เรียน PRE-SESSINAL ที่ Durham University


Pre-sessional Course ของที่นี่มีหลักสูตรที่มีความเข้มข้นที่จะปูทางให้เราสำหรับการเรียนในระดับปริญญาโท โดยเวลาเรียนคือวันจันทร์ – ศุกร์ ประมาณ 9 โมงเช้า ถึงบ่าย 2

 

ในช่วงของการเรียน Pre-sessional ส่วนใหญ่นักศึกษาจะได้อยู่หอมหาลัย Josephine Butler College และในช่วงระหว่างการเรียนพรีนั้น นักศึกษาก็สามารถเลือกดูหอนอกเพื่อเปรียบเทียบได้ว่าอยากอยู่ที่ไหน และลองศึกษาการเดินทางความเป็นอยู่ละแวกนั้นว่าเดินทางสะดวกสำหรับเรามั้ย ใกล้ร้านค้ารึเปล่า แล้วลองดูด้วยว่าเวลาสมัครหอมีโปรโมชั่นอะไร เช่น แนะนำเพื่อนได้ส่วนลด, เงินสด เป็นต้น

 

การเรียนการสอน จะแบ่งคลาสเด็กที่เรียนระหว่าง law กับ business เพราะสไตล์วิธีการเขียน essay นั้นมันมีความต่างกัน อาจารย์จะสอนเน้นวิธีการเขียน Essay ครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่หลักการวางรูปแบบ การใช้คำ รวมไปถึงมีการสอบประเมินอยู่เรื่อย ๆ บอกแล้วว่าจริงจัง ตั้งใจเก็บเกี่ยวทุกอย่างเพราะมันจะช่วยเราตอนเรียนและเขียน essay ส่งงานจริง ๆ

 

สำหรับการเดินทาง จะมีรถ PR2 เพื่อเดินทางเข้าเมืองหรือไปเรียน สถานที่เรียนจะอยู่ใกล้กับ English Language Centre
*รถบัส PR2 จะวิ่งผ่านเมือง Durham ไปสุดสายที่ Howlands Farm ซึ่งใกลกับหอ Ustinov College และป้ายหน้ารถจะเขียนว่า “Howlands’ เป็นจุดหมายปลายทาง 

 

ZEN ร้านอาหารไทยเจ้าเด็ดดดดดด ที่จะทำให้ทุกคนไม่คิดถึงบ้านอีกเลย อาหารอร่อยรสชาติเหมือนกินที่ไทยและเชฟอิมพอร์ตจากไทย เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของนักเรียนไทย เป็นที่ๆเด็กไทยทุกคนต้องไปฝากท้อง อาหารทุกอย่างรสชาตเหมือนไทยเผลอๆ อร่อยกว่ากินที่ไทยอีก เชฟและพี่ ๆ สตาฟที่นี่น่ารักมาก ๆ เมนูประจำของเด็กไทยคือ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยและข้าวกระเพราหมูกรอบ สำหรับเด็กไทยสามารถรีเควสระดับความเผ็ดได้

แชร์ประสบการณ์เรียน Pre-sessional Course ที่ Exeter


Exeter เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ การเดินทางจาก London ก็สามารถเลือกได้หลายทางไม่ว่าจะเป็น รถไฟ รถส่วนตัว และรถบัส โดยจะมาลงที่ City Centre ของเมือง Exeter ด้วยความที่เมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากแต่ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้าร้านอาหารชาติต่างๆครบครัน แต่เพราะว่าสถานที่สำคัญๆ ก็จะตั้งอยู่ใกล้กันหมด ส่วนใหญ่แทบไม่ได้ขึ้นรถประจำทางเลย เพราะว่าสามารถเดินจากบ้านพักไปห้องสมุด อาคารเรียน ไปช็อปปิ้งในเมือง ทานอาหารริม The Quay ก็สามารถเดินถึงกันได้หมดค่ะ นอกจากนี้ร้านอาหารและร้านค้าหลายๆ ร้านก็มักจะมอบส่วนลดให้กับนักศึกษาด้วยค่ะ

The quay

สำหรับนักศึกษาทั้ง Undergraduate และ Postgraduate ที่ลงเรียนคอร์ส Pre-sessional Course กับ Into จะเรียนที่ตึกของ Into โดยเฉพาะ ซึ่งช่วงที่เรียนนั้น มหาวิทยาลัยจะค่อนข้างเงียบกว่าปรกติเพราะว่านักศึกษายังไม่เปิดเทอมกัน ซึ่งนั่นก็มีข้อดีตรงที่เราสามารถใช้ Facility ของมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น Sport Center หรือว่าจะใช้บริการห้องสมุดก็ดี

ในช่วงเวลาว่างจากเรียน Pre-sessional Course การเดินทางไปเที่ยวเมืองต่างๆใกล้เคียง แบบ One Day Trip ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินทางด้วยการเช่ารถยนต์ขับ (อย่าลืมทำใบขับขี่สากล และศึกษากฏจราจรของอังกฤษเบื้องต้นมาด้วยนะคะ ส่วนผู้เช่าที่อายุเกิน 25 จะได้รับส่วนลดค่าเช่ารถในราคาที่ถูกกว่านะคะ) โดยเมืองนี้ก็มีผู้ให้บริการเช่ารถอยู่หลายราย หรือจะนั่งรถบัส รถไฟ ก็สะดวกหมดค่ะ แอบกระซิบว่าช่วงแรกที่มาถึงในช่วงเดือน June July อากาศที่นี่ยังไม่หนาว แดดออกทุกวัน เหมาะแก่การท่องเที่ยว ซึ่ง Exeter นั้นก็อยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆที่ที่เหมาะแก่การเที่ยวในหน้าร้อน เช่น ทุ่งลาเวนเดอร์เมือง Salisbury

 

บริเวณตึกเรียน

สำหรับบางคนที่ไม่อยากเที่ยวด้วยตัวเอง ทาง Into ได้จัดโปรแกรมพิเศษสำหรับนักศึกษา Into แทบทุกอาทิตย์จะพาไปเที่ยวเมืองต่างๆ เช่น Bath, Bristol, Cornwall และกิจกรรมเช่น Paint Ball โบว์ลิ่ง ทานอาหาร จิบชา นอกจากได้เที่ยวแล้ว ยังทำให้เราได้เพื่อนใหม่นอกห้องเรียนด้วยค่ะ

สำหรับความประทับใจที่มีต่อ Into นั้น นอกจากความรู้ที่ได้รับ เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับ Academic English ซึ่งส่วนตัวคิดว่าจำเป็นมากสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ Into ยังจัดคอร์ส In-sessional ซึ่งเป็นคอร์สให้เลือกลงเรียนได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุมในทุกทักษะ ไม่ว่าจะเป็นฟังพูดอ่านเขียน ในหลายๆ Pathway อาทิเช่น General หรือจะเน้นไปทางด้าน Business, Finance, Marketing  หรือ Accounting โดยที่เราสามารถเลือกให้เหมาะกับสาขาวิชาที่เราต้องการได้เลยค่ะ สำหรับคนที่มีปัญหาด้านแกรมม่า ทาง Into ยังมีคอร์สที่ช่วยติวเรื่องการเขียนแบบตัวต่อตัวให้ด้วย ส่วนตัวมองว่าทั้งหมดเป็น After sale service หลังจบคอร์สจาก Into ที่ช่วยให้เรายังคง Maintain และพัฒนาทักษะด้านภาษาให้ดีขึ้นไปอีกค่ะ

หลังจากจบ Into นักเรียนส่วนใหญ่จะมีเวลาว่าง 2 อาทิตย์ก่อนเปิดเทอม บางคนกลับประเทศไทย บางคนไปเที่ยวพักผ่อนตามอัธยาศัยชาร์ตพลังก่อนจะกลับมาเริ่มเปิดเทอมในช่วงปลายเดือนกันยายนค่ะ แต่อาทิตย์แรกของการเปิดเทอมนั้นจะยังไม่มีการเรียนการสอน โดยนอกจากจะมีชมรมต่างๆมาออกบูท Fresher Week  เป็นอาทิตย์ที่ให้นักศึกษาได้มีเวลาจัดการ Timetable ลงทะเบียนเรียน มี Session แนะนำหลักสูตรและวิชาเรียนต่างๆ และที่สำคัญ ในช่วงเวลานี้มหาวิทยาลัยยังจัด Module clinic ไว้คอยบริการสำหรับนักศึกษาที่มีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนเรียน ต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการย้ายหลักสูตรโดยเฉพาะค่ะ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามหาวิทยาลัยเค้าค่อนข้าง Willing to help และ Encourage ให้นศ.เข้ามาพูดคุยและปรึกษาปัญหา นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยจากจัดคอร์ส Program Development ซึ่งนศ.จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่คอยดูแล International Student ที่ไม่ได้พูดภาอังกฤษเป็นภาษาหลักค่ะ

และด้วยความที่ University of Exeter ตั้งอยู่ห่างจาก City Centre ออกไปเพียง 15 นาทีเท่านั้น เมืองนี้จึงเต็มไปด้วยนักศึกษา ทั้ง Undergraduate และ Postgraduate  ในช่วงเวลาที่อากาศดี จะเห็นนักศึกษาทั้งหญิงและชายออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิเช่น ออกกำลังกาย วิ่ง ว่ายน้ำ เล่นกีฬา หรือจะไปใช้ Sport Club ที่มหาวิทยาลัยซึ่งก็มีอุปกรณ์ต่างๆเตรียมไว้ให้ครบ หรือใครอยากจะสมัครชมรม ก็มีชมรมที่น่าสนใจเยอะแยะมากมายอาทิเช่น Martial Art, ไต่เขา, พายเรือคายัค, รักบี้ฟุตบอล, ดนตรี และอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนเลยค่ะ โดยชมรมเหล่านี้เค้าจะมาออกบูทแนะนำชมรมในอาทิตย์แรกของเทอมที่เรียกว่า Fresher Week ค่ะ

จะเห็นได้ว่าเมือง Exeter นี้นอกจากจะเป็นเมืองที่เหมาะกับการเรียนหนังสือ เพราะมีบรรยากาศที่สงบเงียบ ร่มรื่น ค่อนข้างปลอดภัยแล้วยังมีสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้ออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือในห้องเรียนอีกด้วย

ความต่างของ Law และ Business ที่ DURHAM


การเรียน Pre-sessional Course ที่ Durham University จะแบ่งคลาสเด็กที่เรียนระหว่าง law กับ business เพราะสไตล์วิธีการเขียน essay นั้นมันมีความต่างกัน อาจารย์จะสอนเน้นวิธีการเขียน Essay ครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่หลักการวางรูปแบบ การใช้คำ รวมไปถึงมีการสอบประเมินอยู่เรื่อยๆ บอกแล้วว่าจริงจัง ตั้งใจเก็บเกี่ยวทุกอย่างเพราะมันจะช่วยเราตอนเรียนและเขียน essay ส่งงานจริง ๆ


การเรียนกฎหมาย

แต่ละปีมหาลัยจะมีแจ้งรายวิชาที่เปิดสอน โดยอาทิตย์แรกของการเปิดเทอมทางคณะจะจัดให้มี Induction Week อธิบายรายวิชาว่ารายละเอียดแต่ละวิชาเรียนอะไรบ้าง จำนวนหน่วยกิต มีการเรียนการสอนหรือการประเมินผลโดยการสอบหรือเขียนงานส่งอย่างไร ซึ่งเด็กส่วนมากจะเลือกลงวิชาที่เขียนงานส่ง (Essay) ส่วนวิชาบังคับ คือวิชา Applied Research Method ซึ่งวิชานี้จะมีเรียนทั้ง 2 เทอม และ Dissertation จำนวนคำที่เขียน Dissertation ส่ง มี 10,000, 15,000 และ 20,000 คำ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสัดส่วนหน่วยกิตวิชาที่เราเลือกเรียน


การเรียนของ Business

วิชาของ Business จะมีวิชาบังคับของแต่ละสาขา และ มีคลาส  Seminar ทุกๆ 2 อาทิตย์ ซึ่งจะมีการเช็คชื่อ คลาสที่เรียนของ Business หลักๆอยู่ที่ Business School คลาส Seminar แล้วแต่ทางคณะจัด จะมีอีเมลล์แจ้งให้ทราบ โดยทุกเทอมคณะ Business จะมีการสอบเกือบทุกวิชา และ Dissertation จำนวน 12,000 คำ

ตามติดชีวิตเด็กเรียน Pre-Sessional English ที่ Durham University


วันนี้พี่แมงโก้มีเรื่องราวชีวิตจริงไม่อิงนิยายจากส่งตรงมาจาก Durham กันเลยค่ะ สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องของการเรียน Pre-sessional ของมหาวิทยาลัย Durham โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่สงสัยว่า เอ๊ะ คนที่เค้าจะไปเรียน LL.M. เวลาที่เค้าเรียนพรีเค้าเรียนอะไรกันบ้าง แล้วเรียนแค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวรึปล่าว ไปเกาะติดชีวิตสนุก ๆ ของน้อง ๆ จากรั้ว Durham กันค่ะ 🙂

สวัสดีครับ อยู่ Durham มาซักพักนึงแล้วก็เลยอยากจะแชร์ให้ฟังกันว่า มหาวิทยาลัย Durham ที่เด็กไทยมาเรียนกันเยอะแยะเนี้ยมันเป็นยังไง ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าสำหรับคนไม่เคยเรียนเมืองนอกแบบเราต้องมานั่งคิดให้หนักเลยว่า ความจำเป็นในการเตรียมตัว เรื่องภาษามันจำเป็นมากแค่ไหน เราต้องมาดูตัวเองว่า ต้องฝึกภาษานานขนาดไหน สกิลหรือคะแนน IELTs ที่มีมันสะท้อนความสามารถจริงมั้ย ขาดอะไร เขียนได้มั้ย ฟังพูดตลอดได้มั้ย คือฉันต้องเรียน pre-sessional กี่เดือนดี มีตังค์มั้ย 555 นั่นแหละ ปวดหัวมาก สุดท้ายก็ได้คำแนะนำจากพี่ที่แมงโก้แล้วก็เออตัดสินใจว่าเอาล่ะขอเรียนภาษาสักเดือนนึง

พอแบ่งห้องเรียนปุ๊ปปป พีคมากกก ห้องที่เราอยู่นี่คือ international มั่กก ดูปากณัชชาอีกทีนะคะ international มาก เบลเยี่ยม ตุรกี อินเดีย ไนจีเรีย จีน แล้วฉันก็เป็นคนไทยคนเดียวเลยจ้า แล้วคือ ในห้องแย่งกันพูดมากๆๆ แบบ ทุกคนพูด มันเรียกได้ว่า Seminar สัมมนา ที่เคยได้ยินกันนี่แหละ ของจริงเป็นแบบนี้ ทุกคนพูด แย้งทุกอย่าง แย้งความคิดเพื่อนก็ได้ คำถามที่ตามมาส่วนใหญ่ คือ ทำไมคิดแบบนั้นแหละ แล้วก็จะให้อธิบายเหตุผลส่วนตัวรัว ๆ (แรกๆกระเหรี่ยงไทยบ้านแบบฉันได้แค่นั่งฟัง ก็ฝึก listening skill รัวๆๆ) เหยแล้วแบบ เถียงกันกับประโยคเดียวอยู่สองชม. ไม่ได้ไปหน้าอื่นเลย 5555 แต่คือมันต้องพูด ต้องฟัง บางครั้งเถียงกันจนชนะเนื้อหาที่เรียนก็มี จนอาจารย์คนสอนวนหน้านั้นแล้วขอไปคุยกับที่ประชุมก่อนเนื้อหาตรงนี้อาจจะไม่ถูกต้อง เห้ยยย คือมีความชนะ 10 10 10 คะแนน!! 555 หลัง ๆ ก็เป็นเรานี่แหละต้องพูดบ้าง เค้าไม่ได้เรียกตอบหรอก ไม่จำเป็นต้องชี้นิ้วเอ้านายแว่นขึ้นมาตอบข้อนี้สิ มันเป็นเรานี่แหละที่อยากพูดบ้าง เราฟังมาหลายวันแล้ว เราเริ่มชินสำเนียงเพื่อนในห้องเริ่มเข้าใจว่าเค้าพูดว่าไร และรู้ว่าเราต้องพูดบ้าง เราต้องพัฒนาตัวเอง มันดีเว้ย มันลบความคิดแบบไม่อยากพูดอังกฤษเลย ขี้เกียจคิด ขี้เกียจแปลในหัวออกไปเลย กลายเป็นแบบเจอเพื่อนก็คุย คุยกัน แบบนู้นนี่นั่นเม้ามอย แล้วมันได้ภาษาเองโดยที่เราไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็คิดเป็นภาษาอังกฤษแล้วพูดไปเลยไม่มีต้องมานั่งแปลอีกแล้ว

เอาตรง ๆ คือมาเรียนพรีฯจริง ๆมันดีมากนะ จำเป็นมาก กลายเป็นสิ่งที่สอนอ้ะ มันไม่ใช่ภาษาอังกฤษแบบบ้านเราเลย หลักสูตร pre-sessional สำหรับ LLM มันถูกออกแบบมาเฉพาะมาก ๆ เราต้องเรียนจาก article ที่เป็น academic legal article เลย ต้องมาดูว่า เค้าเขียนยังไง แบ่ง structure ยังไง มี essay แบบไหนบ้างที่ต้องทำส่งในตอนเรียนโท คือพรีมันไม่ใช่การเรียนภาษาอังกฤษอย่างที่เข้าใจ มันคือ การเตรียมตัวสำหรับการเรียนกฎหมายของ ป.โท เค้าไม่ได้สอนภาษาอังกฤษอ้ะ เค้าสอนสิ่งที่เด็กที่เรียนปริญญาโทด้านกฎหมายต้องใช้ ต้องทำเป็นในประเทศอังกฤษนี้ มารู้ทีหลังว่า สถาบันภาษา (English Language School) ของ Durham ดีที่สุดในอังกฤษ คือ Rank 1 เลย และหลักสูตร pre-sessional ของ Durham ก็ออกแบบโดยประธานขององค์กรอารมณ์แบบตรวจสอบคุณภาพการสอนของอังกฤษเลย สุดยอดจริง ๆนาจา

ส่วนเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ช่วงเรียนพรีฯ นี่ไม่ต้องกลัวไม่ได้เที่ยว ตอนเรียนพรีฯนี่คือเฝ้ารอวันเสาร์ทุกอาทิตย์เลย ทุก Weekend เค้าขายตั๋วกิจกรรมนู้นนี่ ทุกอาทิตย์คือไม่ได้ว่างเว้น บางทีก็เป็นแบบ นั่งรถบัสไป Day trip เมืองอื่น ถูกกว่านั่งรถไฟไปเอง ที่สำคัญและไฮโซเป็นอย่างยิ่งคือที่นี่มี Formal Dinner ซึ่งมีความจริงจังโชคดีมากที่เตรียมสูทมา บอกเลยว่ามาที่นี่อย่าลืมเตรียมสูทหรือชุดที่ใส่ออกงานได้มาด้วย

ส่วนเรื่องที่พัก เพราะเราเรียนพรีแค่เดือนเดียว ก็เลยมาช้ากว่าพวกเรียน 2-3เดือน เลยต้องอยู่หอที่ชื่อ St.Mary’s ที่เป็นแบบห้องน้ำรวม ในใจคือ ลำบากละเรา ห้องน้ำรวม แล้วพอเข้ามาอยู่ปุ๊ปปป ห้องน้ำรวมก็โออยู่นะ ข้อดีคือห้องนอนกว้างมาก เต้นบัลเล่ต์ได้ นอนได้ 4 คนสบายๆ (โยคะในห้องได้ด้วยทำมาแล้ว555) ห้องน้ำมันไม่แย่นะ เพราะมีแม่บ้านทำความสะอาดทุกวันสะอาดกว่าห้องน้ำส่วนตัวที่อยู่ทุกวันนี้อี๊ก อยู่หอรวมแบบนี้อารมณ์เหมือนอยู่โรงเรียนประจำ เดินไปนั่งเล่น นั่งดูหนังห้องเพื่อนบ้าน common room บ้าง อยู่ด้วยกันก็อุปทานหมู่ว่าหิวกันตอนตีสอง ต้มมาม่ากินกันรัว ๆ ได้ฟีลโรงเรียนประจำมาก 555

ความประเสริฐอีกอย่างนึงคือ หอนี้มีอาหารเช้าและเย็นให้จ้า ดี๊ดีย์ ตื่นมากิน กินแล้วก็ไปเรียน กินข้าว กลางวันในเมืองแล้วเดินเล่นแท้ด ๆ ๆ แล้วก็กลับมากินข้าวเย็น ประหยัดได้มาก 5555 แล้วสารอาหารก็ มีครบนะจ้ะ แป้ง-เนื้อ-ผัก มีเมนูให้เลือก เนื้อสัตว์ทุกประเภท เนื้อแดง-อาหารทะเลก็มี vegan ก็มีและ อาหารพิเศษสำหรับผู้มีข้อจำกัดอื่น ๆ ด้วย กาแฟ-โกโก้ มีทุกเช้า ผลไม้ของหวานมีทุกมื้อ ตั้งแต่อยู่มาน้ำหนักขึ้นกว่า 5 โลสบาย ๆ มูลค่าอาหารที่กินไปน่าจะแพงกว่าค่าหอแล้วตอนนี้

จริง ๆ แล้วข้อดีของการอยู่หอแบบนี้คือได้เจอเพื่อนใหม่ เรียกว่ามีเพื่อนใหม่มากขึ้นทุกวันทุกเชื้อชาติตามคนที่นั่งข้าง ๆ ตอนกินข้าวนี่แหละ ห้องอาหารที่นี่จะกินแบบห้องโถงใหญ่ ๆ เพดานสูง ๆ เหมือนในแฮร์รี่ พอตเตอร์ (หลังคาไม่โปร่งใสเห็นท้องฟ้านะ เว่อร์ไป มีแค่แชนเดอร์เลียสวยงามตามสไตล์เค้าแหละ)

หลักสูตร pre-sessional ของ มหาวิทยาลัย Durham นั้น มี 20 weeks, 10 weeks, และ 5 weeks สอบถามข้อมูลและเกณฑ์การสมัครได้ที่พี่ ๆ แมงโก้ได้เลยนะคะ

สมัครเรียนและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย Durham โทร 0851448808 หรือ Line @mangolearning