10 อาชีพของเด็กจบ Computer Science


ในยุค Digital ที่เราอยู่นี้ อะไรๆก็ดูทันสมัยไปหมด และทุกคนก็ให้ความสำคัญกับ Big Data จนขนาดที่บางคนบอกว่า “Data is Everything” เพราะทุกอย่างได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลไปหมดแล้ว และสิ่งที่จะจัดเก็บและประมวลข้อมูลออกมาได้ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคอมพิวเตอร์ นี่คงเป็นสาเหตุว่า ทำไมหลักสูตร Computer Science จึงฮอตฮิตติดชาร์ตมากตอนนี้

จริงๆแล้วหลักสูตรที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ยังมีอีกมากมาย แยกย่อยไปอีกเยอะมาก ซึ่งพี่แมงโก้จะขอมาอธิบายขยายความใน Blog หน้านะคะ ส่วน Blog นี้พี่แมงโก้อยากจะโฟกัสไปจุดหมายปลายทางของการเรียน นั้นก็คือ จบ Com Sci แล้วจะไปทำงานอะไรได้บ้าง โดยรวบรวมออกมาเป็น 10 อาชีพให้น้องๆได้ลองศึกษาดูนะคะ ว่ามีอะไรที่เราอยากทำรึป่าว งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

  1. Software Developer

คือคนที่สร้าง และพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ อย่างเช่น มีคนอยากสร้าง Application เรียกรถแท็กซี่ Software Developer จะเป็นคนตั้งต้นที่เป็นคนคิดว่า Application นี้จะทำงานอย่างไร รวมถึงคอยพัฒนา ตรวจสอบ และแก้ไขจุดบกพร่อง เหมือนที่เราเหล่าผู้ใช้จะเห็นได้จากการที่เราต้องคอย Update Application อยู่เสมอๆ โดยคนที่จะมาเป็น Software Developer ได้นั้นจะต้องเขียน Code หรือภาษาคอมพิวเตอร์ได้ รู้จักการจัดการแก้ปัญหาของซอฟท์แวร์อย่างสร้างสรรค์ รู้จัก Insight ของ End Users ซึ่งเป็นผู้ใช้แอพ และสามารถทำให้แอพตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี และมีปัญหาน้อยที่สุด

  1. Database Administrator

คือคนที่ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และประเมินผลของข้อมูลที่ได้จะผู้ใช้งานในแอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมนั้นๆ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาและตีความความต้องการของผู้ใช้ ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมูลของผู้ใช้งานต่อไป Database Administrator มีหน้าที่คอยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล Database และคอบปรับเปลี่ยนระบบเพื่อให้ง่ายต่อผู้ใช้งานระบบ เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด

  1. Computer Hardware Engineer

เมื่อเรามี Software Developer แล้ว เราก็ต้องมี Hardware Engineer มาเป็นของคู่กัน เพราะ Computer Hardware Engineer จะทำหน้าที่ออกแบบ พัฒนา รวมถึงทดสอบระบบที่เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ต่างๆให้ใช้งานได้ดี เหมาะสมกับการใช้งาน คนที่จะมาเป็น Computer Hardware Engineer จะต้องมีความครีเอทีฟและมีความรู้ทางด้านเทคนิคเป็นอย่างดี จะต้องเป็นคนรักการเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปทุกนาที การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยจะเป็นเพียงพื้นฐานเพื่อให้น้องๆนำไปต่อยอดในสาขาวิชาที่น้องๆทำงานต่อไปเท่านั้น เพราะ Hardware เหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นที่ล้ำยุคและพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง และก็เหมือนกับคนอื่นๆในสายงานนี้ ที่จะต้องมีการทดสอบ แก้ไข และพัฒนา Hardware อยู่ตลอดเพื่อให้สามารถทำงานได้ดีกับโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นที่จะนำไปใช้ด้วย

  1. Computer Systems Analyst

ทำหน้าที่เหมือนเป็นคนตรวจสอบระบบขององค์กร และแนะนำว่าควรจะใช้ Software และ Hardware ให้ไปในทิศทางไหนที่จะทำให้ระบบขององค์กรทำงานได้ประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจากเป็นคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ยังมีหน้าที่สื่อสารให้คนในองค์กรเข้าใจว่าทำไมต้องปรับเปลี่ยนทั้ง Software และ Hardware รวมถึงถ่ายทอดและอธิบายให้คนอื่นๆในองค์กรที่อาจจะไม่เข้าใจในระบบ IT ได้มีความรู้และเข้าใจถึงปัญหา เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของทั้งคนและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน นอกจากนี้คนที่เป็น Computer Systems Analyst ยังต้องมีความรู้ความเข้าใจในตัวองค์กรที่ทำงานอยู่ รวมถึงด้านธุรกิจด้วย เพื่อนำความรู้ความเข้าใจนั้น มาใช้พัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นไป โดนตำแหน่งนี้จะคล้ายกับ Business Analysts หรือ Business Systems Analysts

  1. Computer Network Architect

ทำหน้าที่ออกแบบ นำมาปรับใช้ และบำรุงรักษา ระบบ Networking และระบบการสื่อสารข้อมูล ทั้งในระบบ Network ภายในและภายนอก รวมถึงระบบ Internet ในวงกว้าง โดยคนที่เป็น Computer Network Architect มีความจำเป็นที่จะต้องมีการคิดวิเคราะห์ที่ดี และเป็นเหตุเป็นผล รวมถึงสามารถประเมินความสามารถของระบบได้เป็นอย่างดี จะต้องรู้จักทั้งความต้องการขององค์กรที่ต้องการจะแชร์ข้อมูลและสื่อสารกับลูกค้าในวงกว้างด้วย โดยคนที่ทำงานในตำแหน่งนี้จะต้องรู้จักโปรดักท์และเซอร์วิสขององค์กรเป็นอย่างดี ร่วมถึงจะต้องเทสระบบก่อนที่จะนำมาใช้จริง เพื่อให้การทำงานของระบบเป็นไปอย่างไหลลื่นและดีที่สุดเมื่อถึงมือผู้ใช้บริการแล้ว

  1. Web Developer

เป็นคนที่ทำหน้าที่สร้างโครงสร้าง Website และรวมถึงแก้ปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานเว็บไซท์ เช่น การเข้าถึงหน้าเว็บไซท์ ความเร็วในการโหลดหน้าเพจนั้นๆ และยังเป็นคนคอย monitor จำนวนคนใช้งานเว็บไซท์ จำนวนคนเข้าเพจ รวมถึงหาข้อมูลว่าคนเข้าเพจจากทางไหนและจะทำยังไงให้ผู้ใช้เข้าถึงเพจได้มากที่สุด จาก insight ของผู้เข้าใจเพจจากข้อมูลหลังบ้าน รวมถึงนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งานและเพิ่มปริมาณคนเข้าเพจด้วย

  1. Information Security Analyst

ทำหน้าที่สร้างระบบที่แข็งแรงปลอดภัย เพื่อไม่ให้ Hacker สามารถเจาะเข้ามาขโมยข้อมูล หรือทำลายระบบได้ โดย Information Security Analyst จะต้องทำหน้าที่ research เทรดของ Data security รวมถึงคอยเทสระบบ (PEN-Test) เพื่อหาช่องโหว่ และเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะสามารถนำมาพัฒนาการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบขององค์กรได้

  1. Computer and Information Research Scientists

เป็นผู้ประดิษฐ์คิดคน และดีไซน์โปรแกรมจากเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน พูดง่ายๆก็คือ เป็นคนที่นำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในโลกธุรกิจ การแพทย์ วิทยาศาสตร์และความรู้สาขาอื่นๆ นัก Computer and Information Research Scientists ยังมีหน้าที่ในการเขียน algorithms ที่ใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์รูปแบบของข้อมูลในวงกว้าง และความรู้แขนงนี้ สามารถนำไปใช้เขียนโปรแกรมสั่งงานหุ่นยนต์ต่างๆได้อีกด้วย

  1. Computer and Information Systems Managers

มาถึงตำแหน่งในระดับเมเนเจอร์ ที่มีหน้าที่คอยวิเคราะห์ความต้องการเทคโนโลยีขององค์กร ก้าวทันโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับระบบจัดการข้อมูลและองค์กรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องเป็นคนที่มีความรู้รอบด้าน ทั้ง Software Hardware Networking และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อการตัดสินใจลงทุนไปกับเทคโนโลยีนั้นๆได้อย่างเหมาะสม นอกจากความรู้รอบด้านในเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องนำเสนองานเป็น สื่อสารรู้เรื่อง และมีความเป็นผู้นำเพื่อพัฒนาบุคลากรทางด้านไอทีในบริษัทด้วย

  1. IT Project Manager

ตำแหน่งเมเนเจอร์ที่ดูภาพองค์รวมของแผนกไอที เป็นคนคุมและนำทางทั้ง Programmer และ Analysts ที่อยู่ในแผนกไอทีทั้งหลายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบลื่น และให้โปรเจคงานนั้นๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จะต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาของทั้งองค์กรตัวเองและบริษัทลูกค้า รวมถึงเสนอทางแก้ไข และข้อเสนอแนะต่างๆเพื่อให้เกิดการพัฒนาสูงสุด เพราะฉะนั้นสกิลทางด้านสื่อสารจำสำคัญสำหรับตำแหน่งนี้มาก ไม่แพ้สกิลความรู้ทางด้านเทคนิคต่างๆเลย

และนี่ก็คือ 10 อาชีพยอดฮิตของคนที่เรียนทางด้าน Computer Science มา บางทีก็รับตั้งแต่เด็กจบปริญญาตรี ส่วนน้องๆคนไหนที่มีประสบการณ์ทำงานพอตัวแล้ว อยากจะไปเรียนต่อในด้านเฉพาะทางยิ่งขึ้น ที่ประเทศอังกฤษก็มีสาขาวิชาแยกย่อยมากมายให้น้องๆได้ไปเรียนเพื่อกลับมาเป็น specialist ในด้านนั้นๆได้เลยนะคะ เดี๋ยว Blog หน้าพี่แมงโก้จะมาแนะนำคณะสำหรับน้องๆ Com Sci กัน ว่ามีหลักสูตรไหนให้เรียนบ้าง

ถ้าใครอ่านอาชีพแล้วอยากไปเรียนต่อเลยก็ติดต่อพี่แมงโก้มาได้เลยนะจ๊ะที่ Line: @mangolearning หรือจะโทรมาคุยกันก็ได้ที่ 02-129-3313 พี่แมงโก้ไม่ติดเรื่องให้คำปรึกษาจ้า

เรียน Film ที่ Royal Holloway 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยที่สอน Film ดีที่สุดในอังกฤษ


ในปี 2018 Royal Holloway, University of London ได้ถูกจัดอันดับที่ 10 ในมหาวิทยาลัยที่สอนสาขา Film Production ที่ดีที่สุดในอังกฤษ ด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน ทั้งห้องสตูดิโอที่จำลองมาจากสตูดิโอของ BBC ห้องตัดต่อ อุปกรณ์กล้องและไฟ ที่จัดมาให้แบบที่นักเรียนสามารถถ่ายหนังได้อยากสบายๆ พร้อมกับอาจารย์ผู้สอนมากฝีมือที่ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงในแวดวงสื่อของอังกฤษและบางคนก็มีชื่อเสียงระดับโลกเลยทีเดียว นอกจากหลักสูตร Film แล้ว Department of Media ของที่นี่ก็มีชื่อเสียงมาก ๆ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีหลักสูตรอะไรบ้าง


ระดับปริญญาตรี
– BA Film, Television and Digital Production with Integrated Foundation Year (4 Year)
– BA Digital Media Culture and Technology
– BA Film Studies
– BA Film Studies with Philosophy
– BA Film, Television and Digital Production
– BSc Digital Media Culture and Technology
– BA English and Film Studies
– BA Video Games Art and Design
– BA Drama with Film
– BA Comparative Literature and Culture with International Film


ระดับปริญญาโท
– MA Media Management
– MA Immersive Storytelling
– MA Documentary by Practice
– MA Producing Film and Television
– MA International Television Industries
– MA Screenwriting for Television and Film (in Retreat)
– MSc Media, Power and Public Affairs

ที่พิเศษไปกว่านั้นสำหรับนักเรียนด้านมีเดียของ Royal Holloway ก็คือการจัดหาอาจารย์พิเศษที่จะคอยเป็นที่ปรึกษาทั้งด้านวิชาการ และคอบช่วยซับพอร์ตทางด้านการเรียนและการทำโปรเจ็คให้กับนักเรียนเป็นรายบุคคลเลยด้วย เพื่อให้แน่ใจว่า นักเรียนจะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมและได้รับการช่วยเหลือทางด้านการเรียนอย่างดีที่สุด

ล่าสุด Victoria Mapplebeck หนึ่งในอาจารย์พิเศษของที่นี่ได้นำหนังสารคดีสั้นของเธอไปชนะการประกวดรางวัล BAFTA (British Academy of Film and Television Arts) หรือรางวัลสถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์บริติช ที่มอบรางวัลให้กับภาพยนตร์ โทรทัศน์ รายการสำหรับเด็ก และสื่อเชิงสะท้อนสังคม โดยหนังที่ Victoria Mapplebeck ส่งเข้าประกวดนั้นมีชื่อว่า Missed Call (เป็นสารคดีเรื่องสั้นเกี่ยวกับครอบครัวของเธอซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตั้งแต่ลูกชายเกิดโดยไม่ได้ติดต่อกับพ่อของเด็กเลย จนกระทั่งลูกชายของเธอในวัย 13 ปี ผู้ซึ่งไม่เคยรู้จักพ่อของเค้าเลย ต้องการติดต่อกับพ่อซึ่งเคยพบกันเมื่อตอนเด็กคนนี้อายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น) ตลอด 19 นาที ของหนังสารคดีสั้นเรื่องนี้ถ่ายทำด้วย IPhone X ทั้งหมด และตัดต่อโดย Victoria Mapplebeck เพียงคนเดียวเท่านั้น ไปดูความเจ๋งของหนังสารคดีสั้นเรื่องนี้ได้เลยที่นี่


ใครสนใจอยากไปเรียน Film หรือด้าน Media ของที่ Royal Holloway ก็ติดต่อสอบถามของมูลเพิ่มเติมกับพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ได้เลย พี่แมงโก้ตัวแทนอย่างเป็นทางการของ Royal Holloway, University of London ให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ จ้า

9 มหาวิทยาลัยชื่อดังที่อยู่ใกล้ London


สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่ไม่ชอบความวุ่นวายในลอนดอนในวันเรียน เพราะอยากโฟกัสกับการเรียนมากที่สุด แต่อยากไปเที่ยวพักผ่อนชมแสงสีในลอนดอนทุกวันหยุด หรือน้องคนไหนที่อาจจะกังวลเรื่องค่าใช่จ่าย ค่าหอพัก และค่าเดินทางที่แสนแพงในลอนดอน แต่ยังอยากไปลอนดอนบ่อย เดินทางง่าย ๆ กลับมานอนหอในเมืองตัวเองได้ ต้องมาที่นี่เลย 9 มหาวิทยาลัยชื่อดังที่อยู่ใกล้ลอนดอน


1. Royal Holloway, University of London
มหาวิทยาลัยสุดสวยที่อยู่เขตที่เป็นชาญเมืองของลอนดอน พร้อมสภาพแวดล้อมที่ดีงาม มีอากาศบริสุทธิ์ของธรรมชาติ แต่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองลอนดอนแค่ไม่ถึงชั่วโมง แถมยังอยู่ในเครือ University of London ทำให้น้องๆสามารถไปใช้ห้องสมุดและ Facilities ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยในเครือเดียวกันอย่าง UCL, LSE ได้อีกด้วย

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Egham ขึ้นสาย South Western Railway ถึงสถานี Waterloo ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

essex-uni_190311_0036

2. University of Essex
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ประกอบไปด้วย 2 แคมปัสคือ Colchester Campus อยู่ในเมือง Colchester ส่วนอีกที่คือ Southend Campus มีชื่อเสียงอย่างมากด้าน Human Right, Robotic, AI และ Entrepreneurship ซึ่งจะได้ไปเรียนที่ Southend Campus ที่อยู่เมือง Southend-On-Sea ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น SME City คือมีอัตราการเติบโตของธุรกิจ SME และ Startup สูงมาก ตัวเมืองทั้ง 2 เมืองก็สงบ น่าอยู่ประชากรส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่ทำงานในลอนดอนมาซื้อบ้านอยู่ที่นี่ แล้วนั่งรถไฟไปทำงานและกลับบ้านในตอนเย็น แสดงให้เห็นถึงความสะดวกสบาย และใกล้ลอนดอนสุดๆ

การเดินทาง: Colchester Campus นั่งรถไฟจากสถานี Colchester Town ขึ้นสาย Greateranglia ถึงสถานี Liverpool Street ใจกลางกรุงลอนดอนใช้เวลา 1 ชั่วโมง / Southend Campus นั่งรถไฟจากสถานี Southend Victoria ขึ้นสาย Greateranglia ถึงสถานี Liverpool Street ใจกลางกรุงลอนดอนใช้เวลา 1 ชั่วโมง

business

3. University of Kent

ตั้งอยู่ในเมืองน่ารักอย่าง Canterbury ที่ได้ชื่อว่าเป็น Garden of England และประชากรในเมืองส่วนมากจะเป็นชาว British แท้ ๆ ที่มีฐานะดี ทำให้เมืองมีความปลอดภัยและสวยงามเป็นอย่างมาก University of Kent ยังมีอีกหนึ่งแคมปัสตั้งอยู่ในเมือง Medway เมืองที่เป็นการรวมตัวของ 3 มหาวิทยาลัยมารวมกันสร้างศูนย์การเรียนขนาดใหญ่ที่นี่ มีห้องสมุดที่ยาวที่สุดในอังกฤษด้วย ทั้ง Canterbury และ Medway จะเป็นเมืองของอังกฤษที่อยู่ใกล้ทวีปยุโรปมากที่สุดด้วย อยู่มหาวิทยาลัยนี้ เรียนได้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็สะดวก ทั้งลอนดอน ทั้งยุโรป

การเดินทาง: Canterbury Campus นั่งรถไฟจากสถานี Canterbury West Station ขึ้นสายSoutheastern ไปลงสถานี St Pancras International ใช้เวลา 1ชั่วโมง / Medway Campus นั่งรถไฟจากสถานี Chatham ขึ้นสายSoutheastern ไปลงสถานี St Pancras International ใช้เวลาเพียง 40 นาที

exeter-summer7

4. University of Exeter
ตั้งอยู่ในเมือง Exeter ในแคว้น Devon ทางตอนใต้ไปทางตะวันตกของเกาะอังกฤษ แวดล้อมด้วยภูมิทัศย์เมืองที่สวยงาม เต็มไปด้วยร้านอาหาร และคาเฟ่เกร๋ ๆ ฮิป ๆ กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ด้านการศึกษาก็โดดเด่นหลายคณะ โดยเฉพาะ Business School ด้าน Finance และ MBA ที่เก่งมากๆ จนติดอันดับท็อปของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศอังกฤษ

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Exeter St Davids ขึ้นสาย GWR ถึงสถานี Paddington ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิด ๆ

business-nott

5. University of Nottingham
โดดเด่นทางด้านวิศวะกรรมศาสตร์ การแพทย์ และ Business School ตั้งอยู่ในตัวเมืองที่ค่อนข้าง Compactคือมีทุกอย่าง ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สถาปัตยกรรมที่สวยงามของตัวเมือง รวมทั้งระบบการขนส่งสาธารณะที่ยอดเยี่ยม คือ มีทั้งรถเมล์ รถไฟ รถราง(Tram) และจักรยานที่หาเช่าได้ทั่วเมือง

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Nottingham ขึ้นสาย East Midlands Trains ถึงสถานี St Pancras International ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

nottingham-trent
6. Nottingham Trent University

อีกหนึ่งมหาวิทยาในกลุ่ม Modern University ชั้นดีอีกแห่งที่ตั้งอยู่ในเมือง Nottingham เมืองแห่งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ หลักสูตรที่เด่นดังคือ Art, Design and Fashion รวมถึงหลักสูตรสุดฮิตอย่าง Fashion International Business ที่เป็นการศึกษาว่าจะทำยังไงให้ธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้ในโลกธุรกิจแห่งนี้

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Nottingham ขึ้นสาย East Midlands Trains ถึงสถานี St Pancras International ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที


7. Bournemouth University
มหาวิทยาลัยทางตอนใต้ที่อยู่ในเมืองตากอากาศติดทะเลชื่อดังของอังกฤษอย่างเมือง Bournemouth เมืองที่เซเลปบริตี้และคนที่มีฐานะดีนิยมมาซื้อบ้านพักตากอากาศไว้ที่เมืองนี้ บรรยากาศเมืองก็เป็นแบบง่าย ๆ สบาย ๆตามสไตล์เมืองริมทะเล อากาศดีและบริสุทธิ์ และตัวมหาวิทยาลัย Bournemouth เองได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว หรือ “Greenest University” ลำดับที่ 7 ในประเทศสหราชอาณาจักร และได้รับการยกย่องจากให้เป็นอันดับหนึ่งจาก People and Planet University League 2015 ถึงห้าปีซ้อน ในสาขาสิ่งแวดล้อมและจริยธรรมของสถาบัน

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Bournemouth ขึ้นสาย South Western Railwayถึงสถานี Waterloo ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที

8. University of East Anglia
มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนธรรมชาติที่ชานเมืองของเมืองนอร์วิช (Norwich) มีพื้นที่ใหญ่ถึง 320 เอเคอร์ หรือกว่า 800 ไร่ มีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านการวิจัยระดับโลก บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความร่มรื่นตามธรรมชาติและตึกเรียนที่ทันสมัยและมีอุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะ The Sainsbury Centre for Visual Arts มีการจัดแสดงผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Pablo Picasso เป็นต้น

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Norwich ขึ้นสาย Greateranglia ถึงสถานี Liverpool Street ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที

9. University of York

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1963 อยู่ทาวตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง York เมืองที่ค่อนไปทางเหนือของประเทศอังกฤษ จากตอนแรกที่มีนักศึกษาเพียง 200 คนเท่านั้น ปัจจุบันมีนักศึกษามากถึง 11,000 คน และได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษและมีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีชื่ออยู่ในลิส 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี York ขึ้นสาย Liner ถึงสถานี King’s Cross ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

คอร์ส Information security ที่ Royal Holloway


เรียน Information security ที่ดีที่สุดใน UK ที่ Royal Holloway, University of London
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้เราทุกคนต่างอยู่ในสังคมของโลกดิจิตอล เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ผ่านมือถือ Smart phone ที่เราพกติดตัวกันทุกวัน ยกตัวอย่าง เช่น Facebook หรือ Instagram ที่เราสไลด์กันทุกวัน หรือการโอนเงินผ่านทางมือถือก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนทำกันบ่อย ๆ เพราะความสะดวกสบาย ทำให้ข้อมูลของเราไปอยู่บนโลกออนไลน์ค่อนข้างมาก ขนาดตัวเราที่เป็นคนธรรมดายังพึงพาเทคโนโลยีขนาดนี้ เหล่าบริษัทที่ต้องทำงานร่วมกันหลาย ๆ คนย่อมต้องใช้ระบบอินเตอร์เนตและการเก็บข้อมูลออนไลน์เพื่อให้ทุกคนในทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เหมือนกัน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน

เมื่อปี 2018 มีข่าวใหญ่ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องหันมามองการให้ข้อมูลส่วนตัวในอินเตอร์เนตใหม่ นั่นก็คือ ข่าวที่บริษัท Cambridge Analytica ได้นำข้อมูลของผู้ใช้ Facebook ในอเมริกามาใช้ในการหาเสียง เพื่อให้ Donald Trump ชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ Mark Zuckerberg ต้องเข้าสภา Congress เพื่อไปตอบคำถามเกี่ยวกับการจัดการด้าน Privacy ของ Facebook เลยทีเดียว ทำให้ตอนนี้คนทั้งโลกสนใจรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทั้งส่วนตัวและของบริษัทตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะแค่มีอินเตอร์เนตก็สามารถเจาะเข้าข้อมูลเชิงลึกของทั้งบริษัทและคนทั่วไปได้แล้ว นี่เองที่ทำให้อาชีพ Information Security กำลังมาแรงมาก

ในขณะนี้ Royal Holloway, University of London เป็นที่แรกของโลกที่เปิดสอนหลักสูตร Information Security แต่ถึงจะเปิดมานาน แต่หลักสูตรนี้ก็ยังคงได้รับการจัดอันดับให้เป็นหลักสูตร Information Security ที่ดีที่สุดใน UK อยู่จนถึงทุกวันนี้ ดีขนาดที่แม้แต่รัฐบาลอังกฤษเองยังต้องมาขอคำปรึกษาจากที่นี่ และยังได้รับการการันตีจาก GCHQ หรือ UK Government Communications Headquarters ทำให้ Royal Holloway ได้ผลิตศิษย์เก่าเข้าไปทำงานในองค์กรต่าง ๆ มากมาย รวมถึงมีอาจารย์ผู้สอนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงจากทั่วโลก นอกจากนี้อาจารย์ผู้สอนยังมี Background ในด้าน computer science, engineering, mathematics, statistics และ social sciences ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียน Information Security อย่างมาก

หลักสูตร Information Security มีสอนวิชาที่น่าสนใจอย่าง เช่น

Cryptography (การเข้ารหัสข้อมูล)

Fraud detection (ตรวจจับการโกง)

System security (การรักษาความปลอดภัยระบบ)

Network security (การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย)

Device security (การรักษาความปลอดภัยเครื่องมืออิเลคโทรนิค)

น้อง ๆ จะได้เรียนรู้ทั้งทางด้านทฤษฎีและการปฏิบัติผ่านทางการทำวิทยานิพนธ์เพื่อ จบการศึกษาโดยการเป็นที่ปรึกษาด้าน Information Security ให้กับบริษัทจริงๆ และยังจะได้ฟังบรรยายพร้อมร่วมสัมมนากับ Guest speakers ที่อยู่ในแวดวงนี้มากถึง 50 คน

ที่ Royal Holloway ยังมีศูนย์ Penetration Testing Laboratory และ Smart Card Centre เป็น Facilities ให้กับนักเรียน Information Security ด้วย ยังไม่นับห้องเรียน สถานที่เรียนที่สวยงาม รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ที่คัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดีเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง นอกจากหลักสูตร 1 ปีแล้ว Royal Holloway ยังเปิดสอนหลักสูตร 2 ปี สำหรับนักเรียนปริญญาโท โดยเป็นการเรียน 1 ปี และฝึกงานในบริษัทชั้นนำอีก 1 ปี นักศึกษาที่จบจากที่นี่ไปแล้ว มีอัตราการได้รับการจ้างงานต่อในบริษัทชั้นนำในอัตราที่สูง เพราะนอกจากหลักสูตรนี้จะมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานแล้ว ยังมี Connection ที่ดีกับบริษัทชั้นนำมากมาย คนที่จบจากหลักสูตรนี้สามารถไปทำงานในอาชีพ นักวิชาการคอมพิวเตอร์, นักพัฒนาระบบความมั่นคง, ผู้ดูแลระบบความมั่นคงข้อมูล, ผู้ดูแลระบบความมั่นคงของซอฟต์แวร์, ผู้ดูแลระบบเครือข่ายและเครื่องแม่ข่าย, ผู้ดูแลระบบความมั่นคงเครือข่ายและเครื่องแม่ข่าย, นักวิจัยด้านความมั่นคงไซเบอร์และการประกันสารสนเทศในบริษัทและองค์กรชั้นนำของทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เลย ซึ่งตลาดแรงงานในอาชีพเหล่านี้ยังเป็นที่ต้องการอีกมาก น้องคนไหนที่กำลังเรียน Computer Science, วิศวะคอมพิวเตอร์, กำลังทำงานเขียนระบบ หรืออาจจะไม่ได้จบตรงสายมา แต่ทำงานสายนี้อยู่ก็สามารถสมัครเราเรียนหลักสูตร Information Security ที่ Royal Holloway ได้เลย พี่แมงโก้ได้ข้อมูลอินไซด์มาว่า น้องๆเด็กต่างชาติหลายคน พอจบจากที่นี่แล้วก็มักจะได้งานทำต่อที่ประเทศอังกฤษต่อเลยด้วย !


ส่วนใครมีคำถามสงสัยเพิ่มเติม ติดต่อเข้ามาคุยกับพี่แมงโก้ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในอังกฤษได้ที่
Line: @mangolearning หรือโทร. 02-129-3313
พี่แมงโก้พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ นะคะ

Royal Holloway มหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในอังกฤษ


Royal Holloway มหาวิทยาลัยในลอนดอนที่ได้รับเลือกให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในอังกฤษ

เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในเครือของ University of London กลุ่มมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของกรุงลอนดอน และได้รับเลือกให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1879 จากเงินบริจาคของ Thomas Holloway นักธุรกิจใจบุญในยุคนั้น โดยมี Queen Victoria เสด็จมาเปิดมหาวิทยาลัยด้วยพระองค์เอง และทรงอนุญาตให้ใช้คำว่า Royal ในชื่อของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ตัวมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่ Egham ซึ่งจาก Egham ไปช้อปปิ้งในใจกลางลอนดอนนั้นใช้เวลาเดินทางเพียง 40 นาที สถานที่ใกล้เคียงนอกจากนี้ก็มี Windsor Castle แล้วก็โรงเรียนชายล้วนชื่อดังของอังกฤษอย่าง Eton College ถือว่าอยู่ในโซนนอกเมืองของลอนดอนที่คนที่มีฐานะดีนิยมซื้อบ้านพักอาศัยกันแถวนี้เลย

จุดเด่นของ Royal Holloway ก็คือตึก Founder Building ตึกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาโตว์ในฝรั่งเศส สร้างด้วยสถาปัตยกรรมยุควิคตอเรีย เป็นอาคารอิฐแดงที่ดูแกรนด์มาก ๆ ลักษณะเป็นอาคารที่มีตรงกลางเป็น Court yard แบ่งเป็น 2 โซน โซนแรกมีรูปปั้นของ Thomas และ Jane Holloway อยู่ตรงกลางคอร์ท ส่วนโซนที่ 2 จะมีรูปปั้นของ Queen Victoria ซึ่งในช่วงซัมเมอร์ก็จะพบเห็นนักเรียนและบุคลากรของมหาวิทยาลัยออกมานั่งชิวรับแดดบริเวณ Court yard ทั้ง 2 โซนนี้กันแบบเก๋ ๆ ใครมาเรียนที่นี่ก็เหมือนได้เรียนในปราสาท อารมณ์คล้ายๆ Oxford Cambridge แต่จะดูใหม่กว่าหน่อย ภายในอาคารได้รับการดูแลอย่างดี ตกแต่งได้อลังการมาก ๆ มีรูปภาพงานศิลปะที่ทรงคุณค่าประดับประดาอยู่ทั่วไป ใครที่มานั่งเรียนที่นี่ก็เหมือนเรียนในวังหรือมิวเซียมดี ๆ ของยุโรปเลย ตึก Founder นี้ทำหน้าที่เป็นทั้งอาคารเรียน หอพัก โรงอาหาร และยังมีโบสถ์อยู่ในตึกนี้ด้วยนะ บางส่วนได้รับการรีโนเวทใหม่ให้ดูโมเดิร์น แบบที่ยืนหน้าตึกเก่าแต่พอก้าวเข้าประตูไป เหมือนไปสู่โลกอนาคตเลย

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังได้สร้างห้องสมุดใหม่อยู่ติดกันกับตึก Founder เป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นที่มี Facilities ที่ใหม่และครบครันสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนที่นี่ทุกคน ข้างล่างตึกห้องสมุดมีทั้ง Starbucks ให้ได้มานั่งจิบกาแฟคลายเครียดจากการอ่านหนังสือ และถ้าใครหิวก็มีร้าน Convenient Store ให้ได้มาช้อปปิ้งขนมและอาหารเวลาหิวอีกด้วย มีการสร้าง Caryl Churchill Theatre โรงละครแห่งใหม่เพื่อเป็นสถานที่เรียนของนักเรียนกลุ่ม Drama, Theater และ Dance Royal Holloway ยังคงสร้างและพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องในเนื้อที่กว่า 340 ไร่ของมหาวิทยาลัย

นอกจากความสวยงามของอาคารเรียนต่าง ๆ แล้ว ด้านวิชาการที่ Royal Holloway ก็ไม่น้อยหน้าใคร ในปี 2020 ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 23 จาก The Complete University Guide และอันดับที่ 24 จาก The Times and Sunday Times ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร ซึ่งทั้ง 2 สื่อนี้ เป็นนักจัดอันดับการศึกษาที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้ของประเทศอังกฤษ คณะที่โดดเด่นและคนสนใจมาเรียนกันมากที่ Royal Holloway ก็คือด้าน Education, Humanities, English, History, Film, Drama and Theatre, Biosciences และ Psychology สิ่งที่ Royal Holloway ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากก็คือความรู้ บุคลากรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา รวมไปถึง Facilities ที่ช่วยในการเรียนรู้ของนักเรียน และความสุขจากการเรียนในบรรยากาศที่สวยงาม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของนักเรียน Royal Holloway ทุกคน


ใครอยากมาเรียนที่ Royal Holloway ก็ติดต่อพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะอยากเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท Foundation หรือ Summer School ของที่นี่ก็ปรึกษาพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือจะโทร 02-129-3313 มาก็ได้ พี่แมงโก้พร้อมเสมอค่า