9 สายงานด้านไอทีสุดฮิตและสาขาที่น่าเรียนต่อ!


 

ในโลกที่เปลี่ยนไป เราก็ได้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ทำให้งานต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมากเลยค่ะ สำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังแพลนจะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในด้านที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี พี่แมงโก้ได้รวบรวมงานด้าน IT สุดฮอต เงินเดือนปังๆ มาให้น้องๆ ช่วยตัดสินใจว่าอยากเรียนด้านไหนกันนะคะ 

ถ้าอยากรู้แล้วว่าทำงานด้านไหนเงินเดือนเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูกันเลยดีกว่า~! 

9 อันดับงานไอทีเงินเดือนดี๊ดีของตลาดงาน

 

1.Programmer & Developer 

ถือว่าเป็นอาชีพมาแรงอันดับหนึ่งเลยค่ะ เพราะทุกวันนี้เราต้องใช้แอพพลิเคชันและเว็บไซต์มากมายกับ Smart device ที่เรามี งานในสายนี้จึงมีความต้องการสูงมาก รวมไปถึงค่าตอบแทนที่สูงเช่นกันค่ะ 

เงินเดือนโดยประมาณ: 25,000 – 135,000 บาทต่อเดือน ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน

2. Data Science 

สายงานนี้เกี่ยวกับการเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อนำไปทำแผนการตลาดที่แม่นยำ อาชีพในสายงานนี้ได้แก่: Data Scientist, Data Analyst, Business Intelligence, Artificial Intelligence Engineer และ Machine Learning Engineer ค่ะ 

เงินเดือนโดยประมาณ: 30,000 – 180,000 บาทต่อเดือน ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน 

3.งานในสาย Infrastructure 

งานที่เกี่ยวกับการวางแผนระบบเครื่อข่ายพื้นฐาน ต้องใช้ทั้งทักษะของด้าน Hardware และ Software อาชีพต่างๆ ในสายงานนี้คือ: Infrastructure Manager, Network Engineer, System Engineer, Network Administrator และ System Administrator 

เงินเดือนโดยประมาณ: 28,000 – 150,000 บาท ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน 

4. E-Commerce & Digital Marketing 

ต้องยอมรับว่าสื่อออนไลน์เข้าถึงคนมากกว่าสื่อออฟไลน์แล้วในช่วงนี้ การหันมาใช้สื่อออนไลน์เช่น social media ต่างๆ ก็มีความสำคัญมากขึ้น ช่วยสร้างโอกาสให้กับธุรกิจมากยิ่งขึ้น งานในสายงานนี้: Online/Digital Marketing, Content Manager/Specialist, SEO/SEM, Web/Graphic Designer, Web Master และ E-Commerce Front/Back End Developer (Web/Mobile) 

เงินเดือนโดยประมาณ: 26,000 – 90,000 บาทต่อเดือน ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน 

5. ERP / SAP 

ระบบ ERP ถูกจัดตั้งมาเพื่อการทำให้ธุรกิจสามารถดึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องมากที่สุด อาชีพในสายงานนี้ก็มีหลากหลายเช่นกัน เช่น: SAP/Oracle Functional Consultant, SAP/ERP Analyst, ERP Consultant, ERP Implementation Specialist และ ERP Support & Admin 

เงินเดือนโดยประมาณ: 30,000 – 220,000 บาทต่อเดือน ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน 

6. Database Management 

การดูแลข้อมูลถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพื่อสนับสนุนระบบต่างๆ ทำให้ข้อมูลใช้ได้อย่างไร้ปัญหา 

เงินเดือนโดยประมาณ: 28,000 – 105,000 บาทต่อเดือน

7. IT Management & Project Management 

การดูและระบบ IT และโปรเจ็คก็เป็นอีกสายอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในยุคนี้อยู่เหมือนกันนะคะ และเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย 

เงินเดือนประมาณ: 38,000 – 150,000 บาทต่อเดือน ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน 

8. Cyber Security 

เป็นสายงานที่มีความสำคัญมาก เพราะในโลก cyber ต้องการคงามปลอดภัยที่มาพร้อมกับความมั่นใจว่าระบบต่างๆ จะไม่มีช่องโหว่เลยค่ะ 

เงินเดือนประมาณ: 65,000 – 200,000 บาทต่อเดือน ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน 

9. IT Support 

สาย support ที่เกี่ยวกับเรื่องไอทีต่างๆ ทั้งในบริษัทต่างๆ ก็กำลังต้องการคนทำหน้าที่นี้ 

เงินเดือนโดยประมาณ: 18,700 – 55,000 บาทต่อเดือน ** ขึ้นอยู่กับที่ทำงาน 

รู้จักกับสายงานด้าน IT ที่เป็นที่ต้องการของตลาดงานกันแล้ว พี่แมงโก้ได้เลือกมา 3 สาขาสุดฮิตเพื่อจะมาแนะนำมหาวิทยาลัยให้น้องๆ ได้รู้จักมากขึ้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วยนะ เรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง! 

 

Data Science 

 

  1. University of Edinburgh – มหาวิทยาลัยโด่งดังที่ใครๆ ก็หมายปอง! บอกได้เลยว่าสาขา Data Science ของ Edinburgh มีคนสมัครเยอะมากๆ ประมาณ 10,000 application เลยนะ แต่จริงๆ มีคนเข้าได้น้อยมากเพราะถือว่ามหาวิทยาลัยนี้เป็นตัวท้อปเลย ในเรื่องของสาขา Data Science ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วยูโรป และนักศึกษาในสาขานี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนยูโรปค่ะ หากจบจากสาขานี้ที่ University of Edinburgh หางานสบายอย่างแน่นอน! 
  2. University of Exeter – หากใครที่สนใจเรียนเป็นแนวที่มีทั้ง Data Science และ Business Management ด้วยก็ต้องเป็นมหาวิทยาลัยนี้เลย! เพราะหลักสูตรของที่นี่ได้รวมทั้งสองอย่างไว้ด้วยกันอย่างดี มี facilities ต่างๆ ที่ช่วยในการเรียน และอาจารย์ก็ได้คุณภาพมากๆ เลยนะ ทางมหาวิทยาลัยเลือกมาแต่อาจารย์ที่ดีที่สุดเพื่อการสอนที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนี้ 
  3. University of Essex – รู้กันหรือไม่คะ ว่าทางรัฐบาลของประเทศอังกฤษใช้ข้อมูลจาก University of Essex ด้วยนะ! แค่นี้ก็เห็นแล้วว่าทางมหาวิทยาลัยได้เก็บข้อมูลที่มีคุณภาพอย่างสูง และเป็นที่ทื่เก็บ Big Data ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษเลย ถือว่าเป็นการการันตีการเรียนการสอนที่ดีมากๆ เลยค่ะ 

 

สำหรับสาขา Data Science พี่แมงโก้ได้เลือกมา 3 มหาวิทยาลัยนี้ที่คิดว่ามีชื่อเสียงมากที่สุด และดีที่สุดมาให้น้องๆ ได้เลือกตามใจชอบเลยค่ะ 

 

IT Management & Project Management 

 

  1. Coventry University  (MSc Management of Information System and Technology) – ถ้าให้เลือกหลักสูตรที่ตรงกับ Cyber Security ต้องเป็นหลักสูตรนี้เลย เพราะจะเจาะลึกในเรื่องของไอทีมากๆ ทำให้น้องๆ ได้เข้าใจกับเรื่อง Cyber security อย่างเต็มที่ ในหลักสูตรก็จะมีการสอนเกี่ยวกับ Big Data ต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการให้สอบใบ Certificate ที่มีชื่อเรียกว่า PRINCE2 ทำให้น้องๆ ได้ก้าวหน้าในด้านการงานได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ 
  2. University of Nottingham (MSc Information System and Operating Management) – สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเรียนหลายๆ ด้าย ไม่โฟกัสแค่จุด Cyber security อย่างเดียว พี่แมงโก้ขอแนะนำมหาวิทยาลัยนี้เลย เพราะจะเป็นการสอนที่รอบด้านมากกว่า ทั้งด้านไอที และด้าน Business อีกด้วย เรียนหนึ่งได้ถึงสองเลยนะ!
  3. University of Bristol (MSc Management (Operations & Project Management)) – และอันสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ของมหาวิทยาลัยนี้เหมาะสำหรับน้องๆ ที่แน่นด้าน IT อยู่แล้วแต่อยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับด้าน Project Management ที่ต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจ อย่างเช่นด้าน Finance ต่างๆ และจะเน้นไปในเรื่องของ Project Management 

 

ใครมองว่าคอร์สไหนเหมาะกับตัวเองก็สามารถเลือกได้ตามชอบเลยย ดีทั้ง 3 มหาวิทยาลัยเลยนะคะน้องๆ 

 

Cybersecurity 

 

  1. University of Edinburgh (MSc Cyber Security, Privacy and Trust) – สำหรับการเรียน Cyber Security ใน University of Edinburgh จะเน้นไปที่การมองภาพใหญ่ ให้นักเรียนได้เข้าใจหลักสูตรในมุมกว้าง ทำให้น้องๆ ที่จบไปจากที่นี่สามารถทำงานเป็น CEO ได้อีกด้วยนะ! เพราเป็นหลักสูตรที่ทำให้น้องๆ ได้เข้าใจหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันเลย 
  2. University of Exeter (MSc Cyber Security Analytics) – เน้นทางการ apply เพราะมี partners เยอะเลยจะมี guest lectures ต่างๆ มาสอนในคลาสด้วย ทำให้น้องๆ ได้เห็นมุมมองจากคนที่มีประสบการณ์การทำงานจริงๆ ในเรื่องของ Cyber Security ส่วนหลักสูตรการสอนก็จะเกี่ยวกับ Cyber Security, Business และทางด้านกฏหมาย 
  3. Royal Holloway, University of London (Information Security MSc) – สำหรับหลักสูตร Cyber security ที่ technical สุดๆ ก็จะเป็นของ Royal Holloway ที่อยู่ในเครือ University of London บอกก่อนเลยว่าสาขานี้ของทางมหาวิทยาลัยคือฮิตมากและดังมากๆ เรียนจบจากที่นี่มีงานทำอย่างแน่นอน! เพราะที่นี่จะมีการให้น้องๆ สอบใบ Certificate ของ CISSP ซึ่งหากไปสมัครงานและมีใบนี้จะทำให้น้องๆ ได้งานได้ง่ายขึ้นค่ะ และอาจจะมีผลในการเรียกเงินเดือนที่สูงขึ้นอีกด้วยน้าาา

 

น้องๆ เล็กมหาวิทยาลัยไหน หรือสาขาไหนไว้รึยังคะ? หากยังไม่แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยไหนที่เหมาะกับน้องๆ มาปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยจ้าาา Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 

รีวิว MBA มหาวิทยาลัย Exeter


University of Exeter ตั้งอยู่ในโซน South West ของประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 2.30 ชั่วโมงแต่ถือว่าเป็นเมืองที่อบอุ่นมากๆ เลยค่ะ! และยังเป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ เลย เพราะได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ในประเทศไทยและในระดับโลกอีกด้วย หลักสูตรที่ University of Exeter ก็ได้รับรองเป็น CFA affliate program อีกด้วยนะ! 

ที่ University of Exeter เต็มไปด้วยธรรมชาติรอบตัวเลย แถมยังมีนักศึกษามาเรียนจากหลากหลานประเทศให้น้องๆ ได้แลกเปลี่ยนไอเดีย การได้อยู่กับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายจะช่วยกระตุ้น Innovation creative thinking ด้วยนะ บอกเลยว่าเรียนที่นี่ต้องสนุกและเต็มไปด้วยประสบการณ์อย่างแน่นอนค่ะ 

แล้วการเรียน MBA ล่ะ? เหมาะกับใครกันนะ? หลักสูตร MBA เหมาะสพหรับน้องๆ ที่มีประสบการณืทำงานอย่างน้อยๆ 3-5 ปีค่ะ เพราะเพื่อนๆ ในห้องที่มาจากต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานประมาณ 10 ปี หากน้องๆ มีประสบการณ์การทำงานน้อยมากๆ อาจจะตามเพื่อนๆ ไม่ทัน พี่แมงโก้เลยอยากแนะนำโปรแกรมนี้ให้น้องๆ ที่พอมีประสบการณ์จากการทำงานมาแล้วค่ะ 

น้องๆ คนไหนที่กำลังคิดจะไปเรียนต่อ MBA ที่มหาลัยนี้ เรามาทำความรู้จักเกียวกับที่นี่เพิ่มเติมกันดีกว่า 

  • TEF Gold award ได้รับการการันตีคุณภาพการเรียนการสอนสูงสุด 
  • University of Exeter อยู่ใน Russell Group university และได้อยู่เป็นอันดับที่ 3 เลย
  • มี 3 วิทยาเขต : Streatham, St Luke’s, และ Penryn อยู่ในเมือง Exeter ทั้งหมด 
  • มี Application ชื่อ iExeter ช่วยให้น้องๆ นักศึกษาดูตารางเวลาเรียนและอื่นๆ ง่ายขึ้น

The Exeter MBA อยู่ภายใต้  University of Exeter Business School ซึ่งก็มีตึกเรียนเป็นของตัวเอง เข้าได้แค้เพียงเด็ก MBA เท่านั้นนะคะ เพราะต้องมี Keycard ในการเข้าห้องแต่ละห้อง ในการเรียน MBA ที่มหาลัยนี้จะมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ 

  1. Full time MBA : หรือที่น้องๆ เรียนกันค่ะ เป็นการเรียน MBA แบบนักศึกษาเต็มตัว จะใช้เวลาในการเรียนทั้งหมด 1 ปีด้วยกัน การเรียนการสอนก็จะมีความเข้มข้นตามแบบของ MBA เลยค่ะ 
  2. Executive MBA : ส่วนหลักสูตรนี้จะเป็นการเรียน MBA แบบ part-time ส่วนใหญ่จะเป็นวัยที่ทำงานและบริษัทส่งมาเรียน มีเรียนรวมกับนักศึกษา Full time ด้วย แต่ขึ้นอยู่กับวิชา ส่วนใหญ่จะเรียน Module ละเดือนหรือ 2-3 เดือน จบใน 2-3 ปี เพราะการเรียนแบบ Executive MBA จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าค่ะ แต่จะเป็นสำหรัยคนที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย 

ในคลาสเรียน MBA ที่ University of Exeter จะเป็นคลาสเล็กๆ ประมาณ 30-40 คน เพื่ออาจารย์จะได้ดูแลนักศึกษาทุกคนได้อย่างทั่วถึง และนักศึกษา MBA ต่างชาติส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การทำงานมา 10 ปี แต่น้องๆ ที่เพิ่งทำงาน 3-5 ปีก็สามารเรียน MBA ได้ที่นี่นะคะ

การเรียนการสอนที่ The Exeter MBA 

การเรียนที่ The Exeter MBA จะเป็นการเรียนที่รวมกันไว้หลายแบบ มีทั้งคลาส Lecture และคลาสที่เป็น Presentation ซึ่งค่อนข้างจะเยอะมากๆ ในคลาส Lecture มีอาจารย์สอนเป็นหลัก แต่จะมี Guest speaker ต่างๆ มาให้ความรู้ด้วย เช่นอาจารย์จากมหาลัยอื่นและเจ้าของธุรกิจ (เช่น SAP และ IBM) เพื่อมาเล่าปประสบการณ์ตรงให้น้องๆ ได้ฟังเลยนะ! 

 

การ Presentation เป็นยังไง

พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ หลายคนอาจจะไม่ชินกับการเรียนที่ต้องมีการ Presentation ด้วย แต่ที่ The Exeter MBA เป็นสิ่งที่สำคัญเลยค่ะ เพราะมีการ present งานเยอะมาก นอกจากนั้น อาจารย์ยังอยากให้คนที่พรีเซนต์ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนในห้องด้วย จึงมี tools ต่างๆ ให้น้องๆ ได้ใช้ในการพรีเซนต์ไอเดีย นอกจากนั้นยังมีการ record ไว้ด้วยสำหรับใครที่อยากดูอีกรอบ 

การได้ Present หน้าห้องของ The Exeter MBA จะช่วยให้น้องๆ มีความมั่นใจมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ เพราะในห้องเรียนทุกคนจะ interactive มากๆ ไม่เขินอย่างแน่นอน! 

 

เรียนที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง?  

 * MBA Speaker series: การเรียนที่ The Exeter MBA จะมีสิ่งที่เรียกว่า Speaker series เป็นการให้ guest speakers ที่มีประสบการณ์มากมายมาพูดเพื่อให้ความรู้ใหม่ๆ กับน้องๆ โดยปกติจะมี guest speaker เดือนละครั้ง 

 * Startup weekend: น้องๆ ที่เรียนที่ The Exeter MBA จะได้ pitch idea ใหม่ๆ กับธุรกิจ และได้ลงสนามจริงๆ กับการทำงาน ได้ทำ survey ต่างๆ ทำงานกับคนจริงๆ เลยค่ะ ถือว่าได้ใช้ความรู้นอกห้องเรียนแบบเต็มๆ เลยนะ! 

 * Leadership: ที่นี่จะมีการใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจทีเดียวเลยค่ะ โดยสอนเรื่อง leadership ในการใช้วง Orchestra แต่ไม่มี conductor ให้น้องๆ ได้เข้าใจว่าจะสามารถให้วงเล่นดนตรีอย่างไรโดยไม่มีผู้นำ

 * Consultancy Project: ในเทอมที่ 3 นักศึกษาในหลักสูตรนี้จะได้ลองทำงานจริงๆ เป็น project จบที่น้องๆ ต้องทำงานกับลูกค้าจริงๆ ช่วยแก้ปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอ ทำให้น้องๆ ได้ฝึกไปในตัวเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะมีอาจารย์คอยช่วยให้คำปรึกษาเราอยู่ตลอดเลย 

 

University of Exeter ดียังไง

อย่างที่ได้พูดไปตั้งแต่ต้นแล้ว มหาลัยนี้มีมุมธรรมชาติเยอะมาก น้องๆ เครียดจาการเรียนก็สามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ตามสบายเลย นอกจากนั้น มหาลัยนี้ยังสอนให้คำนึงถึง Sustainable business อีกด้วย 

การเรียนที่นี่ก็เป็นคลาสเล็กๆ ทำให้อาจารย์สามารถดูแลนักศึกษาได้ทั่วถึง ซึ่งอีกข้อดีก็คืออาจารย์ที่สอนแต่ละวิชามีความใส่ใจกับเด็กๆ มาก มีคำถามอะไรคืออาจารย์ยินดีตอบตลอดค่ะ 

นอกจากนั้นยังเป็นอีกหนึ่งมหาลัยที่สามารถขอทุนการศึกษาได้อีกด้วยน้าาาา 

อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม เรามี video ให้น้องๆ ดูเพลินๆ จ้า! มาดูเลย~! 

Review The Exeter MBA แบบสุด Exclusive >> click to watch

Insight ของน้องๆ นักเรียน MBA ที่ Exeter >> click to watch

น้องๆ คนไหนที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมทักมาถามพี่ๆ แมงโก้ได้เลย! เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนั้นจ้าา โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning 

รีวิว เรียนต่อ Finance ที่มหาวิทยาลัย Exeter


University of Exeter ตั้งอยู่ในโซน South West ของประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 2.30 ชั่วโมงแต่ถือว่าเป็นเมืองที่อบอุ่นมากๆ เลยค่ะ! และยังเป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของสาขา Finance มากๆ เลย เพราะได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ในประเทศไทยและในระดับโลกอีกด้วย หลักสูตรที่ University of Exeter ก็ได้รับรองเป็น CFA affliate program อีกด้วยนะ! 

น้องๆ คนไหนที่กำลังคิดจะไปเรียนต่อที่มหาลัยนี้ในสาขา Finance เรามาทำความรู้จักเกียวกับที่นี่เพิ่มเติมกันดีกว่า 

  • TEF Gold award ได้รับการการันตีคุณภาพการเรียนการสอนสูงสุด 
  • University of Exeter อยู่ใน Russell Group university และได้อยู่เป็นอันดับที่ 3 เลย
  • มี 3 วิทยาเขต : Streatham, St Luke’s, และ Penryn อยู่ในเมือง Exeter ทั้งหมด 
  • มี Application ชื่อ iExeter ช่วยให้น้องๆ นักศึกษาดูตารางเวลาเรียนและอื่นๆ ง่ายขึ้น 

รู้จักเรื่องทั่วไปของมหาลัยนี้แล้ว เรามาพูดถึงเรื่อง การเรียนสาขา Finance ที่ University of Exeter กันดีกว่า! นักศึกษาที่เรียนสาขา Finance จะมีตึกเรียนแยก มีชื่อว่าตึก Xfi เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาได้โดยเงินบริจาคจาก alumni ต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในสายงาน Finance แต่ไม่ประสงค์ออกนาม แค่นี้ก็เท่ไม่เบาแล้วนะคะ 

(Xfi Building)

ส่วนในเรื่องของหลักสูตร ที่มหาลัย Exeter นั้นมีตั้งแต่ Accounting and Finance, Finance and Management, Finance and Investment, Finance and Marketing ไปถึง Finance Analysis and Fund Management เลยย อีกสิ่งที่ทำให้มหาลัยนี้น่าสนใจมากๆ คือน้องๆ ที่อยากได้ CFA จะได้รับการเทรนจาก professional CFA trainer และเมื่อน้องๆ จบหลักสูตรจะได้สอบ CFA level 1 อีกด้วยค่ะ เนื่องจากว่า University of Exeter เป็น partner กับ CFA 

หลักสูตรสาขา Finance ที่มีเปิดสอนที่ University of Exeter 

  • MSc Financial Analysis and Fund Management 
  • MSc Finance and Investment 
  • MSc Finance and Marketing 
  • MSc Finance and Management 
  • MSc Financial Technology (Fintech)
  • MSc Money, Banking and Finance 
  • MSc Financial Economics
  • MSc Financial Mathematics

การเรียน Finance ที่ University of Exeter เป็นยังไง

ก่อนอื่นเลย ต้องแบ่งการเรียน Finance ที่ University of Exeter เป็น 2 Module คือมีการเรียนแบบ 9 เดือน และ 12 เดือน 

 

Module 9 เดือน : การเรียนแบบ 9 เดือนใช้ระยะเวลาสั้นกว่า เรียนจบเร็วกว่าและไม่มีการทำ Disseration ปีการศึกษาจะถูกแบ่งออกเป็น 2 เทอม สามารถเลือกได้ว่าในแต่ละเทอมน้องๆ จะเรียนกี่ตัว  วิชาที่เรียนทั้งหมดคือ 12 วิชาด้วยกัน  

โดยปกตินักศึกษาที่เรียน 9 เดือนจะเลือกเป็นเทอมแรก 5 วิชา ส่วนเทอมที่ 2 จะเป็นอีก 7 วิชาที่เหลือ แต่น้องๆ สามารถเลือกเป็นเทอมละ 6 วิชาได้เหมือนกันนะคะ เป็นการเรียนที่ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว ถือว่าต้องขยันมากๆ เพราะน้องๆ จะมีเวลาในการเตรียมตัวค่อนข้างน้อย แต่พี่แมงโก้เชื่อว่าไม่ใช่อะไรที่ยากเกินไปค่ะ น้องๆ ที่ตั้งใจเรียนได้อยู่แล้ว

Module 12 เดือน : เป็นการเรียนแบบเต็มปี จะต่างกับการเรียนแบบ 9 เดือนเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ ในการเรียน 13 เดือน น้องๆ จะได้เรียนทั้งหมด 3 เทอม เทอมที่ 3 จะเป็นเวลาที่น้องๆ จะได้ทำ Dissertation ค่ะ วิชาทั้งหมดในการเรียน 12 เดือนที่น้องๆ จะต้องเรียนมีแค่ 9 วิชาเท่านั้น เลือกเรียนได้เลยว่าเทอมไหนจะเรียนกี่ตัว ข้อดีของการเรียน 12 เดือนคือน้องๆ จะมีเวลาเพิ่มขึ้นในการเรียน ไม่เรียนโหดเท่า 9 เดือนค่ะ แต่ยังไงก็ต้องจัดการเวลาให้ดีนะคะ เพราะทั้งสองแบบมี Reading material ที่ต้องการการเตรียมตัวเยอะเหมือนกันค่ะ 

** Note: การเรียนทั้ง 2 Module มี requirement ว่าน้องๆ จะต้องเรียนให้ครบ 180 credits ถึงจะจบได้ค่ะ

ที่ University of Exeter ส่วนใหญ่จะเรียนเกือยทุกวัน โดยเฉพาะน้องๆ ที่เรียน Module แบบ 9 เดือน และการจัดสรรเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยทีเดียวค่ะ 

นอกจากในห้องเรียนแล้ว ทางมหาลัยยังมี material ต่างๆ ให้น้องๆ ได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย เพราะจะมี textbook, structure และ tutorial class ที่น้องๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้นอกจากคลาสเรียน บอกเลยว่าถ้าน้องๆ ขยันจะได้กอบโกยความรู้ได้เยอะมากๆ เลยค่ะ! 

แล้วการเรียนในห้องเรียนล่ะ? 

การเรียนการสอนในห้องเรียนจะต่างกันไปในสาขาที่น้องๆ เลือกค่ะ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นเป็นการพูดคุย มีการ discuss กันเกิดขึ้นเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความคิด และสอนการทำงานเป็นกลุ่ม 

จากน้องๆ แมงโก้ที่เคยไปเรียน Finance and Marketing ที่มหาลัยนี้ได้แชร์มาให้พี่ๆ ฟังคือ วิชาสาย Finance จะเป็นการสอบ 100% เลยค่ะ ส่วนวิชาฝั่ง Marketing ส่วนใหญ่จะเป็นการทำ Assignment หรือ Group work แล้วแต่อาจารย์จะให้ สามารถเลือกวิชาเรียนได้ค่ะ 

 

Dissertation เป็นยังไงบ้าง

ในส่วนของน้องๆ ที่เรียน Module 12 เดือน จะมีเวลาของทั้งหมดของเทอม 3 ในการทำ Dissertation โดยจะมีการกำหนดหัวข้อและสามารถพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาได้ จะต้องเขียน Dissertation อยู่ที่ประมาณ 7,000 – 10,000 คำ

ใครอ่านแล้วยังมีข้อสงสัยอยู่ เรามี Podcast จากน้องๆ ที่จบ Finance จาก University of Exeter มาให้ฟังด้วยน้าาา >> click to listen 

ส่วนใครอยากเห็นว่ารอบๆ มหาลัยเป็นยังไง ชีวิตการเรียนที่ University of Exeter จะเป็นแบบไหน มาดู vdo นี้ได้เลย~! >> click to watch

การเรียน Finance ที่ University of Exeter อาจจะฟังดูน่ากลัวแต่จริงๆ แล้วน้องๆ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะอาจารย์ที่มหาลัยน่ารักกันมากๆ ทุกคนเข้าใจว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรกของเรา เวลาถามอะไร อาจารย์จะยินดีให้คำตอบเสมอ แถมยังมีสื่อการเรียนมากมายนอกห้องเรียน สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดเลยค่ะ นอกจากนั้น ในห้องเรียนเวลาต้องทำงานกลุ่ม อาจารย์จะเป็นคนจับกลุ่มให้ ทำให้เราได้ทำงานกับเพื่อนต่างชาติมากขึ้น เป็นการที่น้องๆ จะได้ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษในแนว Academic อีกด้วยนะ และยังได้แลกเปลี่ยนกับมุมมองของคนชาติอื่นด้วยค่ะ 

ทื่ University of Exeter ถือเป็นมหาลัยที่น่าสนใจมาก โด่งดังในเรื่อง Finance และเป็นเมืองที่สงบ เหมาะกับการเรียนหนังสือมากๆ ค่ะ หากน้องๆ คนไหนสนใจไปเรียนต่อที่นี่ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

ค่าครองชีพที่อังกฤษต่อเดือน


 

เคยสงสัยกันบ้างรึเปล่าว่าค่าครองชีพในแต่ละเมืองของอังกฤษตกอยู่ที่เดือนละประมาณเท่าไหร่….? วันนี้พี่แมงโก้ได้รวบรวม 5 เมืองสุดฮิตสำหัรบนักเรียนไทยในการไปเรียนต่อป. โทมาให้น้องๆ ดูว่าแต่ละอย่างตกเดือนละเท่าไหร่ 

โดยเมืองที่พี่แมงโก้เลือกมามีเมืองที่มี Top Universities อยู่ด้วย ได้แก่เมือง London, Durham, Nottingham, Exeter, Coventry และ Bristol จ้าา  อาจจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการเลือกมหาลัยและเมืองของน้องๆ ได้เลยนะคะ 

พี่แมงโก้ได้แยกมาเป็น 5 หมวดหมู่ได้แก่: ค่าเช่า Apartment, Utility bills, Meal, Monthly transportation และก็สิ่งที่ขาดไม่ได้ Local beer ของประเทศอังกฤษค่าาา ถ้าอยากรู้แล้วว่าแต่ละที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างไรต่อเดือน ตามมาอ่านเลยจ้าา 

 

Apartment (Rent per month) : 1 Bedroom in City Centre 

London: 1,717.44 £

Durham: 650 £

Nottingham: 610.26 £

Exeter: 699.17 £

Coventry: 655.45 £

Bristol: 924.60 £

 

Utility bill (ค่าใช้จ่ายทั่วไปเช่นค่าน้ำค่าไฟ) 

London: 172.50 £ 

Durham: 235.83 £ 

Nottingham: 156.66 £ 

Exeter: 155 £ 

Coventry: 181.40 £ 

Bristol: 201.59 £ 

 

Transport (Monthly pass) 

London: 150 £ 

Durham: 55.11 £

Nottingham: 55.50 £

Exeter: 65 £ 

Coventry: 50.90 £ 

Bristol: 70 £ 

 

Meal ที่ร้านอาหารที่ไม่แพงมากต่อ 1 มื้อ 

London: 15 £

Durham: 11 £

Nottingham: 12 £ 

Exeter: 15 £

Coventry: 10 £ 

Bristol: 15 £

 

Local beer (0.5 litre bottle) 

London: 1.98 £ 

Durham: 1.68 £ 

Nottingham: 1.86 £ 

Exeter: 1.81 £ 

Coventry: 1.31 £ 

Bristol: 1.93 £ 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.numbeo.com/cost-of-living/ 

จากที่เห็นจากตัวเลข การใช้ชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอนจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเมืองอื่นอยู่เล็กน้อยค่ะ แต่ใดๆ ก็ขึ้นอยู่กับ Lifestyle ของน้องๆ นะคะ และการจัดการการใช้เงินของเรา แถมน้องๆ ที่ไปเรียนต่อป.โทที่อังกฤษยังสามารถทำงาน Part-time ได้ด้วยนะ แต่ทำได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 20 ชม. เท่านั้นนะจ้ะ 

ใครทำกำลังแพลนไปเรียนต่อและอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่ามหาลัยไหนหรือเมืองไหนที่เหมาะกับเรา เข้ามาคุบกับพี่แมงโก้ได้เลยนะ ปรึกษาฟรี! ทุกขั้นตอนเลย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808

รวม 6 เมืองในอังกฤษที่ค่าครองชีพเป็นมิตรสำหรับนักศึกษา!


 

เรียนต่ออังกฤษแบบประหยัด ไปอยู่เมืองไหนดีน้าา?

วันนี้พี่แมงโก้รวบรวม 6 เมืองในอังกฤษที่ค่าครองชีพถูกสุดๆ สำหรับน้องๆ นักศึกษา แถมมหาลัยในเมืองต่างๆ ที่เป็นมหาลัย Top ranked อีกด้วยนะ! เมืองที่ค่าครองชีพแสนถูกมีอะไรบ้าง? มาดูเลยดีกว่า~!

 

1. Nottingham – ที่ตั้งของมหาลัย University of Nottingham เป็นเมืองที่มีสีสัน แถมยังเป็น The best night life city ในอังกฤษอีกด้วยน้าา บอกเลยว่าขาปาร์ตี้ต้องรักเมืองนี้

2. Durham – Durham University เป็นอีกหนึ่งมหาลัยที่หลายๆ คนหมายปอง บอกเลยว่า Durham เป็นเมืองที่น่ารักมากๆ ขนาดไม่ใหญ่มากและเงียบสงบ แถมค่าครองชีพในเมืองยังไม่แพงมากอีด้วย

3. Newcastle – ที่ตั้งของมหาลัยโด่งดังอย่าง Newcastle University เป็นเมืองที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่มีทุกอย่างพร้อม น้องๆ ไม่ต้องกลัวเหงาเลยเพราะในเมืองมีที่ให้เที่ยวอย่างแน่นอน และไม่แพงเท่าในลอนดอนอีกด้วยนะ

4. Exeter – เมืองของ University of Exeter เป็นเมืองขนาดกลางที่เหทาะสำหรับน้องๆ ที่อยากหนีความวุ่นวานของเมืองใหญ่ เพราะ Exeter เป็นเมืองที่มีนักศึกษาอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ ของต่างๆ ในการใช้ชีวิตเลยไม่แพงมาก

5. Bristol – เมืองแห่งเทศกาลอย่าง Bristol มีมหาลัย Russell Group อย่าง University of Bristol ตั้งอยู่ด้วยนะ! อีกมหาลัยนึงที่น่าสนใจมากๆ ที่ตั้งอยู่ในเมืองนี้เช่นกันคือ University of the West of England อีกด้วยย! Bristol เป็นเมืองที่มีศิลปะ street art อยู่มากมาย เพราะเป็นบ้านเกิดของ Banksy ไม่แพงแถมยังน่าเที่ยวอีกด้วย

6. Kent – ตั้งอยู่ในเมือง Canterbury และยังเป็นที่ตั้งของ University of Kent ด้วยนะ! บอกเลยว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่แสนน่ารัก ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็สวย อบอุ่นไปหมด ค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วยย

ข้อมูลอ้างอิง: https://www.totallymoney.com/content/best-university/

น้องๆ ที่อยากไปเรียนต่ออังกฤษแต่ยังไม่แน่ใจว่าไปที่ไหนดี พี่แมงโก้ยินดีพร้อมให้คำปรึกษาแบบฟรีๆ เลยย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808

รีวิว มหาวิทยาลัย Exeter มหาวิทยาลัย Top 10 in UK : University of Exeter


มหาวิทยาลัย Exeter ตั้งอยู่ในโซน South West ของประเทศอังกฤษ การเดินทางมายังที่นี่สะดวกสบายมากค่ะ เนื่องจากเมืองนี้อยู่ห่างจากลอนดอน (Paddington) โดยรถไฟ ประมาณ 2.30 ชั่วโมง โดยสามารถลงรถไฟได้ที่สถานี Exeter St. Davids หลังจากนั้นจะเลือกนั่งรถบัส หรือจะเรียก Taxi สนนราคาตามมิเตอร์อยู่ที่ประมาณ 6 ปอนด์ค่ะ แคมปัสของ University of Exeter นั้นยิ่งใหญ่มาก และอยู่บนวิวเนินเขา ที่สามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองได้ ประวัติของที่นี่เริ่มต้นมาจากครอบครัวเศรษฐีชาวอังกฤษครอบครัวนึงได้บริจาคที่ดินทั้งหมดให้เป็นมหาวิทยาลัยโดยมีข้อแม้อยู่ว่า หากว่ามหาวิทยาลัยจะสร้างตึกเพิ่มส่วนไหนต้องทำเรื่องขออนุญาตคนในครอบครัวนี้ก่อนจนถึงทุกวันนี้ค่ะ มหาวิทยาลัย Exeter ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ


  • TEF Gold award การันตีคุณภาพการเรียนการสอนสูงสุด

  • เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 3 ในกลุ่มมหาวิทยาลัย Russell Group University

  • ที่ตั้งมหาวิทยาลัยอยู่ทางตอนใต้และห่างจากลอนดอนเพียงสองชั่วโมงโดยรถไฟ

  • เมือง Exeter มีร้านอาหารไทย 4 ร้าน รวมถึงร้าน Asian Supermarket รวมถึงร้านกาแฟและคาเฟ่มากมาย


สิ่งที่เห็นแปลกตาสำหรับที่มหาวิทยาลัย Exeter นี้คือต้นไม้ค่ะ คือมีต้นไม้สวยงามและพันธุ์ไม้ที่แปลกตาเยอะมาก นั่นก็เพราะเจ้าของที่ดินนั้นรู้จักกับ Kew Garden ที่ London จึงนำต้นไม้ต่างๆ จาก Kew Garden มาปลูกที่นี่ด้วย ส่วนตัวบ้านของครอบครัวนี้ปัจจุบันนี้ก็ยังคงใช้ประโยชน์เพื่อเป็นห้องประชุม และเป็นร้านอาหารสุดเก๋อยู่ค่ะ โดยมีสวนดอกไม้และต้นไม้รอบบ้าน ที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักศึกษาที่นี่แบบที่น่าอิจฉาสุดๆไปเลย สำหรับตัวพี่แมงโก้คิดว่าจุดเด่นของมหาวิทยาลัยแห่งนี้คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัย รวมถึงระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่และความเป็นธรรมชาติ Exeter มีห้องสมุดที่ใหญ่และทันสมัยมากๆ มี Sport facilities ที่ลงทุนไปกว่า 11 ล้านปอนด์ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทกอล์ฟ รักบี้ เทนนิส แบดมินตัน คริกเกต ว่ายน้ำ หรือจะเป็นฟิตเนส เล่นเวท เต้นแอโรบิก ที่ Exeter นี้มีให้น้องๆหมดทุกอย่าง

คณะที่โดดเด่นก็คงจะหนีไม่พ้น Business School โดย Exeter นั้นมีตึกเรียนแยกต่างหากสำหรับนักเรียนสาย Finance ชื่อตึก Xfi โดยได้รับเงินบริจาคจากศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จในสายงาน Finance (และไม่ประสงค์ออกนาม) โดยหลักสูตร Finance ของ Exeter University นั้นมีตั้งแต่ Accounting and Finance, Finance and Management, Finance and Investment, Finance and Marketing จนถึง Finance Analysis and Fund Management ซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่เลยเพราะน้องๆสายไฟแนนซ์ที่อยากได้ CFA จะได้รับการเทรนจาก professional CFA trainer และเมื่อจบหลักสูตรน้องๆจะได้สอบ CFA level 1 ไปพร้อมกันเลยค่ะ ที่สำคัญ University of Exeter เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เป็น partner กับ CFA หรือที่เรียกว่า CFA Affiliate Program อีกด้วย

อีกหลักสูตรที่น่าสนใจอีกคอร์สหนึ่งนั่นก็คือ Finance and Marketing ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Finance และ Marketing ซึ่งที่ Exeter ได้เลือกหลักสูตรที่เป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัยสองวิชามารวมกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้หลักสูตร MBA ก็เป็นหลักสูตรที่โดดเด่นของที่นี่ เพราะหลักสูตรนั้นเน้นการนำไปใช้ได้จริงแถมยังมีความทันสมัยมากกกก วิชาน่าเรียนมากมายไม่ว่าจะเป็น Strategy, Leadership, Igniting Change in Business โดยเฉพาะวิชา Practical Insights into Data Analytics ซึ่งหาที่ MBA ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว โดยหลักสูตร MBA จะเปิดเทอมก่อนเพื่อปรับพื้นฐานทั้งด้าน academic และ soft skills และที่สำคัญคือมีกิจกรรมเยอะมาก ทั้ง Startup Week ร่วมกับ MBA ต่างมหาวิทยาลัย มีทั้งการพา MBA ทั้งคลาสมาที่ London เพื่อให้พบปะกับศิษย์เก่าและบริษัทในลอนดอนเพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานหลังจากเรียนจบอีกด้วย

อีกหลักสูตรที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันคือ International Relations ที่สอนโดยอาจารย์ผู้มีคุณวุฒิและ ranking ของตัวโปรแกรมก็อยู่ในอันดับที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ

สำหรับน้องๆที่สนใจทำงาน Law firm หลักสูตร LLM ของ Exeter University นั้นมีให้เลือกหลากหลายมาก โดยแอบกระซิบว่ามหาวิทยาลัยนั้นลงทุนในการซื้อตัวอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในด้านต่างๆมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศอังกฤษไม่ว่าจะเป็น Durham หรือ Southampton โดย facility และหลักสูตร ของมหาลัยนั้นก็พร้อมจะฝึกฝนน้องๆให้พร้อมแก่การทำงานในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นห้อง Moot court และ Board room เสมือนจริงที่นักศึกษาจะได้ฝึกวิเคราะห์และพรีเซ้นต์เคสทางกฏหมายในกรณีต่างๆ โดยมีอาจารย์คอยให้คำแนะนำและ Feedback เพื่อการปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไป นอกจากนี้ นักศึกษายังจะได้ consult ให้กับ local business โดยมีอาจารย์คอยให้คำแนะนำเช่นกัน

สำหรับความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตในเมือง Exeter นั้นเด็กฝรั่งใช้คำว่า ไม่คิดว่าจะมีใครที่มาที่นี่แล้วไม่แฮปปี้ เพราะ Exeter เป็นเมืองน่ารักที่ออกจะดูหรูหรา และมีความชิคๆตามสไตล์เมืองมหาลัย และคนทางตอนใต้ก็เป็นคนที่ยิ้มแย้มและจิตใจดี ทำให้เมืองแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นเมืองมหาวิทยาลัยนอกจากนี้ Exeter ยังไม่ไกลจาก London มาก สามารถไปเช้าเย็นกลับได้โดยสะดวก ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความนิยมทั้งจากคนอังกฤษและเด็กไทยนี่แหล่ะค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรได้ที่ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย Exeter ได้ที่โทร 085-144-8808 หรือทางไลน์ @Mangolearning

ติดตามชีวิตน้องๆนักเรียนที่ Exeter ได้ที่ช่อง Youtube ของ Mangolearningexpress ได้เลย

ทางลัดเรียนป.ตรีอังกฤษ ที่ใครๆก็ไปเรียนได้


undergrad-uk

ไม่ว่าตอนนี้น้องๆ จะกำลังเรียน High School อยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ตาม แต่มีเป้าหมายว่าอยากเข้าเรียนปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ มาทางนี้ได้เลย เพราะที่อังกฤษมีหลักสูตรที่เรียกว่า Foundation Pathway เป็นทางเลือกที่คล้ายๆทางลัด ให้กับเด็กที่กำลังเรียน High School ทั่วโลก ได้เข้ามาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในระดับปริญญาตรีได้เลย

Foundation Pathway คืออะไร

หลักสูตร Foundation คือ หลักสูตร 1 ปี ที่จะเป็นการเรียนปรับพื้นฐานให้กับนักเรียนก่อนที่จะเข้าไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรี แต่ก่อนที่น้องๆจะเริ่มเรียน Foundation น้องๆจะได้เลือก Pathways หรือ กลุ่มคณะที่เราต้องการจะเรียนต่อตอนป.ตรีก่อน เช่น ถ้าน้องๆตั้งจะใจเรียนหลักสูตร Management ตอนปริญญาตรี น้องๆก็จะต้องเลือกเรียน Pathway ที่เป็นสาย Business หรือถ้าเป็นเด็กสายวิทย์ที่อยากเรียนต่อป.ตรีด้าน Chemical Engineering ก็สามารถเลือกเรียน Engineering Pathway ได้เลย ซึ่งใน 1 ปีนี้ นอกจากจะได้ปรับพื้นฐานทางด้านภาษาสำหรับนักเรียนต่างชาติแล้ว ยังเป็นการเรียนการสอนที่อิงกับหลักสูตรป.ตรีที่เราจะไปต่อ ก็ Pathways ต่างๆที่พี่แมงโก้เล่าไปแล้วด้านบนนั้นแหละค่ะ และหลักสูตร Foundation ยังจะสอนให้น้องๆเรียนแบบเด็กมหาวิทยาลัย มี Coursework ให้ทำ เน้นแนว research และนำมาปฏิบัติจริง เป็นการเตรียมความพร้อมจากชีวิตเด็กนักเรียนมัธยมไปสู่การเป็นเด็กมหาลัยอย่างแท้จริง

แล้วหลักสูตร Foundation เป็นทางลัดยังไงล่ะ

เพราะว่าหลักสูตรปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ ใช้เวลาเรียนเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ถ้าเป็นน้องๆโรงเรียนไทย สามารถไปเรียนต่อ Foundation ได้ตั้งแต่จบ ม.5 ส่วนน้องๆเด็กอินเตอร์ทั้งหลาย ก็สามารถไปได้ตั้งแต่จบ Year 11 หรือมีคะแนน GCSE หรือ IGCSE ก็สามารถเข้าเรียนหลักสูตร Foundation ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเรียน A-Level หรือ Year 12-13 อีก 2 ปี เท่ากับน้องๆสามารถประหยัดเวลาไปได้อย่างต่ำๆก็คนละ 1 ปี เลยนะคะ

นอกจากนี้ยังเป็นทางลัดให้น้องๆได้เข้าเรียนในมหาลัยมีชื่อในอังกฤษ โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงลุ้นยื่นคะแนน UCAS ซึ่งน้องๆจะต้องแข่งขันกับเด็กจากทั่วโลกที่ยื่นคะแนนผ่านระบบนี้ ซึ่งทำให้โอกาสที่จะได้เรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เราอยากเข้าผ่านระบบ UCAS มีโอกาสน้อยกว่า ยื่นคะแนนสมัครเข้าโปรแกรม Foundation ในมหาลัยนั้นๆโดยตรงเลย เรียกได้ว่าคู่แข่งน้อยกว่าหลายเท่าตัว แถมยังมีโอกาสได้เรียนรู้ระบบการเรียนการสอนในมหาลัยก่อนเพื่อนๆที่เข้าผ่าน UCAS และยังจะได้ใช้ Facilities ต่างๆของมหาลัยเหมือนเป็นนักศึกษาของมหาลัยนั้นๆด้วย อาจจะพูดได้ว่า เราจะได้โตเร็วกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกัน 1 ปีเลยทีเดียวนะคะ

แม้ว่าจะไม่ได้มีทุกมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตร Foundation แต่ก็มีมหาวิทยาลัยดังๆหลายที่เปิดหลักสูตรนี้อยู่นะ เช่น Durham University, University of Bristol 2 มหาวิทยาลัยที่คนอังกฤษมองว่าถ้าเข้า Oxford Cambridge ไม่ได้ก็ต้องมาที่นี่ ดังนั้นความเข้ายากเมื่อยื่นผ่าน UCAS จะมีสูงมากๆ แต่ถ้าสมัครผ่าน Foundation มีโอกาสมากกว่า และยังไม่ต้องรอลุ้น UCAS อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี University of Exeter, Lancaster University และมหาลัยชื่อดังอื่นๆอีกมากมายที่เปิดสอนหลักสูตร Foundation ถ้าน้องๆคนไหนสนใจ หรืออยากรู้ว่ามีมหาลัยที่เราเล็งไว้เปิดสอน Foundation รึป่าว ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลย พี่แมงโก้พาน้องๆถึงฝั่งฝันมาหลายคนแล้วค่า

รีวิวหลักสูตร Business School ของมหาวิทยาลัย Exeter


รีวิวหลักสูตร Business School ของมหาวิทยาลัย Exeter

University of Exeter นับได้ว่าเป็น Business School ระดับท็อปของอังกฤษ เพราะได้รับการจัด Ranking ในแต่ละสาขาให้อยู่ใน Top 10 มาโดยตลอด อย่างเช่น Marketing ล่าสุดเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ 3 ของหลักสูตร Marketing ที่ดีที่สุดในอังกฤษ หรือจะเป็นด้านไฟแนนซ์ ด้วยหลักสูตร MSc Finance Analysis and Investment Management ที่เป็น CFA affiliate program ซึ่งตรงกับ module ของ CFA Exam ถึง 70% แถมยังมีติว CFA ให้อีกด้วย

อีกสาขาที่โด่งดังไม่แพ้กันคือด้าน Management ซึ่งมีหลักสูตร MBA และ MSc Management ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Flagship Programme ของที่นี่ก็ทำอันดับได้ดีตลอด และยังมีทางเลือกที่สามารถทำ consulting หรือ internship ได้อีกด้วย

3 เหตุผลที่ทำให้ University of Exeter เป็นที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร

  1. Russel Group University มหาวิทยาลัย Exeter เป็นหนึ่งใน Top ของมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russel Group University ซึ่งโดดเด่นเรื่องของคุณภาพงานวิจัย
  2. Triple accreditation เครื่องการันตีคุณภาพของ Business School ด้วยการได้ Triple Accreditation จาก 3 สถาบัน คือ EQUIS, AMBA และ AACSB ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงธุรกิจระดับโลก
  3. หลักสูตรที่หลากหลายและเน้นการนำไปใช้ได้จริง หลักสูตรของมหาวิทยาลัย Exeter นับได้ว่าเป็นหลักสูตรที่ทันสมัยและนำไปใช้ได้จริง จะเห็นได้จากหลายๆหลักสูตรที่หาไม่ได้ที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ

เรามาดูกันดีกว่าว่า Business School ของ University of Exeter มีสอนหลักสูตรอะไรบ้างในระดับปริญญาโท โดยพี่แมงโก้จะแยกเป็นประเภทนะคะ

  1. Accounting
  • MSc Accounting and Finance
  • MSc Accounting and Taxation
  1. Business and Management
  • The Exeter MBA
  • MSc Management
  • MSc International Business
  • MSc Human Resource Management
  • MSc Entrepreneurship and Innovation Management
  • MSc International Tourism Management
  • MSc Engineering Business Management
  • MSc International Supply Chain Management
  • MSc Business Analytics
  • MSc Marketing
  1. Finance and Economics
  • MSc Finance Analysis and Investment Management
  • MSc Finance and Investment
  • MSc Finance and Management
  • MSc Finance and Marketing
  • MSc Money, Banking and Finance
  • MSc Behavioural Economics and Finance
  • MSc Economics
  • MSc Economics and Econometrics
  • MSc Financial Economics
  1. Related programmes
  • MSc Financial Technology (FinTech)
  • MSc Financial Mathematics
  • MA Creativity: Innovation and Business Strategy
  • MSc Data Science with Business

สำหรับใครที่อยากไปเรียนต่อที่ University of Exeter แอบบอกว่ามหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครแล้วน้า สามารถติดต่อพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของ University of Exeter ในประเทศไทยมาได้เลย บริการของเราไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะคะ ทั้งทางไลน์ @mangolearning หรือจะโทรมาก็ได้ที่ 02-129-3313

Business Analytics หลักสูตรใหม่ล่าสุดจาก Exeter Business School ยูท็อปของอังกฤษ


ถ้าพูดถึง Business School ที่ได้รับการยอมรับทั้งในไทยและระดับสากลแล้ว University of Exeter ก็จะติดโผมาทุกครั้ง เพราะโดดเด่นอย่างมากในหลักสูตร MBA และเป็นผู้นำและเชี่ยวชาญในด้าน Finance อย่างมากด้วย ทำให้มหาวิทยาลัย Exeter มักจะออกหลักสูตรที่ตอบโจทย์นักเรียน และโลกธุรกิจในยุคปัจจุบันอยู่เสอม ทั้ง Financial Analysis and Fund Management หลักสูตร Flagship programme ที่เป็นที่นิยม และขึ้นชื่อว่า ใครอยากเรียนโทที่อังกฤษพร้อมกับได้ CFA ไปด้วยต้องมาที่นี่ รวมถึง Finance and Marketing ที่เป็นการเรียนทั้ง Finance และ Marketing พร้อมกัน ซึ่งมีที่ University of Exeter ที่เดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น หลักสูตรที่ทางมหาวิทยาลัยแห่งนี้ออกมาแต่ละหลักสูตร จึงได้รับการคิดและดีไซน์หลักสูตรมาแล้วเป็นอย่างดี

หลายคนคงสงสัยว่า Business Analytics ที่อื่นเค้าก็เปิดกันมาตั้งนานแล้ว ทำไม Exeter ถึงเพิ่งมาเปิด ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่ามหาวิทยาลัยจะต้องคิดและใช้เวลาดีไซน์หลักสูตรมาอย่างดีและถี่ถ้วน จากพื้นฐานของหลักสูตร MSc Data Science and Analytics ของ University of Exeter ที่อยู่อันดับที่ 11 ในประเทศอังกฤษ จาก The Complete University Guide 2020 ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับการศึกษาที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในวงกว้าง ประกอบกับความเชี่ยวชาญทางด้านการสอนธุรกิจของ Exeter Business School ซึ่งทุกสาขาติดอันดับ 1 ใน 20 จากทุกสถาบัน เป็นเครื่องการันตรีคุณภาพการเรียนการสอน และความรู้ของอาจารย์และหลักสูตรได้เป็นอย่างดี

หลักสูตร Business Analytics ที่มหาวิทยาลัย Exeter จะเรียนการจัดข้อมูล(Data Visualisation) และวิเคราะห์ข้อมูลหา insight เพื่อใช้ในการตัดสินใจ ทั้งกับการบริหารจัดการภายในองค์กร การใช้ข้อมูลวิเคราะห์การตัดสินใจในฝ่าย HR หรือวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการตลาด โดยอาศัยข้อมูลจากการเก็บสถิติต่างๆ ที่มีอยู่เป็นปริมาณมากในยุคปัจจุบัน  โดยเป็นการสอนตั้งแต่พื้นฐานของ Business Analytics โปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล รวมไปถึง Database Technologies for Business Analytics และสอนการวิเคราะห์ข้อมูลในทุกแขนงของธุรกิจ เพื่อให้น้องๆจบออกไปได้ความรู้เพื่อไปต่อยอดในการทำงานได้ดีที่สุด

น้องที่อยากมาเรียน Business Analytics ที่ University of Exeter ต้องมีความรู้พื้นฐานเช่น statistics, econometrics, mathematics, physics, computer science, engineering, หรือ business and management และสามารถกลับมาทำงานได้หลากหลายในสายงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจไม่ว่าจะเป็น Business and Data Analyst หรือ ฝ่าย Strategy หรือ Marketing หรือแม้กระทั่งฝ่าย HR เพราะที่นี่มีวิชา Strategic and HR Analytics ซึ่งต้องบอกว่าหลักสูตรนี้แม้จะใหม่กว่าที่อื่น แต่คุณภาพคับแก้ว เพราะสอนให้เรารู้รอบแบบ 360 องศา แต่ก็เจาะลึกพอที่จะให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลได้เลย

ถ้าน้องๆคนไหนมีความสนใจเรียนต่อด้าน MSc Business Analytics ที่ University of Exeter หรือจะเป็นมหาวิทยาลัยอื่นๆที่สอนหลักสูตรนี้เหมือนกันอย่าง Durham University หรือ University of Edinburgh สามารถสอบถามข้อมูลกับพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษได้เลยน้า พี่แมงโก้ให้คำปรึกษา และบริการฟรีจ้า ไลน์มาได้เลยที่ @mangolearning หรือจะโทรมาก็ได้ 02-129-3313 นะค้า พี่แมงโก้รออยู่น้า

9 มหาวิทยาลัยชื่อดังที่อยู่ใกล้ London


สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่ไม่ชอบความวุ่นวายในลอนดอนในวันเรียน เพราะอยากโฟกัสกับการเรียนมากที่สุด แต่อยากไปเที่ยวพักผ่อนชมแสงสีในลอนดอนทุกวันหยุด หรือน้องคนไหนที่อาจจะกังวลเรื่องค่าใช่จ่าย ค่าหอพัก และค่าเดินทางที่แสนแพงในลอนดอน แต่ยังอยากไปลอนดอนบ่อย เดินทางง่าย ๆ กลับมานอนหอในเมืองตัวเองได้ ต้องมาที่นี่เลย 9 มหาวิทยาลัยชื่อดังที่อยู่ใกล้ลอนดอน


1. Royal Holloway, University of London
มหาวิทยาลัยสุดสวยที่อยู่เขตที่เป็นชาญเมืองของลอนดอน พร้อมสภาพแวดล้อมที่ดีงาม มีอากาศบริสุทธิ์ของธรรมชาติ แต่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองลอนดอนแค่ไม่ถึงชั่วโมง แถมยังอยู่ในเครือ University of London ทำให้น้องๆสามารถไปใช้ห้องสมุดและ Facilities ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยในเครือเดียวกันอย่าง UCL, LSE ได้อีกด้วย

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Egham ขึ้นสาย South Western Railway ถึงสถานี Waterloo ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

essex-uni_190311_0036

2. University of Essex
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ประกอบไปด้วย 2 แคมปัสคือ Colchester Campus อยู่ในเมือง Colchester ส่วนอีกที่คือ Southend Campus มีชื่อเสียงอย่างมากด้าน Human Right, Robotic, AI และ Entrepreneurship ซึ่งจะได้ไปเรียนที่ Southend Campus ที่อยู่เมือง Southend-On-Sea ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น SME City คือมีอัตราการเติบโตของธุรกิจ SME และ Startup สูงมาก ตัวเมืองทั้ง 2 เมืองก็สงบ น่าอยู่ประชากรส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่ทำงานในลอนดอนมาซื้อบ้านอยู่ที่นี่ แล้วนั่งรถไฟไปทำงานและกลับบ้านในตอนเย็น แสดงให้เห็นถึงความสะดวกสบาย และใกล้ลอนดอนสุดๆ

การเดินทาง: Colchester Campus นั่งรถไฟจากสถานี Colchester Town ขึ้นสาย Greateranglia ถึงสถานี Liverpool Street ใจกลางกรุงลอนดอนใช้เวลา 1 ชั่วโมง / Southend Campus นั่งรถไฟจากสถานี Southend Victoria ขึ้นสาย Greateranglia ถึงสถานี Liverpool Street ใจกลางกรุงลอนดอนใช้เวลา 1 ชั่วโมง

business

3. University of Kent

ตั้งอยู่ในเมืองน่ารักอย่าง Canterbury ที่ได้ชื่อว่าเป็น Garden of England และประชากรในเมืองส่วนมากจะเป็นชาว British แท้ ๆ ที่มีฐานะดี ทำให้เมืองมีความปลอดภัยและสวยงามเป็นอย่างมาก University of Kent ยังมีอีกหนึ่งแคมปัสตั้งอยู่ในเมือง Medway เมืองที่เป็นการรวมตัวของ 3 มหาวิทยาลัยมารวมกันสร้างศูนย์การเรียนขนาดใหญ่ที่นี่ มีห้องสมุดที่ยาวที่สุดในอังกฤษด้วย ทั้ง Canterbury และ Medway จะเป็นเมืองของอังกฤษที่อยู่ใกล้ทวีปยุโรปมากที่สุดด้วย อยู่มหาวิทยาลัยนี้ เรียนได้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็สะดวก ทั้งลอนดอน ทั้งยุโรป

การเดินทาง: Canterbury Campus นั่งรถไฟจากสถานี Canterbury West Station ขึ้นสายSoutheastern ไปลงสถานี St Pancras International ใช้เวลา 1ชั่วโมง / Medway Campus นั่งรถไฟจากสถานี Chatham ขึ้นสายSoutheastern ไปลงสถานี St Pancras International ใช้เวลาเพียง 40 นาที

exeter-summer7

4. University of Exeter
ตั้งอยู่ในเมือง Exeter ในแคว้น Devon ทางตอนใต้ไปทางตะวันตกของเกาะอังกฤษ แวดล้อมด้วยภูมิทัศย์เมืองที่สวยงาม เต็มไปด้วยร้านอาหาร และคาเฟ่เกร๋ ๆ ฮิป ๆ กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ด้านการศึกษาก็โดดเด่นหลายคณะ โดยเฉพาะ Business School ด้าน Finance และ MBA ที่เก่งมากๆ จนติดอันดับท็อปของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศอังกฤษ

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Exeter St Davids ขึ้นสาย GWR ถึงสถานี Paddington ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิด ๆ

business-nott

5. University of Nottingham
โดดเด่นทางด้านวิศวะกรรมศาสตร์ การแพทย์ และ Business School ตั้งอยู่ในตัวเมืองที่ค่อนข้าง Compactคือมีทุกอย่าง ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สถาปัตยกรรมที่สวยงามของตัวเมือง รวมทั้งระบบการขนส่งสาธารณะที่ยอดเยี่ยม คือ มีทั้งรถเมล์ รถไฟ รถราง(Tram) และจักรยานที่หาเช่าได้ทั่วเมือง

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Nottingham ขึ้นสาย East Midlands Trains ถึงสถานี St Pancras International ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

nottingham-trent
6. Nottingham Trent University

อีกหนึ่งมหาวิทยาในกลุ่ม Modern University ชั้นดีอีกแห่งที่ตั้งอยู่ในเมือง Nottingham เมืองแห่งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ หลักสูตรที่เด่นดังคือ Art, Design and Fashion รวมถึงหลักสูตรสุดฮิตอย่าง Fashion International Business ที่เป็นการศึกษาว่าจะทำยังไงให้ธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้ในโลกธุรกิจแห่งนี้

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Nottingham ขึ้นสาย East Midlands Trains ถึงสถานี St Pancras International ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที


7. Bournemouth University
มหาวิทยาลัยทางตอนใต้ที่อยู่ในเมืองตากอากาศติดทะเลชื่อดังของอังกฤษอย่างเมือง Bournemouth เมืองที่เซเลปบริตี้และคนที่มีฐานะดีนิยมมาซื้อบ้านพักตากอากาศไว้ที่เมืองนี้ บรรยากาศเมืองก็เป็นแบบง่าย ๆ สบาย ๆตามสไตล์เมืองริมทะเล อากาศดีและบริสุทธิ์ และตัวมหาวิทยาลัย Bournemouth เองได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว หรือ “Greenest University” ลำดับที่ 7 ในประเทศสหราชอาณาจักร และได้รับการยกย่องจากให้เป็นอันดับหนึ่งจาก People and Planet University League 2015 ถึงห้าปีซ้อน ในสาขาสิ่งแวดล้อมและจริยธรรมของสถาบัน

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Bournemouth ขึ้นสาย South Western Railwayถึงสถานี Waterloo ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที

8. University of East Anglia
มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนธรรมชาติที่ชานเมืองของเมืองนอร์วิช (Norwich) มีพื้นที่ใหญ่ถึง 320 เอเคอร์ หรือกว่า 800 ไร่ มีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านการวิจัยระดับโลก บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความร่มรื่นตามธรรมชาติและตึกเรียนที่ทันสมัยและมีอุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะ The Sainsbury Centre for Visual Arts มีการจัดแสดงผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Pablo Picasso เป็นต้น

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Norwich ขึ้นสาย Greateranglia ถึงสถานี Liverpool Street ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที

9. University of York

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1963 อยู่ทาวตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง York เมืองที่ค่อนไปทางเหนือของประเทศอังกฤษ จากตอนแรกที่มีนักศึกษาเพียง 200 คนเท่านั้น ปัจจุบันมีนักศึกษามากถึง 11,000 คน และได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษและมีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีชื่ออยู่ในลิส 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี York ขึ้นสาย Liner ถึงสถานี King’s Cross ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning