6 ร้านอาหารรสชาติเยี่ยมที่ Southend-on-sea


รู้มั้ยคะว่า University of Essex นอกจากจะมีแคมปัสหลักอยู่ที่ Colchester แล้ว มหาวิทยาลัยนี้ ยังมีแคมปัสอยู่อีกที่ซึ่งไม่ใกล้กันเลย มีชื่อว่า Southend Campus ตั้งอยู่ที่เมือง Southend-on-sea เมืองชายฝั่งติดทะเลที่อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนเพียง 45 นาทีเท่านั้น!! หลายๆคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่พี่แมงโก้จะบอกให้ว่า ที่นี่ได้รับขนานนามว่าเป็น “SME City” ของอังกฤษเลยเชียวนะ เพราะฉะนั้นใครอยากเรียน Entrepreneurship ที่นี่เหมาะมากๆเลยจ้า ด้วยความที่ไม่ได้เป็นเมืองฮอตฮิตที่อยู่อันดับต้นๆในไกด์บุ๊ค รีวิวเลยจะน้อยๆหน่อย แต่ไม่ต้องกลัวแล้ว เพราะ #MangoKnowItAll พี่แมงโก้จัดรีวิวร้านอาหาร 6 ร้านเต็มๆที่เมือง Southend-on-sea ไปเลยจ้า

  1. Osborne Bros Seafood Merchants มาอยู่ Southend-on-sea ทั้งทีจะพลาดกินอาหารทะเลก็คงจะแปลก และที่นี่คือร้านอาหารทะเลเล็กๆแต่คุณภาพเน้น ด้วยซีฟู้ดสดใหม่ทุกวัน pots of prawns, eels, oysters หรือจะเป็นปลาทะเลต่างๆก็เลือกได้เลยตามใจชอบ และเสิร์ฟ oyster หรือหอยนางรมสดใหม่ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในแคว้น essex เลย แถมวิวก็ดี ที่นั่งแบบเอ้าท์ดอร์ที่มองเห็นวิวทะเลแสนสวยตามแบบฉบับเมือง Southend-on-sea
  2. Olivers on the Beach ร้านอาหารริมหาดสุดชิคที่ตอนแรกเปิดเป็น Kiosk ริมทะเล แต่ขายดีจนเปลี่ยนมาเป็นร้านคาเฟ่คอยต้อนรับนักกินจากทั่วทุกที่ เสิร์ฟอาหารอาหารเช้าไปจนถึง Brunch มีเมนูเด็ดคือ ปลาซาดีนปรุงรสมาอย่างดี เสิร์ฟในกระป๋องปลาซาดีน คู่กับซาวโดห์ และซอส Aioli หรือมายอสเนสรสกระเทียมสไตล์โพรวองส์ ที่ทานคู่กันแล้วรสชาติดีอย่างลงตัว
  3. The Pipe of Port ร้านอาหารสไตล์อังกฤษแท้ๆที่อยู่ใกล้กับสถานี Southend Central เพียงนิดเดียว แม้ภายนอกจะดูธรรมดาแต่ตกแต่งภายในร้านอย่างคลาสสิค และยังเสิร์ฟเมนูอังกฤษแท้ๆอย่าง พายเนื้อรมควันสไตล์อังกฤษ และยังเป็น wine bar มีไวน์มากมายหลายชนิดให้สายแข็งได้ไปลิ้มลองกันอีกด้วย
  4. Pasta Pia อาหารอิตาเลี่ยนสไตล์สตรีทฟู้ด มีของเด็ดอยู่ที่ Flatbread แสนอร่อยที่นำมาทำเป็นแซนวิชสไตล์อิตาเลี่ยนจากแคว้น Emilia-Romagna แคว้นทางตอนเหนือของอิตาลี สอดไส้ด้วยครีมชีส salty cured meats และผักสลัด อย่าลืมเก็บท้องไว้ทานของหวานแสนอร่อยอย่าง sweet cannoli pastry ด้วยล่ะ
  5. Legend Deli ร้านอาหารแนว Fusion comfort food อยู่ใจกลางเมือง Southend เสิร์ฟอาหารหลากหลาย ตั้งแต่ sausage-topped buttermilk chicken burger, flatiron steak และ kimchi ‘big bowl’ ramen แถมด้วยเมนูทานเล่นอย่าง deep-fried lasagna bites ที่ไม่ควรพลาดเลย
  6. SoPa Thai ใครคิดถึงอาหารไทยมาที่นี่ได้เลยค่า ที่นี่มีขายทั้งอาหารและยังเป็นซุปเปอร์มาร์เกตที่ขายของต่างๆจากเมืองไทยด้วย ตกแต่งด้วยบรรยากาศเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ใครคิดถึงบ้านต้องแวะมา เสิร์ฟอาหารไทยสดใหม่ ยังไม่ของสดอย่างพวกผักต่างๆจากเมืองไทยที่จะนำเข้ามาทุกอาทิตย์ขายด้วยนะ

เป็นไงกันบ้างคะ ใครไปเรียน Southend อย่าลืมไปลองทานกันนะคะ ส่วนใครอยากไปเรียนต่อ University of Essex หรือมหาวิทยาลัยอื่นๆในอังกฤษติดต่อพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ไลน์มาที่ @mangolearning หรือโทร. 02-129-3313 ได้เลยค่า

10 อาชีพของเด็กจบ Computer Science


ในยุค Digital ที่เราอยู่นี้ อะไรๆก็ดูทันสมัยไปหมด และทุกคนก็ให้ความสำคัญกับ Big Data จนขนาดที่บางคนบอกว่า “Data is Everything” เพราะทุกอย่างได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลไปหมดแล้ว และสิ่งที่จะจัดเก็บและประมวลข้อมูลออกมาได้ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคอมพิวเตอร์ นี่คงเป็นสาเหตุว่า ทำไมหลักสูตร Computer Science จึงฮอตฮิตติดชาร์ตมากตอนนี้

จริงๆแล้วหลักสูตรที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ยังมีอีกมากมาย แยกย่อยไปอีกเยอะมาก ซึ่งพี่แมงโก้จะขอมาอธิบายขยายความใน Blog หน้านะคะ ส่วน Blog นี้พี่แมงโก้อยากจะโฟกัสไปจุดหมายปลายทางของการเรียน นั้นก็คือ จบ Com Sci แล้วจะไปทำงานอะไรได้บ้าง โดยรวบรวมออกมาเป็น 10 อาชีพให้น้องๆได้ลองศึกษาดูนะคะ ว่ามีอะไรที่เราอยากทำรึป่าว งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

  1. Software Developer

คือคนที่สร้าง และพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ อย่างเช่น มีคนอยากสร้าง Application เรียกรถแท็กซี่ Software Developer จะเป็นคนตั้งต้นที่เป็นคนคิดว่า Application นี้จะทำงานอย่างไร รวมถึงคอยพัฒนา ตรวจสอบ และแก้ไขจุดบกพร่อง เหมือนที่เราเหล่าผู้ใช้จะเห็นได้จากการที่เราต้องคอย Update Application อยู่เสมอๆ โดยคนที่จะมาเป็น Software Developer ได้นั้นจะต้องเขียน Code หรือภาษาคอมพิวเตอร์ได้ รู้จักการจัดการแก้ปัญหาของซอฟท์แวร์อย่างสร้างสรรค์ รู้จัก Insight ของ End Users ซึ่งเป็นผู้ใช้แอพ และสามารถทำให้แอพตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี และมีปัญหาน้อยที่สุด

  1. Database Administrator

คือคนที่ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และประเมินผลของข้อมูลที่ได้จะผู้ใช้งานในแอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมนั้นๆ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาและตีความความต้องการของผู้ใช้ ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมูลของผู้ใช้งานต่อไป Database Administrator มีหน้าที่คอยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล Database และคอบปรับเปลี่ยนระบบเพื่อให้ง่ายต่อผู้ใช้งานระบบ เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด

  1. Computer Hardware Engineer

เมื่อเรามี Software Developer แล้ว เราก็ต้องมี Hardware Engineer มาเป็นของคู่กัน เพราะ Computer Hardware Engineer จะทำหน้าที่ออกแบบ พัฒนา รวมถึงทดสอบระบบที่เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ต่างๆให้ใช้งานได้ดี เหมาะสมกับการใช้งาน คนที่จะมาเป็น Computer Hardware Engineer จะต้องมีความครีเอทีฟและมีความรู้ทางด้านเทคนิคเป็นอย่างดี จะต้องเป็นคนรักการเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปทุกนาที การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยจะเป็นเพียงพื้นฐานเพื่อให้น้องๆนำไปต่อยอดในสาขาวิชาที่น้องๆทำงานต่อไปเท่านั้น เพราะ Hardware เหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นที่ล้ำยุคและพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง และก็เหมือนกับคนอื่นๆในสายงานนี้ ที่จะต้องมีการทดสอบ แก้ไข และพัฒนา Hardware อยู่ตลอดเพื่อให้สามารถทำงานได้ดีกับโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นที่จะนำไปใช้ด้วย

  1. Computer Systems Analyst

ทำหน้าที่เหมือนเป็นคนตรวจสอบระบบขององค์กร และแนะนำว่าควรจะใช้ Software และ Hardware ให้ไปในทิศทางไหนที่จะทำให้ระบบขององค์กรทำงานได้ประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจากเป็นคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ยังมีหน้าที่สื่อสารให้คนในองค์กรเข้าใจว่าทำไมต้องปรับเปลี่ยนทั้ง Software และ Hardware รวมถึงถ่ายทอดและอธิบายให้คนอื่นๆในองค์กรที่อาจจะไม่เข้าใจในระบบ IT ได้มีความรู้และเข้าใจถึงปัญหา เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของทั้งคนและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน นอกจากนี้คนที่เป็น Computer Systems Analyst ยังต้องมีความรู้ความเข้าใจในตัวองค์กรที่ทำงานอยู่ รวมถึงด้านธุรกิจด้วย เพื่อนำความรู้ความเข้าใจนั้น มาใช้พัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นไป โดนตำแหน่งนี้จะคล้ายกับ Business Analysts หรือ Business Systems Analysts

  1. Computer Network Architect

ทำหน้าที่ออกแบบ นำมาปรับใช้ และบำรุงรักษา ระบบ Networking และระบบการสื่อสารข้อมูล ทั้งในระบบ Network ภายในและภายนอก รวมถึงระบบ Internet ในวงกว้าง โดยคนที่เป็น Computer Network Architect มีความจำเป็นที่จะต้องมีการคิดวิเคราะห์ที่ดี และเป็นเหตุเป็นผล รวมถึงสามารถประเมินความสามารถของระบบได้เป็นอย่างดี จะต้องรู้จักทั้งความต้องการขององค์กรที่ต้องการจะแชร์ข้อมูลและสื่อสารกับลูกค้าในวงกว้างด้วย โดยคนที่ทำงานในตำแหน่งนี้จะต้องรู้จักโปรดักท์และเซอร์วิสขององค์กรเป็นอย่างดี ร่วมถึงจะต้องเทสระบบก่อนที่จะนำมาใช้จริง เพื่อให้การทำงานของระบบเป็นไปอย่างไหลลื่นและดีที่สุดเมื่อถึงมือผู้ใช้บริการแล้ว

  1. Web Developer

เป็นคนที่ทำหน้าที่สร้างโครงสร้าง Website และรวมถึงแก้ปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานเว็บไซท์ เช่น การเข้าถึงหน้าเว็บไซท์ ความเร็วในการโหลดหน้าเพจนั้นๆ และยังเป็นคนคอย monitor จำนวนคนใช้งานเว็บไซท์ จำนวนคนเข้าเพจ รวมถึงหาข้อมูลว่าคนเข้าเพจจากทางไหนและจะทำยังไงให้ผู้ใช้เข้าถึงเพจได้มากที่สุด จาก insight ของผู้เข้าใจเพจจากข้อมูลหลังบ้าน รวมถึงนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งานและเพิ่มปริมาณคนเข้าเพจด้วย

  1. Information Security Analyst

ทำหน้าที่สร้างระบบที่แข็งแรงปลอดภัย เพื่อไม่ให้ Hacker สามารถเจาะเข้ามาขโมยข้อมูล หรือทำลายระบบได้ โดย Information Security Analyst จะต้องทำหน้าที่ research เทรดของ Data security รวมถึงคอยเทสระบบ (PEN-Test) เพื่อหาช่องโหว่ และเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะสามารถนำมาพัฒนาการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบขององค์กรได้

  1. Computer and Information Research Scientists

เป็นผู้ประดิษฐ์คิดคน และดีไซน์โปรแกรมจากเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน พูดง่ายๆก็คือ เป็นคนที่นำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในโลกธุรกิจ การแพทย์ วิทยาศาสตร์และความรู้สาขาอื่นๆ นัก Computer and Information Research Scientists ยังมีหน้าที่ในการเขียน algorithms ที่ใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์รูปแบบของข้อมูลในวงกว้าง และความรู้แขนงนี้ สามารถนำไปใช้เขียนโปรแกรมสั่งงานหุ่นยนต์ต่างๆได้อีกด้วย

  1. Computer and Information Systems Managers

มาถึงตำแหน่งในระดับเมเนเจอร์ ที่มีหน้าที่คอยวิเคราะห์ความต้องการเทคโนโลยีขององค์กร ก้าวทันโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับระบบจัดการข้อมูลและองค์กรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องเป็นคนที่มีความรู้รอบด้าน ทั้ง Software Hardware Networking และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อการตัดสินใจลงทุนไปกับเทคโนโลยีนั้นๆได้อย่างเหมาะสม นอกจากความรู้รอบด้านในเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องนำเสนองานเป็น สื่อสารรู้เรื่อง และมีความเป็นผู้นำเพื่อพัฒนาบุคลากรทางด้านไอทีในบริษัทด้วย

  1. IT Project Manager

ตำแหน่งเมเนเจอร์ที่ดูภาพองค์รวมของแผนกไอที เป็นคนคุมและนำทางทั้ง Programmer และ Analysts ที่อยู่ในแผนกไอทีทั้งหลายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบลื่น และให้โปรเจคงานนั้นๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จะต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาของทั้งองค์กรตัวเองและบริษัทลูกค้า รวมถึงเสนอทางแก้ไข และข้อเสนอแนะต่างๆเพื่อให้เกิดการพัฒนาสูงสุด เพราะฉะนั้นสกิลทางด้านสื่อสารจำสำคัญสำหรับตำแหน่งนี้มาก ไม่แพ้สกิลความรู้ทางด้านเทคนิคต่างๆเลย

และนี่ก็คือ 10 อาชีพยอดฮิตของคนที่เรียนทางด้าน Computer Science มา บางทีก็รับตั้งแต่เด็กจบปริญญาตรี ส่วนน้องๆคนไหนที่มีประสบการณ์ทำงานพอตัวแล้ว อยากจะไปเรียนต่อในด้านเฉพาะทางยิ่งขึ้น ที่ประเทศอังกฤษก็มีสาขาวิชาแยกย่อยมากมายให้น้องๆได้ไปเรียนเพื่อกลับมาเป็น specialist ในด้านนั้นๆได้เลยนะคะ เดี๋ยว Blog หน้าพี่แมงโก้จะมาแนะนำคณะสำหรับน้องๆ Com Sci กัน ว่ามีหลักสูตรไหนให้เรียนบ้าง

ถ้าใครอ่านอาชีพแล้วอยากไปเรียนต่อเลยก็ติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยนะจ๊ะที่ Line: @mangolearning หรือจะโทรมาคุยกันก็ได้ที่ 02-129-3313 พี่แมงโก้ไม่ติดเรื่องให้คำปรึกษาจ้า

5 มหาวิทยาลัยในอังกฤษ ที่สอน Business Analytics


หลักสูตร Business Analytics ถือว่าเป็นยอดฮิตที่น้อง ๆ นิยมไปเรียนกันมาก ๆ เลย เพราะว่าจบมาแล้วมีโอกาสได้ทำงานสูงมาก ๆ ในทุกวันนี้ที่โลกข้อมูลเป็นเครื่องมือชี้วัดสำคัญในโลกธุรกิจ พี่แมงโก้เลยจะมาแนะนำ 5 มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษที่เด็กไทยนิยมไปเรียนหลักสูตร Business Analytics

nottingham

1. University of Nottingham
MSc Business Analytics ของ Nottingham จัดว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ Competitive ที่สุด เพราะรับนักเรียนเพียงปีละ 25 คนเท่านั้น ฉะนั้นคนที่จะมาเรียนที่นี่ จึงได้รับการคัดเลือกมาแล้วเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ Academic และประสบการณ์ การเรียนการสอนก็เป็นไปอย่างเข้มข้น ไม่แพ้ตอนคัดเลือกเข้าเรียนเลย ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องการันตรีได้ว่า มาเรียนที่นี่ นอกจากจะได้ความรู้ที่อัดแน่นแล้ว ยังจะได้ Connection ดีๆจากเพื่อนที่เรียนร่วมกันในหลักสูตรนี้อีกด้วย

21-durhamuniversitybusinessschool

2. Durham University
MSc Business Analytics ของที่นี่เป็นหนึ่งเดียวที่กล้าจัด Fieldtrip ไป Silicon Valley ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ startup ในอเมริกา และเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท Tech ระดับโลกอย่าง Facebook, Google, Twitter และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องของ Network ของมหาวิทยาลัยว่าสามารถ connect กับบริษัทระดับโลกได้ถึงขนาดนี้ และ Durham ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีรองลงมาจาก Oxford และ Cambridge เพราะฉะนั้นการคัดเลือกนักเรียน และการเรียนการสอนย่อมเข้มข้นไม่แพ้ที่อื่นแน่นอน

review-edin

3. University of Edinburgh 
– MSc Marketing and Business Analytics หลักสูตรนี้ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมมาอย่างลงลึกมาก เน้นไปที่การนำมาปรับใช้กับ marketing เช่น การหา insight จาก data และเน้นการนำไปใช้วางกลยุทธ์ทางการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการตลาดยุคใหม่ในโลกดิจิตอล ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เหมาะกันคนที่อยากเรียน marketing โดยใช้กระบวนการและข้อมูลจาก data มาช่วย
– MSc Business Analytics ในหลักสูตรของที่ University of Edinburgh เป็นหนึ่งในหลักสูตรด้าน Business Analytics ที่ดีที่สุดของยุโรปเลยทีเดียว จะเรียนลึกและต้องใช้ Technical Background มากกว่าที่อื่น ๆ เหมาะกับน้อง ๆ ที่มีพื้นฐานโปรแกรม SPSS หรือการเขียนโปรแกรมอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นหนึ่งในหลักสูตร Business Analytics ที่ดีที่สุดในยุโรป จึงทำให้มีการแข่งขันสูงมากตอนสมัครเรียน และนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกเข้าเรียนที่นี่จึงเป็นระดับหัวกะทิจากทั่วโลก

4. University of Essex
MSc Business Analytics จุดเด่นของ University of Essex คือเป็นศูนย์ data governance ที่ทำให้กับรัฐบาลอังกฤษ คือเรียกได้ว่าเป็นที่ปรึกษาด้าน data ให้กับรัฐบาล นี่เป็นเครื่องการันตีถึงความแข็งแกร่งด้านวิชาการด้าน Business Analytics ของที่นี่

business5. University of Kent
MSc Business Analytics ที่ University of Kent เป็นที่เดียวที่เปิดให้ทำ work placement นั่นคือสามารถฝึกงานหรือทำงานต่อได้อีก 1 ปีหลักจากเรียนจบ หรือใครเรียนจบแล้วจะกลับไทยเลยก็ได้ แล้วแต่เราเลือกเลย หลักสูตรที่นี่นอกจากจะปูพื้นด้าน concept ของ big data แล้ว วิชาเลือกยังมีความหลากหลาย โดยเน้นการประยุกต์ใช้ในสายงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น supply chain, operations, marketing เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรที่เปิดกว้าง เรียนจบไปแล้วอยากทำงานสายไหนหลักสูตรนี้ก็ช่วงปูพื้นมาให้ได้หมด


สนใจหลักสูตร Business Analytics ของที่ไหน แล้วอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ละเอียดกว่านี้ มาปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 พี่แมงโก้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ งานนี้ปรึกษาฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ค่า

แนะนำหลักสูตร Business Analytics 5 มหาวิทยาลัย


 

Durham University

University of Essex

University of Kent

University of Nottingham

University of Edinburgh

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

5 Business Schools ชั้นนำใน UK ที่ได้รับ Triple Accredited


Triple Accredited คือการได้รับการันตรีคุณภาพการเรียนการสอนของ Business School จากสถาบันชั้นนำของโลก 3 แห่งคือ


1. AACSB – The Association to Advance Collegiate Schools of Business (United States) คือองค์กรอิสระของสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อการันตรีคุณภาพของ Business School ทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นคล้าย ๆ กับสมาคมของ Business และ Management School ของทั้งในอเมริกาและทั่วโลก แต่ไม่ใช่สมาชิกทุกคนจะได้รับการการันตรี AACSB นี้

2. AMBA – The Association of MBAs (United Kingdom) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เหมือนกับ AACSB ของอเมริกา แต่แตกต่างกันที่ AMBA จะรับรอง Management Programme ในระดับปริญญาโท หรือ Postgraduate Degree เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตร MBA

3. EQUIS – EFMD Quality Improvement System (European Union) องค์กรที่ทำหน้าที่เหมือน AACSB และ AMBA แต่เป็นของสหภาพยุโรป โดยรับรองคุณภาพโดยพิจารณาจากการสอนของ Business School นั้น ๆ อย่างที่เรารู้กันดีว่า ไม่ว่าที่ไหนในโลกก็มีหลักสูตร Management และ Business School ก็มีเยอะแยะมากมาย แต่มีเพียง 1% ของ Business School ทั้งโลกนี้ที่ได้รับ Triple Accredited เหมือนกับมงลงพร้อมกับ 3 อันเลยนะคะ

วันนี้พี่แมงโก้จะมาแนะนำให้รู้จักกับ 5 Business School ชั้นนำในสหราชอาณาจักรกัน

review-edin
1. University of Edinburgh

มหาวิทยาลัยประจำเมืองหลวงของสกอตแลนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีชื่อเสียงทางด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก จัดเป็นหนึ่งใน Prestige University ของสหราชอาณาจักรเลยทีเดียว หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ

– MSc Accounting and Finance
– MSc Banking and Risk
– MSc Business Analytics
– MSc Carbon Finance
– MSc Entrepreneurship and Innovation
– MSc Finance
– MSc Finance, Technology and Policy
MSc Human Resource Management
– MSc Management
– MSc Marketing
– MSc Marketing and Business Analysis
– MSc International Business and Emerging Markets
– MBA

21-durhamuniversitybusinessschool
2. Durham University

อีกหนึ่ง Prestige University มหาวิทยาลัยชื่อดังทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมืองเดอแรมที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม มี Business School ชื่อดังที่เป็นเป้าหมายการเรียนปริญญาโทจากนักเรียนทั่วโลก หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ

– MSc Accounting
– MSc Business Analytics
– MSc Economics
– MSc Environmental and Natural Resource Economics
– MSc Experimental Economics
– MSc Public Economics
– MSc Finance
– MSc Finance (Accounting and Finance)
– MSc Finance (Corporate and International Finance)
– MSc Finance (Economics and Finance)
– MSc Finance (Finance and Investment)
– MSc Finance (International Banking and Finance)
– MSc Finance (International Money, Finance and Investment)
– MSc Islamic Finance
– MSc Islamic Finance and Management
– MSc Management
– MSc Management (Entrepreneurship)
– MSc Management (Finance)
– MSc Management (Human Resource Management)
– MSc Management (International Business)
– MSc Management (Supply Chain Logistics)
– MSc Marketing
– MBA



3. Newcastle University

มี Campus อยู่ทั้งในเมือง Newcastle เมืองใหญ่ทางตอนเหนือของอังกฤษ และกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษและยังเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของโลกอีกด้วย หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ

– MSc Accounting, Finance and Strategic Investment
– MSc International Financial Analysis
– MSc Banking and Finance
– MSc Finance
– MSc International Economics and Finance
– MSc Quantitative Finance and Risk Management
– MSc International Business Management
– MSc E-Business
– MSc E-Business (E-Marketing)
– MSc E-Business (Information Systems)
– MSc Global Human Resource Management
– MA Arts, Business and Creativity
– MSc Innovation, Creativity and Entrepreneurship
– MSc International Marketing
– MSc Operations, Logistics and Supply Chain Management
– MSc Computing Science
– MA Cross-Cultural Communication and International Management
– MA International Development and Education
– MBA


4. University of Exeter

มาที่มหาวิทยาลัยทางตอนใต้แถบ Cornwall ที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิป ๆ อย่าง Exeter และยังเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งได้รับมง Triple Accredited มาหมาด ๆ อีกด้วย
– MSc Accounting and Finance
– MSc Accounting and Taxation
– MSc International Management
– MSc International Business
– MSc Marketing
– MSc Human Resource Management
– MSc International Tourism Management
– MSc Entrepreneurship and Innovation Management
– MRes Management
– MRes Global Political Economy
– MSc Economics
– MSc Economics and Econometrics
– MSc Behavioural Economics and Finance
– MSc Financial Mathematics
– MSc Money, Banking and Finance
– MSc Financial Economics
– MSc Financial Analysis and Fund Management
– MSc Finance and Investment
– MSc Finance and Management
– MSc Finance and Marketing
– MSc Computer Science
– MSc Computer Science with Business
– MSc Data Science
– MSc Data Science with Business
– MSc Applied Data Science and Statistics
– MSc Engineering Business Management
– MSc International Supply Chain Management
– MBA


manu-into
5. University of Manchester

นอกจากเมือง Manchester จะมีทีมฟุตบอลชื่อดังแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ Business School ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่าง Alliance Manchester Business School อีกด้วย หลักสูตรที่ได้รับ Triple Accredited คือ
– MSc Accounting
– MSc Accounting and Finance
– MSc Finance
– MSc Quantitative Finance
– MSc Innovation Management and Entrepreneurship
– MEnt Master of Enterprise
– MSc International Business and Management (Management)
– MSc Business Analysis and Strategic Management
– MSc Management
– MSc Marketing
– MSc Operations, Project and Supply Chain Management
– MSc Business Analytics: Operational Research and Risk Analysis
– MSc Human Resource Management and Industrial Relations
– MSc International Human Resource Management and Comparative Industrial Relations
– MSc Organisational Psychology
– MSc Business Psychology
– MBA

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

เกรด 2.5-2.8 ก็เรียนต่อด้าน Business ที่ประเทศอังกฤษได้


น้องๆหลายคนเข้ามาปรึกษาที่แมงโก้แล้วมีความกลุ้มใจในเรื่องของเกรดว่าได้เกรดไม่ถึง 3.00 จะสามารถไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ดีๆในประเทศอังกฤษได้รึปล่าว สิ่งแรกที่พี่จะต้องบอกเลยก็คือว่า SOP จะมีส่วนช่วยได้มากๆ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทุ่มเทกับการเขียน SOP ให้โดดเด่นและตรงใจคณะกรรมการคัดเลือกของแต่ละมหาวิทยาลัยค่ะ ข้อสำคัญอีกข้อนึงคือหลายมหาลัยมีความ strict เรื่องเกรดเป็นอย่างมาก ดังนั้นการหาข้อมูลก่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ว่ามหาวิทยาลัยไหนบ้างที่มีความยืดหยุ่นในการดูเกรด (ซึ่งส่วนนี้พี่ๆ consult สามารถให้คำแนะนำได้นะคะ) เพราะมหาวิทยาลัยบางส่วนนั้นอาจจะตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 3.00 แต่ถ้าน้องๆมีประสบการณ์ทำงาน หรือฝึกงาน หรือมี profile ที่โดดเด่น ส่วนนี้จะสามารถทดแทนตัว GPA ที่ขาดไปได้ซึ่งส่วนนี้จะต้องดูเป็น case by case ไปค่ะ

วันนี้พี่เลยขอมาเล่าให้ฟังค่ะว่ามีมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษที่มีชื่อเสียงและติด top 50 ที่ไหนบ้างที่น่าสนใจที่เปิดโอกาสรับน้องๆที่มีเกรดในช่วง 2.5-2.8 ค่ะ*

University of Essex มาพร้อมกับรางวัล University of the year ประจำปี 2018 ตั้งอยู่ที่เมือง Colchester ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ และอยู่ไม่ไกลจากลอนดอน มหาวิทยาลัย Essex นั้นได้รับการจัดอันดับด้าน Social Science ในอันดับ Top 50 ของโลก ทำให้ Essex Business School นั้นได้รับความนิยมจากนักเรียนไทยเป็นอย่างสูง

MBA

  • -MBA (FULL-TIME 12MONTHS)

Accounting

  • -MSc Accounting-MSc Accounting and Finance-MSc Accounting and Financial Management-MSc International Accounting and Banking-MRes Accounting

Finance and Banking

  • -MSc Finance-MSc Banking and Finance-MSc Finance and Investment-MSc Finance and Management-MSc Financial Engineering and Risk Management

    -MSc International Finance

    -MSc Finance and Data Analytics

    -MSc Finance and Global Trading

Entrepreneurship

  • -MSc Entrepreneurship and Innovation-MSc International Business and Entrepreneurship

Management

  • -MSc Business Analytics-MSc Management-MSc International Management-MSc Human Resource Management-MSc Global Project Management

    -MRes Management and Organisation

Marketing

  • -MSc International Marketing and Entrepreneurship-MSc Marketing and Brand Management-MSc Marketing Management

University of Sussex อยู่ทางตอนใต้ของเมือง Brighton ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสีสันเมืองนึงของประเทศอังกฤษ และครองอันดับอยู่ใน top 20 ของทุกสาขาที่เปิดสอน มหาวิทยาลัย Sussex มีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพการเรียนการสอนและงานวิจัยทำให้เป็นที่นิยมของนักเรียนชาวอังกฤษเช่นกัน

  • -Master of Business Administration – the Sussex MBA
  • -Banking and Finance MSc
  • -Corporate and Financial Risk Management MSc
  • -Engineering Business Management MSc
  • -Entrepreneurship and Innovation MSc (formerly titled Management and Entrepreneurship MSc)
  • -Financial Mathematics MSc
  • -Financial Risk and Investment Analysis MSc
  • -Global Supply Chain and Logistics Management MSc
  • -Human Resource Management MSc
  • -International Accounting and Corporate Governance MSc
  • -International Management MSc
  • -International Marketing MSc
  • -Management MSc
  • -Management and Finance MSc
  • -Management of Information Technology MSc
  • -Marketing and Consumer Psychology MSc

University of Portsmouth เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอังกฤษ และด้วยความที่เป็นเมืองท่า จึงทำให้มหาวิทยาลัยนี้มีความโด่งดังทางด้าน Logistic and Supply Chain และด้านบริหารธุรกิจ

  • -MSc Accounting and Finance
  • -MSc Business and Management
  • -MSc Coaching and Development
  • -MSc Corporate Finance
  • -MA Digital Marketing
  • -MSc Economics, Finance and Banking
  • -MSc Finance
  • -MSc Finance Decision Analysis
  • -MSc Forensic Accounting
  • -MSc Human Resource Management
  • -MSc Innovation Management and Entrepreneurship
  • -MSc International Finance and Banking
  • -MSc International Human Resource Management
  • -MA Marketing
  • -MBA
  • -MSc Project Management
  • -MSc Risk, Crisis and Resilience Management
  • -MA Sales Management

University of East Anglia ตั้งอยู่ที่เมือง Norwich ไม่ไกลมากจาก London โดยในปี 2017 ได้ถูกจัดอันดับเป็น top 15 UK Good University โดย The Times

  • -MSc Investment and Financial Management
  • -MSc Enterprise and Business Creation
  • -MSc Business Management
  • -MSc Finance and Management
  • -MSc Marketing
  • -MSc Marketing and Management
  • -MSc Human Resource Management
  • -MSc International Accounting and Financial Management
  • -MSc Accounting and Finance
  • -MSc Banking and Finance
  • -MSc Operations and Logistics Management
  • -MSc Brand Leadership
  • -MSc Management


Coventry University มีแคมปัสใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Coventry ไม่ไกลจาก London เท่าไหร่นัก และยังมี London Campus ที่ตั้งอยู่ใจกลางลอนดอนกันเลยทีเดียว มหาวิทยาลัย Coventry นั้นขึ้นชื่อมากกับการทุ่มเงินลงทุนเพื่อสร้าง facility เพื่อการเรียนการสอน ซึ่งการันตีโดยการได้รับรางวัล Modern University of the year ถึง 3 ปีซ้อน
MBA

  • -MBA Finance-MBA Management-MBA International Business
  • -MBA International Sport Management
  • -MBA Marketing
  • -MBA Global Business(London Campus)
  • -MBA Global Financial Services(London Campus)
  • -MBA International Fashion Management(London Campus)
  • -MBA International Human Resource Management(London Campus)
  • -MBA International Marketing(London Campus)
  • -MBA Oil and Gas Management(London Campus)
  • -MBA Global Energy and Sustainability Management(London Campus)

Finance and Accounting

  • -MSc Accounting and Financial Management-MSc Banking and Finance-MSc Finance
  • -MSc International Business Economics
  • -MSc Global Finance(London Campus)
  • -MSc Global Financial Trading(London Campus)

Marketing

  • -MA Advertising and Marketing-MA Brand Management-MA Digital Marketing
  • -MSc International Marketing
  • -MA Sport Marketing
  • -MSc Strategic Marketing
  • -MSc International Fashion Marketing(London Campus)

Management

  • -MSc Event Management
  • -MA Human Resource Management
  • -MA Top Up Human Resource Management
  • -MSc International Business
  • -MSc International Human Resource Management
  • -MSc Investment Management
  • -MA Leadership and Management
  • -MA Marketing Management
  • -MSc Sport Management
  • -MSc International Hospitality and Tourism Management(London Campus)

Entrepreneurship

  • -MA Global Entrepreneurship

Nottingham Trent University มหาวิทยาลัย University of the year ประจำปี 2019 ตั้งอยู่ที่เมือง Nottingham ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Paul Smith และน้องๆยังจะได้เรียนใน Barnes Wallis building
แคมปัสใจกลางเมือง ซึ่งมี Mac Suite ตึกสร้างใหม่พร้อมอุปกรณ์ครบครันสำหรับนักเรียน Fashion and Design
และสามารถใช้ facility ของ School of Art & Design ได้อย่างเต็มที่

– MSc Management

  • MSc Management
  • MSc Management and Business Analytics
  • MSc Management and Finance
  • MSc Management and Global Supply Chain Management
  • MSc Management and International Business
  • MSc Management and Marketing

– MSc Marketing

  • MSc Marketing
  • MSc Branding and Advertising
  • MSc Digital Marketing

– MSc Human Resource Management

  • MSc Human resource Management (full-time)

– MSc Economics

  • MSc Economics
  • MSc Economics and Investment Banking

– MSc International Business and Management

  • MSc International Business
  • MSc International Business (Dual Award) 

– Msc Finance

  • MSc Finance
  • MSc Finance and Accounting
  • MSc Finance and Investment Banking

– MSc Entrepreneurship

  • MSc Entrepreneurship

– MSc Project Management

  • MSc Project Management

January Intake

  • MSc Management
  • MSc Management and International Business
  • MSc Marketing
  • MSc Branding and Advertising
  • MSc Finance

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ทั้งนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆเช่น profile ของผู้สมัคร ประสบการณ์ทำงาน หรือ SOP ที่จะเป็นตัวที่ทำให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจรับเราเข้าเรียนนะคะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น LINE@mangolearning หรือโทร 085-144-8808, 02-129-3313

เรียนหลักสูตร Fashion + Business ที่ไหนดี


สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจชอบแต่งตัวเกร๋ ๆ ก็แฟชั่นอะ.. แต่ก็รักงานบริหาร อยากหารายได้จากความชอบด้านแฟชั่นของตัวเอง พี่แมงโก้มีหลักสูตรที่ถูกสร้างมาเพื่อน้อง ๆ มาแนะนำกันจร้า

มาเริ่มกันที่ Regent’s University London มหาวิทยาลัย Regent’s ตั้งอยู่ใจกลาง London ใน Regent’s Park ซึ่งถือได้ว่าเป็นโซนที่น่าอยู่ มีบรรยากาศที่ร่มรื่นและความปลอดภัยสูง Regent’s University เป็นมหาวิทยาลัยที่เหล่า celebs ทั้งไทยทั้งเทศ นิยมมาศึกษาต่อกันที่นี่ ยกตัวอย่างเช่น แพรี่พาย สาวสวยสายแฟมากความสามารถก็จบที่นี่ หรือจะเป็น Prince Felix of Luxembourg ก็เรียนปริญญาที่นี่ ที่สำคัญคนในตระกูล Hermès แบรนด์หรูชั้นนำของโลกก็เรียนที่นี่กันเกือบทุกคน งั้นเรามาดูหลักสูตรสาย Fashion + Business ของ Regent’s University London กันเลยดีกว่า

Regent’s University London, MA Luxury Brand Management
หลักสูตรนี้เน้นไปที่การบริหารและสร้างแบรนด์ Luxury ชั้นสูงในตลาดระดับบน เทอมแรกจะเริ่มเรียนการสร้างแบรนด์ Luxury และกลยุทธ์ รวมถึงการทำการตลาดของธุรกิจ Luxury ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนเนม ไปจนถึงโรงแรมห้าดาว ส่วนในเทอมที่สองจะเรียนเจาะลึกในวิชาเลือกตามวิชาที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Luxury Curation and Creation, Luxury Digital Marketing and Analytics, Luxury Goods และ Luxury Services
และในเทอมสุดท้ายจะสามารถเลือกทำ dissertation, live-business project หรือ new venture start-up project ก็ได้

Regent’s University London, MA International Fashion Marketing
หลักสูตร International Fashion Marketing เหมาะกับน้องๆที่อยากต่อยอดความรู้ในด้านการตลาดของธุรกิจแฟชั่น เพราะน้อง ๆ จะได้เรียนตั้งแต่ภาพรวมของผู้บริโภคในระดับ Global ไปจนถึง fashion trend, buying and distribution นอกจากนี้น้อง ๆ ยังสามารถเลือกวิชาเลือกไม่ว่าจะเป็น Fashion PR and Fashion Show, Luxury Goods, Fashion Retail Marketing เป็นต้น


มาต่อกันที่มหาวิทยาลัย Nottingham Trent ตั้งอยู่ในเมือง Nottingham ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Paul Smith และน้องๆยังจะได้เรียนใน Barnes Wallis building แคมปัสใจกลางเมือง ซึ่งมี Mac Suite ตึกสร้างใหม่พร้อมอุปกรณ์ครบครันสำหรับนักเรียน Fashion and Design และสามารถใช้ facility ของ School of Art & Design ได้อย่างเต็มที่

Nottingham Trent University, MA Luxury Fashion Brand Management
หลักสูตร Luxury Fashion Brand Management โดดเด่นสำหรับน้อง ๆ ที่สนใจการทำงานในสายแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็น brand manager, marketing, buyer, retail management, luxury brand management, sourcing เป็นต้น โดยเทอมแรกจะเป็นการปูพื้นฐานความรู้ด้าน fashion, marketing, communication และเทอมที่สองจะได้เรียนทักษะสำคัญรอบด้านสำหรับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น marketing, management, branding and communications เป็นหลักสูตรที่จะเตรียมพร้อมน้องๆให้เข้าสู่วงการแฟชั่นระดับสูง ได้เข้าทำงานในบริษัทแฟชั่นระดับโลก เพราะในหลักสูตรยังมีการสอนเกี่ยวกับ Luxury service ซึ่งจะช่วยน้อง ๆ ในการแพลนการให้บริการให้ระดับพรีเมี่ยมแก่ลูกค้าในกลุ่มพรีเมี่ยมของแบรนด์ระดับโลก ผ่านการเรียน consumer experience ที่เป็นแบบ International culture สำหรับลูกค้าที่มาจากทั่วโลก นอกจากนี้น้อง ๆ ยังได้เรียนรู้ e-commerce และการทำมาร์เก็ตติ้งของแบรนด์ Luxury ไปจนถึงเรื่องของกฎหมายการค้า เรียกได้ว่าครอบคลุมในทุก ๆ ส่วนของบริษัทธุรกิจแฟชั่นเลยทีเดียว


Nottingham Trent University, MA International Fashion Management
สำหรับหลักสูตรนี้น้อง ๆ ที่อยากเป็น Brand Manager ในแบรนด์แฟชั่นชั้นนำไม่ควรพลาด เพราะเน้นสอนการพัฒนาสกิลด้านการบริหารจัดการแบรนด์และกำหนดทิศทางวางแผนกลยุทธ์ให้กับองค์กรแฟชั่น โดยน้อง ๆ จะได้เรียนทั้งทางด้านทฤษฎีพร้อมทั้งภาคปฏิบัติในธุรกิจแฟชั่นควบคู่กันไป รวมถึงจะได้รู้ Insights ของธุรกิจแฟชั่นระดับโลก พร้อมการบริหารองค์กรทั้งเรื่องคนและทรัพยากรในองค์กรเพื่อเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจแฟชั่น โดยน้อง ๆ จะได้เรียนผ่านวิชาเรียน เช่น leadership and change management, supply chain management, ethics and sustainability (เพื่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน), product development, marketing and branding strategies, retail management, buying and merchandising practice รวมไปถึงบริหารด้านเงิน ๆ ทอง ๆ ผ่านวิชา financial management เรียกได้ว่าน้อง ๆ จะได้เรียนรู้โลกธุรกิจแฟชั่นอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ต้นจนจบ ผ่านมุมมองที่มีความเป็น international ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่จะถูกยกมาเป็นกรณีศึกษา


Nottingham Trent University, MA Fashion Marketing
ตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ 3 ของอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างสมบูรณ์ ทำให้ทาง Nottingham Trent ดีไซน์คอร์ส Fashion Marketing มาให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยน้อง ๆ จะได้เรียนรู้ข้อมูลเชิงลึก หรือ Insight ของมาร์เกตติ้งของโลกธุรกิจของการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านครีเอทีฟผ่านมุมมองของคนทำแฟชั่น หลักสูตรจะมุ่งเน้นไปที่การสอนกลยุทธ์ทางการตลาดทั้งทาง online และ offline รวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค หลักจิตวิทยา และการวิเคราะห์วัฒนธรรมโลก รวมถึงแนวโน้มการตลาดของธุรกิจแฟชั่นปัจจุบันนี้ด้วย ผ่านทางการสอนวิชา เช่น advanced marketing research and analytical skills และ fashion marketing theory ที่ถูกปรับให้ทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนไป น้อง ๆ ยังจะได้ฝึกฝนการทำงานด้านการตลาดในธุรกิจแฟชั่นในระดับต่างๆ แล้วเลือก Focus ไปที่สาขาที่น้อง ๆ สนใจในการเรียนระดับที่ลึกลงไปเพื่อความเป็น Specialist ของตัวน้องเองเมื่อเรียนจบแล้ว

Students during the most recent study trip to Paris and Antwerp.

Nottingham Trent University, MA Fashion Communications
สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังสนใจอยากไปทำอาชีพ นักข่าวสายแฟชั่น PR นักโฆษณาสายแฟชั่น trend prediction, fashion styling หรือจะเป็น art direction, digital and social media management และอาชีพ visual merchandising management หลักสูตร Fashion Communications เป็นเหมือนส่วนเชื่อมต่อระหว่างบริษัทแฟชั่น กลุ่มลูกค้า ผู้ถือหุ้น รวมถึงคนในแวดวงแฟชั่นในวงกว้าง น้อง ๆ ที่เรียนจบสาขานี้ก็จะเป็นสื่อกลางในธุรกิจแฟชั่นตามอาชีพที่ได้กล่าวไปแล้วข้างบน วิชาที่น้องจะได้เรียนในหลักสูตรนี้ก็จะเป็นวิชาเกี่ยวกับการสื่อสาร เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒธรรมที่แตกต่างที่มีผลกระทบต่องวงการแฟชั่น รวมถึงการสื่อสารทั้งทางด้านการตลาดและวางแผนกลยุทธ์ของการจัดโปรโมชั่นของแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับรู้ภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ได้เข้าใจเป็นอย่างดี ในการสอนจะช่วยพัฒนาสกิลต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการสื่อสารทางแฟชั่น รวมถึงช่วยให้น้อง ๆ สามารถวิเคราะห์และตกผลึก concept ของแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ซึ่งสกิลเหล่านี้มีความจำเป็นต่ออาชีพการงานของน้อง ๆ ในโลกธุรกิจแฟชั่นที่กำลังจะก้าวเข้าไปทำงานในอนาคต

นอกจากการเรียนการสอนที่อัดแน่นไปทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติแล้ว หลายๆหลักสูตรของ Nottingham Trent น้อง ๆ จะได้ไปทริปดูงานทั้งในลอนดอน ปารีส นิวยอร์ค และเมือง Artwerp ในเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญของธุรกิจแฟชั่นที่คนส่วนใหญ่นอกวงการไม่ค่อยรู้ รวมทั้งได้เข้าร่วมไม่ว่าจะไปดูแฟชั่นโชว์ หรือนิทรรศการเกี่ยวกับแฟชั่นที่น่าสนใจ ที่สำคัญน้อง ๆ ยังสามารถเลือกเรียนโปรแกรม 1+1 คือเรียนปริญญาโท 1 ปี และทำงานในบริษัทแฟชั่นชื่อดังระดับโลกอีก 1 ปี ได้อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นได้ที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808

มหาวิทยาลัย Top 5 สาขา Business ใน Russell Group


เราได้พูดกันไปแล้วว่ามหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group คืออะไร และมีมหาวิทยาลัยอะไรบ้างที่อยู่ใครเครือนี้ วันนี้พี่แมงโก้จะมาแนะนำ Business School อยู่ในกลุ่ม Russell Group ซึ่งจัดได้ว่าเป็นผู้นำทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ มาดูกันเลยว่า Top 5 Business Schools ของมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group มีอะไรกันบ้าง


1. Durham University
มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ติด 1 ใน 5 ของอังกฤษ และยังคงใช้ระบบ College แบบเดียวกับที่มีใน Oxford และ Cambridge เพื่อเป็น Student Union ให้นักศึกษาได้รู้จักแล้วมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้าง Connection ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นในโลกของการทำธุรกิจรวมถึงระบบการเรียนการสอนของที่ Durham ในฝั่งของ Business School ก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีคุณภาพสูง นอกจากจะอยู่ในกลุ่ม Russell Group แล้ว ยังได้ TEF ซึ่งเป็นการวัดระดับมาตรฐานการสอนจากกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษในระดับ Gold อีกด้วย ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากก็เช่นหลักสูตร Finance ที่ได้รับการจัดอันดับใน league table ระดับโลกเช่น Financial times เป็นอย่างดีและต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ด้านหลักสูตร MBA และ Management เองก็โดดเด่นในด้านหลักสูตรการสอนที่เน้นฝึก Soft Skills ควบคู่ไปกับการเรียนและศึกษา Case Study กับบริษัทจริงเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านธุรกิจให้กับนักศึกษาอย่างสูงสุด พร้อมทั้งมีการพาไปทัศนศึกษาในบริษัทที่ทำธุรกิจชั้นนำด้วย อีกทั้งอาจารย์ที่เป็นเลิศทางด้านการสอนและมีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ส่วนการคัดเลือกนักศึกษาก็คัดจากโพรไฟล์ที่หลากหลายเพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างสูงสุด เรียกได้ว่าการมาเรียน Business School ที่ Durham เป็นหนึ่งในความฝันของใครหลาย ๆ คนทั่วโลกเลย



2. University of Edinburgh
มหาวิทยาลัยเก่าแก่ เรียกได้ว่าถูกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Oxford Cambridge และ St. Andrew เพราะว่าถ้าใครได้ทุนแบงค์ชาติจะต้องเลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในลิสต์นี้เท่านั้น นี่เป็นเครื่องการันตรีได้ระดับหนึ่งว่า University of Edinburgh มีคุณภาพการเรียนการสอนระดับโลก คอร์สบางคอร์สอย่างเช่น Business Analytics มีการแข่งขันสูงมากในหมู่ผู้สมัครเรียนจากทั่วโลก เนื่องจากได้รับการจัดให้เป็น One of the best course in Europe เลยทีเดียว และก็ตามมาตรฐาน Business School ที่ดี ทางมหาวิทยาลัยได้ดีไซน์หลักสูตรที่เรียนจบแล้วนำไปใช้ได้จริง ได้เรียนกับอาจารย์เก่ง ๆ และมีโอกาสได้ดูงานดูเคสธุรกิจระดับโลก การเรียนการสอนจะเป็น lecture-based และงานกลุ่ม โดยเน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในคลาส มีคำถาม มีประเด็นให้ Discuss ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องเตรียมตัวมาก่อนเข้าคลาส เรียนสนุกและได้สาระ แถมระหว่างปียังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเอง พาไปทัศนศึกษา พาไปดูงานที่บริษัทใหญ่ ๆ อีกด้วย


 


3. University of Exeter
มาถึงมหาวิทยาลัยทางตอนใต้ของอังกฤษที่อากาศดี เมืองดี มีทุกอย่างครบไม่แพ้ลอนดอน แต่ดีกว่าที่เดินทางสะดวกและค่าครองชีพประหยัดกว่าในเมืองหลวงอย่างลอนดอนมาก Business School ของ Exeter มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก มีตึกเรียนแยกต่างหากสำหรับนักเรียนสาย Finance ชื่อตึก Xfi โดยได้รับเงินบริจาคจากศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จในสายงาน Finance (และไม่ประสงค์ออกนาม) หลักสูตร Finance ของ Exeter มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Accounting and Finance, Finance and Management, Finance and Investment, Finance and Marketing จนถึง Finance Analysis and Fund Management ซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่เลยเพราะน้อง ๆ สายไฟแนนซ์ที่อยากได้ CFA จะได้รับการเทรนจาก professional CFA trainer และเมื่อจบหลักสูตรน้องๆจะได้สอบ CFA level 1 ไปพร้อมกันเลย ที่สำคัญ University of Exeter เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เป็น partner กับ CFA หรือที่เรียกว่า CFA Affiliate Program ด้วย อีกหลักสูตรที่น่าสนใจก็คือ Finance and Marketing ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Finance และ Marketing ซึ่งที่ Exeter ได้เลือกหลักสูตรที่เป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัยสองวิชามารวมกัน เป็นคอร์สที่พิเศษและแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น และยังมีหลักสูตร MBA ที่โดดเด่น เพราะเน้นการนำไปใช้ได้จริงแถมยังมีความทันสมัยมาก มีวิชาน่าเรียนมากมายไม่ว่าจะเป็น Strategy, Leadership, Igniting Change in Business โดยเฉพาะวิชา Practical Insights into Data Analytics ซึ่งหาที่ MBA ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว หลักสูตร MBA จะเปิดเทอมก่อนเพื่อปรับพื้นฐานทั้งด้าน academic และ soft skills และที่สำคัญคือมีกิจกรรมเยอะมาก ทั้ง Startup Week ร่วมกับ MBA ต่างมหาวิทยาลัย มีทั้งการพา MBA ทั้งคลาสมาที่ London เพื่อให้พบปะกับศิษย์เก่าและบริษัทในลอนดอนเพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานหลังจากเรียนจบอีกด้วย



4. University of Nottingham
อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้าน Business School โดยเฉพาะด้าน Entrepreneurship และผู้สนใจทำธุรกิจ Startup ด้วยความโดดเด่นด้านวิศวกรรมอยู่แล้ว พอมารวมกับการเรียนการสอนและ Facility ระดับยอดเยี่ยมทางด้านธุรกิจด้วยแล้ว เลยทำให้ดึงดูดทั้งเหล่าคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี รวมถึงนักเรียนเองก็มันจะมี Background เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่อยากมาต่อยอดการเรียนทางด้านธุรกิจที่ Nottingham นี้ ทำให้เพื่อนในห้องของน้อง ๆ มักจะมีประสบการณ์ที่ให้ได้มาแลกเปลี่ยนกันและอาจทำให้ได้ร่วมมือกันทางด้านธุรกิจในอนาคต เพราะที่ Nottingham จะมีศูนย์ Entrepreneurship Centre ที่สนับสนุน Startup ที่กำลังเริ่มต้นตั้งตัว เพราะมีทั้งพื้นที่ให้ได้ใช้เป็นออฟฟิศขนาดย่อม เพื่อให้ได้ทำเสนอไอเดีย รวมถึงมีวิชาที่จับคู่นักเรียนในหลักสูตรปริญญาโทกับบริษัท Startup จริง ๆ ให้ได้ทำงานร่วมกัน นำเสนอ Solution และไอเดียต่าง ๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นไป ที่พี่แมงโก้ได้บอกไปข้างต้นว่า Facility ของ Business School ที่ Nottingham เป็นที่ดึงดูดเหล่าอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ทางด้านธุรกิจ เพราะว่าตึก Business School ของที่นี่จะแยกออกมาอยู่ในโซนของตัวเองที่เรียนว่า Jubilee Campus ซึ่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกสิ่งทุกอย่างทางการเรียน Business อย่างครบครันให้อยู่ในที่นี่ที่เดียว



5. Newcastle University
มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Newcastle อีกหนึ่งเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของอังกฤษที่มีความเจริญและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครับ แต่ค่าครองชีพไม่สูงมากเหมือนอย่างในเมืองหลวง สำหรับ Business School ของที่นี่เป็น 1 ใน 54 สถาบันจากทั่วโลกที่ได้รับการรับรองแบบ Triple-accreditation ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพการศึกษา หลักสูตร และหัวข้องานวิจัย จาก 3 สถาบันนานาชาติด้านธุรกิจ อย่าง AACSB, AMBA และ EQUIS ทำให้ Newcastle University Business School เป็นหนึ่งในคณะที่บริษัทชั้นนำ และผู้ประกอบการต่าง ๆ ให้ความสนใจกับนักเรียนที่จบจากที่นี่เป็นพิเศษ นอกจากนี้ทาง Newcastle University ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชอบแสงสีแบบเมืองหลวงอย่างลอนดอนโดยเปิด Newcastle University London Campus ที่มีสอนหลักสูตรของ Business School อย่าง MSc Banking and Finance, MSc International Business Management และ MSc International Marketing โดยอาคารเรียนตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอนใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Liverpool Street และอยู่ไม่ไกลจาก London Bridge โดยการสร้าง London Campus ก็เพื่อให้นักเรียน Business School ได้เรียนหลักสูตรธุรกิจในบรรยากาศของหนึ่งในเมืองหลวงทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกอย่างกรุงลอนดอน

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

MBA ที่ Durham University เค้าเรียนอะไรกันนะ?


MBA เป็นหลักสูตรที่น้องที่มีประสบการณ์ทำงานมาบ้างแล้วต้องการจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศมากที่สุดหลักสูตรหนึ่งในจำนวนหลักสูตรปริญญาโททั้งหลาย มีหลายมหาวิทยาลัยในอังกฤษหลายแห่งเลยที่มีการเปิดสอนหลักสูตร MBA หนึ่งในนั้นก็คือ Durham University มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ และยังเป็นมหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Ranking ดี ๆ เสมอมา
เรามาดูกันดีกว่าว่าหลักสูตร MBA ที่ Durham นี้เค้าสอนกันยังไง ทำไมถึงได้อยู่ใน Ranking ตลอด

เริ่มกันที่นักเรียนในคลาส ที่ Durham หลักสูตร MBA จะมีนักเรียนประมาณ 50-60 คนต่อปี โดยคนเอเชียในคลาสมีประมาณ 35% นอกนั้นอีก 65% จะเป็นนักเรียนที่มาจากประเทศต่าง ๆ ในยุโรป อเมริกา และแอฟริกา อย่างในปี 2018 มีคนไทยเรียนอยู่ในคลาสประมาณ 3 คน โดยการคัดเลือกนักเรียนของที่นี่จะใช้เกณฑ์ความหลากหลายทางด้าน Background คือ นักเรียนทุกคนไม่จำเป็นต้องจบบริหารมา แต่ว่าทำงานอยู่ใน Field บริหารในสาขาอาชีพต่าง ๆ กันไป เพราะการเรียน MBA คือการเรียนพร้อมกับแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานที่ทุกคนในห้องเคยพบเจอมาแล้วนำมาแชร์กัน คือนอกจากจะได้เรียนจากอาจารย์แล้วก็ยังได้เรียนรู้จากเพื่อนในห้องไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ใครที่อยากมาต่อ MBA ต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนนะคะ

สัปดาห์แรกของการเรียน MBA ที่ Durham เริ่มต้นขึ้นด้วยการไปเข้า Boot Camp ที่ Lake District สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น National Park อยู่ใกล้ ๆ กับ Durham University เป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกันผ่านกิจกรรมต่างๆที่ไม่ได้เป็นไปในเชิงวิชาการมาก มีการเล่นเกมส์ผ่านฐานต่าง ๆ กิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมไปถึงมีการทำ Presentation ผลงานในวันท้าย ๆ กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเน้นให้นักเรียนในคลาสที่มาจากทั่วโลกได้รู้จักและสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น เป็นการเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนจริงในคลาส MBA ที่จะต้องมีการร่วมกันแสดงความคิดเห็นในห้องเรียนอย่างมาก หลักสูตร MBA ที่ Durham จะมีให้เลือก Pathways หรือ “สาขา” ด้วยกัน 3 สาขา คือ Entrepreneur, Technology และ Consultancy โดยนักเรียนสามารถเลือกมาก่อนแล้วมาเปลี่ยนเป็นสาขาที่สนใจมากกว่าตอนเทอม 2 ก็ได้ โดยในเทอมที่ 1 ทุกคนจะเรียนวิชาเหมือนกัน เบสิคหลัก ๆ คือ Marketingและ Accounting พอเข้าสู่เทอมที่ 2 น้อง ๆ นักเรียนจะเลือก Pathways ที่ตัวเองสนใจมากที่สุด 1 ใน 3 ที่กล่าวมาแล้วข้างบน การเรียนในเทอม 2 จะมีวิชาบังคับที่ต้องเรียนทุกคนคือ International Business in Context เป็นการศึกษาธุรกิจในประเทศเฉพาะ อย่างปีนี้ก็จะมีประเทศเยอรมัน สเปน และจีน โดยนักเรียนทุกคนจะต้องเลือกประเทศใดประเทศหนึ่งที่ต้องการจะศึกษาและเรียนภาษาของประเทศนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากมหาวิทยาลัยจะพาไปดูงานเพื่อนให้นักเรียนได้เข้าใจการทำธุรกิจ และ Culture ของประเทศนั้นอย่างลึกซึ้ง วิชานี้จะมีโปรเจคให้นักเรียนได้ทดลองทำธุรกิจจริง ๆ ผ่าน Stimulation ด้วย

ต่อไปเป็นการเลือก Pathways เพื่อเรียนอย่างเจาะลึกลงไปในสาขาวิชาที่นักเรียนสนใจมากที่สุด มีการไปดูงานตามที่ต่าง ๆ เช่น Entrepreneur จะได้ไปดูงานที่ Dublin, Ireland เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องบริษัท StartUp น้อง ๆ ที่เลือก Consultancy ก็จะได้ไปดูงานที่ Amsterdam, Netherland โดยจะได้ไปดูทั้ง Amsterdam Business School และ บริษัท Consalt Firm ขนาดเล็กอย่าง The House of Performance เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจระบบของบริษัทในทุกกระบวนการ ส่วนใครที่เลือก Technology สามารถเลือกได้ว่าจะไปดูงานที่ London หรือ Dublin ก็ได้

การเรียนในคลาส Pathways จะเป็นการเรียนที่เข้มข้นมาก นักเรียนทุกคนต้องอ่าน Case Study ก่อนเข้าห้องเรียนและต้องแสดงความคิดเห็น พร้อมกับจดบันทึกด้วยว่าเพื่อนในห้องพูดอะไรไปบ้าง และคิดเห็นอย่างไรต่อความคิดเห็นของเพื่อนในห้อง และสิ่งที่หาไม่ได้จาก MBA ที่อื่นก็คือคลาส Boardroom Exercise ที่เป็นการจำลองห้องประชุมจริงขึ้นมาโดยนักเรียนแต่ละคนจะได้รับบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ กันไป จากนั้นจะเข้ามา Discuss กันจริง ๆ เพื่อเป็นการฝึกสกิลสำคัญต่าง ๆ ที่ผู้บริหารควรจะมี อย่างเช่น Negotiation Skill ซึ่งเป็น Soft Skill ที่สำคัญมาก ๆ ต่อผู้บริหารทุกคน

นอกจากนี้ยังมีการให้ความช่วยเหลือทางด้านการหางานในอนาคต คือ จะมีทีม Support ที่เราสามารถไปปรึกษาได้ว่าอยากทำงานสายงานนี้จะต้องเตรียมตัวสมัครอย่างไร ช่วยตรวจสอบ CV ให้ โดยเป็นการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการจัด Meeting with Deans เพื่อให้เราได้ Feedback กลับไปว่าโปรแกรม MBA ของ Durham เป็นอย่างไร เรียนแล้วชอบตรงไหนไม่ชอบตรงไหน
เพื่อคณะจะได้นำไปปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้น้อง ๆ จะเห็นได้ว่าโปรแกรม MBA ของ Durham นี้ เรียนอย่างเข้มข้นและมีคุณภาพสูงมาก จะไม่แปลกใจเลยที่ใคร ๆ ก็อยากเรียน MBA ที่นี่ ถ้าน้องคนไหนสนใจจะมาเรียนต่อ MBA ที่ Durham University ก็สามารถติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยนะคะ พี่แมงโก้พร้อมให้คำปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ค่า

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

4 มหาวิทยาลัย Rank ดี ที่หลักสูตร MBA ไม่ต้องใช้คะแนน GMAT


mba-4-uniหลักสูตร MBA เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่น้องๆถามเข้ามามากมาย เพราะเป็นหลักสูตรสำหรับคนที่อาจจะทำงานมาแล้วประมาณนึงและอยากเปลี่ยนสายงาน หรืออยากวางแผนเพื่อเติบโตไปเป็นผู้บริหารในอนาคต MBA เป็นหลักสูตรที่จะช่วยเพิ่มความรู้ด้าน Business รวมถึงทักษะต่างๆที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร

วันนี้พี่ๆแมงโก้รวบรวมเอาหลักสูตร MBA ระดับท๊อปๆที่ไม่ต้องใช้คะแนน GMAT มาให้ทุกคนแล้วจ้า

 

1) University of Exeter

• Tuition fees: £ 30,000
• Male/Female ratio: 44%:56%
• Average work experience: 9 years
• Bootcamp: Yes
ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกันที่ Dartmouth ซึ่งเป็นการละลายพฤติกรรมและได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในชั้นเรียน

พิเศษ สำหรับน้องๆที่ไม่มี business background มหาลัยจะมี pre-sessional (Accounting, Finance) ให้เรียนก่อนเปิดเทอมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

• Fieldtrip: Yes (มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ)
In the UK: Yes
– เน้นทำกิจกรรมร่วมกับบริษัทและมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ โดยหลาย ๆ วิชาจะมี guest speaker จากผู้ที่ทำงานในบริษัทชั้นนำมาร่วมบรรยาย
– Two-day ‘Leading in a Global Context’ trip to London
Outside of UK: Yes
แต่ละปีจะมีการพาทั้งคลาสไปทริปต่างประเทศและทำกิจกรรม Leadership skills expedition เพื่อเพิ่มพูนทักษะความเป็นผู้นำ

Developing leaders in the Norwegian wilderness

• Scholarship opportunityhttp://business-school.exeter.ac.uk/study/masters/mba/funding/

 


2) Durham University

• Tuition fees: £ 31,500
• Male/Female ratio: 44%:56%
• Average work experience: 9 years
• Bootcamp: Yes
ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกัน
• Fieldtrip: Yes – Dublin, Amsterdam, London
แต่ละปีจะมีการพาทั้งคลาสไปทริปต่างประเทศ แล้วแต่ Pathway ที่เราเลือกเช่น ถ้าเลือกสาย Entrepreneur ก็จะมีพาไปดูงานที่ Dublin ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ Startup และเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ Facebook เป็นต้น

พิเศษ เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งถึง Culture ของประเทศที่จะไป fieldtrip ที่ Durham จะให้เลือกเรียนภาษาที่ 3 เพิ่มเติมอีกด้วย

• Scholarship opportunityhttps://www.dur.ac.uk/business/programmes/mba/scholarships/


3) University of Edinburgh

• Tuition fees: £ 30,700
• Male/Female ratio: 44%:56%
• Average work experience: 8 years
• Bootcamp: Yes

ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกันที่ Scottish Highland
• Fieldtrip: Yes
แต่ละปีจะมีการพาทั้งคลาสไปทริปต่างประเทศ
• Scholarship opportunityhttps://www.business-school.ed.ac.uk/mba/full-time/scholarships-funding


4) University of Nottingham

• Tuition fees: £24,975
• Average work experience: 6 years
• Bootcamp: Yes
ช่วงสัปดาห์แรกก่อนเริมเรียนจะมีการพา MBA ทั้งคลาสออกไปทำกิจกรรม team building ร่วมกัน
• Fieldtrip: Yes
แต่ละปีจะมีทริปให้เลือกไปดูงาน เช่นที่ประเทศจีนหรือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างทริปที่อเมริกาคือจะพาไปดูงานที่บริษัทชั้นนำใน New York City และ Washington DC เช่น JP Morgan Chase, Bloomberg, Inter-American Development Bank, Fox News
• Scholarship opportunity: https://www.nottingham.ac.uk/business/programmes/mba/fees-and-funding.aspx

ถ้าหลักสูตรนี้ตอบโจทย์แล้วหล่ะก็ ทักมาคุยกันได้เลยที่ LINE@mangolearningexpress โทร 02-129-3313, 085-144-8808 พี่แมงโก้มีทีมช่วยรีวิว SOP สำหรับ MBA โดยเฉพาะพร้อมช่วยแนะนำการสัมภาษณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะคะ