MBA ที่ Durham University เค้าเรียนอะไรกันนะ?


MBA เป็นหลักสูตรที่น้องที่มีประสบการณ์ทำงานมาบ้างแล้วต้องการจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศมากที่สุดหลักสูตรหนึ่งในจำนวนหลักสูตรปริญญาโททั้งหลาย มีหลายมหาวิทยาลัยในอังกฤษหลายแห่งเลยที่มีการเปิดสอนหลักสูตร MBA หนึ่งในนั้นก็คือ Durham University มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ และยังเป็นมหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Ranking ดี ๆ เสมอมา
เรามาดูกันดีกว่าว่าหลักสูตร MBA ที่ Durham นี้เค้าสอนกันยังไง ทำไมถึงได้อยู่ใน Ranking ตลอด

เริ่มกันที่นักเรียนในคลาส ที่ Durham หลักสูตร MBA จะมีนักเรียนประมาณ 50-60 คนต่อปี โดยคนเอเชียในคลาสมีประมาณ 35% นอกนั้นอีก 65% จะเป็นนักเรียนที่มาจากประเทศต่าง ๆ ในยุโรป อเมริกา และแอฟริกา อย่างในปี 2018 มีคนไทยเรียนอยู่ในคลาสประมาณ 3 คน โดยการคัดเลือกนักเรียนของที่นี่จะใช้เกณฑ์ความหลากหลายทางด้าน Background คือ นักเรียนทุกคนไม่จำเป็นต้องจบบริหารมา แต่ว่าทำงานอยู่ใน Field บริหารในสาขาอาชีพต่าง ๆ กันไป เพราะการเรียน MBA คือการเรียนพร้อมกับแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานที่ทุกคนในห้องเคยพบเจอมาแล้วนำมาแชร์กัน คือนอกจากจะได้เรียนจากอาจารย์แล้วก็ยังได้เรียนรู้จากเพื่อนในห้องไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ใครที่อยากมาต่อ MBA ต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนนะคะ

สัปดาห์แรกของการเรียน MBA ที่ Durham เริ่มต้นขึ้นด้วยการไปเข้า Boot Camp ที่ Lake District สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น National Park อยู่ใกล้ ๆ กับ Durham University เป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกันผ่านกิจกรรมต่างๆที่ไม่ได้เป็นไปในเชิงวิชาการมาก มีการเล่นเกมส์ผ่านฐานต่าง ๆ กิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมไปถึงมีการทำ Presentation ผลงานในวันท้าย ๆ กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเน้นให้นักเรียนในคลาสที่มาจากทั่วโลกได้รู้จักและสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น เป็นการเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนจริงในคลาส MBA ที่จะต้องมีการร่วมกันแสดงความคิดเห็นในห้องเรียนอย่างมาก หลักสูตร MBA ที่ Durham จะมีให้เลือก Pathways หรือ “สาขา” ด้วยกัน 3 สาขา คือ Entrepreneur, Technology และ Consultancy โดยนักเรียนสามารถเลือกมาก่อนแล้วมาเปลี่ยนเป็นสาขาที่สนใจมากกว่าตอนเทอม 2 ก็ได้ โดยในเทอมที่ 1 ทุกคนจะเรียนวิชาเหมือนกัน เบสิคหลัก ๆ คือ Marketingและ Accounting พอเข้าสู่เทอมที่ 2 น้อง ๆ นักเรียนจะเลือก Pathways ที่ตัวเองสนใจมากที่สุด 1 ใน 3 ที่กล่าวมาแล้วข้างบน การเรียนในเทอม 2 จะมีวิชาบังคับที่ต้องเรียนทุกคนคือ International Business in Context เป็นการศึกษาธุรกิจในประเทศเฉพาะ อย่างปีนี้ก็จะมีประเทศเยอรมัน สเปน และจีน โดยนักเรียนทุกคนจะต้องเลือกประเทศใดประเทศหนึ่งที่ต้องการจะศึกษาและเรียนภาษาของประเทศนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากมหาวิทยาลัยจะพาไปดูงานเพื่อนให้นักเรียนได้เข้าใจการทำธุรกิจ และ Culture ของประเทศนั้นอย่างลึกซึ้ง วิชานี้จะมีโปรเจคให้นักเรียนได้ทดลองทำธุรกิจจริง ๆ ผ่าน Stimulation ด้วย

ต่อไปเป็นการเลือก Pathways เพื่อเรียนอย่างเจาะลึกลงไปในสาขาวิชาที่นักเรียนสนใจมากที่สุด มีการไปดูงานตามที่ต่าง ๆ เช่น Entrepreneur จะได้ไปดูงานที่ Dublin, Ireland เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องบริษัท StartUp น้อง ๆ ที่เลือก Consultancy ก็จะได้ไปดูงานที่ Amsterdam, Netherland โดยจะได้ไปดูทั้ง Amsterdam Business School และ บริษัท Consalt Firm ขนาดเล็กอย่าง The House of Performance เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจระบบของบริษัทในทุกกระบวนการ ส่วนใครที่เลือก Technology สามารถเลือกได้ว่าจะไปดูงานที่ London หรือ Dublin ก็ได้

การเรียนในคลาส Pathways จะเป็นการเรียนที่เข้มข้นมาก นักเรียนทุกคนต้องอ่าน Case Study ก่อนเข้าห้องเรียนและต้องแสดงความคิดเห็น พร้อมกับจดบันทึกด้วยว่าเพื่อนในห้องพูดอะไรไปบ้าง และคิดเห็นอย่างไรต่อความคิดเห็นของเพื่อนในห้อง และสิ่งที่หาไม่ได้จาก MBA ที่อื่นก็คือคลาส Boardroom Exercise ที่เป็นการจำลองห้องประชุมจริงขึ้นมาโดยนักเรียนแต่ละคนจะได้รับบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ กันไป จากนั้นจะเข้ามา Discuss กันจริง ๆ เพื่อเป็นการฝึกสกิลสำคัญต่าง ๆ ที่ผู้บริหารควรจะมี อย่างเช่น Negotiation Skill ซึ่งเป็น Soft Skill ที่สำคัญมาก ๆ ต่อผู้บริหารทุกคน

นอกจากนี้ยังมีการให้ความช่วยเหลือทางด้านการหางานในอนาคต คือ จะมีทีม Support ที่เราสามารถไปปรึกษาได้ว่าอยากทำงานสายงานนี้จะต้องเตรียมตัวสมัครอย่างไร ช่วยตรวจสอบ CV ให้ โดยเป็นการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการจัด Meeting with Deans เพื่อให้เราได้ Feedback กลับไปว่าโปรแกรม MBA ของ Durham เป็นอย่างไร เรียนแล้วชอบตรงไหนไม่ชอบตรงไหน
เพื่อคณะจะได้นำไปปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้น้อง ๆ จะเห็นได้ว่าโปรแกรม MBA ของ Durham นี้ เรียนอย่างเข้มข้นและมีคุณภาพสูงมาก จะไม่แปลกใจเลยที่ใคร ๆ ก็อยากเรียน MBA ที่นี่ ถ้าน้องคนไหนสนใจจะมาเรียนต่อ MBA ที่ Durham University ก็สามารถติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยนะคะ พี่แมงโก้พร้อมให้คำปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ค่า

เมือง Durham มีอะไรให้ทำบ้าง


เรียนต่อที่ Durham มีอะไรให้ทำบ้าง

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต หรือจุดถ่ายรูปสวยๆที่ทุกคนเห็นกันบ่อยๆแล้ว เมืองเดอรัมยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และที่เที่ยว ให้เหล่าเด็กเดอรัมไปแวะเวียนพักผ่อนหย่อนใจในเวลาว่างกันได้ จะมีที่ไหนบ้าง พี่ Mango ได้ปักหมุดไว้ให้แล้ว

ZENร้านอาหารไทยที่หรูที่สุดในเมือง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย ที่สำคัญมีก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยชามยักษ์ราคาย่อมเยาอีกด้วย IG@zendurham
Fat Hippoร้านเบอร์เกอร์ที่ดีที่สุดใน Durham และมีทางเลือกสำหรับคนไม่ทางเนื้อด้วย ทีเด็ดคือทานคู่กับ sweet potato fries IG@fathippofood
Tangoร้านอาหารสไตล์อเมริกันอีกร้านมีทั้งเสต็กและเบอร์เกอร์เหมาะกับสายเนื้อทุกคนควรมาลอง IG@tangodurham
Nadon Thaiร้านอาหารไทยอีกร้านนึงในเมืองเดอรัม ร้านนี้จะตกแต่งแบบไทยๆ IG@nadonthai
Thai Riverร้านอาหารไทยอยู่ริมแม่น้ำ ใจกลางเมือง ถ้าอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศก็แวะเวียนมาทานร้านนี้ได้เช่นกัน IG Thai River Restuarant
Bells Fish & Chipsร้านอาหาร British food ที่แท้จริง เป็นร้านฟิชแอนด์ชิพส์ดั้งเดิม แนะนำปลา Cod จะเป็นปลาเนื้อเด้งดึ๋ง แป้งร้านนี้จะไม่หนามากและกรอบอร่อยเลยทานคู่กับทาร์ทาร์ซอส
Nando’sไก่ย่างนันโดในเมือง Durham ก็มีเช่นกัน เมนูไก่ย่างซอสแซ่บๆแบบโปรตุเกส ทานคู่กับซอสหลากหลายแบบชอบเผ็ดมากเผ็ดน้อยก็เลือกได้ตามใจชอบ
The Libraryเป็นบาร์เก๋ๆเหมาะแก่การนัดพบเพื่อนๆหลังเลิกเรียนหรือหลังจากทำงานกลุ่ม ถ้ามาแวะร้านนี้ก็มีโอกาสจะเจอเพื่อนๆที่มหาลัยได้สูง
MissoulaClub ที่สนุกที่สุดในเมือง มันส์มาก
Wiff WaffClub ขนาดเล็กแต่สนุกสนานเป็นกันเอง
Flat White Caféร้านคาเฟ่สุดฮอต ที่ขึ้นชื่อเรื่องของกาแฟ และอาหารเช้าโดยเฉพาะแพนเค้กที่นี่คือที่สุด
Esquires Coffeeร้านกาแฟทำเลดี เหมาะแก่การนัดเพื่อนมาพบปะสังสรรค์
The Pancake Caféร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งในสวนแบบน่ารักๆ ที่ขายเมนู brunch เป็นแพนเค้กแผ่นบางๆ หรือที่คนไทยเรียกว่าเครป ทั้งแบบคาวและหวาน มีทั้งเมนู vegan และ gluten free
Golden Pearlร้านนี้มีขายทั้งอาหารไทยและจีนในราคาย่อมเยามากๆ ร้านนี้เป็นร้านขายของชำที่หาได้ทุกอย่างที่นี่ ประหนึ่งอยู่เมืองไทย ทั้งน้ำพริก น้ำปลา ชานมไข่มุก ข้าวสาร ใบกระเพรา สะดวกสบายสุดๆ
Arnison Centreเป็นแหล่งช้อปปิ้ง outlet ซึ่งต้องนั่งบัสจากตัวเมืองออกไปประมาณ​15-20 นาที ซึ่งมีร้านค้ามากมายเช่น Nike, River Island, New Look, Next และซูเปอร์มาเกตอย่าง Sainsbury’s, Lidl, Superdrug, Asda, M&S, Argos
H&Mร้านเสื้อผ้า H&M ที่ Durham นี้ก็มีให้ช้อปปิ้งกันได้

College System ที่มหาวิทยาลัยเดอรัม เป็นอย่างไร?


มหาวิทยาลัยเดอรัม (Durham University)

เป็นหนึ่งในไม่กี่มหาวิทยาลัยที่ยังมีระบบ College System เช่นเดียวกับ Oxford และ Cambridge โดยการเป็นส่วนหนึ่งของ College เหมือนกับการเข้าไปอยู่ในครอบครัวใหญ่ที่มีเพื่อน และกิจกรรมมากมายให้เข้าร่วมที่จะทำให้ประสบการณ์การไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดอรัมนั้นเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและแตกต่างจากการไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่นอย่างแน่นอน

คำถามแรกที่ทุกคนจะต้องถามก็คือ งั้นไปอยู่ College ไหนดีล่ะ?

มหาวิทยาลัย Durham นั้นมีถึง 16 College โดยมีทั้ง College ที่มีที่ตั้งอยู่บนเขา (ซึ่งถูกเรียกว่ากลุ่ม Hill Colleges) และอีกส่วนที่อยู่ในเมืองตรงถนน bailey (ซึ่งจะถูกเรียกว่า bailey Colleges) และกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ของเมือง ดังนั้นถ้าหากว่าเราเลือกที่จะพักในหอของมหาวิทยาลัยหรือพักไม่ไกลจาก College มาก ก็มีโอกาสที่จะให้เราได้ทำกิจกรรมหรือเข้าร่วมงานของ College ได้โดยง่าย หรือถึงแม้จะอยู่ไกลออกไป ที่มหาวิทยาลัยก็มี night bus ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางในวันที่อ่านหนังสือ หรือทำงานกลุ่มและเลิกช้า College แต่ละอันนั้นเรียกได้ว่ามีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนในการจัดงาน “formal”

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานสำคัญที่จะได้มาพบกะสังสรรค์ทานอาหารเย็นกับเพื่อนๆใน College โดยรูปแบบความเป็นทางการก็จะแตกต่างกันไปตามคาแรกเตอร์ของแต่ละที่ ในวันสำคัญๆ บาง College ก็จะมีการตกแต่ง Hall ด้วยลูกโป่ง หรือดอกไม้ เรียกว่าสวยงามสุดๆไปเลย บางครั้งก็จะมีธีมเช่น Harry Potter Formal หรือ James Bond Formal ฟังแล้วก็อยากจะไปงาน formalกันแล้วใช่มั้ยหล่ะ แต่บอกก่อนว่ามันไม่ได้ไปกันง่ายๆนะ เพราะบาง College (University College) กำหนดว่าจะต้องใส่ชุด Gown (ชุดครุยสีดำ) และแต่งตัวแบบ formal ไว้ข้างใน

สำหรับน้องๆที่อยากได้ประสบการณ์เดินสวยๆ chicๆ ใน Castle  พี่ๆ แมงโก้ขอแนะนำ University College เลยค่า จริงๆ University College ถูกดัดแปลงมาจากปราสาทเก่าด้วยค่า University College เป็นหนึ่งใน college ที่ popular ที่สุด โดยน้องๆ ที่จะได้รับการ allocate เข้าที่นี่ต้องไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

University College จะมีหอพักสำหรับน้องๆปริญญาตรีโดยน้องๆ จะได้อาศัยอยู่ในปราสาทททท ตรงข้ามกับ Durham Cathedral  สวยมากมายเลยทีเดียว ส่วนสำหรับๆน้องๆปริญญาโทขึ้นไป ก็จะมีหอพักสำหรับน้องๆ โดยเฉพาะ อยู่ในเมืองเลย เดินไปทางฝั่งโรงหนัง Gala นิดเดียว จะเข้าไปเรียนก็สะดวกสบายค่ะ เดินลงมานิดเดียวก็ถึงป้ายรถเมล์ หรือจะเดินไปเรียนเลยก็ได้นะคะ โดยหอพักสำหรับน้องๆปริญญาโทจะเป็นประเภทสตูดิโอ พูดง่ายๆ คือมีครัวในห้องค่ะ ห้องค่อนข้างกว้างมีการแยกสัดส่วนของครัวได้อย่างเหมาะสม น้องๆคนไหนอยากอยู่ห้องแบบ Studio และอยู่ในเมือง แนะนำที่นี่เลยค่ะ

น้องที่อยู่ University College เล่าว่า University College มีกิจกรรมมากมาย โดยน้อง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้อง ๆ Undergraduate หรือ Postgraduate ก็สามารถใช้ facility ของ University College ที่อยู่ตรงปราสาทได้เหมือนกันค่า ที่เด่น ๆ คือ ทุกวันอังคารกับพฤหัสบดีจะมี Formal Dinner โดยน้องๆจะได้ใส่ชุด Gown ทานอาหารในปราสาท อาหารก็จะรับประทานเป็นแบบฟูลคอร์ส ไฮโซสุด ๆ เลยค่ะ โดย Formal Dinner จะทำให้น้องๆ ได้เจอเพื่อนใหม่มากมาย ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ

อีกหอที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ Ustinov College ที่เพิ่งสร้างใหม่ที่ Sheraton Park Site เมื่อปี 2017 เพราะงั้นคอนเฟิร์มความใหม่เอี่ยม สะอาด น่าอยู่สุดๆ Ustinov College เป็นหอสำหรับนักเรียนปริญญาโทเท่านั้น College จะมีส่วน Sheraton house ที่เป็นเหมือนพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้น้องๆได้พบปะสังสรรค์และ networking กับเพื่อนๆชาว Ustinovians ด้วยกัน และเป็นที่สำหรับจัดกิจกรรมมากมายของ college ไม่ว่าจะเป็น academic discussion ในหัวข้อต่างๆที่เป็นประโยชน์ หรือ social event อื่นๆ นอกจากนั้น สำหรับน้องๆที่สนใจด้านกีฬา ดนตรี  College ก็ยังมีชมรมกีฬา ดนตรีให้น้องๆเลือกเข้าร่วมอีกด้วย แม้ว่าหอใหม่นี้จะอยู่ไกลหน่อย ต้องเดินประมาณ 20 นาทีจากที่เรียน เหมาะกับน้องๆที่ชอบเดินออกกำลังกายท่ามกลางบรรยากาศสุดธรรมชาติ

ในเรื่องของการดื่ม​ (แอลกอฮอลล์) บาง College ห้ามไม่ให้มีการดื่มเลย เช่น Hild Bede แต่ในขณะเดียวกันที่ Trevelyan ถ้าคนไหนที่ถือแก้วไวน์อยู่ในมือและมีเพื่อนโยนเหรียญ 2 pence ลงไปได้สำเร็จ คนที่ถือแก้วจะต้องดื่มให้หมดแก้ว เพื่อ save the queen (ไม่ให้จมน้ำในแก้วไวน์)

เรียกได้ว่าประสบการณ์ที่ College ที่ Durham จะทำให้ทุกคนที่เรียนที่นี่ไม่ต้องกลัวเหงา และไม่ต้องกลัวจะไม่มีเพื่อนแถมยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนอังกฤษอย่างแท้จริง หลายๆ คนก็จะได้เพื่อนชาวอังกฤษจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ College นี้อีกด้วย

สำหรับน้องๆที่กำลังหาข้อมูลหรือสนใจเรียนต่อมหาวิทยาลัย Durham สามารถสอบถามข้อมูลกับตัวแทนมหาวิทยาลัย Durham อย่างเป็นทางการได้เลยที่ 085-144-8808, 02-129-3313 หรือ LINE@mangolearning

เรียนต่อปริญญาโทกฎหมายที่ Durham ดีมั้ย?


ตามติดชีวิตนักเรียนปริญญาโทกฎหมายที่ Durham กันว่าเค้าต้องเรียนอะไรกันบ้าง แล้วทำเรียนกฎหมายที่นี่มันดียังไง?

หนึ่งในหลักสูตรที่ฮิตที่สุดของ Durham University ก็คือด้านกฎหมาย ซึ่งมีคนสอบถามเข้ามาเยอะมากๆ วันนี้พี่แมงโก้เลยจะพามาสัมภาษณ์ นักเรียน LL.M. สาขา International Trade and Commercial Law ของ Durham University มาติดตามเรื่องราวที่ส่งตรงจากห้องเรียนที่เดอรัมมาส่งตรงถึงบ้านให้ทุกๆคนได้ฟังกันค่ะ


เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ว่าเรียน LL.M. International Trade and Commercial Law ที่ Durham University เป็นยังไงบ้าง?

เรามาเรียน pre-sessional ก่อน 4 weeks (ก่อนมาเรียน แอบคิดว่าเรียน pre-sessional จำเป็นมั้ย)คอร์ส pre-sessionalจะแยกไปตามหลักสูตรป.โท ที่เราเลือกเรียน เช่น เด็กกฎหมายก็เรียนแยกจากเด็ก business คอร์ส pre-sessionalไม่ใช่สอนภาษาอังกฤษทั่วๆไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันสอนทุกอย่าง ทุก skill ที่จำเป็นต้องใช้ในการเรียน ป.โท กฎหมาย เรียนจาก legal article เรียนการเขียนlegal essay การ citationซึ่งจำเป็นมากตอนทำ dissertation สรุปแล้วคือรู้สึกว่าคิดถูกมากที่ได้มาเรียน แม้ว่าคนที่ได้unconditional offer ก็ยังแนะนำให้มาเรียนเลย หลักสูตรมันดีและจำเป็นมากๆ เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราได้ปรับตัว ปรับภาษา ให้พร้อมก่อนเรียนโทจริงด้วย

พอเรียนจบพรีก็ถึงเวลาเปิดเทอม อาทิตย์แรกจะเป็น Induction Week ที่นี่เรียกว่าเป็น module shopping โดยอาจารย์ที่สอนแต่ละวิชาจะมาให้ข้อมูลว่าเรียนอะไร วิธีการสอนเป็นแบบไหน (lecture หรือ seminar)วิธีวัดผลเป็นยังไง (สอบ หรือทำ essay) เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ศึกษาว่าวิชาไหนน่าเรียน และจัดตารางเรียนให้เหมาะ เรียนด้วย เที่ยวใช้ชีวิตด้วย ไปพร้อมๆกัน

หลักสูตร LLMInternational Trade and Commercial Law มีวิชาให้เลือกเรียนเยอะมาก เราเลือกเรียน

1. Intro to IP law

2. Advance issue of IP law คนสอนพูดสำเนียงฟังง่าย อธิบายได้ดี

3. Intro to EU laws อันนี้ก็ชอบมากๆ เพราะเป็นการเรียนแบบ seminar ต้องบอกว่าพออยู่ๆไปก็เกิดติดใจการเรียนแบบ Seminar ซึ่งจะเป็นลักษณะ discuss กัน เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความเห็นและให้เหตุผล ซึ่งดีมากๆ ฝึกให้กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงความเห็น มันเป็นการพัฒนาตัวเองมากๆ อยากบอกทุกคนว่าลองลงเรียนแบบ seminar ดูสิ มันดีนะ

4.Advance laws of Obligation วิชานี้เป็นเรื่องของ กฎหมายแพ่งเดิม กฎหมายสัญญาเก่าของปรับยังไงกับ Technology ต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เค้า files sharing on cloud technology กันงี้ กฎหมายแพ่งทำไง กฎหมายIPทำไง สัญญาทาง electronicต่างๆมียังไงบ้าง แล้วถ้าเสียหาย Tort ต้องปรับมั้ย Liabilityหล่นอยู่กับใคร ล้ำกว่ากฎหมายไทยมากๆ อาจารย์ก็เก่งแบบมากๆ เอาทุกเรื่องที่คนdiscuss กันในห้องมารวมกันเป็นเนื้อหาแล้วสอนสรุปท้ายคลาส

5. Global Finance Laws เนื้อหาทั้งหมด เทไปที่กฎหมายการเงินและสถาบันการเงินต่างๆหลังวิกฤติเศรษฐกิจ การปรับตัวต่างๆ capital flow มันยังไง ไปทางนี้เพราะอะไร เทมาทางนี้เพราะอะไร หนังสือวิชานี้แพงมาก แต่ professor ก็จัดมาให้เป็นแบบ pdf ไฟล์ ทุกอย่างที่สอน ส่งมาในอีเมลให้ทุกอาทิตย์ อาทิตย์นี้จะเรียนเรื่องนี้ๆ ไปอ่านมานะ

ต้องบอกว่าที่ Durham มีวิชาน่าสนใจเยอะมาก และหลากหลายมาก บางวิชาน่าสนใจมากแต่เราไม่ได้ลงเพราะลงไปจนเต็มหน่วยกิตแล้ว แต่เราก็สามารถไปนั่งเรียนได้ เช่น ของเราไปนั่งเรียน International Investment Law สอนหลักๆเกี่ยวกับ การระงับข้อพิพาทจากการลงทุน (พวกADR อย่าง Arbitration)คนไทยยังมีคนรู้ด้านนี้น้อย งานแขนงนี้ต้องบอกว่าเงินดีมากๆ วิชานี้ดีมาก น่าเรียนมากๆแนะนำเลย

สรุปแล้วต้องบอกว่าไม่เสียใจเลยที่เลือกมาเรียนที่ Durham หลักสูตรเข้มข้น มีวิชาให้เลือกหลากหลาย วิธีการสอนแตกต่างกันไปแล้วแต่วิชา เราสามารถจัดตารางให้เหมาะสมเองได้ อาจารย์สอนดีมีคุณภาพ ได้อะไรมากมายจากการไปเรียนกฎหมายที่ Durham


หอพักตอนเรียนปริญญาโท เป็นยังไงบ้าง?
Durham จะเป็นระบบ Collegeเหมือนแฮรรี่พอตเตอร์ ทุกคนต้องสังกัด collegeแต่จะเลือกอยู่หอด้วยหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเด็กปริญญาโทมักจะได้อยู่  Ustinov College เป็นหอที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ สะอาด ห้องครัวยิ่งใหญ่ กุญแจเข้าตึกเป็นแบบ touch  facility ห้องคอม ห้องซักผ้า ที่ปริ้นงาน และที่สำคัญป็นหอสำหรับเด็กปริญญาโทและเอกโดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้แอบสำคัญมากๆ เพราะถ้าอยู่หอที่มี undergrad เด็กๆที่นี่โหดสุดจริงๆ นั่งกินเหล้ากันตรงทางเดิน ประตูห้องไม่ปิด ช่วงเวลาเค้าก็ไม่เหมือนเรา บางที่ช่วงทำงาน เค้าก็ยังไม่สอบก็ยังปาร์ตี้กันอยู่ ถ้าทนเสียงดังไม่ได้นี่ชีวิตพัง นอกจากนั้น ยังมี Cafe’ ขายกาแฟ อาหาร มี Bar และมี Beer เป็นของตัวเอง ยี่ห้อ “Ustinovian”เลย เป็นที่นั่งทำงานกับเพื่อน ตกเย็นบาร์เปิดก็จิบดริ้งกันน่ารักๆ เล่นเกม เล่นพูล ตัวหอมีกิจกรรมทุกคืน ตั้งแต่ Movie night ทุกวันจันทร์ ยัน academic seminar (ปล. เค้ามี Pizza ให้กินฟรีทุกงานนะ)


สภาพบรรยากาศโดยรวม มหาวิทยาลัย เมือง เป็นยังไงบ้าง?
Durham เป็นเมืองมหาลัย เต็มไปด้วยเด็กมหาลัย และผู้สูงอายุ อารมณ์แบบมาอยู่ยามเกษียณ ซึ่งเหมาะกับการอยู่อาศัย ปลอดภัย อากาศดี ต้นไม้เยอะ เขียวทั้งเมือง  ใกล้หอมี Botanic Gardenอากาศดีๆ แดดออก เค้าก็ออกมาจูงหมาเดินเล่นกันเต็มเมือง ตึกมหาลัยก็แทรกอยู่รอบๆเมือง มีหอพักล้อมรอบอีกที แม้จะเป็นเมืองเล็ก แต่มีทุกอย่าง รับรองว่าไม่น่าเบื่อ ไม่เหงา

เรื่องกินไม่ต้องห่วงเลย ร้านอาหารหลากหลายมาก ไทย จีน อินเดีย แมกซิโก ซื้อของสดก็มี Tesco ซื้อเยอะแบบหมูสิบโล   ก็มีบริการ delivery ด้วย หิวดึกๆก็สั่งพิซซ่าได้ ทำงาน part-time ร้านอาหาร ร้าน Giftshop (visa นักเรียนทำได้อาทิตย์ละ 20 ชั่วโมง)มี supermarket ไทย จีน ขายมาม่า ข้าวสาร ซอส ครบครัน มีแม้กระทั่งครก ไม่ต้องหอบกันมาจากไทยนะ แต่ถ้าอยากได้อะไรมากกว่านั้น สามารถนั่งรถไฟไปNewcastle ไม่ถึง 10นาที เมืองแห่งการชอปปิ้งและเที่ยวกลางคืน (ห้างใหญ่2ห้าง และผับ/คลับอีกร้อยกว่า) ว่าไปแล้วเห็นยังงี้เดอรัมก็มีผับนะจ้า มีร้านเบียร์ (แม้กิน Bar Collegeจะถูกกว่า) ที่เที่ยวกลางคืนก็มีทั้งฝรั่ง และเอเชีย


ps. Durham มี 16 Colleges นอกจากห้องที่อยู่แล้ว แต่ละ college มีชุดครุยตอนรับปริญญาไม่เหมือนกัน
ps.2 Beer ที่นี่ถูกกว่าน้ำเปล่า
ps.3 คนที่นี่ครึ่งหนึ่งใช้ Mac มีคนถามว่าซื้อ MacBook ดีมั้ย คือคนส่วนใหญ่แบกlaptopไปเรียน ดู Silde ดู Materials ในคอม มันมีข้อดีเรื่องแบตและเบา ไม่ต้องพกที่ชาร์จ(กับ Adaptor)ไปทั่ว หลักๆเวลาเรียนใช้โปรแกรมอ่าน PDF เวลาส่งงาน ส่งเป็นไฟล์ .doc พวกโปรแกรม Office ไรงี้ไม่ต้องซื้อ มหาลัยมีให้โหลดฟรี (ถูกกฎหมายจากเพจมหาลัยเองใช้อีเมลนักศึกษาโหลด)
ps.4 อายุเกิน25 ควรทำใบขับขี่สากลมาด้วย จะเช่ารถได้ในอัตราที่ถูกกว่าเวลาจะไปเที่ยว


เรียนต่ออังกฤษ เรียนต่อกฎหมายในประเทศอังกฤษ เรียนต่อ Business ที่ประเทศอังกฤษ เรียนต่อ Durham สอบถามข้อมูลกับ Mango ตัวแทนอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและทีมงานนักเรียนเก่า Durham พร้อมให้ข้อมูลและช่วยรีวิว SOP โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 0851448808 หรือ Line : @mangolearning

แนะนำหอใหม่ใน DURHAM


เมื่อสมัยก่อนเด็กไทยจะนิยมพักอาศัยที่ Ustinov College ซึ่งตั้งอยู่ข้างกับ Josephine Butler College แต่ปัจจุบันหอ Ustinov College ได้ย้ายไปตั้ง ณ Sheraton Park จะทำให้ไม่เป็นที่นิยมเพราะไม่สะดวกต่อการเดินทาง และปีหลังๆ หอนอกได้เปิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีความสะดวกสบายมากกว่าในราคาที่ไม่ต่างกันมาก ในการเลือกที่พักนั้นผู้เขียนขอแนะนำว่า ในช่วงระหว่างการเรียนพรีนั้น นักศึกษาก็สามารถเลือกดูหอนอกเพื่อเปรียบเทียบได้ว่าอยากอยู่ที่ไหน และลองศึกษาการเดินทางความเป็นอยู่ละแวกนั้นว่าเดินทางสะดวกสำหรับเรามั้ย ใกล้ร้านค้ารึเปล่า แล้วลองดูด้วยว่าเวลาสมัครหอมีโปรโมชั่นอะไร เช่น แนะนำเพื่อนได้ส่วนลด, เงินสด เป็นต้น ผู้เขียนจะสรุปคร่าวๆ ถึงหอใหม่ ณ Durham ดังนี้


Sheraton Park

หอใหม่จะแยกเป็นสองตึก มี sheraton house กับ Neville House ความแตกต่างเท่าที่เห็นได้ชัดคือ ขนาดห้อง ฝั่ง เนวิลจะใหญ่กว่า แต่ข้อเสียของเนวิลคือทางเดินมันแปลก แต่เดินๆไปน่าจะคุ้นเคย facility ที่นี้มีห้องซักผ้า ยิมและบาร์ แต่ห้องซักผ้ามีเครื่องซักผ้าที่ปริมาณไม่พอต่อนักศึกษา ยิมใหม่ดีสำหรับอุปกรณ์แต่มีขนาดเล็ก อาจจะต้องแย่งกันเล่นนิดนึง และมีค่าแรกเข้า £20 ต่อปี

การเดินทางสามารถนั่งรถเมย์สาย 7 จาก bus station แต่ไม่แนะนำให้นั่งไปเรียน

การเดินไปเรียน ระยะทางจากเชอราตันไป bill bryson library หรือ ตึกเรียนแถวนั้น ประมาน20-30นาทีและจากเชอราตันไป business schoolประมาน 15-20 นาที

ดังนั้นข้อดีของหอเชอราตันคือ สวยและใหม่ แต่ข้อเสียคือ สำหรับการเดินทางไปเรียนค่อนข้างไม่สะดวก

Room Typeค่าเช่า/ปีระยะเวลาในการเช่า
Single En-suite Room£675326th September 2018 – 11th September 2019
Single Room Shared Ensuite with Kitchenette£6753

26th September 2018 – 11th September 2019


Ernest Place

เป็นหอใหม่ล่าสุด พึ่งเปิดปีนี้ปีแรก ห้องมีตั้งแต่ห้องเดี่ยว แบบ share kitchen ห้อง Studio เล็กจนถึงใหญ่ โด Facility ที่นี่จัดว่าดีมาก Fitness ใหญ่มาก มีห้องดูหนัง ห้องติวหนังสือ ห้องจัดปาร์ตี้ สารพัดห้องให้ใช้สอย ราคาของห้องมีหลากหลายและเริ่มต้นไม่แพง แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือ ไกล ไกลในที่นี้คือไกลจากมหาลัย แต่มันก็สามารถเดินจากหอไปที่ป้ายรถเมลล์ ประมาณ 5 นาทีและนั่ง Bus ได้ อีกประมาณ 10 นาที (ต้องดูเวลารถมา) แต่ถ้าเข้า City Center ก็ไม่ได้ไกลมากนะ เดินประมาณ 20-30 นาที (เดินที่นี่มันชิวอากาศดี เดินก็มีความสุขและถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง) ความจริงพอเราคุ้นสถานที่ ที่เราอยู่ คุ้นเมือง อยู่ไปเรื่อยๆ ก็ชินนะจะไม่รู้สึกไกลหรอก อีกอย่างที่นี่ติด TESCO ใหญ่ ที่ซึ่งมีทุกอย่าง

ข้อดี ใหม่ สวยงาม Facility ดีมาก ราคาไม่แพง และใกล้เทสโก้ใหญ่ ข้อเสีย ไกล

What you’ll get with this room

  • Included in bedroom:
  • 4ft double bed
  • Bedside table
  • Desk with three draws and study chair
  • Bean bag chair
  • 32” Television, TV license not included
  • Double wardrobe
  • Under bed storage
  • Low level and high level shelving
  • Noticeboard
  • USB ports
  • Mirror
  • Private en-suite
  • Included in shared kitchen:
  • Corian worktop
  • Integrated dishwasher
  • Integrated under counter freezer
  • Integrated tall fridge
  • Built in full oven
  • Integrated combination oven
  • Two, four ring induction hobs
  • Two Chimney hood extraction
  • 40” Television
  • Three seater sofa
  • Two seater sofa and arm chair
  • Coffee table
  • Table and chairs
Room Typeระยะเวลาในการเช่าค่าเช่า/สัปดาห์ค่าเช่า/ปีค่ามัดจำ
6 Bed Ensuite Room51 weeks (22/09/2018 – 13/09/2019)£129.50£6,604.50 £250.00
Prestige Studio51 weeks (22/09/2018 – 13/09/2019)£159.50£8,134.50 £250.00
Luxury Studio51 weeks (22/09/2018 – 13/09/2019)£199.00£10,149.00  £250.00

*more info https://www.collegiate-ac.com/uk-student-accommodation/durham/ernest-place/rooms-rent


Chapel Heights

เป็นหอนอกที่เปิดขึ้นมาปีนี้เป็นปีที่ 2 และเป็นที่ผู้เขียนอยู่ เป็นห้อง Studio คือในห้องจะมีตู้เย็น เตาอบ เครื่องล้างจาน เตาไฟฟ้า ห้องน้ำ โทรทัศน์ทุกอย่างครบ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 160 – 200 ปอนด์ต่อสัปดาห์ โดยที่หอจะมี facility เช่น fitness, common room ไว้สำหรับปาร์ตี้หรืออ่านหนังสือ มีห้องดูหนังให้ข้อดี ทำเลไม่ไกลจากเมือง สามารถเดินเข้าเมืองประมาณ 10 นาที หรือจะนั่งรถบัสเข้าเมืองหรือไปเรียนก็ได้ (จากหอเดินไปป้ายรถเมล์ประมาณ 5 นาที)ข้อเสีย ราคาแพง

Facilities

  • Furnished
  • Gym
  • Card or Coin-Operated Laundry
  • Social Space(s)
  • Outdoor Area
  • Bike Storage
  • Cinema
  • TV In Room
  • Social Events

Bills included

  • WiFi in Room (Free)
  • WiFi in Communal Areas (Free)
  • Electricity
  • Water
  • Gas
  • Broadband in Room (Free)
  • Contents Insurance

Security & safety

  • CCTV / Surveillance Cameras
  • Maintenance Team (Daytime Only)
Room TypeRoom Detailค่าเช่า/สัปดาห์ระยะเวลาในการเช่า

Bronze Studio

Standard size 17.5-19.2 ㎡£139
Move in 22/09/2018

 Stay 51 weeks

Silver Studio

Standard size 19.7-22.3 ㎡£149
Move in 22/09/2018

 Stay 51 weeks

Gold Studio

Standard size 19.7-22.3 ㎡£169
Move in 22/09/2018

 Stay 51 weeks


New Kapier Court

Facilities

  • WiFi throughout
  • All-inclusive Rent (inc utilities and contents insurance)
  • Stylish Common Rooms
  • Key fob entry system
  • On-site management and maintenance team
  • Laundry
  • CCTV
  • Gym
  • Games room
  • Cinema room
  • Group study spaces
  • Large screen Smart HDTVs in apartment kitchens
Room TypeRoom Detailค่าเช่า/สัปดาห์
Double En-Suite BedroomStylish bedrooms with en suite shower rooms including extra-large shower cubicles£137.50
Standard StudioFull double bed, en-suite shower room, breakfast bar with stools and super-stylish kitchen£155
Deluxe studioThese rooms in Saddler House are fantastic! At 24m2 you have even more space for friends to join you for dinner parties and a dining table of your own£180
Mezzanine studiosSplit level studios with a separate bedroom on a platform above your living space. Great for couples£190
Super studiobiggest room with its own front door. Some extra furniture and a walk in wardrobe £235
*more info https://www.facebook.com/pg/newkepiercourt/shop/?ref=page_internal

5 คอร์สยอดฮิตที่ Durham University


สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังหาข้อมูลหลักสูตร LL.M. และ Business ของมหาวิทยาลัย Durham ในประเทศอังกฤษ ว่าแต่ละสาขาเรียนอะไรกันบ้าง วันนี่พี่ ๆ แมงโก้ รวบรวมหลักสูตรยอดฮิตมาให้ดูค่ะ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 085-144-8808 Line : @Mangolearning

LLM Master of Laws (General)

หลักสูตรนี้เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ ก.ต. รับรองในฐานะปริญญาทางกฎหมายที่ไมใชหลักสูตรเฉพาะด้านทางกฎหมาย

น้อง ๆ สามารถเลือกเรียนวิชาได้หลากหลาย โดยสามารถเลือกเรียนวิชาเฉพาะของหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่เลือกเรียน International Trade and Commercial Law, European Trade and Commercial Law, Corporate Law and International Law and Governance. เช่น International Trade Law & Policy, International Sale Law, Introduction to Corporate Governance เป็นต้น

โดยเมื่อเรียนจบหลักสูตร น้องๆจะต้องทำ Dissertation ในเรื่องที่ตัวเองสนใจ โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแค่ละสาขาดูแลอย่างใกล้ชิด โดยการเรียนการสอนจะผสมผสานระหว่างการเรียนแบบบรรยาย และการเรียนแบบสัมมนา โดยการเรียนแบบบรรยายจะส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในคลาสเรียนไม่ว่าจะเป็นการคิดหัวข้อเพื่อการอภิปราย ส่วนการเรียนแบบสัมมนาจะเป็นคลาสเรียนขนาดเล็ก ทำให้นักเรียนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในคลาสเรียน

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบรรยายพิเศษและการสัมมนาที่จัดโดยศูนย์การวิจัยของมหาวิทยาลัย ได้แก่ Institute for Commercial and Corporate Law, the Human Rights Centre, Law and Global Justice at Durham, the Centre for Gender and Law at Durham, the Centre for Criminal Law and Criminal Justice, and the Durham European Law Institute ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ เลยทีเดียว


LLM Corporate Law

เป็นหลักสูตรที่เปิดขึ้นมาใหม่ เหมาะสำหรับน้องๆที่สนใจศึกษาในสาขากฎหมายเกี่ยวกับบริษัทอย่างละเอียด โดยเมื่อจบหลักสูตรนี้น้อง ๆ จะมีความรู้คามเข้าใจลึกซึ่งในกฎหมายทิ่เกี่ยวกับกฏหมายบริษัท และกฎหมายเปรียบเทียบและกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับปัญหาด้านกฎหมายขององค์กรในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

หลักสูตรนี้มีวิชาที่น่าสนใจมากมาย เช่น Introduction toCorporate Governance, Mergers and Acquisitions, Corporate Social Responsibility, Principles of Corporate Insolvency Law, Securities Law and Capital Markets, Corporate Compliance เป็นต้น ซึ่งน่าสนใจมากเลยทีเดียว

โดยหลักสูตรนี้จะได้รับการสนับสนุนจาก Institute of Commercial and Corporate Law ซึ่งเป็นสถาบันที่มุ่งเน้นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการค้าและนิติบุคคล สมาชิกของสถาบันมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยชั้นนำระดับโลก โดยสมาชิกหลายคนของสถาบันจะมีส่วนร่วมในการสอนและเป็น supervisor ให้กับน้องๆในการทำ dissertation อีกด้วย


 

LLM International Trade and Commercial Law

หลักสูตรนี้เป็นหนึ่งในหลักสูตรชื่อดังของ Durham Law School และเป็นหลักสูตรที่ ก.ต. รับรองในฐานะปริญญาทางกฎหมายเฉพาะด้าน

โดยน้อง ๆ จะได้มีโอกาสที่จะพัฒนาความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ น้องๆจะได้ทั้งความรู้และการปฎิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยน้อง ๆ สามารถเลือกเรียนวิชาที่น่าสนใจได้แก่ International Commercial Dispute Resolution, International Investment Law หรือจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ เช่น Advanced Issues of International Intellectual Property Law ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผสมผสานน่าสนใจมากเลยทีเดียว

เมื่อเรียนจบหลักสูตร น้อง ๆ จะต้องทำ Dissertation ในเรื่องที่ตัวเองสนใจ โดยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทาง Supervisor ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ การเรียนการสอนมีการผสมผสานของการเรียนทั้งแบบบรรยายและแบบสัมมนาเป็นกลุ่มขนาดเล็ก โดยน้อง ๆ จะได้เป็นผู้นำในการนำเสนอหัวข้อเพื่อการอภิปราย นักเรียนที่เข้าร่วมหลักสูตรนี้จะมาจากหลากหลายประเทศและมีประสบการณ์ทางวิชาการหรือวิชาชีพแตกต่างกัน นั่นคือน้อง ๆ จะสามารถเรียนรู้จากเพื่อนร่วมคลาสได้อีกด้วย

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆเช่นการบรรยายพิเศษและการสัมมนาที่จัดโดยศูนย์การวิจัยของมหาวิทยาลัย ได้แก่ Institute for Commercial and Corporate Law, the Human Rights Centre, Law and Global Justice at Durham, the Centre for Gender and Law at Durham, the Centre for Criminal Law and Criminal Justice, and the Durham European Law Institute ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆเลยทีเดียว


 

MSc Management (International Business)

เป็นหลักสูตรที่เรียกได้ว่าสอนทุกอย่างที่ควรรู้ในการบริหารธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Strategy, Marketing, Business Economics and Accounting และอื่น ๆ อีกมากมาย

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือใน Term 3 เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำ dissertation ในเรื่องที่เราสนใจได้แล้วยังเลือกที่จะทำ business project (โดยจะติดต่อบริษัทเองหรือจะเลือกทำกับบริษัทที่ทางมหาวิทยาลัยติดต่อให้ก็ได้)

แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือที่ มหาวิทยาลัยจะมี International Study Tour พาไปดูธุรกิจหลากหลายบริษัทในแถบประเทศยุโรป เพื่อที่จะทำให้เราได้นำสิ่งที่เรียนมาวิเคราะห์และปรับใช้ในการทำงานจริง

นอกจากนี้เรายังมีโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง โดยเข้าร่วมแข่งขันแผนธุรกิจ Dragon’s Den ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเงินลงทุนจริงๆจากทางมหาวิทยาลัย


 

MSc Finance

เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเนื่องจากมหาวิทยาลัย Durham นั้นมีชื่อเสียงและมีอับดับใน league table ระดับโลกเช่น Financial times เป็นอย่างดี
วิชาที่เปิดสอนได้แก่ Advanced Financial Theory , Corporate Finance และนอกจากนี้ยังมีวิชาเลือกที่เปิดสอนอีก 4 วิชา ยกตัวอย่างเช่น Auditing and Assurance Services, Behavioural Finance and Economics, Derivative Markets, Financial Risk Management, and Market Microstructure

แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือที่ มหาวิทยาลัยจะมี International Study Tour พาไปดูธุรกิจหลากหลายบริษัทในแถบประเทศยุโรป เพื่อที่จะทำให้เราได้นำสิ่งที่เรียนมาวิเคราะห์และปรับใช้ในการทำงานจริง นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการเลือกไปทำ Disseration ในประเทศต่างๆโดยเลือกจากกลุ่มสถาบันที่เป็น Partner กับมหาวิทยาลัย Durham (ช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม)

ที่มหาวิทยาลัย Durham นี้ยังมี Investment Club ที่เปิดโอกาสให้ตัวแทนของนักเรียนได้เข้าไปบริหารกองทุนจริง ๆ และยังมีกิจกรรม Trading Challenge ที่ให้นักเรียนได้นำความรู้ที่ได้เรียนในชั้นเรียนมาปรับใช้และยังมีเงินรางวัลอีกด้วย ส่วนเรื่องของ facilities นั้นที่ Durham ไม่เป็นสองรองใครเพราะมีทั้ง Trading Room และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลจาก Thomson Reuters, Datasteam และ Orbisอีกด้วย

[รีวิว] ร้าน Flat White เมือง Durham, UK


Great coffee at a classy place เป็นร้านที่เสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มและอาหารมื้อแรกของวัน (Brunch) ไปจนตลอดทั้งวัน นักเรียนไทยที่ Durham คนไหนกำลังมองหาร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ที่อบอุ่น ตกแต่งแบบสบาย ๆ ต้องมาลองที่นี่เลย ขอบอกเลยว่า chill มาก

ร้าน Flat White Kitchen คนแถวนี้บอกว่าเป็นของดีเมือง Durham เห็นได้จากคิวที่ยาวมาก ๆ จานเด็ดของที่นี่ คือแพนเค้ก เค้าว่ากันมาเด็ดสุด ๆ

 

ร้านนี้ไม่รับจอง ถ้าอยากทาน ต้องไปยืนต่อคิว ตั้งแต่ 8- 9 โมง ตอนที่ไปต้องรอคิวประมาณชั่วโมงนิดๆ กว่าจะได้ทาน

Ricotta Pancakes & Fresh Fruit + Maple Syrup & Cinder Toffee Butter £8.45

แพนเค้กที่ว่ากันคืออันนี้เลย Buttermilk Pancakes & Maple Syrup £7.95 อร่อยตามที่ร่ำลือจริงๆ แป้งแพนเค้กจะไม่เหมือนทั่วไป เป็น signature ของเมืองนี้

Chai Latte £2.40 หอมละมุนกลิ่นชา รสชาติกลมกล่อมกำลังดี

Hot Chocolate (40% Cocoa) £2.20 โปะด้วยวิปครีม ทานคู่กับมาชแมลโล่

KOREAN FRIED CHICKEN
(Chicken Schnitzel, Mayo, Korean Sauce, Sesame, Spring Onion, Brioche Bun) £7.95 เนื้อไก่นุ่มมาก ซอสรสชาติดี เคียงกับสลัด

ให้คะแนนโดยรวม
– การบริการ 4.5
– รสชาติ 4.5
– ราคา 4.5
– บรรยากาศร้าน 4.5

WHY DURHAM?


“มหาวิทยาลัย Durham ดียังไง?”

“ทำไมเราถึงต้องไปเรียนที่นั่น?”

หลายมหาวิทยาลัยก็มีความโดเด่นแตกต่างกันไป แต่เรียนที่ Durham เรามี 6 เหตุผลดีๆ ที่เด็กไทยหลายคนไว้วางใจเรียนต่อโทที่นี่

มหาวิทยาลัยเดอแร่มเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ รองจาก Oxford และ Cambridge มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน และเป็นที่ยอมรับของชาวอังกฤษเป็นอย่างมาก

มหาวิทยาลัยเดอแร่มเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 5 ของประเทศอังกฤษ จากการจัดอันดับของ (The Complete University Guide 2016)

SAFEST ZONE : เดอแร่มเป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยที่สุดในประเทศอังกฤษ (The Complete University Guide 2016)

 

มหาวิทยาลัยเดอแร่มเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่อันดับ 3 รองจาก Oxford และ Cambridge ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมหาลัยแห่งนี้ถึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากคนในประเทศอังกฤษเอง

 

Top 3 for student quality of life : มหาวิทยาลัยเดอแร่มเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 3 สำหรับคุณภาพความเป็นอยู่ของนักเรียนจากการสำรวจของธนาคาร Lloyds ในปี 2014 นอกจากนี้เมืองเดอแร่มยังมีทุกอย่างครบครันที่นักเรียนไทยต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารไทย ร้านกาแฟชิคๆ หรือที่พักผ่อนหย่อนใจ

 

2 CAMPUS : มหาวิทยาลัยเดอแร่มมี 2 Campus คือ Durham City และ Queen’s Campus ที่ Stockton ซึ่งเป็นที่ตั้งของ International Study Centre (ISC)

 

COLLEGE SYSTEM : ความโดดเด่นหนึ่งของมหาวิทยาลัยเดอแร่มคือ มหาวิทยาลัยแห่งนี้คือยังใช้ระบบ College System นั่นคือนักเรียนแต่ละคนจะได้เข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งของ College ซึ่งมีให้เลือกถึง 16 College และแต่ละ College ก็จะมีกิจกรรม และตีมที่แตกต่างกัน เช่น บาง College จะโดดเด่นด้านกีฬา บาง College จะชอบความทันสมัย หรือบาง College จะรักษาประเพณีดั้งเดิม โดย College ต่างๆนี้ก็จะเหมือนเมืองย่อมๆที่มีการเลือกคณะกรรมการ และมีระบบพี่รหัสน้องรหัสที่จะทำให้ประสบการณ์ของการมาเรียนที่เดอแร่มนี้แตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไปอย่างแน่นอน

 

 

เรียน PRE-SESSINAL ที่ Durham University


Pre-sessional Course ของที่นี่มีหลักสูตรที่มีความเข้มข้นที่จะปูทางให้เราสำหรับการเรียนในระดับปริญญาโท โดยเวลาเรียนคือวันจันทร์ – ศุกร์ ประมาณ 9 โมงเช้า ถึงบ่าย 2

 

ในช่วงของการเรียน Pre-sessional ส่วนใหญ่นักศึกษาจะได้อยู่หอมหาลัย Josephine Butler College และในช่วงระหว่างการเรียนพรีนั้น นักศึกษาก็สามารถเลือกดูหอนอกเพื่อเปรียบเทียบได้ว่าอยากอยู่ที่ไหน และลองศึกษาการเดินทางความเป็นอยู่ละแวกนั้นว่าเดินทางสะดวกสำหรับเรามั้ย ใกล้ร้านค้ารึเปล่า แล้วลองดูด้วยว่าเวลาสมัครหอมีโปรโมชั่นอะไร เช่น แนะนำเพื่อนได้ส่วนลด, เงินสด เป็นต้น

 

การเรียนการสอน จะแบ่งคลาสเด็กที่เรียนระหว่าง law กับ business เพราะสไตล์วิธีการเขียน essay นั้นมันมีความต่างกัน อาจารย์จะสอนเน้นวิธีการเขียน Essay ครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่หลักการวางรูปแบบ การใช้คำ รวมไปถึงมีการสอบประเมินอยู่เรื่อย ๆ บอกแล้วว่าจริงจัง ตั้งใจเก็บเกี่ยวทุกอย่างเพราะมันจะช่วยเราตอนเรียนและเขียน essay ส่งงานจริง ๆ

 

สำหรับการเดินทาง จะมีรถ PR2 เพื่อเดินทางเข้าเมืองหรือไปเรียน สถานที่เรียนจะอยู่ใกล้กับ English Language Centre
*รถบัส PR2 จะวิ่งผ่านเมือง Durham ไปสุดสายที่ Howlands Farm ซึ่งใกลกับหอ Ustinov College และป้ายหน้ารถจะเขียนว่า “Howlands’ เป็นจุดหมายปลายทาง 

 

ZEN ร้านอาหารไทยเจ้าเด็ดดดดดด ที่จะทำให้ทุกคนไม่คิดถึงบ้านอีกเลย อาหารอร่อยรสชาติเหมือนกินที่ไทยและเชฟอิมพอร์ตจากไทย เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของนักเรียนไทย เป็นที่ๆเด็กไทยทุกคนต้องไปฝากท้อง อาหารทุกอย่างรสชาตเหมือนไทยเผลอๆ อร่อยกว่ากินที่ไทยอีก เชฟและพี่ ๆ สตาฟที่นี่น่ารักมาก ๆ เมนูประจำของเด็กไทยคือ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยและข้าวกระเพราหมูกรอบ สำหรับเด็กไทยสามารถรีเควสระดับความเผ็ดได้

แนะนำร้านอาหารและคาเฟ่อร่อยๆใน Durham + ที่นั่งอ่านหนังสือ


อาหารไทย

  • ร้าน ZEN บ้านหลังที่สองของนักเรียนไทย เป็นที่ๆเด็กไทยทุกคนต้องไปฝากท้อง อาหารทุกอย่างรสชาติเหมือนไทยเผลอๆอร่อยกว่ากินที่ไทยอีก เชฟและพี่ๆสตาฟที่นี่น่ารักมากๆ เมนูประจำของเด็กไทยคือ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยและข้าวกระเพราหมูกรอบ สำหรับเด็กไทยสามารถรีเควสระดับความเผ็ดได้
  • นอกจาก Zen แล้วในเมืองเดอแรมยังมีร้านอาหารไทยอีกสองร้านคือ THAI RIVER และ NADON THAI ส่วนตัวชอบ Zen มากสุด แต่ก็จะวนๆกินสลับๆร้านกันไปมาบ้างเหมือนกันค่ะ
  • GOLDEN PEARL ร้านไทยเล็กๆสั่งกับข้าวง่ายๆกิน แล้วก็มีขายของชำไทย เราสามารถหาซื้อกะปิ รสดี มาม่าไทย อะไรต่างๆนานาได้ที่นี่ หรือของสดพวกผักของไทย เช่น กระถิน สตอ ผักบุ้งไทย ก็จะมีวนเวียนมาเรื่อยๆ

 

อาหารฝรั่ง

  • Cappacio อาหารอิตาเลียนอร่อย
  • Nando’s ร้านไก่ย่างยอดฮิตเมนูโปรดของเราคือไก่ย่างและตับไก่คือดีงาม
  • Fat hippo เป็นพวกเบอร์เกอร์ เซ็ตตอนกลางวันไม่แพงราคาประมาณ​ 6 ปอนด์เท่านั้นเอง

 

ของหวาน

ร้าน Flatwhite Kitchen! Waffles is the bestttttttt! ถ้าไม่เคยกินสิ่งนี้จะถือว่ามาไม่ถึงเดอแรม เป็นร้านที่มีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน แต่ขอแนะนำของหวานดีกว่า Waffle อร่อยมาก กาแฟก็ดีงามเช่นกัน

ร้าน The Pancake Kitchen ชื่อร้านเป็น pancake แต่หน้าตาจะเป็นเครปสไตล์อังกฤษ มีทั้งแบบคาวและหวาน อร่อยหมด!

*ร้านที่นักศึกษาชอบมานั่งอ่านหนังสือและเขียนงาน ก็คงหนีไม่พ้น Starbucks ทั้ง 2 สาขา

และร้าน Esquire ร้านนี้ ที่ชั้น 2 สามารถนั่งอ่านหนังสือหรือเขียนงานได้ สงบมากๆ ชั้นสองนี้ก็จะเป็นที่สิงสถิตย์ของพวกเรานี่เอง

หาข้อมูลเรียนต่อมหาวิทยาลัย Durham ต้องมาที่ Mango เลย รู้ลึกรู้จริงเรื่อง Durham โทร 02-129-3313 หรือไลน์ @mangolearning