คะแนนในการสมัครเข้าหลักสูตร MBA กับมหาวิทยลัยเหล่านี้ ทางมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ในอังกฤษจะประเมินความสามารถของผู้สมัครโดยการสัมภาษณ์รวมไปถึงข้อมูลที่ยื่นในการประกอบการสมัครแทน 

มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษที่ไม่ต้องใช้คะแนน GMAT ในการสมัครหลักสูตร MBA 

  1. University of Edinburgh 
  2. Durham University
  3. University of Exeter
  4. University of Nottingham
  5. University of Kent
  6. University of Essex
  7. Coventry University 
  8. Newcastle University 
  9. University of East Anglia 

 

พี่แมงโก้จะพาไปดูว่าหลักสูตร MBA ของแต่ละมหาวิทยาลัยมีจุดเด่นอะไรบ้าง

review-edin

The Edinburgh MBA, University of Edinburgh

อันดับ 8 ของหลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดใน UK 2019 จาก The Economist ทำให้คนทั่วโลกอยากมาเรียน เข้ายาก คลาสไม่ใหญ่ เพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลจากอาจารย์ผู้สอนเกือบจะตัวต่อตัว นักเรียนสามารถเลือกสาขาที่ต้องการจะโฟกัสได้จาก 3 สาขา คือ Finance, Strategy และ Entrepreneurship เพื่อไปต่อในการทำงานได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น และยังมีทริปไป Highlands ที่เที่ยวยอดนิยมของสกอตแลนด์ เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรม และได้รู้จักเพื่อนในคลาสให้ดียิ่งกว่าเดิม เพราะต้องเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดกันไปอีก 1 ปี อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ปี

21-durhamuniversitybusinessschool

The Durham MBA, Durham University

เป็นอันดับ 4 ของหลักสูตร MBA ที่ดีที่สุดในอังกฤษปี 2019 จาก The Economist เน้นสอนแนว Practical ทั้งสกิลการสื่อสาร ความคิดวิเคราะห์ และการมองโลกให้แง่มุมที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ มีให้ไปดูงานในต่างประเทศ ซึ่งน้องๆจะต้องเรียนภาษาที่ 3 ที่ใช้ในประเทศที่น้องๆไปดูงานด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มอีกสกิลประจำตัวที่น่าสนใจเลย และยังสามารถเลือก Pathway ที่จะเจาะลึกไปในสาขาที่น้องๆอยากเน้นด้วย มีตั้งแต่ Entrepreneurship, Consultancy, และ Technology อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 31 ปี

exeter

The Exeter MBA, University of Exeter

Exeter Business School เป็นหนึ่งใน 1% ของ Business School ในโลกนี้ที่ได้ Triple Accreditation เน้นสอนให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหาร โดยถ้าใครยังไม่มี Business Background มาก่อน ก็จะมีเปิดสอน Pre-sessional (Accounting, Finance) ก่อนเปิดเทอม มีกิจกรรมออกทริป team building ที่ Dartmouth เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรมและได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในชั้นเรียนก่อนเปิดเรียนจริง และยังเน้นทำกิจกรรมร่วมกับบริษัทและมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ โดยหลาย ๆ วิชาจะมี guest speaker จากผู้ที่ทำงานในบริษัทชั้นนำมาร่วมบรรยาย พร้อมกับ Two-day ‘Leading in a Global Context’ trip to London เพื่อประสบการณ์ในเมืองหลวงศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของโลก กิจกรรมแน่นขนาดนี้ ทำให้อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 29 ปี

 

nottingham

The Nottingham MBA, University of Nottingham

เน้นสอนให้นักเรียนมี Soft Skills ที่จำเป็นในการบริหาร ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจของการเป็นผู้บริหารที่ดี ด้วย Connections ที่ดีของมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม กับ Nottingham Companies อย่าง Boots และ Business Practice Week ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เยี่ยมชมบริษัทชื่อดังระดับโลก ทั้งใน Nottingham และ London อย่างเช่น Citibank, Deloitte, Barclays, Bloomberg, JCB, Royal London Asset Management เป็นต้น นอกจากนี้แต่ละปีจะมีทริปให้เลือกไปดูงาน เช่นที่ประเทศจีน มาเลเซีย หรือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างทริปที่อเมริกาคือจะพาไปดูงานที่บริษัทชั้นนำใน New York City และ Washington DC เช่น JP Morgan Chase, Bloomberg, Inter-American Development Bank, Fox News อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปี

kent

The Kent MBA, University of Kent

เพรา University of Kent สร้างหลักสูตรมาจาก 3 หลัก คือ Observe, Create, Practice ทำให้การเรียนการสอนจะอิงจาก 3 หลักนี้ทั้งหมด เริ่มจากสอนให้นักเรียนเข้าใจองค์กรอย่างถ่องแท้ (Observe) ช่วยแนะนำให้น้องๆสร้างกรอบการทำงานในองค์กร (Create) และนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้กับองค์กรที่น้องๆต้องกลับไปทำงานจริง (Practice) ผ่าน Case Study, ทริปดูงานในยุโรป, Consultancy and Negotiation Skills Week, Business Start-Up Week, Guest Speaker จากบริษัทชั้นนำ, และ 1 to 1 Executive Coaching ที่จะทำให้นักเรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเองได้เป็นอย่างดี อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

essex-uni_190311_0043-copy

The Essex MBA, University of Essex

MBA Director ที่นี่ไม่ธรรมดาเลย เป็นผู้เชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์ให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลกมากว่า 20 ปี ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นอาจารย์ที่ Essex Business School มี Director’s Workshop ที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนผ่านการเรียนรู้จาก Business Issues ที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากจะได้เรียนการบริหาร และฝึก Soft Skills แบบ 360 องศาแล้ว ในหลักสูตรยังมีวิชา Data and Analytics ที่กำลังฮอตฮิตสุดๆในตอนนี้ และยังพาไปเยี่ยมชมธุรกิจชั้นนำ และแหล่งเพาะบ่มธุรกิจ (Business Incubators) ในประเทศอังกฤษ ทำให้นักเรียน MBA ของที่นี่ ได้พูดคุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ และได้เรียนกับคนที่ทำงานในบริษัทระดับโลก อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

MBA, Coventry University

Coventry University เป็นหนึ่งในกี่มหาลัย ที่เปิดรับนักเรียน MBA แบบไม่ต้องมีประสบการณ์ ถ้าใครเรียนจบแล้วอยากมาต่อ MBA เพื่อไปใช้ในธุรกิจที่บ้านไม่ควรพลาดที่นี่ เพราะมีหลากหลายสาขาให้เลือก คือ Global Business, Global Finance Services, International Fashion Management, International Human Resource Management, International Marketing ที่น้องๆสามารถเลือกเรียนได้ตามต้องการ และยังได้เรียนใน London Campus ไม่ต้องพูดถึง Opportunity ที่ประเมินค่าไม่ได้ และประสบการณ์ที่อาจารย์จะพาไปเรียนกับธุรกิจจริงๆในลอนดอน พร้อมทั้งเพื่อนๆในห้องที่เป็นนักเรียนไทย ส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆที่มีธุรกิจที่บ้านกันอยู่แล้ว เรียกได้ว่ามาเรียนอังกฤษ แต่ได้ Connection เมืองไทยกลับไปเพียบ อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ปี

 

MBA, Newcastle University 

Newcastle University Business School เป็น 1 ใน 54 สถาบันทั่วโลกที่ได้รับการรับรองแบบ Triple-accreditation หรือเป็นการรับรองคุณภาพทางการศึกษาของทางมหาวิทยาลัยเลยนะ! นอกจากจะเป็นหนึ่งในมหาลัยใน Russell Group แล้ว ยังเป็นมหาลัยที่ผู้ประกอบการจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ให้ความสนใจในการมาเรียน MBA ที่ Newcastle University อีกด้วยนะ อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 33 ปี

 

 

Norwich Business School, University of East Anglia 

สำหรับหลักสูตร MBA ของ University of East Anglia นั่นมีชื่อเรียกว่า Norwich Business School ในคลาสการเรียนของหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยนี้จะเน้นในคลาสเรียนเล็กๆ เพื่ออาจารย์จะได้ดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังเปิดมาแล้วถึง 25 ปี ดังนั้นเรื่องของคุณภาพให้การสอนมีอยู่เต็มที่อย่างแน่นอนค่ะ ได้ทั้งประสบการณ์ ความคิดใหม่ๆ และ Connection อีกด้วยนะคะ อายุของคนในคลาสเฉลี่ยอยู่ที่ 33 ปี

ใครถูกจริตกับ MBA ของที่ไหนก็เลือกเรียนกันได้ตามต้องการเลย แต่ถ้าอยากสมัครเรียน MBA พร้อมข้อมูลคอนเซ้าท์แบบเจาะลึก จัดเต็ม ติดต่อพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ไปเรียน MBA ตอนนี้ยังทันน้า 🙂

รีวิวเรียนต่อโท Marketing แบบเจาะลึกเฉพาะด้าน Marketing



เป็นอีกหนึ่งสาขาฮอตฮิตตลอดกาลของเด็กไทยที่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศ อังกฤษ แต่ด้วยความที่โลกยุคใหม่หมุนเร็วกว่าที่เราคิด ทำให้การทำการตลาดแบบเดิมๆอาจจะไม่ได้ผลดีแบบเดิมอีกแล้ว และศาสตร์ด้านมาร์เก็ตติ้ง ที่เป็นเหมือนวิชาที่รวมสาย Creative เข้ากับ Business ทำให้มีการแตกแขนงสาขาออกมามากมาย วันนี้พี่แมงโก้จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับ Marketing สาขาต่างๆ ที่จะทำให้น้องๆได้เป็น Specialist ในสาขาที่เจาะลึกลงไปมากกว่ามาร์เก็ตติ้งแบบธรรมดาๆ เลย


1. Brand and Advertising เน้นการทำมาร์เก็ตติ้งสายสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และการทำโฆษณาให้ประสบความสำเร็จในวงกว้าง เหมาะกับน้องๆที่อยากทำงานต่อในวงการโฆษณา หรือทำฝั่งคอร์ปเปอร์เรท ที่เน้นการสร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จักและจดจำของผู้บริโภคหลักสูตรนี้มีที่;
– MA Advertising and Marketing, University of Leeds
– MSc Branding and Advertising, Nottingham Trent
– MSc Marketing and Brand Management, University of Essex


2. Marketing and User Experience เพราะทุกวันนี้เราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประสบการณ์ของลูกค้า มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า รวมไปถึงมุมมองที่มีต่อแบรนด์ ทำให้เกิดเป็นหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อมุ่งเน้นการสร้าง Strategy เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีทั้งต่อแบรนด์และตัวสินค้าเอง โดยได้รวม Experience ทั้งทางด้าน Online และ Offline มาสอนทั้งหมด เป็นสาขาใหม่ที่น่าสนใจ และน่าจะใช้ได้จริงในโลกธุรกิจทุกวันนี้ด้วยหลักสูตรนี้มีที่;
– MSc Marketing and User Experience, Bournemouth University


3. Retail Management and Marketing การค้าปลีกเป็นส่วนสำคัญที่คนทำธุรกิจส่วนใหญ่ต้องรู้ เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ก็เน้นขายสินค้าให้กับลูกค้ารายย่อยอยู่แล้ว หลักสูตรนี้จึงเป็นประโยชน์ในวงกว้างมากๆ ทั้งต่อคนที่จบไปทำธุรกิจของตัวเอง หรือรับช่วงต่อธุรกิจที่บ้าน หรือแม้กระทั่งทำงานใน Global Company อย่า Unilever หรือ P&G ซึ่งจัดว่าเป็นธุรกิจค้าปลีกระดับใหญ่ยักษ์ โดยหลักสูตรนี้จะสอนทั้งการบริหารธุรกิจ Retail ไปจนถึงการทำ Marketing ยังไงให้ถูกใจลูกค้า หลักสูตรนี้มีที่;
– MSc Marketing Management (Retail), Bournemouth University


4. Digital Marketing เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ซื้อของ Online กันทั้งนั้น เพราะทั้งซื้อง่าย ขายคล่องขนาดนี้ หลายๆ บริษัทเลยให้ความสำคัญกับการทำ Digital Marketing เป็นอย่างมาก ซึ่ง Digital Marketing นี้ไม่ใช่เพียงแต่การทำมาร์เก็ตติ้งผ่านทางช่องทาง Social Media เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง website และ application ต่างๆ หรือก็คือทุกช่องทางที่อยู่ในหมวดหมู่ของ Digital ซึ่งหลักสูตร Digital Marketing ที่ประเทศอังกฤษก็จะสอนครอบคลุมไปในทุกส่วน และที่สำคัญหลายๆ มหาวิทยาลัย จะเน้นสอน Mindset ในการทำ Digital Marketing เพื่อให้ทันกับโลกแห่งการ Disrupt จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ในทุกๆวันด้วยหลักสูตรนี้มีที่;
– MSc Digital Marketing, Royal Holloway, University of London
– MSc Digital Marketing Management, Coventry University
– MSc Digital Marketing, University of Southampton
– MSc Digital Marketing and Analytics, University of Kent


5. Fashion Marketing ใครมีความฝันอยากทำแบรนด์เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับเป็นของตัวเองกันบ้าง? ถ้าเป็นสายแฟ ที่มีความอาร์ตอยากทำเสื้อผ้าเอง แต่ก็ไม่อยากทิ้งด้านธุรกิจ และอยากรู้ว่าจะทำยังไงให้เสื้อผ้าเราขายได้ เชิญมุ่งหน้ามาเรียนหลักสูตร Fashion Marketing ได้เลย เพราะหลักสูตรนี้จะเน้นเจาะไปที่การทำ Marketing ให้กับแบรนด์แฟชั่นทั้งหลายโดยเฉพาะ เรียนได้ว่าจบออกไปสามารถไปสร้างแบรนด์ของตัวเอง หรือจะไปทำงานในบริษัทแฟชั่นในดวงใจได้เลยหลักสูตรนี้มีที่;
– MA International Fashion Marketing, Regent’s University
– MBA International Fashion Management, Coventry University (London Campus)
– MSc International Fashion Marketing, Coventry University (London Campus)
– MA International Fashion Management, Nottingham Trent University
– MA Fashion Marketing, Nottingham Trent University
– MA Fashion Communication, Nottingham Trent University

luxury-brand-management

6. Luxury Brand Management ถ้า Fashion Marketing ยังกว้างไป อยากจะลงลึกไปที่ธุรกิจ Luxury Goods ซึ่งไปเป็นตลาด Niche ที่มีกำลังซื้อที่เข้มแข็งตลอดกาล ต้องมาเรียนหลักสูตรนี้เลย เพราะลูกค้าในกลุ่ม Luxury จะมีความยูนิค ที่อาจจะต้องใช้วิชาความรู้ที่เฉพาะเจาะจงในการพิชิตใจลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้ รวมถึงการได้มีโอกาสเรียนกับมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญ มีผู้สอนที่เคยอยู่ในธุรกิจนี้จริงๆ รวมทั้งการมีเพื่อนในห้องเรียน และ Alumni ที่จะเป็นคอนเนคชั่นในธุรกิจประเภทนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ และเป็นประโยชน์ในอนาคตการทำงานเป็นอย่างมาก หลักสูตรนี้มีที่;
– MA Luxury Fashion Brand Management, Nottingham Trent University
– MA Luxury Brand Management, Regent’s University

.
หวังว่าหลักสูตร Marketing แบบเจาะลึกที่พี่แมงโก้รวบรวมมา จะมีซักหลักสูตรที่ตรงใจน้องๆกันบ้างนะคะ ถ้าใครอ่านแล้วยังไม่จุใจ จะไปฟังแบบละเอียดเน้นๆที่ Mango Podcast ก็ได้ หรือถ้าใครอยากให้ข้อมูลเพิ่มเติม
หรือมีคำถามแบบเจาะลึกลงไปอีก อยากถามพี่แมงโก้โดยตรง ก็ติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ก็ได้ทุกช่องทางเลย พี่แมงโก้พร้อมตอบทุกคำถาม และให้การช่วยเหลือด้านการเรียนต่อทุกขั้นตอน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเลยค่า