GED คืออะไร ทำไมผ่าน GED แล้วถึงไปเรียนต่อที่อังกฤษได้เลย


เดี๋ยวนี้อะไรๆก็เร็วไปหมด จนทำให้น้องๆหลายๆคนเลย ที่อยากรีบเรียน รีบจบ เพื่อออกมาใช้ชีวิตทำงานให้ประสบความสำเร็จเร็วๆ แต่ระบบสอบเทียบของไทยก็ถูกยกเลิกไปตั้งนานแล้ว ทีนี้จะทำยังไงดีล่ะ?!?!? พี่แมงโก้มีหนทางแห่งการได้มาซึ่งวุฒิ ม.6 นั่นก็คือข้อสอบที่มีชื่อว่า “GED” เพื่อให้น้องๆสามารถนำวุฒินี้ ไปใช้สมัครปริญญาตรีที่ไทย หรือจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ ก็ใช้คะแนนนี้ได้เลย

GED ย่อมาจาก General Educational Development ซึ่งเป็นข้อสอบที่เมื่อสอบผ่านแล้ว จะทำให้น้องๆได้รับวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับม.ปลาย ทันที ข้อสอบนี้เป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก ทั้งมหาวิทยาลัยในไทยก็ยอมรับวุฒิ GED เพื่อให้น้องๆได้ใช้สมัครกันอย่างแพร่หลาย แต่เหนือกว่านั้นคือ น้องๆสามารถใช้คะแนน GED เข้า Pathway เพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้อีกด้วย

ข้อสอบ GED แบ่งออกเป็น 4 วิชา คือ

  1. Reasoning Through Language Arts (RLA) ข้อสอบทดสอบความคิดเป็นเหตุเป็นผล ผ่านวิชาภาษาอังกฤษ ข้อสอบแบ่งเป็น 3 sections คือ
  • เขียน Essay 1 เรื่อง เพื่อวัดความรู้ไวยกรณ์พื้นฐาน
  • ข้อสอบ Multiple choice, และข้อสอบประเภท Drag and drop, select an area, and drop down ขึ้นอยู่กับข้อสอบที่เราได้รับในวันนั้นๆ ซึ่งส่วนนี้จะแบ่งเป็น 2 พาร์ท

เวลา:      –     ทั้งหมด 150 นาที

  • เวลาเขียน Essay 45 นาที
  • มีพักเบรก 10 นาที ระหว่างพาร์ทที่ 2 และพาร์ทที่ 3
  1. Mathematical Reasoning ข้อสอบวิชาเลขที่เน้นการทำความเข้าใจ และนับวิชาคณิตศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านข้อสอบในเนื้อหา คณิตศาสตร์พื้นฐาน (Basic Math), เรขาคณิต (Geometry), พีชคณิตพื้นฐาน (Basic Algebra), กราฟและฟังก์ชั่น (Graphs and function)

ข้อสอบมีทั้งหมด 2 พาร์ท เป็นแบบ Multiple choice, drag and drop, fill-in-the-blank, select an area, และ drop-down ใช้เวลา 115 นาที ไม่มีพักเบรค

  1. Social Studies ข้อสอบวิชาสังคมศึกษา ที่เน้นทดสอบทักษะทางด้านการอ่าน และวิเคราะห์ข้อมูล ในเนื้อหาประวัติศาสตร์ การเมือง และการปกครอง ซึ่งโจทย์จะมาในรูปแบบบทความ กราฟ ตาราง และแผนที่ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวของกับวิชาสังคมศึกษา

ข้อสอบมีทั้งหมด 1 พาร์ท ใช้เวลา 70 นาที ไม่มีพักเบรก

  1. Science ข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ที่วัดความเข้าใจคอนเซปวิทยาศาสตร์ของน้องๆ ผ่านการอ่านกราฟ ชาร์ต ซึ่งเป็นการแสดงผลทางด้านวิทยาศาสตร์ และให้ใช้เหตุผลในการอธิบาย วิชานี้น้องๆไม่จำเป็นต้องจำตารางธาตุเข้ามาสอบขนาดนั้นนะคะ แต่ให้รู้และเข้าใจสัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์และใช้ในการตอบคำถามก็พอค่ะ

หัวข้อ มี 3 หัวข้อหลัก คือ

  • การอ่านบทความภาษาอังกฤษที่มีความหมายทางวิทยาศาสตร์ (Reading for meaning in Science)
  • การออกแบบและตีความ การทดลองวิทยาศาสตร์ (Designing and interpreting science experiments)
  • การใช้ตัวเลขและกราฟกับวิชาวิทยาศาสตร์ (Using numbers and graphics in science)

เวลา       –      90 นาที ไม่มีเบรก

คะแนน GED แต่ละวิชาจะเต็ม 200 คะแนน ซึ่งน้องๆจะต้องทำให้ได้วิชาละ 145 คะแนน เพื่อผ่านข้อสอบ GED นี้ ในกรณีที่น้องๆสอบไม่ผ่านในครั้งแรก สามารถลงสอบใหม่ได้ทั้งที แต่พอลงสอบครบ 3 ครั้งแล้ว น้องๆจะต้องรอจนควร 60 วัน เพื่อลงสอบครั้งต่อไป

โดยน้องๆที่สนใจสมัครสอบจะต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และจะต้องมีจดหมายยินยอมจากผู้ปกครองในกรณีที่น้องๆอายุไม่ถึง 18 ปี โดยสมัครสอบได้ที่ www.ged.com ซึ่งมีรอบสอบทุกวัน ซึ่งน้องๆจะสามารถรู้ผลคะแนนได้ทันที ยกเว้นวิชา Reasoning Through Language Arts (RLA) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ในการตรวจข้อสอบ ส่วนค่าสมัครสอบจะอยู่ที่ 75 USD/วิชา (ประมาณ 2,400 บาท) รวมค่าสมัครสอบ 4 วิชา เป็นเงิน 300 USD

เพียงแค่นี้ น้องๆก็จะสามารถมีคะแนน GED ไปยื่นเข้าเรียน Pathway และต่อปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้แล้วค่ะ

น้องๆคนไหนอ่านบทความนี้แล้วยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทียบวุฒิเรียนต่อที่อังกฤษ หรือไปเรียนป.ตรีที่อังกฤษต้องใช้คะแนนอะไรในการสมัครบ้า ติดต่อพี่แมงโก้ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยและสถาบันชั้นในในประเทศอังกฤษมากว่า 10 ปี ได้ที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313 ได้เลยนะคะ พี่แมงโก้บริการให้คำปรึกษา พร้อมสมัครเรียน รวมถึงดูแลตั้งแต่การขอวีซ่าไปจนถึงความเป็นอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆแอบแฝงเลยค่า