ทำไมถึงเลือกเรียนที่ Durham Business School?


วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์พี่แจน นักเรียนเก่า Durham หมาด ๆ มาฝากกันค่ะ พี่แจนจบการศึกษาจาก MSc Management (Human Resource Management) และปัจจุบันทำงานในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายบุคคลค่ะ


พี่แจนเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ ว่าทำไมถึงเลือกเรียนที่ Durham Business School?
ก่อนอื่นเลยต้องมาเล่าถึงคำถามแรกที่ทุกคนต้องถามพอรู้ว่าเราเลือกเรียนที่นี่ อยากรู้ว่าทำไมต้องเดอรัม ที่นี่มีดีอะไร? โดยเฉพาะถ้าพูดกันในหมู่คนไทยทั่ว ๆ ไปก็อาจจะงงกันพอประมาณว่า เอ๊ะ ที่อังกฤษมีมหาวิทยาลัยชื่อเดอรัมด้วยเหรอ อยู่ส่วนไหนของประเทศ โดนถามประจำจนถึงตอนนี้เลยจริง ๆ (สารภาพว่าตัวเราเองก็เพิ่งจะมารู้จักที่นี่ก่อนจะตัดสินใจสมัครเรียนได้ไม่นานเหมือนกันค่ะ 555) ในจังหวะที่สมัครเรียนก็ดูอยู่หลายที่เหมือนกันทั้ง KCL Bath Edinburgh และ Durham แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือก Durham เพราะมีคนรู้จักเรียนอยู่พอได้คุยแล้วก็รู้สึกว่าเอาที่นี่หละ และที่สำคัญ Ranking ของ Business School ก็โอเคเลย

สิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยเดอรัมมีความน่าสนใจ อันดับแรกก็คือความขลัง เพราะที่นี่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1657 (เก่ามากกกกก สามร้อยกว่าปีแน่ะ) เลยทำให้รู้สึกว่า สร้างมานานขนาดนี้ต้องมีหลักสูตรที่ดี มีมาตรฐาน สมกับระยะเวลาที่เปิดทำการเรียนการสอน และจะต้องมีบรรยากาศที่น่าเรียนแน่ ๆ ซึ่งพอมาเรียนจริง ๆ ก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ที่เห็นได้ชัดๆ เลยคือ ranking ของมหาวิทยาลัย ที่เปิดไปเว็บไหน จัดอันดับปีไหน ก็จะอยู่ในอันดับที่น่าพอใจเสมอ ทั้งในระดับ undergraduate และ postgraduate เรียกได้ว่ามีทั้งคนอังกฤษ และคนต่างชาติอีกมากมายที่อยากจะเข้ามาเป็นนักศึกษาของที่นี่

สำหรับคนชอบสถาปัตยกรรม ชอบดูสิ่งปลูกสร้างสวยๆ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ตอบโจทย์เราได้ดีมากเลยค่ะ ด้วยความที่ก่อตั้งมานานเป็นร้อยปี ก็จะมีตึกเก่าๆ ที่ดูขลังมาก ดูมีความออริจินอลในสไตล์ยุโรปสมัยก่อน เช่น ตึก university college (ขลังจนถ้าใครมาเดินคนเดียวตอนมืดๆ อาจจะต้องพกสิ่งศักดิ์สิทธิมาด้วย…) ในขณะที่ตึกคณะอื่น ๆ ก็มีการก่อสร้างและปรับปรุงตลอดเวลา ดูสวยงามทันสมัยสุดๆ ที่สำคัญคือ ตึกแต่ละคณะจะหน้าตาแตกต่างกันค่ะ เป็นเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วจะบอกได้เลยว่านี่คือที่ไหน
อีกอย่างหนึ่งที่เป็นความน่าสนใจของมหาวิทยาลัยเดอรัมก็คือ ระบบคอลเลจ (Collegiate System) ซึ่งมีแค่ไม่กี่ยูในอังกฤษเท่านั้นที่ใช้ระบบนี้ ใครนึกภาพไม่ออกให้ลองนึกถึงแฮร์รี่พอตเตอร์ก็ได้ค่ะ ที่จะมี 4 บ้านให้เด็ก ๆ ได้อยู่ (กริฟฟินดอร์ สลิธีริน ฯลฯ) แต่ละบ้านก็จะมีสัญลักษณ์ มีพื้นที่ มีกิจกรรมของตัวเอง แต่ที่นี่เราไม่ได้ใช้บริการหมวกคัดสรรเหมือนแฮร์รี่นะคะ 5555 นักศึกษาทุกคนจะมีโอกาสเลือกคอลเลจที่อยากอยู่ได้ตามใจชอบเลยค่ะ โดยให้เลือกได้ 2 อันดับ รายละเอียดเกี่ยวกับคอลเลจ (โดยเฉพาะที่ที่เราอยู่)

ตอนเรียนเป็นยังไงบ้างคะ?
ชีวิตการเป็นนักศึกษาป.โทที่ DUBS (Durham University Business School) ก็มีอะไรที่น่าสนใจเยอะเลยค่ะ ตั้งแต่หลักสูตร บรรยากาศในการเรียน การทำเกรด ไปจนถึงเพื่อนๆ ในชั้นเรียน อย่างเราเองไปเรียน Management ก็จะมีเพื่อนร่วมหลักสูตรเยอะมากกกก รุ่นนึงมีประมาณสองร้อยกว่าคน แต่ในจำนวนนี้ก็จะแยกย่อยเป็นสาขาต่าง ๆ อีกทีนึง เช่น General, Finance, HRM, International Business เป็นต้น เพื่อนร่วมคลาสก็จะมีทั้งฝรั่งเอเชียและฝรั่งด้วย คือฝรั่งส่วนใหญ่จะมาจากยุโรป ที่เจอก็แถบสแกนดิเนเวีย เยอรมัน

การเรียนที่นี่แบ่งออกเป็น 3 เทอม แต่ละเทอมมีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า Michaelmas, Epiphany และ Easter ตามลำดับ หลักสูตรที่เราเรียนจะเน้นที่สองเทอมแรก เรียนเทอมละ 4-5 วิชา ส่วนเทอมสุดท้ายไปจนถึงช่วงปิดคอร์สถึงจะเป็นช่วงเวลาหฤหรรษ์(?)ของการทำ Dissertation ค่ะ

จากที่เคยเรียนแบบไทยๆ อยู่ในระบบของโรงเรียนไทย มหาวิทยาลัยไทยมาตลอด มาเจอสไตล์แบบนี้ก็แปลกใหม่นิดนึง… คือทุกคลาสจะมีส่วนที่เป็น lecture กับ seminar ส่วนแรกก็ชิล ๆ เหมือนที่เราเคยชินกัน ถึงเวลาก็นั่งฟังอาจารย์บรรยายไป มีสไลด์ออนไลน์ให้โหลดมาดูก่อนได้ อีกส่วนนึงต้องทำการบ้านเยอะหน่อย (ไม่ควรโดดเรียนถ้าไม่จำเป็น 555) เพราะนักศึกษาจะถูกจัดเป็นกลุ่มย่อย ๆ ถึงเวลาก็ต้องอ่านเนื้อหาแล้วมาถกกัน นั่งตอบคำถามกันในห้อง ที่สำคัญคือเกือบทุกวิชาจะมี group presentation ด้วย ตรงนี้ก็สนุกนะคะ เพราะเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ เยอะแยะ แต่ละวิชาก็อยู่กลุ่ม ต่าง ๆ กันไป เท่าที่เจอมาคือเด็กฝรั่งเค้าจะมีไอเดียพลุ่งพล่านมาก 555 ถึงเวลาก็มาจับกลุ่มแชร์กันเป็นเรื่องเป็นราว เอาคอมมานั่งพิมพ์ด้วยกัน ทำสไลด์ไปด้วยกันทีละส่วน ไม่เสร็จไม่เลิก! ถึงเวลาพรีเซนต์ก็จะสบายๆ เพราะเตรียมการมาเยอะจนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว เห็นแค่หัวข้อคร่าวๆ ก็พูดออกมาได้เลย อีกฝั่งนึงคือคนบ้านใกล้เรือนเคียงนี่เอง… เพื่อนๆ คนจีนก็จะเป็นอีกแบบคือ เป๊ะในรายละเอียดมาก ๆๆๆ ถนัดหาข้อมูล เวลาทำงานกลุ่มก็จะแบ่งส่วนชัดเจนว่าใครทำพาร์ทไหน ถึงเวลาก็เอามารวมๆ กัน เอกลักษณ์อีกอย่างของเค้าคือทำ PowerPoint ได้สร้างสรรค์มาก ตกแต่งสวยงาม ใส่รูปประกอบอย่างดี 555 ก็เป็นประสบการณ์ดี ๆ ไปคนละแบบเนอะ



หลักสูตร Management (Human Resource Management) ของ Durham เป็นอย่างไรบ้างคะ?

ตอนที่ตัดสินใจตอนแรกก็ดูที่ Edinburgh ไว้ด้วยเพราะหลักสูตรของที่นั่นก็ดูดีและ accredited by CIPD (CIPD คือ professional qualification ด้าน HR ซึ่งจะต้องไปสอบเพื่อให้ได้ certificate นี้มาค่ะ) ซึ่งจริงๆแล้ว CIPD ก็น่าสนใจโดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากฝึกงานหรือหางานที่เมืองนอกหลังเรียนจบ แต่ส่วนตัวมีเป้าหมายจะกลับมาทำงานที่ไทยอยู่แล้ว แล้วคิดว่าวิชาที่เรียนในคอร์สที่เดอรัมก็ค่อนข้างครอบคลุมแล้วค่ะ ประกอบกับเรื่องมหาลัย ตัวเมือง ก็เลยสนใจเดอรัมมากกว่า

Module ที่ชอบคือ Work &S ociety ค่ะ เป็นวิชาบังคับของ HRM (แต่คนอื่นก็ลงเรียนได้) เรียนเกี่ยวกับพฤติกรรม ความสัมพันธ์ของคนในการทำงาน บรรยากาศในที่ทำงาน รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่จับต้องได้ ได้ศึกษา case study เยอะ ในคลาสจะมีจับกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ดูคลิปแล้วมา discuss กัน ตอนทำ group presentation ก็ให้หาตัวอย่างจากหนัง รายการ ละคร แล้วมานำเสนอโดยโยงกับทฤษฎีที่เรียน สนุกดีค่ะ ประเด็นในการเรียนก็หลากหลาย รู้สึกว่าน่าสนใจ เอามาใช้ได้จริง

กิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างในคลาสคือ workshop ค่ะ วิชาที่เราเคยเรียนจะเกี่ยวกับ Employee Relations ก็เลยได้เล่นบทบาทสมมุติ (roleplay) กัน ให้คนนึงเป็นผู้จัดการ อีกคนเป็นพนักงาน มีสถานการณ์มาให้เจรจาต่อรองกัน ใครสนใจก็ลองมาลงเรียนดู หลักสูตร HRM ที่นี่มีข้อดีคือ วิชาบังคับเฉพาะสาขาที่หลากหลาย ได้เรียนเกือบทุกด้านของ HR จริงๆ ทั้ง general, employee relations, work&society วิชาเลือกก็มีให้เลือกเยอะค่ะ ถ้าสนใจอยากเรียนเจาะลึกด้าน HR ก็จะมี reward strategy, HRD ให้เลือกเรียนเพิ่มอีกจำนวนนักศึกษาในคอาร์สก็ไม่เยอะค่ะ รวมแล้วประมาณ 30 คน เวลาเรียนก็จะค่อนข้างทั่วถึง จับกลุ่มสัมมนาหรือทำงานกันได้ง่าย

โดยรวมถ้าถามว่าเรียนหนักมั้ย เราก็ว่าไม่หนักมากนะคะ เน้นเก็บความรู้ไปเรื่อย ๆ จากในคลาส บวกกับมานั่งค้นคว้าเองเพิ่มเติมมากกว่า จะหนักสุดก็ตอนจบคอร์สแหละค่ะ ._. เพราะทุกวิชาจะไม่มีเก็บคะแนนควิซ / attendance หรืองานย่อยอะไรเลย มาชี้ชะตาตอนไฟนอลล้วน ๆ ซึ่งสาย Management ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีสอบด้วยนะ แต่ให้ส่ง essay แทน ชิ้นนึงก็เต็มร้อยคะแนนไปเลย ที่แย่คือ…ชอบกำหนดส่งตอนเปิดเทอมด้วยสิ บางทีแอบหนีไปพักใจด้วยการเที่ยวนู่นเที่ยวนี่ สุดท้ายก็ต้องกลับมาชดใช้กรรมด้วยการปั่นงานรัวๆ ที่หอ …ก็นับเป็นสีสันอย่างนึงของชีวิต 55555
จบกลับมาแล้วชื่อเสียงของ Durham ในประเทศไทยก็เป็นที่ยอมรับของบริษัทชื่อดังต่างๆนะคะ อย่างเพื่อนในรุ่นตอนนี้หลายคนก็ทำงานดีๆกัน มีทั้งงานราชการ เอกชน (เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย, Exxon, Hay group) บางคนก็กลับมาช่วยกิจการของที่บ้านค่ะ เรียกได้ว่าไม่ผิดหวังถ้าเลือกมาเรียนที่นี่นะ


เรียนต่ออังกฤษ เรียนต่อกฎหมายในประเทศอังกฤษ เรียนต่อ Business ที่ประเทศอังกฤษ เรียนต่อ Durham สอบถามข้อมูลกับ Mango ตัวแทนอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและทีมงานนักเรียนเก่า Durham พร้อมให้ข้อมูลและช่วยรีวิว SOP โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 0851448808 หรือ Line : @mangolearning