คุยกับศิษย์เก่า Durham – Finance


P’Chaeng

  • Msc. Finance (Accounting and Finance), Durham University (class of 2014)

วันนี้เป็นโอกาสดีที่พี่แชงบัณฑิตหมาดๆ จะมาแชร์ประสบการณ์สดๆร้อนๆในการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Durham ในสาขา MSc. Finance (Accounting and Finance)

พี่แชงเล่าข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเมืองและมหาลัยให้ฟังหน่อยค่ะ
ต้องขอพูดรวมเพราะเมืองนี้มหาลัยกับเมืองแทบแยกกันไม่ออก ชอบเมืองนี้มาก สงบ ไม่วุ่นวาย ไปเที่ยวเมืองไหนของอังกฤษกลับมาก็คิดถึงเมืองนี้ อากาศจะเย็นกว่าภาคใต้ของอังกฤษ เพราะมีลมตีหน้าชาตลอด กิจกรรมประจำวันของเจ้าของกระทู้คือวิ่งออกกำลังกาย สามารถเดินได้ทั่วเมืองแต่แอบเหนื่อยหน่อย เดินไปเรื่อยๆ ลมปลิวๆ เหงื่อไม่ออก แต่หายใจรัวรัวช่วงขึ้นเนิน

นักเรียนไทยที่นี้จะค่อนข้างน้อย ปีละประมาณ 20-30 คน และส่วนมากเป็นนักเรียน law ด้าน finance จะน้อย ประมาณ 5 คน หรือต่ำกว่านี้
ข้อดีเมืองนี้คือ วิวสวย จุด peak อยู่ที่ปราสาทบนเขากลางเมือง มีแม่น้ำ สะพานหินน่ารัก เป็นเมืองท่องเที่ยวของคนอังกฤษ มีของทุกอย่างที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน (มี Tesco M&S Wilkinson) ถ้าจะ shopping เสื้อผ้า ก็นั่งรถไฟไป Newcastle เพียง 10 นาที เทียบกับแถบลอนดอนแล้วจะประหยัดกว่าเพราะร้านค้าน้อย ลดกิเลสไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ช่วยประหยัดได้ไม่มาก เพราะเพื่อนๆ ที่อยู่ที่นี่ซื้อ online ไม่พอใจก็ส่งคืน เที่ยวกลางคืนก็ไม่น่ากลัว เดินกลับหอคนเดียวกลางดึกได้ สถานบันเทิงมีให้เลือกหลายกลุ่มเป้าหมาย เช่น ที่นี้เป็นที่ของป้าป้าลุงลุง อีกที่จะฮาเฮหน่อยสำหรับนักเรียน เป็นต้น มีร้านอาหารไทย 4 ร้าน นับว่าพอเพียง

ข้อเสียของเมืองคือ เมืองอยู่ไกลจากลอนดอนเข้าลอนดอนนั่งรถไฟ 4 ชม. ไป Edinburgh รถไฟ 1 ชม. กว่าๆ เมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดคือ Newcastle ซึ่งก็ไม่ได้ตระการตาเท่า Birmingham หรือ Manchester
มหาลัยจะกระจายปนๆ ไปกับตัวเมือง คือตึกเรียนบางที่จะอยู่ใน City centre เลย สำหรับเด็กอังกฤษ (ถามเพื่อนคนอังกฤษมา) มหาลัยนี้เป็นที่สำหรับคนไม่ได้ offer Oxford Cambridge แต่ยังเป็นมหาลัยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน (คนอังกฤษบ้าประวัติศาสตร์ เช่น สิ่งก่อสร้างรวมไปถึงต้นไม้จะคงสภาพเดิมให้มากที่สุด เช่น ตึกบางตึกในลอนดอนยังมีรอบกระสุนปืนตอนช่วงสงครามโลก คงไว้ ไม่ซ่อม บ้านจะต่อเติมต้องของอนุมัติจาก town council ต้นไม้ใหญ่ห้ามโค่นแม้จะอยู่ในที่ดินของเรา แม้จะอยู่ตรงกลางที่ดินถ้าไม่โค่นก็สร้างบ้านไม่ได้ ก็ห้ามโค่น) และระบบมหาลัยที่นี่จะเลียนแบบ Oxford Cambridge เช่น มีระบบ college (จะอธิบายเพิ่มในส่วนของที่อยู่)


ที่อยู่และการเดินทางไปเรียนเป็นยังไงบ้าง?

นักเรียนที่นี่จะอยู่ตาม college โดย college เปรียบเหมือนหมู่บ้านนักศึกษา จะมีกิจกรรมของ college ที่มหาลัยนี้มีเพียง college เดียวที่รับนักเรียน ป.โท ล้วนคือ Ustinov college college อื่นจะมีนักเรียน ป.ตรี ปนด้วย ซึ่งไม่แนะนำเพราะ นักเรียน ป.ตรี ที่นี่ party หนักมาก ตีสามตีสี่วันศุกร์นี่ร้องเพลงสนั่น อาจรบกวนเราได้ ส่วนตัวคิดว่า Ustinov ดีที่สุดแล้ว เพราะใกล้ที่เรียน เดินไปได้ 20 นาที แต่มีข้อเสียคือค่อนข้างไกล city centre จะลำบากนิดหนึ่งเวลาซื้อของเข้าหอ แต่ก็มีรถเมล์ 1 ปอนด์ บริการ ไม่ลำบากสาหัสมากนัก Ustinov ใกล้ Business school ใกล้ Law school ใกล้ห้องสมุดใหญ่ Bill Bryson

Law school จะอยู่ตรง science site ซึ่งเป็นศูนย์กลางมหาลัย ตึกใหม่สวยงาม ติดห้องสมุด Bill Bryson แต่ Business school นี่สิ สร้างใหม่ ไปอยู่บนเขา เดินผ่านป่าไปเรียน แต่ใกล้ Ustinov college การไปเรียนถ้ามีเวลา 20 นาทีก็สามารถเดินได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ science site หรือ Business school

สำหรับคนเรียนด้าน Business ก็อยู่ไม่ไกลจากกันมาก สำหรับคนที่อยู่ Ustinov College หรือ Josephine College

นอกจากที่อยู่ตาม campus แล้ว ยังมีหอนอกของบริษัท CRM สองที่ และตามบ้านเช่า หอของ CRM จะมี St Margaret Flat และ Elvet Studio ที่แรกจะถูกกว่า แต่ห้องน้ำห้องครัวรวม manager ที่นี่ใจดีมาก เป็นคน Scotland อยากฝึกภาษาต้องลองไปคุยกับเค้าบ่อยๆ อีกที่คือที่ Elvet จะเพิ่งสร้างใหม่ เป็นห้อง studio ห้องน้ำห้องครัวในตัว ตัวแชงพักอยู่ที่นี่ ต้องระวังนิดนึงเพราะเค้า serious เรื่องการรักษาสภาพห้องมาก และอาจจะโดนหนักตอนออกจากหอ ถ้าไม่ทำความสะอาดก่อนออก หอจะหักเงินมัดจำที่จ่ายไว้ค่อนข้างแพง และจุดหักค่อนข้างจุกจิก เช่น สีถลอกผนังเท่าปลายหัวปากกาก็คิดเงิน แต่ถ้าไม่ได้ห้องใน college แนะนำว่าอย่าเพิ่งใจร้อน ให้จับมือกับเพื่อนๆ คนไทยเช่าบ้านอยู่จะดีกว่ามาก เพราะขนาดห้อง และราคา ถูกมาก


เพื่อนนักเรียนและ facilities ของ Business school เป็นยังไงบ้างคะ?
เราก็ไม่เคยเรียนหลักสูตร inter มาก่อน ต้องคิดก่อนพูดอังกฤษ(ฮ่าๆ) และการเรียนยังต้องพึ่งคนไทยช่วยอธิบาย ช่วยทำงาน คนยุโรปมาเรียน ป.โท จะโตเป็นผู้ใหญ่มาก และจริงจังมาก เช่น เวลางานกลุ่มเค้าจะไม่ยอมแยกแบ่งกันทำโดยอีกคนจะไม่รู้ว่าเพื่อนอีกคนทำอะไร ต้องมานั่ง discuss กันทุกขั้นตอน เพราะเค้าต้องการความรู้ (เจอแบบนี้มา 2 คน) เป็นสิ่งที่ดี แต่เรายังไม่ชิน และนักเรียนยุโรปบางคนจะวางตารางชีวิตเป๊ะๆ ตื่น 8 โมง อ่านหนังสือ 2 ชั่วโมง กินข้าว 1 ชั่วโมง ประมาณนั้น ไปเที่ยวเมื่อคืนกลับตีสาม เค้าก็ยังทำได้ ความรับผิดชอบสูงมาก แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวังกับการมีเพื่อนต่างชาติ ต้องเข้าร่วมกิจกรรมมหาลัยเยอะๆ เช่นทุกสัปดาห์ college จะจัดพาไปเที่ยว อย่าเกาะกับกลุ่มคนไทย จะได้พัฒนาภาษาอังกฤษและได้มีเพื่อนต่างชาติด้วย

โดยรวมก็เป็น business school ที่น่ามาเรียน ติดนิดนึงที่ facilities อย่างห้องคอม ของ business school (ต่อไปนี้จะขอเรียกว่าคณะ) ยังไม่พอเพียงกับจำนวนนักเรียนเท่าไหร่ หากว่าต้องใช้คอมของคณะเพราะต้องพึ่งโปรแกรมเพื่อดึงข้อมูลที่มี license


การเรียนการสอนของที่ Durham Business School ?
คณะนี้ส่วนมากจะสอบเอาคะแนน 100% วัดกันใน 2 ชั่วโมงเลยว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน บางวิชาซึ่งน้อย จะมีรายงาน เก็บคะแนน 20% ดังนั้นช่วงสอบจะเครียดมาก ช่วงเรียนจะสบายมาก สอบไม่ยากไม่ง่าย ไม่ออกตรงๆ เรียนหัวข้อน้อยกว่า ป.โท finance ที่ไทย แต่ออกสอบเวลาเขียนตอบต้องแสดงว่าเราเข้าใจถ่องแท้ ตอบไม่ละเอียดจะได้คะแนนประมาณ 50-60 จาก 100 การเรียนจะแบ่ง class เป็น 3 ประเภท คือ lecture, seminar และ practical

Lecture คือบรรยายสอน ถ้าไม่อ่านมาก่อนจะไม่รู้เรื่องว่าอาจารย์พูดอะไรอยู่เลย

Seminar คือการมา discuss ทำ assignment แต่ไม่เก็บคะแนน แต่เป็นวิชาที่ทำให้เราได้อะไรเยอะมากๆ

Practical เป็น computer lab สำหรับบางวิชาที่ต้องใช้โปรแกรม เช่น วิชาวิจัย
lecture อาจารย์จะอธิบายไปเรื่อยเพราะอาจารย์ expect ให้เราอ่านมาก่อนแล้ว และเป็นการกระตุ้นให้เรา panic อ่านมาก่อนไปในตัว แต่ seminar กับ practical บางวิชาให้ ป.เอก มาสอน และบางคนไม่สามารถตอบคำถามนักเรียนได้ ส่วนอาจารย์ที่ดีๆจะออกแบบ module ได้เกี่ยวเนื่อง ทุกเรื่องที่อาจารย์สอนจะเกี่ยวเนื่องกัน เช่น วิชา mergers and acquisitions ซึ่งเป็นวิชาที่ชอบที่สุดวิชาหนึ่งเลย เพราะอาจารย์สอนดี ได้ความรู้มาก ทุก class ที่สอนจะเกี่ยวเนื่องกับงาน final assignment อาจารย์อธิบายทุกคำถาม อธิบายกระตุ้นให้คิดเอง
โดยรวมด้าน finance มหาลัย Durham นี้จัดว่าอยู่ใน rank ดีเนื่องจากมีอาจารย์ด้าน finance and economics ท่านหนึ่งเขียนงานวิจัยเก่งมาก แน่นมาก ไม่ว่าอ่าน journal ไหนจะเจอ cite ถึงอาจารย์ท่านนี้ และแน่นอน คนเรียน finance (finance & economics) จะต้องเรียนหนักเป็นพิเศษครับ