ตามล่าหาบ้านเช่าในประเทศอังกฤษ


วันนี้เราจะมาพูดถึงหนึ่งในกิจกรรมเบื้องต้นของนักเรียนต่างแดนอย่างพวกเรา ก็คือการตามล่าหาบ้าน(เช่า) ซึ่งมันดูเป็นเรื่องที่ยากมาก ถึงมากที่สุด ที่เราจะหาบ้านที่ถูกใจ และอยู่ในราคาที่ยอมรับได้ เรามาลองดูกันว่าเราต้องผ่านขั้นตอนอะไรกันบ้าง


1. เริ่มต้นด้วยการกำหนดงบประมาณ และความต้องการของตัวเอง

พี่เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงจะมีงบประมาณในใจอยู่แล้วว่าจะใช้กับการไปเรียนเมืองนอกเท่าไหร่ต่อเดือน ดังนั้นการที่เรากำหนด range ของราคาที่พักที่เรายอมรับได้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการตามล่าหาบ้าน (ซึ่งก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง เมื่อเราไปเริ่มลงมือหาบ้านจริง ๆ แล้วพบว่า ไม่สามารถหาบ้านที่โอเคในงบประมาณที่เรามีได้เลย T_T) อีกเรื่องนึงที่เราควรนึกถึงด้วยก็คือ เราอยากจะอยู่ในที่พักแบบไหน อยู่หอพักนักเรียน บ้านเช่า หรือบ้านที่แชร์ร่วมกันผู้อื่น

2. เลือกโซนที่พัก

สิ่งสำคัญที่เราควรจะพิจารณาเวลาที่หาบ้านในเมืองใหญ่ๆแบบลอนดอนในอันดับต้นๆ นอกเหนือจาก budget แล้วก็คือ ความปลอดภัยของบริเวณที่เราจะไปอยู่ หรือพวก crime rate (อากู๋สามารถช่วยคุณได้) และการเดินทางไปยังมหาวิทยาลัย โดยเวบไซด์ อย่าง www.tfl.gov.uk จะสามารถช่วยเราวางแผนการเดินทางทั้งรถเมล์และรถไฟใต้ดินได้เป็นอย่างดี

3. ลงมือหาที่พักจาก Internet

สำหรับเวบไซด์ยอดฮิต ที่เราก็ไปฮิตกับเค้าบ้างอยู่เป็นเดือนๆ นั้นก็มีอยู่หลายอัน ไม่ว่าจะเป็น

Studentspareroom (www. student.spareroom.co.uk)

Rightmove (www.rightmove.co.uk)

Zoopla (www.zoopla.co.uk)

Craigslist (http://london.craigslist.co. uk/)

โดยประสบการณ์ส่วนตัวก็เจอที่ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ไอ่ที่ถูกใจเค้าก็ไม่ตอบเมลเราบ้าง บางที่ไปดูมาแล้วก็ไม่เหมือนในรูป บางอันก็ดูจะเป็น scam (เห็นมั้ยหล่า .. มันช่างเหนื่อยยากจริงๆนะ) ดังนั้นการตามล่าหาบ้านของเราต้องหาด้วยความรอบคอบ และดูพวกรายละเอียดของตัวห้องเอง ว่าเป็น en-suite หรือ share bathroom, share WC, share kitchen บางห้องเนี่ย มีshower ในห้อง แต่ WC (หรือห้องส้วม) ดั๊นนนนนอยู่นอกห้อง ต้องไปใช้ร่วมกันกับคนอื่นสะงั้น จุดนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกใจของแต่ละคนว่าจะรับเลเวลการแชร์ได้มากน้อยแค่ไหน

อันดับต่อมาคือ ตัวค่าเช่าที่โฆษณามาเนี่ยครอบคลุมถึงอะไรบ้าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าgas ค่า internet และ TV license หรือมี hidden cost อื่นๆอีก เพราะเอเจ้นบางเจ้าจะคิดค่า admin fee ซึ่งมีตั้งแต่ค่าทำเอกสาร 60 ปอนด์ ไปจนถึง 400 ปอนด์ บางเจ้าอาจจะคิดเป็นค่าเช่า 1 week อะไรแบบนี้ ซึ่งเค้ามักไม่ใส่ไว้ในโฆษณาหรอก มักจะเขียนแค่ว่า “tenant fee may be applied”

4. นัดดูสถานที่จริง

หลังจากที่ดูรูปอันสวยงามจากบน Internet แล้ว อันดับต่อไปก็คือการนัดกับเจ้าของบ้าน หรือ Agent เพื่อดูสถานที่จริง

5. ตกลงวางมัดจำและทำสัญญา

Deposit มีอยู่สองประเภทคือ Holding deposit และ Security Deposit โดยมัดจำอันแรกคือการวางเงินก่อนทำสัญญาเพื่อที่จะยืนยันว่าเราตกลงเอาที่พักอันนี้จริงๆ โดยหากว่าเราเปลี่ยนใจเงินจำนวนนี้ก็จะไม่มีการคืนให้แต่อย่างใด ส่วน Security deposit คือเงินมัดจำที่กันไว้เพื่อเป็นค่าทำความสะอาดหรือหากมีความเสียหายเมื่อเราย้ายออก โดยจะให้ดีเงินมัดจำก้อนนี้ควรจะอยู่ใน Tenancy Deposit Protection Scheme เพื่อป้องกันสิทธิของผู้เช่าแบบเราค่ะ

สิ่งสำคัญ ที่ควรทำในวันที่เราย้ายเข้าไปวันแรก

  • ถ่ายรูปสภาพห้อง เพื่อที่จะใช้ยืนยันในวันที่เราย้ายออก ว่าความเสียหายต่างๆนั้นเกิดมาตั้งแต่ก่อนการเข้าอยู่ของเราแล้ว
  • จด inventory ของสิ่งของที่มาพร้อมกับห้องและสภาพของสิ่งของนั้นๆ โดยให้เจ้าของบ้าน หรือ Agent เซ็นชื่อและเก็บสำเนา 2 ชุด (ไว้ที่ตัวเราและผู้ให้เช่า) เพื่อป้องกันความผิดพลาดในภายหลัง

อะไรคือ ENERGY EFFICIENCY RATING ?

เมื่อเวลาที่หาบ้านเรามันจะคุ้นเคยกับตารางที่มีแถบ ๆ สี ๆ แล้วก็สงสัยว่ามันคืออะไร ENERGY EFFICIENCY RATING คือค่าวัดการใช้พลังงานว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ถ้าอยู่ใกล้ A มีค่าสูงๆ ก็คือ effective มาก ไม่เปลืองพลังงาน โดยทั่วๆไปแล้วมักจะอยู่ที่ Band D-E ก็จะยังถือว่าพอรับได้อยู่ค่ะ