รีวิวเรียนต่อ LL.M. ที่ Queen Mary University of London


Queen Mary University of London หรือเรียกสั้นๆ ว่า QMUL เป็นมหาลัยในประเทศอังกฤษที่น้องๆ กฏหมายนิยมไปเรียนต่อป. โทกันมากๆ เลยค่ะ และน้องๆ คนไหนที่กำลังดูมหาลัยนี้ไว้ วันนี้พี่แมงโก้จะมารีวิวการเรียนต่อ LL.M. ที่ Queen Mary University of London แบบละเอียดเลย! แต่ก่อนที่จะไปดูรีวิว เรามาทำความรู้จักกับมหาลัยนี้กันก่อนดีว่า 

 

  • QMUL เป็นมหาลัยที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน มีอยู่ 5 Campus ด้วยกัน กระจายตัวอยู่แถว East และ Central London แคมปัสหลักของมหาลัยนี้คือ Mile End Campus และ Law School จะอยู่ใจกลางเมืองที่สถานี Holborn
  • มหาลัยนี้อยู่ในเครือ University of London เช่นเดียวกับ UCL, King’s College London และ Royal Holloway นักศึกษาของมหาลัยในเครือสามารถใช้ห้องสมุดและหอพักร่วมกันได้ 
  • Queen Mary University of London นอกจากจะเป็นมหาลัยในเครือ University of London แล้ว ยังเป็นมหาลัยใน Russell Group ที่ถือรับรองคุณภาพของมหาลัยได้อย่างดีเลยค่ะ 
  • ติดอยู่ใน Top 20 University in the UK ปี 2021 ด้วยค่ะ 
  • มหาลัยที่มีหลักสูตร ก.ต. รับรองมากที่สุดในประเทศอังกฤษ

 

หลักสูตรของ Queen Mary University of London ที่ได้ .. รับรองทั่วไป

 

– Master of Laws (LL.M.,)

– Master of Laws in International Business Law,

– Master of Laws in Banking and Finance Law,

– Master of Laws in Commercial and Corporate Law,

– Master of Laws in Computer and Communications,

– Master of Laws in Comparative and International Dispute Resolution,

– Master of Laws in Insurance Law,

– Master of Laws in Media Law,

 

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

 

– Master of Laws in Tax Law

– Master of Laws in Intellectual Property Law

– Master of Laws in Environmental Law

รู้จัก QMUL ในมุมเบื้องต้นแล้ว มาดูรีวิวของการเรียน LL.M. ที่มหาลัยนี้กันเลยดีกว่า! 

 

LL.M. ที่ QMUL เรียนแบบไหน

ที่ QMUL การเรียน LL.M. จะเป็นคลาสแบบผสม จะมีทั้งคลาสที่เป็น Lecture ที่จะเป็นห้องเรียนใหญ่ และคลาส Seminar คลาสเรียนที่เล็กลง

 

คลาส Lecture กับ คลาส Seminar แตกต่างกันยังไง? 

 

การเรียนการสอนที่ประเทศอังกฤษเน้นในเรื่อง Critical Thinking มากๆ ค่ะ และคลาส Seminar จะทำให้น้องๆ ได้คิดวิเคราะห์อย่างเต็มที่! 

ในคลาส Lecture จะเป็นคลาสที่อาจารย์สอนเนื้อหาจากบนเรียน อธิบายให้น้องๆ ได้เข้าใจ แต่จากที่น้องๆ ของเราได้กระซิบมา สิ่งสำคัญคือการอ่าน Reading materials ที่อาจารย์มีให้ก่อนเข้าคลาสเพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้นน้าา

ในส่วนของคลาส Seminar อย่างที่พี่แมงโก้ได้บอกไป จะเป็นคลาสที่เล็กลงและจะเน้นในเรื่องของการ Discuss กัน เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับหัวข้อที่อาจารย์ได้บอกไปก่อนล่วงหน้า น้องๆ อาจจะกลัวคลาส Seminar เพราะไม่อยากตอบคำถามที่ผิด แต่จริงๆ ไม่ต้องกลัวเลย! เพราะในคลาส Seminar ไม่มีถูกและผิด พี่แมงโก้แนะนำให้น้องๆ พยายามแลกเปลี่ยนไอเดียในคลาสนี้นะคะ นอกจากเราจะได้ไอเดียใหม่ๆ แล้ว เรายังได้ใช้ภาษาในการสื้อสารอีกด้วย ไม่ยากอย่างที่ทุกคนกลัวเลย! 

 

เรียนในกรุงลอนดอนแตกต่างจากเมืองอื่นยังไง? 

รีวิวสุด Exclusive จากน้องบุ๊งที่เรียนใบสองที่ QMUL สาขา Banking and Finance Law น้องได้ลองใช้ชีวิตทั้งนอกกรุงลอนดอนและในเมือง การเรียนในกรุงลอนดอนรวมไปถึงการใช้ชีวิตจะมีความรวดเร็ว โดยเฉพาะชีวิตประจำวัน เพราะคนในกรุงลอนดอนดูรีบตลอดเวลาเมื่อเทียบกับนอกเมืองที่จะมีความ Slow life มากกว่า 

ส่วนค่าครองชีพในลอนดอนขึ้นอยู่กับ Lifestyle ของแต่ละคนเลยค่ะ แต่น้องบุ๊งได้กระซิบมาว่าตกวันละ 15-20 ปอนด์ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ ใช้ชีวิตแบบไหน 

นอกจากเรื่องความรวดเร็วในการใช้ชีวิต การเรียนในกรุงลอนดอนก็มีหลายสิ่งให้น้องๆ ได้เลือกเอ็นจอยหลังคลาสเรียน เช่นร้านอาหารต่างๆ คาเฟ่และที่เที่ยวอีกมากมาย แน่นอนว่ามีสีสันแสงสีเยอะกว่าเรียนนอกเมืองแน่นอน 

ใครที่ชอบในแสงสีเสียง บอกเลยว่าเหมาะกับชีวิตนักเรียนกรุงลอนดอนมากกๆ 

ดูรีวิวของน้องบุ๊งเต็มๆ ได้ที่นี่เลยจ้าา >> click to watch! 

 

จะจบ LL.M. ที่ QMUL ยังไง? 

น้องๆ ที่เรียน Law School ที่ Queen Mary University of London จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 10,000 คำ น้องๆ สามารถเขียนอีเมลหาอาจารย์หากสงสัยตรงไหนได้เลยค่าา 

และหากน้องๆ อยากรู้เกี่ยวกับมหาลัยนี้และการเรียน Pre-sessional ก่อนเริ่มเปิดเทอมป. โท สามารถไปดูได้ตามลิงค์นี้เลยน้าา >> click to watch!

น้องๆ กฏหมายที่อยากไปเรียนต่อที่ Queen Mary University of London แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหนอะไรอย่างไร มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

รีวิว เรียนต่อกฎหมาย LL.M. ที่ มหาวิทยาลัย Kent


 

University of Kent มหาลัยในประเทศอังกฤษที่น้องๆ ที่มีเด็กไทยมากมายให้ความสนใจ แล้วที่นี่ดีอย่างไร? Rank เป็นยังไง? เรียนกฏหมายที่ University of Kent จะดีมั้ย? อยากรู้ต้องตามมาอ่าน! 

แต่ก่อนที่เราจะเจาะลึกไปที่การเรียนกฏหมายที่ University of Kent เรามาทำความรู้จักกับมหาลัยนี้เพิ่มขึ้นดีกว่าค่ะ University of Kent ตั้งอยู่ในเมือง Canterbury ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สวยงามมากๆ ที่เดียวเลยนะคะ และนอกจากนั้น University of Kent ยังเป็นหนึ่งในมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group อีกด้วย การันตีคุณภาพของมหาลัยเลยทีเดียว 

มหาลัยนี้มีหลักสูตรมากมายที่ได้รับความนิยมแต่หลักๆ เลยจะมี Law, Marketing/Digital Marketing, Management และ Social Policy และวันนี้พี่แมงโก้ก็จะมารีวิวการเรียน Law school ที่ University of Kent ว่าการเรียนที่มหาลัยนี้เป็นอย่างไรบ้าง 

หลักสูตรที่ ก.ต. รับรองที่ University of Kent ได้แก่: 

  • Master of Laws in International Commercial Law 
  • Master of Laws in Human Rights 
  • Master of Laws in Criminal Justice

ที่ University of Kent จะมีตึกที่เรียกว่า Law Building เป็นตึกเฉพาะสำหรับนักศึกษากฏหมายเลยค่ะ! 

 

ที่ University of Kent เรียนยังไง

ก่อนอื่นเลยต้องบอกไว้ว่าการเรียนที่อังกฤษจะแตกต่างกับการเรียนที่เมืองไทยเพราะที่อังกฤษ อาจารย์จะให้นักศึกษามีส่วนร่วมเพื่อจะได้เข้าใจบทเรียนให้มากขึ้น และในมหาลัยนี้ก็มีการสอน 2 แบบ เป็นแบบคลาส Lecture และ คลาส Seminar 

 

คลาส Lecture กับ คลาส Seminar ต่างกันยังไง?

ตัวคลาส Lecture จะเป็นคลาสที่อาจารย์สอนเนื้อหาที่เตรียมมา อธิบายบทเรียนให้น้องๆ ได้เข้าใจ ส่วน Seminar ที่มีเพิ่มเข้ามาเป็นคลาสที่มีขนาดเล็กลงเพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิด ส่วนใหญ่จะมีหัวข้อให้นักเรียนในคลาสคิดและเสนอว่าตัวเองคิดอย่างไรกับหัวข้อที่กำลังถูกพูดถึง 

ในคลาส Seminar อาจารย์ใจดีมากๆ แล้วก็ไม่กดดันให้ตอบด้วย อีกอย่าง ในคลาส Seminar น้องๆ ไม่ต้องกลัวเขินเลย เพราะเป็นการเรียนการสอนที่ไม่มีผิดถูก ขึ้นอยู่กับความคิดของเราเลยจ้าา ในส่วนของคลาส Seminar อาจารย์จะมี Assigned reading material ให้น้องๆ ได้อ่านเพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดกัน พี่แมงโก้แนะนำว่าให้อ่านเข้าไปนะคะ เพราะสำคัญในการทำความเข้าใจกับบทเรียนอย่างมากๆ เลย หากเรายิ่งตั้งใจแลกเปลี่ยนไอเดีย เราจะยิ่งเข้าใจคลาส Seminar มากยิ่งขึ้นเลยค่ะ 

 

เรียนกฏหมายที่ Kent งานเยอะมั้ย? 

ในการเรียนป. โท ที่ University of Kent ในด้านกฏหมาย งานไม่เยอะมากนะคะน้องๆ อาจจะมีเป็น Essay และ Presentation เล็กน้อย เพราะการเรียนส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนแบบ Seminar based ค่ะ แต่ว่าในสาขานี้ไม่มีการสอบนะคะ!

 

เรียนกฏหมายที่ University of Kent แตกต่างกับมหาลัยอื่นๆ ในอังกฤษยังไง? 

พี่แมงโก้ขอบอกเลยว่าสิ่งที่มหาลัยนี้มีไม่เหมือนใครคือสิ่งที่เรียกว่า Law Clinic ซึ่งใครๆ ก็สามารถมาขอความช่วยเหลือทางด้านกฏหมายได้ ใครๆ ก็สามารถเข้ามาได้ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือการที่มีคนมาขอความช่วยเหลือในเรื่องของกฏหมาย นักศึกษากฏหมายของ University of Kent สามารถเข้าไปช่วยดูเรื่องด้วย โดยจะได้ทำงานกับ Solicitor ใน Law Clinic ถือว่าได้ประสบการณ์จริงเลยทีเดียวนะคะ น่าสนใจมากๆ Law Clinic ของที่นี่เป็นที่แรกในประเทศอังกฤษ และยังได้รับรางวัลในด้านนี้อยู่ทุกๆ ปีเลยด้วย 

น้องๆ คนไหนที่อยามีประสบการณ์ตรงเลย พี่แมงโก้ขอแนะนำให้มาเรียนกฏหมายที่ University of Kent เลยยย ได้ลองงานจริงๆ ก่อนจบที่ Law Clinic เลยนะ! 

นอกจากนี้แล้ว หากน้องๆ คนไหนอยากเรียนเพิ่มเติมก็สามารถลงเป็นคลาสที่เรียกว่า in-sessional ได้ด้วยค่ะ และในการเลือกวิชาที่จะเรียน ทางสาขา Law school ที่ University of Kent มีให้น้องๆ ทดลองเรียนวิชาได้ด้วยนะ! เพื่อให้น้องๆ ได้ตัดสินใจว่าชอบวิชาที่คิดว่าจะเลือกรึเปล่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อการเรียนของน้องๆ อย่างมากเลยค่าา 

University of Kent เป็นมหาลัยที่เด็กไทยนิยมไปเรียนสาขากฏหมายมากๆ เลยนะ รับรองว่าจบกลับมาแล้วงานดีๆ รออยู่แน่นอนค่ะ เมือง Canterbury ยังเป็นเมืองที่อบอุ่น สงบ และรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอีกด้วย เป็นเมืองที่เหมาะกับการเรียนอย่างมากเลยค่ะ 

อยากเห็นว่ามหาลัยเป็นอย่างไร มาดูรีวิวนี้ได้เลยจ้าาา! >> click to watch!

สำหรับใครทำกำลังมองๆ University of Kent อยู่ มาปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยน้าา เราพร้อมช่วยเหลือทุกขั้นตอนแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เลย! ติดต่อมาได้ที่ LINE@mangolearning หรือโทร 02-129-3313 หรือ 085-144-8808

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ University of Edinburgh


 

 

University of Edinburgh เป็นหนึ่งในมหาลัยใน UK ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ เลยค่ะ เพราะถือเป็นหนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ แถมเรื่องเนื้อหาการเรียนก็ยังมีความเข้มข้น คุณภาพเลิศ มาพร้อมกับ Ranking ที่ใครหลายคนมองหาอย่างแน่นอน นึ่งในหลักสูตรที่น่าสนใจมากๆ สำหรับมหาลัยนี้ก็คือ LL.M. ที่จะมีการเรียนเป็น Seminar based (ไม่มี คลาส Lecture) พี่แมงโก้มีรีวิวแบบสุดละเอียดมาให้น้องๆ ได้อ่านกัน แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ University of Edinburgh ให้มากขึ้นดีกว่า!

 

  1. ได้รับอันดับ 6 ในมหาลัยประจำ UK 
  2. ตั้งอยู่ในประเทศ Scotland 
  3. ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในสหาราชอาณาจักร 
  4. อันดับ 20 ใน QS World University Ranking 2021 
  5. อันดับ 17 ใน Times University Guide 2021 
  6. สาขาที่โดดเด่นประจำมหาลัยนี้ได้แก่: Architecture, Engineering, Education, Geography, Law, Linguistics, Medicine และ Nursing ค่า 

 

หลักสูตรที่ University of Edinburgh ที่มี .. รับรอง 

 

– Master of Laws (LL.M.,)

– Master of Laws in Competition Law and Innovation,

– Master of Laws in Innovation, Technology and the Law,

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

– Master of Laws in Intellectual Property Law

– Master of Laws in Global Environment and Climate Law

(กฎหมายสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ)

รู้จัก University of Edinburgh มากขึ้นแล้ว เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าการเรียนการสอนของ LL.M. ที่มหาลัยนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง! ที่ University of Edinburgh จะเรียนด้วยกัน 3 เทอม (เทอมสุดท้ายให้เวลานักศึกษาทำ Dissertation) 

โดยสาขา LL.M. จะเรียนในตึกที่เรียกว่า Old College ใน University of Edinburgh และมีห้องสมุดให้น้องๆ นั่งทำงานอยู่ในตึกอีกด้วย นากจากนั้น ตึก Old College ก็ยังเป็นตึกที่มีความสวยงามอีกด้วย ใครที่ชื่นชอบใน Architecture จะต้องชอบมาเรียนที่นี่อย่างแน่นอนเลยค่าา เรามารีวิว LL.M. แบบลงลึกกันเลยดีกว่า

(Old College, University of Edinburgh)

 

เรียน 3 เทอมมีกี่วิชา? 

บอกเลยว่าหลักๆ จะมีอยู่เพียง 2 เทอมที่น้องๆ จะได้เรียนเป็นวิชาเพราะเวลาของเทอมที่ 3 จะถูกเก็บไว้ให้น้องๆ ได้ใช้ทำ Dissertation เพื่อการจบการศึกษา แต่ละเทอมจะเรียนเพียง 3 วิชาเท่านั้น รวมกันเป็น 6 วิชา 

ในทั้งหมด 6 วิชาจะมีข้อบังคับว่าน้องๆ ต้องเลือกอย่างน้อย 4 วิชาที่มาจากตัวสาขาที่น้องๆ ลงเรียนไว้ อีก 2 วิชาเป็นวิชาเสรี สามารถเลือกตามใจน้องๆ ได้เลยค่า ดังนั้นในแต่ละเทอมจะมีวิชาในสาขา 2 วิชาและวิชาเสรี 1 วิชา 

แล้ววิชาในสาขามีอะไรบ้าง? 

 

จากรีวิวของน้องนุชที่เรียน IP Law ที่ University of Edinburgh วิชาในสาขาก็จะมี IP Copyrights / Related rights, International Intellectual property, และ IP Human rights 

ส่วนวิชาเลือกที่น้องนุชได้เลือกของแต่ละเทอมก็จะเป็น Innovation tech และ Crime and Media ขึ้นอยู่ที่น้องๆ เลือกเลยค่าา 

 

ที่ University of Edinburgh เรียนยังไง? 

การเรียนที่ University of Edinburgh จะไม่เหมือนการเรียน LL.M. ที่มหาลัยอื่นๆ ในประเทศอังกฤษ โดยส่วนใหญ่ ที่อังกฤษการเรียน LL.M. จะเป็นคลาสผสมระหว่าง Lecture และ Seminar แต่ของที่ University of Edinburgh เป็นคลาส Seminar อย่างเดียวเลยค่ะ และจะได้ Reading list ที่ค่อนข้างเยอะเพื่อน้องๆ จะได้เข้าใจบทเรียนในห้องเรียนและจะสามารถ Discuss เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ ร่วมคลาสค่ะ 

 

แตกต่างกับการเรียนที่ไทยยังไง? 

แตกต่างมากเลยค่ะ เพราะการที่ไม่มีคลาส Lecture ทำให้น้องๆ ได้มีส่วนร่วมกับคลาสมากขึ้น ในคลาสจะมีประมาณ 20 กว่าคน เพราะทางมหาลัยมองว่าไม่อยากให้มีนักศึกษาเกินคลาสละ 25 คน เพื่ออาจารย์จะได้ดูแลทุกๆ คนอย่างทั่วถึง และเหล่าอาจารย์ที่มาสอนยังมีคุณภาพมากๆ อีกด้วยนะคะ เป็น Seminar leaders ที่ดีมากๆ ทำให้น้องๆ สามารถเข้าใจการแลกเปลี่ยนไอเดียและบทเรียนได้อย่างดีเลยทีเดียวค่ะ 

อาจารย์ที่มาสอนในสาขา LL.M. ที่มหาลัยนี้มาจากหลายชาติอีกด้วย เช่น Germany, France และ Scotland แต่สำเนียงฟังไม่ยากเกินไปแน่ๆ ค่ะน้องๆ 

 

มีข้อแนะนำให้คนที่จะไปเรียน LL.M. ที่ University of Edinburgh มั้ย? 

จริงๆ พี่แมงโก้มองว่าการเรียนไม่ยากเกินไปสำหรับน้องๆ เลยค่ะ เพียงน้องๆ อ่าจ Reading material ที่อาจารย์ให้อ่าน เตรียมตัวให้ดีก่อนที่จะเข้าห้องเรียนและขยันก็สามารถเรียนจบจากที่นี่ได้อยู่แล้ววว 

ถ้าน้องๆ อยากฟังรีวิวจากน้องนุช นักศึกษา IP ที่ University of Edinburgh ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่เลยจ้าา >> click to watch

สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจในการไปเรียน LL.M. ต่อที่ University of Edinburgh พี่แมงโก้ยินดีให้ความช่วยเหลือ ปรึกษาพี่ฟรีๆ ทุกขั้นตอนเลยนะ!  ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ Durham University


 

Durham University เป็นชื่อที่คุ้นหูกันมั้ยคะน้องๆ? บอกเลยว่าปีหลังๆ นี้ Durham University เป็นหนึ่งมหาลัยที่มีคนอยากเข้าเยอะมากๆ โดยเฉพาะน้องๆ ที่เรียนทางด้านกฏหมาย ใครอยากไปเรียนป. โทต่อที่อังกฤษแต่ยังไม่แน่ใจว่าที่ Durham University เรียน LL.M. กันแบบไหน วันนี้พี่แมงโก้มารีวิวให้! ให้น้องๆ ได้เห็นภาพกันแบบชัดๆ เลยจ้าาา 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ Durham University ก่อนดีกว่า 

 

  1. Durham University เป็นหนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ คล้ายกับ Oxford และ Cambridge เลย แถมยังเป็นมหาลัยเดียวนอกจาก Oxford & Cambridge ที่มี College System อีกด้วย (แยกเป็น College คล้ายบ้านต่างๆ ใน Harry Potter) 
  2. นอกจากนั้นยังเป็นมหาลัยใน Russell Group อีกด้วย 
  3. Durham University ยังติดอยู่ใน Top 10 ของมหาลัยใน UK อีกด้วยค่ะน้องๆ ใครเป็นห่วงเรื่อง Ranking มา Durham University นี่ไม่ต้องห่วงง คุณภาพมหาลัยมีที่รับรองมากมายเลยย
  4. มหาลัยอันดับ 86 ของโลก ใน QS World University Rankings ใน Top 100 อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นมหาลัยสุดคุณภาพ 

 

หลักสูตรของ Durham University ที่ได้ ก.ต. รับรองทั่วไป 

* Bachelor of Laws 

* Master of Laws (LL.M.,) 

หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1) 

* Master of Laws in International Trade and Commercial Law 

รู้จักตัวมหาลัยแล้ว สงสัยกันแล้วใช่มั้ยล่ะว่าที่ Durham University เรียน LL.M. กันยังไง? พี่แมงโก้มีคำตอบ! 

 

LL.M. ที่ Durham University เรียนแบบไหน?

ที่ Durham University ปกติจะเป็นการเรียนแบบ Lecture based แต่ด้วยว่าในช่วงหลังมา มีความจำเป็นที่คลาสเรียนจะต้องเล็กลง เลยมีการปรับเปลี่ยนเป็นการเรียนแบบ Blended approach คือมีทั้งคลาสที่เป็น Lecture และคลาส Seminar ที่เป็นคลาสเล็กลง คลาสเล็กลงอาจารย์ก็สามารถดูแลน้องๆ นักศึกษาได้อย่างทั่วถึง 

คลาส Lecture กับ คลาส Seminar ต่างกันยังไง?

ตัวคลาส Lecture จะเป็นคลาสที่อาจารย์สอนเนื้อหาที่เตรียมมา อธิบายบทเรียนให้น้องๆ ได้เข้าใจ ส่วน Seminar ที่มีเพิ่มเข้ามาเป็นคลาสที่มีขนาดเล็กลงเพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิด ส่วนใหญ่จะมีหัวข้อให้นักเรียนในคลาสคิดและเสนอว่าตัวเองคิดอย่างไรกับหัวข้อที่กำลังถูกพูดถึง 

** แต่ว่าในคลาส Seminar อาจารย์ที่ Durham University ไม่น่ากลัวเลยค่ะ! อาจารย์ใจดีมากๆ แล้วก็ไม่กดดันให้ตอบด้วย อีกอย่าง ในคลาส Seminar น้องๆ ไม่ต้องกลัวเขินเลย เพราะเป็นการเรียนการสอนที่ไม่มีผิดถูก ขึ้นอยู่กับความคิดของเราเลยจ้าา 

อยากเรียน LL.M. ที่ Durham University ต้องเตรียมตัวยังไง?

บอกก่อนเลยว่าน้องๆ ที่กังวลในเรื่องของการไปเรียนที่ประเทศใหม่หรือการเจอ Culture shock ที่ Durham University เป็นมหาลัยที่มีเด็กไทยไปเรียนเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ น้องๆ หาเพื่อนใหม่ได้ง่ายอย่างแน่นอน การเรียนไม่ Strict เท่ามหาลัยอื่นๆ มาก เหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนและเล่นไปด้วยแบบไม่หนักจนเกินไป ปรับตัวง่ายมากๆ และการเรียน LL.M. ของ Durham University ไม่ได้ยากเกินความสามรถของใครเลยย อาจารย์ใจดี ยินดีให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเลยค่ะ การสอนคลาส Lecture เป็นคลาสเรียนที่น้องๆ คุ้นเคยกันอยู่แล้ว

และอีกข้อดีของ Durham University คือการที่มีคนเอเชียเรียนอยู่เยอะ การเรียนการสอนจะเป็นในแนวทางที่น้องๆ คนไทยคุ้นชิน และไม่ Strict เท่ามหาลัยที่มีแต่เด็กฝั่งยูโรปค่ะ มหาลัยนี้เหมาะกับน้องๆ ที่กลัวว่าการเรียนจะเครียดเกินไป! 

จะจบ LL.M. ที่ Durham University ยังไง? 

น้องๆ ที่เรียน Law School ที่ Durham University จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 10,000 คำ อย่างน้อยต้องเขียน 8,900 คำ น้องๆ สามารถเขียนอีเมลหาอาจารย์หากสงสัยตรงไหนได้เลยค่ะ เพราะอาจารย์ยินดีที่จะตอบและให้ความช่วยเหลือน้องๆ อยู่แล้วค่าา 

น้องคนไหนที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ LL.M. ที่ Durham University พี่แมงโก้มี Podcast ให้ฟังเพลินๆ ด้วยน้าาา คลิกได้เลยจ้า! >> Click to listen! 

น้องๆ กฏหมายที่อยากไปเรียนต่อที่ Durham University  แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหนอะไรอย่างไร มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

5 เหตุผลที่ควรเลือกเรียนที่ Queen Mary University of London


น้องคนไหนที่อยากไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษและอยากอยู่ในเมืองลอนดอน Queen Mary University of London ก็เป็นหนึ่งในมหาลัยที่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ และเป็นมหาลัยที่โด่งดังเรื่องสาขากฏหมายอีกด้วย! วันนี้ พี่แมงโก้ได้รวบรวม 5 เหตุผลที่ควรเลือกเรียนที่ Queen Mary University of London ถ้าอยากรู้แล้วว่ามหาลัยนี้ดียังไง ตามมาอ่านเลยยย~! 

(QMUL Campus) 

 

1.Campus Area – ต้องบอกก่อนว่าที่ประเทศอังกฤษ มหาลัยส่วนใหญ่จะเป็นตึกและไม่ได้มีพื้นที่ของตัวมหาลัยมากนัก อาจจะทำให้ทำกิจกรรมไม่ค่อยสะดวก แต่ที่ Queen Mary University of London เป็น Real campus ที่ตั้งอยู่ในลอนดอน หากน้องๆ ต้องการทำกิจกรรมในมหาลัย บอกเลยว่ามีพื้นที่เยอะแยะมากมาย! เข้าไปในมหาลัยแล้วไม่เหงาอย่างแน่นอนจ้าา 

(QMUL Campus) 

  1. Zone 2 ของกรุงลอนดอน – บอกเลยว่าน้องๆ ที่อยากอยู่ในกรุงลอนดอน มหาลัยตั้งอยู่ใน Zone 2 ของลอนดอน ถือว่าเป็นโซนในเมืองเลย ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางเลยค่ะ สะดวกอย่างแน่นอน ในลอนดอนจะมีการแบ่ง Zone ในการเดินทางที่ใช้ Tube (Zone 1-6) และลอนดอน Zone 2 ถือว่าอยู่ใจกลางเมืองเลยทีเดียว เดินทางไปไหนต่อไหนง่ายมากๆ เลยค่ะ และรอบๆ มหาลัยยังมีหอพักมากมายให้ได้เลือกอยู่ ภายในตัวมหาลัยเองก็มีหอพักราคาน่ารักๆ ให้น้องๆ เลือกอีกเช่นกัน 

 

(โซนต่างๆ ของ London จะถูกแบ่งตามภาพเลยค่ะ) 

 

  1.  London’s Destinations – การที่ Queen Mary University of London ตั้งอยู่ใน Zone 2 ของอังกฤษก็หมายความว่า หากน้องๆ อยากไปเที่ยวที่ชิคๆ ฮิปๆ ของลอนดอน ก็เดินทางง่ายมากกกกกก และไม่ไกลมากอีกด้วย โซนวัยรุ่นอย่าง Shoreditch, Hackney และ Hoxton ก็อยู่ไม่ไกลเลยนะจ้ะ ช้อปให้หนัมใจไปเลย! 

โซน Shoreditch ถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหญ่เลย ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้าวินเทจ หรือในบางวันที่มีการจัด Flea Market เช่นตลาด Brick Lane ที่มีของมาขายมากมายหลายสิ่ง รวมไปถึงศิลปะกลางแจ้ง บอกเลยว่ามาที่ Shoreditch แล้วเพลินทั้งวันแน่ๆ ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่มากมายให้น้องๆ ได้นั่งชิวถ่ายรูปเก๋ๆ อีกด้วยนะ! ฮิปสเตอร์สุดๆ ไปเลย

(Shoreditch)

 

อีกโซนฮิปๆ คือ Hoxton ที่อยู่ไม่ไกลจาก Shoreditch เลยย เป็นแหล่งที่มีศิลปะอยู่ทั่วไปเลย มีทั้ง Art Galleries และร้านอาหาร คาเฟ่ แถมบาร์ต่างๆ ให้น้องๆ ได้เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เรื่อง Night life แถว Hoxton ก็มีทั้งบาร์ ทั้ง Club เลย เลือกเที่ยวตามใจชอบเลยจ้า 

 

(Hoxton) 

  1. มหาลัยในเครือ University of London – Queen Mary University of London เป็นส่วนหนึ่งของ University of London มหาลัยในเครือ University of London ก็จะมี UCL, King’s College London, Queen Mary และ Royal Holloway เป็นต้น นักศึกษา QMUL จึงสามารถเข้าไปใช้ห้องสมุดของมหาลัยในเครือได้  นอกจากนั้นยังสามารถจองหอในเครือของ University of London หรือ Intercollegiate Hall ได้อีกด้วยน้าาา (https://halls.london.ac.uk)

(Study Room) 

 

(University of London’s Library at Senate House) 

 


ส่วนตัวมหาลัย Queen Mary University of London เป็นหนึ่งในมหาลัยใน Russell Group กลุ่มมหาลัยที่จัดว่าเป็น Top 24 universities ของประเทศอังกฤษ ถูกตั้งให้เป็นมหาลัยชั้นนำ รวมไปถึงมีชื่อเสียงเป็นเลิศด้านการวิจัยอีกด้วย ถือว่า Queen Mary University of London เป็นมหาลัย Top ranked เลยทีเดียว 

 

  1. หลักสูตรหลากหลาย – น้องๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องหลักสูตรเลย เพราะที่ Queen Mary University of London มีหลักสูตรมากมายให้น้องๆ ได้เลือกเรียน ตอบโจทย์แน่นอน และน้องๆ คนไหนที่อยากเรียนต่อในด้าน Law school ที่ QMUL มีหลักสูตรที่ได้ ก.ต. รับรองมากที่สุดในประเทศอังกฤษเลยนะ สาขาอื่นๆ ที่โด่งดังก็จะเป็น Business school ด้าน Data Analytics, Information System, Engineering และนอกจากนั้นยังมีสาขา Medicine และ Dentistry ที่โด่งดังอีกเช่นกัน 

 

Queen Mary University of London ตอบโจทย์มากๆ เลยน้าาสำหรับน้องๆ ที่อยากใช้ชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอน ได้ทั้งเที่ยวทั้งเรียนเลย อยากไปเรียนต่อที่ Queen Mary University of London ปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยจ้า ยินดีพร้อมให้คำปรึกษาแบบฟรีๆ เลยย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@mangolearning หรือโทร 02-129-3313, 085-144-8808

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ University of Bristol


 

พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ หลายคนที่กำลังแพลนจะไปเรียนต่อป. โทเกี่ยวกับ Law ที่ประเทศอังกฤษต้องเคยได้ยิน University of Bristol อย่างแน่นอน! University of Bristol มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของหลักสูตรกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group universities อีกด้วยน้าาา เรื่อง Ranking ไม่ต้องห่วงเลย! 

มารู้จัก University of Bristol กันอีกหน่อยดีกว่าค่ะน้องๆ 

  • University of Bristol ถือว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ของประเทศอังกฤษเลย! นับว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากที่อยู่ในลิตส์เดียวกับ Oxford, Cambridge และ University of Edinburgh เลยค่ะน้องๆ 
  • มหาลัยอันดับ 49 ของโลก! นอกจากจะเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ประจำประเทศอังกฤษแล้ว University of Bristol ยังได้รับอันดับ 49 ใน QS World University Rankings ใน Top 100 อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นมหาลัยสุดคุณภาพ 
  • ด้าน Law School ของ University of Bristol ได้รับอันดับ Top 5 ของมหาลัยที่มี Research Intensity เข้มข้นที่สุดในประเทศอังกฤษอีกด้วย จบจากมหาลัยนี้ได้ทำงาน Law Firmชื่อดังมากมายอย่างแน่นอน! 

น้องๆ คนไหนที่กำลังมองหามหาลัยเพื่อเรียนต่อด้านกฏหมาย พี่แมงโก้ขอกระซิบบอกไว้ก่อนว่า… ที่ University of Bristol มีหลักสูตรที่เป็น ก.ต. รับรองด้วยค่ะ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลย และสามารถปรึกษาพี่ๆ ได้ตลอด! 

หลักสูตรของ University of Bristol ที่ได้ ก.ต. รับรองแบบทั่วไป

  • LL.M. Commercial Law
  • LL.M. International Law 

หลักสูตรที่ได้รับการรับรองเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)

  • Master of Laws in Maritime Law

วันนี้ พี่แมงโก้จะมารีวิว University of Bristol ในด้านของ Law school ให้น้องๆ ได้เห็นภาพกัน ถ้าพร้อมแล้ว มาด้วยกันเลย! 

University of Bristol ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาลัย Top Ranking หลายๆ คนก็อาจจะมองว่าเป็นมหาลัยที่เรียนยากรึเปล่า? การเรียนแบ่งวิชาอย่างไรบ้าง? จากรีวิวของน้องหมิวและน้องมิ้นท์ (น้องๆ ที่เรียน LL.M. ที่ University of Bristol) น้องๆ ได้แชร์ว่าทางมหาลัยจะแบ่งเป็นเทอม และเรียน 4 วิชาทั้งปี และยังมีคลาส Seminar ที่น้องๆ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ จะได้เข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้น และอาจารย์จะคอยอธิบายให้เราเข้าใจอย่างมากที่สุด 

 

คลาสเรียน Seminar เป็นแบบไหน? 

ใน Law School ของ University of Bristol จะแบ่งคลาสเป็นสองแบบ คือทั้ง Lecture และ Seminar ตัวคลาส Seminar ส่วนใหญ่จะมีอาทิตย์ละครั้ง หรือไม่ก็สองอาทิตย์ครั้ง แต่ว่าการที่จะเข้าไปเรียนในคลาส Seminar ให้รู้เรื่อง น้องๆ ต้องเตรียมตัวอ่าน Assigned reading list ที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ด้วยนะคะ จะได้เข้าใจพูดคุยกับเพื่อนๆ ในคลาสได้อย่างเข้าใจ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในคลาสเรียน อาจารย์จะมีคำถามให้นักเรียนได้คิดและหาคำตอบมา บอกเลยว่าต้องเตรียมตัวก่อนเข้าคลาส Seminar น้าา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องห่วง เพราะอาจารย์จะคอยช่วยอธิบายให้น้องๆ ได้เข้าใจบทเรียนอยู่แล้วค่ะ (ไม่มีผิดถูก) 

 

แล้ววิชาเรียนที่ University of Bristol ล่ะ? 

ในหนึ่งปีของการเรียนป. โทต่อใน Law School ที่มหาลัยนี้ น้องๆ จะได้เรียน 4 วิชาหลักๆ และใช้เวลาหนึ่งปีเลยค่ะ โดยน้องๆ สามารถเลือก 3 วิชาจากคอร์สหลักที่เลือกไว้ได้เลย ส่วนอีกหนึ่งวิชาก็สามารถเลือกได้จาก LL.M. อื่นๆ ได้เลยน้าา 

ถ้าน้องเลือกเรียน LL.M. Commercial Law 3 น้องๆ จะได้เลือก 3 วิชาจากสาขาที่เลือกเรียน เช่นวิชา International Commercial Arbitration, Information Technology Law, International Corporate Finance และ Financial Markets and Bank Regulation ถ้าน้องๆ ไม่แน่ใจตรงจุดไหน มาถามพี่แมงโก้ได้เลยน้า พร้อมช่วยเสมอจ้า~! 

แต่ถ้าใครสงสัยว่ามีวิชาอะไรบ้าง ดูจากตรงนี้ได้เลยค่ะ >>  Click! 

 

อยากเรียน Law School ที่ University of Bristol ต้องเตรียมตัวยังไง? 

หลายคนเชื่อว่า Law School ที่ University of Bristol จะมีความยากในการเรียน แต่จริงๆ พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนเรียนได้ แต่อาจจะต้องมีความ Active ในการเตรียมตัวก่อนเข้าคลาส Seminar เพื่อความเข้าใจในบทเรียนของน้องๆ เอง และจากรีวิวของน้องๆ แมงโก้ที่ไปเรียนที่ University of Bristol ได้กระซิบมาบอกว่าอาจารย์ที่มหาลัยใจดี ยินดีช่วยเหลือและตอบคำถามน้องๆ ตลอด พี่แมงโก้ขอแนะนำว่า University of Bristol เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบ Discuss ในคลาสเรียนให้น้องๆ ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ค่ะ 

 

แล้ววิชาที่เกี่ยวกับ Finance ต้องมีพื้นฐานแน่นรึเปล่า? 

ต้องบอกก่อนว่าน้องหมิวและน้องมิ้นท์เลือกเรียนวิชา Corparate Finance ด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะไม่แน่นพื้นฐานเรื่อง Finance น้องๆ ที่เรียนกฏหมายก็เรียนได้เหมือนกันค่ะ! การเรียนวิชานี้จะเน้นไปในทางของกฏหมายมากกว่าด้าน Finance พื้นฐานไม่แน่นก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่าา 

 

จะจบ Law School ที่ University of Bristol ยังไง

น้องๆ ที่เรียน Law School ที่ University of Bristol จะต้องทำ Dissertation เป็นโปรเจกต์จบ ความยาวที่ต้องเขียนคือ 12,000 คำ แต่น้องๆ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ ทำได้อยู่แล้ววว 

 

ไปดูรีวิวเต็มๆ ที่ในคลิปนี้เลยจ้าา >> Click to watch!

น้องๆ กฏหมายที่อยากไปเรียนต่อที่ University of Bristol แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มตรงไหนอะไรอย่างไร มาปรึกษาพี่ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาน้องฟรีๆ เลย! ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า

คำถามยอดฮิตสำหรับน้องที่กำลังวางแผนเรียนต่อกฎหมายที่อังกฤษ


ช่วงนี้มีน้อง ๆ กฎหมายหลายคนเข้ามาปรึกษาเรื่องการศึกษาต่อ พี่แมงโก้จึงขอมาสรุปคำถามยอดฮิตสำหรับน้องที่กำลังวางแผนศึกษาต่อด้านกฎหมายที่ประเทศอังกฤษกันค่ะ

1) จำเป็นต้องเลือกเรียนมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รับรองแล้วหรือไม่?

น้อง ๆ กฎหมายคงเคยสงสัยกับคำถามนี้ มหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ ก.ต. รับรองคือหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่มีผู้สมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาได้สำเร็จการศึกษามา และก.ต.ได้รับรองว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติในการสมัครสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้สมัครสอบจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ ก.ต. ยังไม่เคยรับรอง ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครนั้นขาดคุณสมบัติในการสอบผู้สมัครสามารถดำเนินการยื่นคำขอให้ ก.ต. พิจารณาเพื่อรับรองหลักสูตรและมหาวิทยาลัยได้ค่ะ ดังนั้นหากมีหลักสูตรของมหาวิทยาลัยใดที่น่าสนใจ แม้ยังไม่อยู่ในรายชื่อที่ผ่านความเห็นชอบจาก ก.ต. เช่น University of Exeter หรือ University of Birmingham น้อง ๆ ก็สบายใจได้สามารถยื่นคำขอในภายหลังได้ค่ะ

2) เรียนกฎหมายที่ประเทศอังกฤษยากไหม? ลักษณะการเรียนการสอนเป็นอย่างไร?

หลักสูตรการเรียนกฎหมายของประเทศอังกฤษจะเป็นหลักสูตร 1 ปี การเรียนการสอนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละวิชาของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

1. Lecture ซึ่งจะเหมือนกับการเรียนการสอนบ้านเรา ส่วนใหญ่จะเป็นคลาสเรียนค่อนข้างใหญ่ อาจารย์จะเป็นผู้สอน นักเรียนก็มีหน้าที่ตั้งใจฟัง จด lecture
2. Seminar การเรียนการสอนแบบนี้อาจจะไม่คุ้นเคยสำหรับนักเรียนไทยเท่าไหร่ จะเป็นคลาสเรียนเล็กให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ดังนั้น นักเรียนจึงต้องศึกษามาก่อนล่วงหน้าและมา discuss กันในห้องเรียน อาจารย์จะเป็นเพียงผู้ควบคุมเท่านั้น หลังจากเรียนจบจะต้องมีการทำ dissertation ถือเป็นการรวบรวมเอาทุกทักษะที่มีมาใช้ตั้งแต่การหาหัวข้อที่น่าสนใจ ค้นคว้าหาข้อมูลจากทุกแหล่ง อ่านข้อมูลทุกอย่างที่ค้นมาวิเคราะห์ กลั่นกรอง เรียบเรียงออกมาเป็น dissertation เล่มหนาทีเดียว

3) มีคนเรียนแล้วไม่จบไหม? จบยากไหม?

สำหรับวิธีการวัดผลของแต่ละมหาวิทยาลัยจะแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จะขอแบ่งเป็น 3 วิธี คือ
1. สอบอย่างเดียว 100%
2. ทำ essay อย่างเดียว 100%
3. แบบผสมของวิธี 1 และ 2

จากประสบการณ์ตรงและที่ได้สัมผัสจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่จบกันมา ถ้าหากเข้าเรียนสม่ำเสมอ ตั้งใจเรียน มีส่วนร่วมในห้องเรียนส่งงานครบถ้วนตามกำหนดเวลา แบ่งเวลาให้ดี ก็จะได้ทั้งความรู้กลับมาพร้อประสบการณ์ชีวิต และถ้าตั้งใจมาก ๆ อาจได้ merit หรือ distinct แถมกลับมาด้วยนะคะ
.
ดูรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ ก.ต.รับรอง
https://www.mangolearningexpress.com/law-school-list/

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

IP Law ที่ University of Edinburgh เค้าเรียนอะไรกัน?


LLM. Intellectual Property ที่ University of Edinburgh เป็นสาขาที่มีน้อง ๆ เด็กนิติฯ สนใจเรียนมากที่สุดสาขาหนึ่ง เนื่องจากเป็นสาขาที่ ก.ต. หรือ สำนักกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม รับรองในการมายื่นวุฒิสมัครสอบผู้พิพากษาและอัยการ และยังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายโดยเฉพาะด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า เรียน IP Law ที่ University of Edinburgh เรียนอะไรยังไงกันบ้าง เริ่มจากวิชาหลักที่บังคับให้เลือกเรียน หรือ “Core Courses” ที่นักเรียนทุกคนต้องเลือกเรียน มีให้เลือกทั้งหมด 5 วิชา คือ

1. Intellectual Property Law 1 : Copyright and Related Right
เป็นการเรียนกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหราชอาณาจักรที่มีแม่แบบมาจากสหภาพยุโรปอีกที โดยการเรียนวิชานี้สามารถนำมาปรับใช้กับกฎหมายของไทยได้

2. International Intellectual Property System
วิชาที่เรียนเกี่ยวกับ Global Policy ว่ามีความเกี่ยวโยงกับกฎหมายในแต่ละประเทศอย่างไร โดยจะเรียนจาก Case Study เป็นหลัก เช่น กรณีกฎหมายสิทธิบัตรเรื่องยาในประเทศอินเดีย Global Policy
ในเรื่องสิทธิบัตรยาส่งผลดีหรือผลเสียต่อกฎหมายสิทธิบัตรยาในประเทศอินเดียอย่างไร

3. Intellectual Property Law, Innovation and Creativity                                                         

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามีจุดประสงค์หลักในส่งเสริมนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ วิชานี้เป็นการศึกษาผลกระทบของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาต่อนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาช่วยส่งเสริมหรือขัดขวาง ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาสามารถช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้แค่ไหน อย่างไร และจะทำอย่างไรให้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาบรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อย่างสมบูรณ์

4. Intellectual Property Law 2 : Industrial Property
การเรียนกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรเป็นหลัก เป็นการเรียนต่อเนื่องมาจาก Intellectual Property Law 1 โดยจะมีการถกเถียงกันไปถึงโครงสร้างและนโยบายทางเศรษฐกิจรวมถึงหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการค้าและลิขสิทธิ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ

5. Contemporary Issues in Exploiting Intellectual Property
วิชาที่เน้นศึกษาจากการวิจัยในหัวข้อที่เป็นประเด็นใหญ่ทางสังคมในด้านที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลก อย่างเช่นเหตุการณ์ Brexit เป็นต้น

โดยเรียนเทอมละ 3 วิชา วิชาที่ 1 และวิชาที่ 2 จะเป็นวิชาบังคับให้เรียนในเทอมแรก ส่วนเทอมที่สองนั้น ก็เลือก 2 ใน 3 วิชาที่เหลือ ส่วนที่เหลืออีก 1 วิชาในแต่ละเทอม น้อง ๆ สามารถเลือกเรียนวิชาในภาคหรือนอกภาคก็ได้ ลักษณะการเรียนการสอนในทุกวิชาจะเป็นแบบ Seminar Base คือ น้อง ๆ จะได้รับ Reading List เรื่องที่จะถูกนำมาเป็นหัวข้อในการเรียนและอภิปรายในแต่ละคลาสโดยแต่ละอาทิตย์จะมี 1 หัวข้อที่ถูกยกขึ้นมาพูดตาม Reading List ที่ได้รับมาตั้งแต่ต้นเทอม น้อง ๆ จะต้องอ่านเรื่องนั้น ๆ ก่อนเข้าเรียน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะในห้องเรียนจะเป็นการถกเถียงกันในประเด็นนั้น ๆโดยที่อาจารย์จะไม่ได้มาเล่าเรื่องเกริ่นนำให้เราฟังก่อนแล้วเพราะฉะนั้นการเตรียมตัวก่อนเข้าคลาสจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

Assignment ของการเรียนก็จะมีทั้งการ Present งานหน้าชั้นเรียน การทำงานกลุ่ม ซึ่งงานส่วนใหญ่จะเป็นการเขียน Essay หรือ เขียนรายงานตามหัวข้อที่อาจารย์สั่งและทาง University of Edinburgh มีนโยบายในการสอนที่เข้มข้น โดยในแต่ละคลาสจะมีนักเรียนไม่เกิน 25 คนเท่านั้น เพื่อความทั่วถึงในการเรียนการสอน ส่วนตัวอาจารย์เองก็จะเป็นนักวิชาการที่มีผลงานการเขียนหนังสือ หรือทำงานใน Law Firm ที่เป็นมืออาชีพ โดยมีหลายเชื้อชาติคัดสรรจากความเชี่ยวชาญในการสอนวิชานั้น ๆ เป็นหลัก

นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น การเชิญ Guest Speakers มาพูดคุยเพื่อให้ประสบการณ์แก่นักเรียน หรือการพาไปดูงานตามที่ต่าง ๆ และน้อง ๆ ที่เรียนที่นี่ยังมีสิทธิ์ได้โอกาสทำงานเป็น Research Assistance ของอาจารย์ที่มาสอนอีกด้วย เรียกได้ว่าการเรียน LLM. Intellectual Property ที่ University of Edinburgh เป็นการเรียนที่เข้มข้นพร้อมประสบการณ์ทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิตที่ดีเยี่ยมที่ไม่ได้จะหาเรียนได้ในทุก ๆ ที่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับน้อง ๆ ที่จะไปเรียนต่อด้านกฎหมายที่ประเทศอังกฤษแต่อยากไปอยู่ในเมืองหลวงสุดคลาสสิคของสก๊อตแลนด์

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษ บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

รวม 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำสำหรับเด็กกฎหมายไปเรียนต่อปริญญาโท (ที่ ก.ต. รับรอง)


น้อง ๆ เด็กนิติคนไหนที่กำลังวางแผนจะไปเรียนต่อกฎหมายที่สหราชอาณาจักร ระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยที่ก.ต. รับรอง แล้วตัดสินใจอยู่ว่าจะเลือกเรียนสาขาอะไร มหาวิทยาลัยไหนดี วันนี้พี่แมงโก้มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำที่เหล่านักกฎหมายเลือกมาเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่สหราชอาณาจักรกัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการตัดสินใจเรียนต่อของน้อง ๆ

Durham Law School – Durham University

โรงเรียนกฎหมายที่อยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยเดอแรม ที่นี่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนกฎหมายอันดับต้นๆ ของสหราชอาณาจักรเลยล่ะ ติดท็อป 10 ของสหราชอาณาจักรจาก  The Guardian, The Complete University Guide และที่สำคัญ ที่นี่ยังมีหลักสูตรต่าง ๆ ที่น่าสนใจในระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองอีกด้วย

การเรียนการสอนของที่นี่นั้น พี่แมงโก้อยากบอกว่าที่นี่จะเน้นการเรียนแบบกลุ่มเล็ก ๆ ในห้องเรียน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย มีการสัมมนาในวิชาต่างๆ รวมไปถึงการทำวิจัยอิสระเพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความคิดสร้างสรรค์ของเหล่านักศึกษาที่เข้ามาเรียนที่นี่ อีกทั้งได้เข้าร่วมและทำกิจกรรมเกี่ยวกับกฎหมายของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

หลักสูตรกฎหมายระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองของมหาวิทยาลัยเดอแรม

– LLM Master of Laws (General)

– LLM International Trade and Commercial Law


Edinburgh Law School  – University of Edinburgh

ที่นี่เป็นโรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเอดินบะระที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่สกอตแลนด์ ที่สำคัญที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่ติดท็อป 10 ของโรงเรียนกฎหมายในสหราชอาณาจักรจาก The Guardian, The Complete University Guide อีกด้วย แถมยังเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองด้วยนะ

พี่แมงโก้อยากบอกน้อง ๆ ว่าที่นี่สอนวิชากฎหมายมามากกว่า 300 ปี นอกจากน้องๆ จะได้ความรู้ที่แน่นแล้ว ยังมีโอกาสเรียนในอาคารเรียนที่เก่าแก่ และมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย การเรียนของที่นี่จะเน้นไปในด้านการศึกษาค้นคว้าและทำวิจัยด้วยตัวเอง นอกจากนี้ที่นี้ยังสนับสนุนด้านความหลากหลายทางเพศและยังเน้นด้าน Workload Balance ของนักศึกษาอีกด้วย

หลักสูตรกฎหมายระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองของมหาวิทยาลัยเอดินบะระ

– LLM Master of Laws

– LLM Innovation, Technology and the Law

– LLM Intellectual Property Law


Nottingham Law School – University of Nottingham

โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเป็นโรงเรียนกฎหมายที่เป็นที่นิยมของกลุ่มนักเรียนกฎหมายในประเทศไทย นอกจากการเรียนกฎหมายระดับปริญญาโทที่ทาง ก.ต. รับรองแล้วนั้น ที่นี่ยังมีชื่อเสียงอย่างมาและเป็นที่ยอมรับจากสำนักงานกฎหมายชื่อดังหลาย ๆ แห่ง ที่นี่ติดท็อป 15 ของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนกฎหมายที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักรอีกด้วย

สำหรับการเรียนการสอนของที่นี่ ทางโรงเรียนกฎหมายนอตติงแฮมเปิดโอกาสให้นักศึกษาทำการวิจัยและค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ โดยมีแหล่งข้อมูลทางกฎหมายให้ใช้บริการ และมีที่ปรึกษาให้กับผู้เรียนที่คอยช่วยเหลือด้านกฎหมายอีกด้วย

หลักสูตรกฎหมายระดับปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองของมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม

– LLM Master of Laws

– LLM International Law

– LLM International Commercial Law

– LLM Environmental Law

.

และนี่คือ 3 มหาวิทยาลัยเด่น ๆ ทางด้านกฎหมายในสหราชอาณาจักรที่เปิดการเรียนการสอนและหลักสูตรกฎหมายในระดับปริญญาโทที่ทาง ก.ต. รับรอง ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจเรียนต่อด้านนิติศาสตร์ในสหราชอาณาจักร อย่าลืมเก็บ 3 มหาวิทยาลัยนี้เอาไว้ในใจ ส่วนหลักสูตรกฎหมายของแต่ละมหาวิทยาลัยที่ ก.ต. รับรอง พี่แมงโก้อยากแนะนำให้น้อง ๆ ตรวจสอบก่อนสมัครอีกครั้งหนึ่งด้วยนะจ๊ะ


สำหรับน้อง ๆ คนไหนสนใจหลักสูตรเหล่านี้ แล้วถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไรเพื่อให้สอบสนามจิ๋วได้ สามารถปรึกษาพี่แมงโก้ ผู้มีประสบการณ์ตรงด้านกฎหมายได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

โทร : 085-1448808

Line@ : @mangolearning

 

ต่อโทนิติที่อังกฤษ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


น้องๆ คนไหนที่กำลังเรียนนิติอยู่ในไทยแล้วกำลังวางแผนจะลงสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาในสนามจิ๋ว (สนามจิ๋วคือสนามสอบสำหรับผู้ที่ผ่านหลักสูตรเนติบัณฑิต  และจบ “ปริญญาโท” ด้านกฎหมายจาก”ต่างประเทศ”ที่ ก.ต. รับรอง 2 ปี) วันนี้พี่แมงโก้เอารายละเอียดและข้อมูลต่าง ๆ สำหรับการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อเรียนต่อปริญญาโท นิติศาสตร์ ที่อังกฤษ มาให้น้องๆ ดูกัน จะมีรายละเอียดยังไงบ้างมาดูกันเลยค่ะ

 

เวลาที่น้องๆ จะเข้าเรียนต่อปริญญาโทโดยเฉพาะนิติศาสตร์ที่อังกฤษนั้น เราจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้สำหรับทำการสมัครกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. Official Transcript และ Graduation Certificate ฉบับภาษาอังกฤษ (แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่แตกต่างกัน อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ๆ ก่อนสมัครนะ)
  2. Application Form ใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเรียน
  3. Letters of Recommendation หนังสือรับรอง จดหมายแนะนำจากอาจารย์และหัวหน้าที่ทำงานฉบับภาษาอังกฤษ 2 ฉบับ
  4. Resume หรือ CV
  5. ผลสอบ IELTS
  6. Statement of Purpose (SOP) หรือ Personal Statement จดหมายแนะนำตัว เขียนเพื่อแนะนำตัวเองว่าเราเป็นใคร เรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไหน และทำไมมหาวิทยาลัยที่เราสมัครต้องเลือกรับเรา
  7. สำเนาหนังสือเดินทาง (สำเนาหน้าพาสปอร์ต)

 

หลังจากที่น้อง ๆ เตรียมเอกสารต่าง ๆ แล้วนั้น เราก็ต้องมาดูว่ามหาวิทยาลัยไหนและหลักสูตรใดบ้างที่เราจะสามารถเลือกเรียนต่อปริญญาโท นิติศาสตร์ ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ ก.ต. รับรอง ไม่ว่าจะเป็น Durham University, University of Edinburgh, University of Nottingham, University of Kent, University of Essex เป็นต้น ก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน เช่น มหาวิทยาลัยทางเหนือในสกอตแลนด์ หรือทางเหนือของอังกฤษ จะเป็นโซนในเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม หรือใครที่ชอบผืนน้ำสวย ๆ อยากเรียนในมหาวิทยาลัยใกล้ทะเลก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าใครมองว่าทำเลของมหาวิทยาลัยไม่มีผล สนใจเฉพาะ Ranking ของมหาวิทยาลัยมากกว่า ก็สามารถตรวจสอบ Ranking ได้ง่าย ๆ ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยที่พี่แมงโก้เลือกมาให้น้อง ๆ นั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มี Ranking ในอันดับต้น ๆ ของสหราชอาณาจักรเลยนะ

 

ในแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นก็มีหลักสูตรสำหรับต่อปริญญาโท นิติศาสตร์ ที่อังกฤษที่แตกต่างกันไป และหลักสูตรปริญญาโทที่ ก.ต. รับรองนั้น ก็ได้มีการกำหนดเอาไว้แล้ว พี่แมงโก้ก็เลยรวบรวมหลักสูตรปริญญาโท นิติศาสตร์ ในอังกฤษที่ได้รับความนิยมจากน้องๆ ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่ทาง ก.ต. รับรองแล้ว (รับรองล่าสุด ต.ค. 62 จาก สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม) มาให้น้อง ๆ เลือกกัน ไปดูกันเลย

Durham University

รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Trade and Commercial Law


University of Edinburgh

รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
– LL.M in Competition Law and Innovation,
– LL.M in Innovation, Technology and the Law,
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in Intellectual Property Law
– LL.M in Global Environment and Climate Law


University of Nottingham

รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
– LL.M in International Law,
– LL.M in Law
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial Law
– LL.M in Maritime Law
– LL.M in Environmental Law


 

University of Kent

รับรองแบบธรรมดา
– LL.M in Human Rights
– LL.M in Criminal Justice
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial Law
– LL.M in International Environmental Law
– LL.M in International Environmental Law with Human Rights


University of Essex

รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
– LL.M in Internet Law
– LL.M in Internet Law
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial Law
– LL.M in International Commercial and Business Law
– LL.M in International Trade Law


University of East Anglia (UEA)

รับรองแบบธรรมดา
– Master of Laws (LL.M.,)
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in International Commercial and Business Law
– LL.M in International Trade Law


University of Bristol

รับรองแบบธรรมดา
– LL.M in Commercial Law,
– LL.M in International Law,
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M in Maritime Law


Queen Mary, University of London

รับรองแบบธรรมดา
– LL.M Master of Laws
– LL.M International Business Law
– LL.M Banking and Finance Law
– LL.M Commercial and Corporate Law
– LL.M Computer and Communications
– LL.M Comparative and International Dispute Resolution
– LL.M Insurance Law
– LL.M Media Law
หลักสูตรเฉพาะด้านตามข้อ 12 วรรคสอง (1)
– LL.M Tax Law
– LL.M Intellectual Property Law
– LL.M Environmental Law


สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่สนใจหลักสูตรเหล่านี้ หรือถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเรียนอย่างไรเพื่อให้สอบสนามจิ๋วได้ สามารถปรึกษาพี่ๆ Consult ด้านกฎหมายของ Mango ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โทร : 02-1293313, 085-1448808 หรือ LINE@mangolearning
Line@ : @mangolearning