ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ


ค่าใช้จ่ายในการเรียนปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษอาจจะแตกต่างกันไปสำหรับน้องๆ แต่ละคนนะคะ เพราะอย่างแรกเลย ค่าเรียนของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนและมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่นอกตัวกรุงลอนดอนจะมีราคาที่ค่อนข้างจะแตกต่างกัน 

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ไว้ก็คือ ค่าครองชีพในลอนดอนจะสูงกว่าเมืองอื่นๆ เลยค่ะ ทั้งค่าหอ ค่าอาหาร และการเดินทาง หากน้องๆ ตัดสินใจไปเรียนนกรุงลอนดอนอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าเพื่อนๆ คนอื่นที่เรียนในเมืองอื่นค่ะ 

เรามาดูค่าใช้จ่ายของการไปเรียน Bachelor’s degree หรือปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษกันเลยดีกว่า ว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเมือง กับมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่นอกเมืองจะมีค่าใช้จ่ายและราคาที่แตกต่างกันขนาดไหน 

 

ค่าเรียนต่อปี

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อปีนอกกรุงลอนดอนจะอยู่ที่ปีละประมาณ 500,000 – 800,000 บาท * ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและสาขาที่น้องๆ เลือกด้วยค่ะ โดยขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ 500,000+ บาท 

ส่วนค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อปีในกรุงลอนดอนอาจสูงถึงปีละ 1,000,000 บาทเลยค่ะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสาขาและมหาวิทยาลัยที่น้องๆ เลือกอีกเช่นกัน หากน้องๆ มีค่าเทอมในใจแต่ยังไม่แน่ใจว่ามีมหาวิทยาลัยไหนที่ตรงใจน้องๆ สามารถมาปรึกษาพี่ๆ ได้เลยนะคะ เราพร้อมให้คำแนะนำแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย! 

มาลองเทียบกันดูดีกว่า ว่าหากสาขาเดียวกันกับ 2 มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกรุงลอนดอนกับนอกกรุงลอนดอน ราคาจะแตกต่างกันเท่าไหร่ 

 

ค่าเทอม Bachelor of Law, Queen Mary, University of London: £21,950 ต่อปี (ประมาณ 950,000 บาท) x 3 ปี  = 2,850,000 บาท ต่อ 3 ปี

ค่าเทอม Bachelor of Law, University of Exeter : £19,500 ต่อปี (ประมาณ 844,000 บาท) x 3 ปี = 2,532,000 บาท ต่อ 3 ปี

 

ค่าหอพัก 

ราคาของหอพักก็แตกต่างกันไปมากมายเลยค่ะ และแน่นอนว่าหากน้องๆ เรียนอยู่ในกรุงลอนดอน ค่าหอพักจะมีราคาค่อนข้างสูง และอาจจะไม่ได้อยู่ใกล้ตัวมหาวิทยาลัยมากนัก ส่วนหอพักสำหรับมหาวิทยาลัยนอกกรุงลอนดอนก็มีหลายราคา หลายแบบให้น้องๆ ได้เลือกในแบบที่ชอบและแบบที่อยู่ในงบที่ตั้งไว้ค่ะ 

ค่าหอพักในกรุงลอนดอนต่อปี: ประมาณ £15,300 (ประมาณ 620,000 บาท) 

ค่าหอพักนอกกรุงลอนดอน (Durham) ต่อปี: ประมาณ £6,800 (ประมาณ 275,000 บาท) 

 

 

ค่าใช้จ่ายกินอยู่ในชีวิตประจำวัน 

แต่ละเมืองก็มีค่าครองชีพที่แตกต่างกันไป บางเมืองอาจจะถูกกว่า และบางเมืองก็อาจจะแพงกว่า รวมไปถึง lifestyle ของน้องๆ ที่อาจจะแตกต่างกัน น้องๆ บางคนอาจจะชอบที่จะไปทานข้าวที่ร้านอาหาร และบางคนก็เลือกที่จะทำอาหารทานเองที่บ้าน แต่ขอบอกก่อนเลยว่าค่าอาหารในร้านอาหารต่างๆ ค่อนข้างที่จะสูง 

ร้านอาหารทั่วไปตกมื้อละ £8 -12 แล้วแต่ร้านอาหารที่เลือกไปทาน 

ร้านอาหาร Fast food ตกมื้อละ: £2.5 – 5 

 

โดยรวมๆ แล้ว ค่ากินอยู่อาจจะตกอยู่ที่เดือนละ £300 – 500 แล้วแต่ lifestyle ของน้องๆ แต่ละคนเลยค่ะ (ประมาณ 12,000 บาท ถึง 25,000 บาทต่อเดือน)

 

ค่าเดินทาง 

ค่าเดินทางเป็นอีกค่าใช้จ่ายหนึ่งที่แตกต่างกันออกไปสำหรับน้องๆ หลายๆ คนค่ะ บางคนอาจจะอยู่ใกล้ campus ทำให้น้องๆ ไม่ต้องนั่งรถ และสามารถเดินไปได้เลย แต่หอพักบางคนก็อาจจะอยู่ไกล หรือเดินไม่สะดวก 

ค่าเดินทางนอกเมืองลอนดอนต่อเดือน: £0-30 (ประมาณ 1,200 บาท) 

ค่าเดินทางในเมืองลอนดอนต่อเดือน: £130 (ประมาณ 5,200 บาท) 

 

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก่อนไป

นอกจากค่าใช้จ่ายที่มีในการไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษแล้ว ก็ยังมีค่าอื่นๆ ในการเตรียมการก่อนไปด้วยนะคะอย่างเช่น 

  1. ค่า Student Visa ที่ตอนนี้อยู่ประมาณ: 16,000 บาท (515USD) 
  2. ค่าประกันสุขภาพ: 11,000 – 15,000 บาท ** การจ่ายค่าประกันสุขภาพเป็นข้อบังคับในประเทศอังกฤษ เพราะหากน้องๆ เกิดไม่สบายหรือบาดเจ็บ ทางอังกฤษจะมีบริการ NHS ที่ช่วยเหลือในการรักษาน้องๆ เลยค่ะ

 

หลักๆ ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณนี้นะคะ จะเห็นได้ว่าราคาจะขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของตัวนักเรียนเลย ที่แตกต่างกันมากๆ คือค่าเทอมและค่าหอพักในและนอกกรุงลอนดอน ฉะนั้น การเลือกมหาวิทยาลัยที่เข้ากับงบที่ตั้งไว้คือดีที่สุดค่ะ 

หากน้องๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะไปมหาวิทยาลัยไหนดี เข้ามาปรึกษาพี่ๆ ได้เลยนะ เราเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย ไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอนเลยค่ะ! โทร 02-129-3313, 085-144-8808 หรือ LINE@Mangolearning

 

5 คาเฟ่และร้านอาหารในย่าน Sheffield ที่ไม่ไป ไม่ได้แล้ว!


5 คาเฟ่และร้านอาหารในย่าน Sheffield  ที่ไม่ไป ไม่ได้แล้ว!

ใครที่กำลังเตรียมเรียนมหาวิทยาลัยแถวเมือง Sheffield อาจจะยังไม่รู้ว่ามีคาเฟ่หรือร้านอาหารที่ไหนสามารถนั่งกินอาหารกับเพื่อนๆหรือชิลเอ้าท์ได้บ้าง  วันนี้พี่ๆแมงโก้จะมาแนะนำ5คาเฟ่และร้านอาหารในย่าน Sheffield ที่น้องๆ ต้องไปให้ได้นะ รับรองว่าได้ทั้งกินของอร่อยและเป็นแหล่งแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนแน่ๆเลย

 

1. Tamper

สำหรับร้านแรก ‘Tamper’ เป็นคาเฟ่ที่ยกกลิ่นอายความเป็น New Zealand ไว้ที่ Sheffield การตกแต่งร้านจากกำแพงอิฐสีน้ำตาล บวกกับโต๊ะและเก้าอี้ไม้ที่ตัดกับพื้นปูนสีเทาดำ ทำให้บรรยกาศร้านดูดาร์กๆปนอบอุ่นหน่อย ในส่วนของอาหาร มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารคาวยันขนมหวานและมีเครื่องดื่มอีกด้วย เมนูที่นี่ส่วนใหญ่ จะเน้นไปทางอาหาร Brunch (มื้อเช้ารวบกลางวัน) เหมาะกับการมานั่งกินอาหารเช้ามื้อสายของน้องๆได้เลยทีเดียว

https://tampercoffee.co.uk/

 

ในส่วนของอาหาร มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารคาวยันขนมหวานและมีเครื่องดื่มอีกด้วย เมนูที่นี่ส่วนใหญ่ จะเน้นไปทางอาหาร Brunch (มื้อเช้ารวบกลางวัน) เหมาะกับการมานั่งกินอาหารเช้ามื้อสายของน้องๆได้เลยทีเดียว

 

2. Steam Yard

ใครสายขนมหวาน เชิญร้านนี้เลยจ้า ร้าน ‘Steam Yard’ เป็นคาเฟ่ที่เสริฟขนมหวานและกาแฟ ร้านนี้มีขนมหวานน่าทานหลายชนิดให้เลือก ตั้งแต่โดนัทสอดไส้หลากรส หรือจะครัวซองร้อนๆไว้กินคู่กับเครื่องดื่มโปรด ในส่วนของบรรยกาศร้านนั้น ตกแต่งด้วยกำแพงสีขาวสะอาดตาพร้อมตัวอักษรสีดำที่เขียนชื่อร้าน ตัดกับเฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาล ทำให้มีความรู้สึกมินิมอลขึ้นมา ภายนอกร้านที่ตกแต่งด้วยอิฐบล็อคสีน้ำตาลแดง ให้ฟีลอบอุ่น หากวันไหนอยากของหวาน ร้านนี้แนะนำเลยจ้า

http://steamyard.co.uk/

 

 

ใครสายขนมหวาน เชิญร้านนี้เลยจ้า ร้าน ‘Steam Yard’ เป็นคาเฟ่ที่เสริฟขนมหวานและกาแฟ ร้านนี้มีขนมหวานน่าทานหลายชนิดให้เลือก ตั้งแต่โดนัทสอดไส้หลากรส หรือจะครัวซองร้อนๆ ไว้กินคู่กับเครื่องดื่มโปรด

 

 

3. The Milestone

คราวนี้มาแนวร้านอาหารบ้างกับ ‘The Milestone’ ด้วยการตกแต่งอาคารภายนอกสีขาว ตัดกับหัวมุมตึกสีเขียว บรรยกาศภายในร้าน ตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดตัดกับพื้นไม้ ให้ฟีลมินิมอล  ด้วยการการันตีจาก Michelin  AA Restaurant Guide และรางวัลชนะ ‘Eat Sheffield’ จึงทำให้มั่นใจว่ารสชาติอาหารต้องอร่อยเริ่ดในย่านนี้แน่ๆ อาหารที่The Milestone  จัดเสริฟเป็นคอร์ส ตัวอาหารจึงเปลี่ยนตามฤดูการด้วย อีกทั้งยังทำเส้นพาสต้า ขนมปัง ไอศครีมด้วยตัวเอง ร้านนี้เหมาะกับการสังสรรค์หรือมาในโอกาสพิเศษ ควรหาโอกาสลองมาชิมอาหารร้าน The Milestone กันนะน้องๆ

https://the-milestone.co.uk/our-menu/

 

 

อาหารที่ The Milestone จัดเสริฟเป็นคอร์ส ตัวอาหารจึงเปลี่ยนตามฤดูกาลด้วย อีกทั้งยังทำเส้นพาสต้า ขนมปัง ไอศครีมด้วยตัวเอง ร้านนี้เหมาะกับการสังสรรค์หรือมาในโอกาสพิเศษ ควรหาโอกาสลองมาชิมอาหารร้าน The Milestone กันนะน้องๆ

 

 

4. Pom Kitchen

เอาใจน้องๆที่รักสุขภาพหรือสายมังสวีรัติ มารู้จักกับร้าน Pom Kitchen กันเถอะ  คาเฟ่นี้ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมคาเฟ่ออสเตรเลีย  มีอยู่มุมหนึ่งในคาเฟ่ที่เป็นจุดสะดุดตา นั้นก็คือป้ายไฟนีออนสีชมพูสุดฟรุ้งฟริ้งตรงกำแพง ทำบรรยกาศให้ดูน่ารักและสามารถเป็นมุมถ่ายรูปอัปลงโซเชี่ยลได้เลย ด้วยที่คาเฟ่นี้เน้นวัตถุดิบสดใหม่และรักสุขภาพนั้น อาหารส่วนใหญ่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลัก เมนูคาเฟ่นี้มีเสริฟ์ตั้งแต่อาหารมื้อ Brunch อาหารทานเล่นเบาๆสบายท้อง และเครื่องดื่มอย่างสมูตตี้ผลไม้และชาต่างๆ ที่ดื่มไปแล้วไม่รู้สึกผิดต่อร่างกายอีกด้วย ขนาดสายรักสุขภาพต่างพากันยกคาเฟ่นี้เป็นคาเฟ่โปรดในย่าน Sheffield เลยล่ะ

https://pomkitchen.co.uk/food-drink

 

 

ด้วยที่คาเฟ่นี้เน้นวัตถุดิบสดใหม่และรักสุขภาพนั้น อาหารส่วนใหญ่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลัก เมนูคาเฟ่นี้มีเสริฟ์ตั้งแต่อาหารมื้อ Brunch อาหารทานเล่นเบาๆ สบายท้อง และเครื่องดื่มอย่างสมูตตี้ผลไม้และชาต่างๆ ที่ดื่มไปแล้วไม่รู้สึกผิดต่อร่างกายอีกด้วย ขนาดสายรักสุขภาพต่างพากันยกคาเฟ่นี้เป็นคาเฟ่โปรดในย่าน Sheffield เลยล่ะ

 

 

5. Alyssum Café Bistro

คาเฟ่สุดท้ายมาธีมสีขาวฟ้า กับร้าน  Alyssum Café Bistro ที่ตกแต่งด้วยของสไตล์วินเทจอย่างกระจกหลากขนาดและรูปภาพติดตามผนังทั่วคาเฟ่ ผ้าม่านลูกไม้สีขาวริมกระจกที่ให้ฟีลเจ้าหญิงเบาๆ ถ้ายิ่งมีแสงแดดอ่อนๆส่องเข้ามา ได้มุมถ่ายรูปเอาไว้ลงโซเชี่ยลอย่างดีแน่นอน พูดถึงของกินและเครื่องคื่ม คาเฟ่นี้เน้นขนมหวานเป็นหลัก อย่างเค้กที่คาเฟ่นี้จะเปลี่ยนตามฤดูกาล มักจะมีหลายหน้าให้ลองชิม ดูจากรูปเค้กแล้วก็อลังการ ฟรุ้งฟริ้งไม่น้อยหน้าเลย ถ้าไม่อยากกินเค้ก มีอาหารให้กินด้วยนะ อย่างพวก  Brunch Bowl หรือPoached egg กับขนมปัง ซึ่งเป็นมื้อเช้ารวบกลางวัน  ร้านนี้ถือว่าน้องๆได้ทั้งของคาวและหวานคนบจบในร้านเดียวที่บรรยกาศสบายๆปนวินเทจไปด้วย

https://www.alyssumcafebistro.com/

 

 

คาเฟ่นี้เน้นขนมหวานเป็นหลัก อย่างเค้กที่คาเฟ่นี้จะเปลี่ยนตามฤดูกาล มักจะมีหลายหน้าให้ลองชิม ดูจากรูปเค้กแล้วก็อลังการ ฟรุ้งฟริ้งไม่น้อยหน้าเลย ถ้าไม่อยากกินเค้ก มีอาหารให้กินด้วยนะ อย่างพวก Brunch Bowl หรือ Poached egg กับขนมปัง ซึ่งเป็นมื้อเช้ารวบกลางวัน ร้านนี้ถือว่าน้องๆได้ทั้งของคาวและหวานคนบจบในร้านเดียวที่บรรยกาศสบายๆปนวินเทจไปด้วย

 

 

และนี่คือ 5 คาเฟ่กับร้านอาหารในย่าน Sheffield ที่น้องๆไม่ควรพลาด ซึ่งพี่ๆแมงโก้ได้รวมร้านเด็ดให้น้องๆได้เลือกหากินในยามเบื่ออาหารจากที่กินอยู่ประจำ หวังว่าจะเป็นทางเลือกให้กับน้องๆที่อยากเปลี่ยนบรรยกาศหรือรสชาติอาหาร สามารถไปตามไกด์ที่พี่ๆแมงโก้แนะนำได้เลยนะ ใครที่สนใจอยากเรียนUniversity of Sheffieldหรือที่อื่นในอังกฤษ สามารถปรึกษากับพี่ๆแมงโก้ได้ที่ไลน์ @mangolearning หรือโทร. 02-129-3313 ได้เลยจ้า

มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับสาขา Engineering : University of Sheffield


 

 

ไม่ว่าผ่านไปกี่สิบปี อาชีพวิศวกรก็ยังเป็นอาชีพที่ตลาดงานต้องการเสมอ และมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับสาขา Engineering ตอนนี้ ก็คือ University of Sheffield นั่นเองค่ะ! มาทำความรู้จักกับ University of Sheffield กันดีกว่าาา! 

 

* ตั้งอยู่ในเมือง Sheffield ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 3 ชั่วโมง 

* University of Sheffield เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน Russell Group ของประเทศอังกฤษ

* อยู่ในกลุ่ม World’s Top 100 Universities จาก QS World Rankings 

* ทางมหาวิทยาลัยเด่นในเรื่องสาขา Engineering อย่างมาก

 

ถือว่าเป็นมหาลัยที่น่าสนใจมากๆแถมยังมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านสาขาวิศวกรรมอีกด้วย ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเรียนจบไปจะได้งานที่ดี และสามารถเอาความรู้จากที่เรียนมาใช้ได้อย่างแน่นอน 

บอกได้เลยว่า University of Sheffield ตั้งงอยู่ในเมืองที่น่ารัก เมืองที่เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 5 ของประเทศอังกฤษ ถือว่าเป็นเมืองที่เหมาะกับการศึกษาอย่างมากเลยค่ะ ตัวมหาวิทยาลัยเองก็ไม่ได้ห่างจากจุด City Centre มาก ทำให้น้องๆ สามารถเข้าไปเที่ยวเพื่อซื้อของได้อย่างง่ายดายเลย 

และสำหรับน้องๆคนไหนที่สนใจสายอาชีพทางด้านวิศวะ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกเรียนสาขาวิชาไหนดี วันนี้พี่ๆแมงโก้ได้รวบรวม 8 สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ไว้ให้แล้วนะคะ เพื่อที่น้องๆจะได้เอาไปเป็นแนวทางในการเลือกเรียนให้ตอบโจทย์กับตัวเองมากยิ่งขึ้น

เอาล่ะค่ะ เรามาดูแต่ละสาขากันเลยดีกว่า ~

 

1 Aerospace Engineering

‘วิศวกรรมการบินและอวกาศ’ เป็นสาขาวิชาที่จะเน้นในด้านการทำงานของเครื่องบินและอวกาศเป็นหลัก ซึ่งน้องๆจะได้เรียนตั้งแต่เรื่องพื้นฐานเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเครื่องบิน องค์ประกอบแต่ละอย่างในเครื่องบิน ไปจนถึงการเจาะลึกเรื่ององค์ประกอบแต่ละอย่างว่ามันทำงานกันยังไงบ้าง

 

2 Automatic Control & Systems Engineering

ต่อมาเป็นสาขาที่เรียกได้ว่ากำลังมาแรงในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งก็คือสาขา’วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมอัตโนมัติ’นั่นเองค่ะ จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับการสร้าง ออกแบบ พัฒนาและจัดการระบบควบคุมอัตโนมัติ ที่จะเน้นไปในเรื่องของการเขียนโปรแกรมขึ้นมาควบคุมเครื่องจักรหรือเครื่องกลต่างๆ เพื่อให้ระบบในนั้นสามารถทำงานได้เองโดยใช้ผู้ควบคุมให้น้อยที่สุด

 

3 Bioengineering

Bio+Engineering หรือ ‘วิศวกรรมชีวภาพ’ ถ้าสังเกตจากชื่อก็จะเห็นเลยค่ะว่าสาขานี้เป็นสาขาที่มีการผสมผสานกันระหว่างวิศวกรรมศาสตร์และการแพทย์สาธารณสุข ซึ่งที่เอาสองสายงานนี้มารวมกันเพื่อนำความรู้ด้านต่างๆมาออกแบบ ประยุกต์ และนำมาใช้ในการสร้างหรือพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

 

4 Computer Science

ต้องยอมรับว่าเทรนด์ที่มาแรงไม่เปลี่ยนคงหนีไม่พ้นสาขานี้ ซึ่งเป็นสาขาวิชาโดยตรงของสายงานด้านไอที ในสาขาวิชานี้น้องๆจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องของโครงสร้างไปจนถึงวิธีการทำงานของคอมพิวเตอร์ 

 

5 Electronic & Electrical Engineering

สาขานี้จะเน้นเรียนในด้าน’วิศวกรรมไฟฟ้า’ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ หลักๆเลยก็จะเริ่มต้นเรียนเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าและระบบควบคุมไฟฟ้า การส่งไฟฟ้าไปยังโรงงานอุตสาหกรรม หรือบ้านเรือนที่อยู่อาศัยต่างๆ นอกจากนี้ยังได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องของไฟฟ้าสื่อสาร ก็คือการส่งสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังปลายทางโดยผ่านตัวกลาง เช่น 3G 4G ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนั่นเอง

 

6 General Engineering

เชื่อว่าน้องๆหลายคนต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับสาขานี้กันมาก่อน วิศวกรรมศาสตร์เป็นสาขาที่เน้นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และความรู้ทางคณิตศาสตร์เพื่อช่วยในการออกแบบและประยุกต์ใช้ วัสดุ, โครงสร้าง, เครื่องจักร, เครื่องมือ, ระบบ และ กระบวนการ เพื่อการตอบสนองต่อจุดประสงค์ที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้องทำให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด

 

7 Materials Science & Engineering

น้องๆบางคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากับสาขา‘วิศวกรรมวัสดุ’เท่าไหร่นัก เพราะวิศวกรรมสาขานี้เพิ่งมีมาได้ไม่นานเองค่ะ เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับวัสดุโดยตรง น้องๆจะได้เรียนรู้โครงสร้างของวัสดุ การออกแบบ การผลิตวัสดุให้มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาใช้งาน ซึ่งหากน้องๆเรียนจบสาขานี้ไป ก็จะได้ทำงานเกี่ยวกับการผลิตวัสดุต่างๆ อย่างเช่น การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์

 

8 Mechanical Engineering

อีกหนึ่งสาขาของวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งถือได้ว่าสาขา’วิศวกรรมเครื่องกล’ เป็นสาขาวิชาที่มีความเก่าแก่มากๆเลยค่ะ น้องๆจะได้ศึกษาเกี่ยวกับกลศาสตร์ในรูปแบบต่างๆเช่นในเรื่องของพลังงานและการควบคุม จะเห็นได้ชัดเลยนะคะว่าหลักๆเลยสาขานี้ก็จะเน้นศึกษาโดยใช้ความรู้ด้านกฎของฟิสิกส์ เคมี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการผลิตและการดูแลระบบ

นอกจากหลากหลายสาขาที่ University of Sheffield มีในด้าน Engineering แล้ว ทางมหาลัยนี้ยังเป็นที่ๆ เหมาะกับน้องๆ ที่อยากศึกษาทางด้านนี้มากๆ ด้วยน้าาา เพราะใน Campus ของทางมหาวิทยาลัยมีตึกและห้องทดลองที่นักศึกษาสามารถใช้เพื่อการเรียนรู้ตามใจชอบได้เลย น้องๆ สาย Engineer บอกเลยว่าไม่ควรพลาดกับมหาวิทยาลัยนี้เลยยยย 

มีหลากหลายสาขาเลยใช่ไหมล่ะคะ หวังว่าน้องๆทุกคนจะได้เจอสาขาที่ตัวเองชอบกันน้าา ถ้ายังสงสัยตรงไหน หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามพี่แมงโก้ได้เลยที่ Line: @mangolearning หรือ โทร. 02-129-3313, 092-0811888 ได้เลยค่า