มหาวิทยาลัย Top 5 สาขา Business ใน Russell Group


เราได้พูดกันไปแล้วว่ามหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group คืออะไร และมีมหาวิทยาลัยอะไรบ้างที่อยู่ใครเครือนี้ วันนี้พี่แมงโก้จะมาแนะนำ Business School อยู่ในกลุ่ม Russell Group ซึ่งจัดได้ว่าเป็นผู้นำทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ มาดูกันเลยว่า Top 5 Business Schools ของมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group มีอะไรกันบ้าง


1. Durham University
มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ติด 1 ใน 5 ของอังกฤษ และยังคงใช้ระบบ College แบบเดียวกับที่มีใน Oxford และ Cambridge เพื่อเป็น Student Union ให้นักศึกษาได้รู้จักแล้วมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้าง Connection ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นในโลกของการทำธุรกิจรวมถึงระบบการเรียนการสอนของที่ Durham ในฝั่งของ Business School ก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีคุณภาพสูง นอกจากจะอยู่ในกลุ่ม Russell Group แล้ว ยังได้ TEF ซึ่งเป็นการวัดระดับมาตรฐานการสอนจากกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษในระดับ Gold อีกด้วย ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากก็เช่นหลักสูตร Finance ที่ได้รับการจัดอันดับใน league table ระดับโลกเช่น Financial times เป็นอย่างดีและต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ด้านหลักสูตร MBA และ Management เองก็โดดเด่นในด้านหลักสูตรการสอนที่เน้นฝึก Soft Skills ควบคู่ไปกับการเรียนและศึกษา Case Study กับบริษัทจริงเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านธุรกิจให้กับนักศึกษาอย่างสูงสุด พร้อมทั้งมีการพาไปทัศนศึกษาในบริษัทที่ทำธุรกิจชั้นนำด้วย อีกทั้งอาจารย์ที่เป็นเลิศทางด้านการสอนและมีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ส่วนการคัดเลือกนักศึกษาก็คัดจากโพรไฟล์ที่หลากหลายเพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างสูงสุด เรียกได้ว่าการมาเรียน Business School ที่ Durham เป็นหนึ่งในความฝันของใครหลาย ๆ คนทั่วโลกเลย



2. University of Edinburgh
มหาวิทยาลัยเก่าแก่ เรียกได้ว่าถูกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Oxford Cambridge และ St. Andrew เพราะว่าถ้าใครได้ทุนแบงค์ชาติจะต้องเลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในลิสต์นี้เท่านั้น นี่เป็นเครื่องการันตรีได้ระดับหนึ่งว่า University of Edinburgh มีคุณภาพการเรียนการสอนระดับโลก คอร์สบางคอร์สอย่างเช่น Business Analytics มีการแข่งขันสูงมากในหมู่ผู้สมัครเรียนจากทั่วโลก เนื่องจากได้รับการจัดให้เป็น One of the best course in Europe เลยทีเดียว และก็ตามมาตรฐาน Business School ที่ดี ทางมหาวิทยาลัยได้ดีไซน์หลักสูตรที่เรียนจบแล้วนำไปใช้ได้จริง ได้เรียนกับอาจารย์เก่ง ๆ และมีโอกาสได้ดูงานดูเคสธุรกิจระดับโลก การเรียนการสอนจะเป็น lecture-based และงานกลุ่ม โดยเน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในคลาส มีคำถาม มีประเด็นให้ Discuss ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องเตรียมตัวมาก่อนเข้าคลาส เรียนสนุกและได้สาระ แถมระหว่างปียังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเอง พาไปทัศนศึกษา พาไปดูงานที่บริษัทใหญ่ ๆ อีกด้วย


 


3. University of Exeter
มาถึงมหาวิทยาลัยทางตอนใต้ของอังกฤษที่อากาศดี เมืองดี มีทุกอย่างครบไม่แพ้ลอนดอน แต่ดีกว่าที่เดินทางสะดวกและค่าครองชีพประหยัดกว่าในเมืองหลวงอย่างลอนดอนมาก Business School ของ Exeter มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก มีตึกเรียนแยกต่างหากสำหรับนักเรียนสาย Finance ชื่อตึก Xfi โดยได้รับเงินบริจาคจากศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จในสายงาน Finance (และไม่ประสงค์ออกนาม) หลักสูตร Finance ของ Exeter มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Accounting and Finance, Finance and Management, Finance and Investment, Finance and Marketing จนถึง Finance Analysis and Fund Management ซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่เลยเพราะน้อง ๆ สายไฟแนนซ์ที่อยากได้ CFA จะได้รับการเทรนจาก professional CFA trainer และเมื่อจบหลักสูตรน้องๆจะได้สอบ CFA level 1 ไปพร้อมกันเลย ที่สำคัญ University of Exeter เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เป็น partner กับ CFA หรือที่เรียกว่า CFA Affiliate Program ด้วย อีกหลักสูตรที่น่าสนใจก็คือ Finance and Marketing ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Finance และ Marketing ซึ่งที่ Exeter ได้เลือกหลักสูตรที่เป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัยสองวิชามารวมกัน เป็นคอร์สที่พิเศษและแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น และยังมีหลักสูตร MBA ที่โดดเด่น เพราะเน้นการนำไปใช้ได้จริงแถมยังมีความทันสมัยมาก มีวิชาน่าเรียนมากมายไม่ว่าจะเป็น Strategy, Leadership, Igniting Change in Business โดยเฉพาะวิชา Practical Insights into Data Analytics ซึ่งหาที่ MBA ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว หลักสูตร MBA จะเปิดเทอมก่อนเพื่อปรับพื้นฐานทั้งด้าน academic และ soft skills และที่สำคัญคือมีกิจกรรมเยอะมาก ทั้ง Startup Week ร่วมกับ MBA ต่างมหาวิทยาลัย มีทั้งการพา MBA ทั้งคลาสมาที่ London เพื่อให้พบปะกับศิษย์เก่าและบริษัทในลอนดอนเพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานหลังจากเรียนจบอีกด้วย



4. University of Nottingham
อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้าน Business School โดยเฉพาะด้าน Entrepreneurship และผู้สนใจทำธุรกิจ Startup ด้วยความโดดเด่นด้านวิศวกรรมอยู่แล้ว พอมารวมกับการเรียนการสอนและ Facility ระดับยอดเยี่ยมทางด้านธุรกิจด้วยแล้ว เลยทำให้ดึงดูดทั้งเหล่าคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี รวมถึงนักเรียนเองก็มันจะมี Background เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่อยากมาต่อยอดการเรียนทางด้านธุรกิจที่ Nottingham นี้ ทำให้เพื่อนในห้องของน้อง ๆ มักจะมีประสบการณ์ที่ให้ได้มาแลกเปลี่ยนกันและอาจทำให้ได้ร่วมมือกันทางด้านธุรกิจในอนาคต เพราะที่ Nottingham จะมีศูนย์ Entrepreneurship Centre ที่สนับสนุน Startup ที่กำลังเริ่มต้นตั้งตัว เพราะมีทั้งพื้นที่ให้ได้ใช้เป็นออฟฟิศขนาดย่อม เพื่อให้ได้ทำเสนอไอเดีย รวมถึงมีวิชาที่จับคู่นักเรียนในหลักสูตรปริญญาโทกับบริษัท Startup จริง ๆ ให้ได้ทำงานร่วมกัน นำเสนอ Solution และไอเดียต่าง ๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นไป ที่พี่แมงโก้ได้บอกไปข้างต้นว่า Facility ของ Business School ที่ Nottingham เป็นที่ดึงดูดเหล่าอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ทางด้านธุรกิจ เพราะว่าตึก Business School ของที่นี่จะแยกออกมาอยู่ในโซนของตัวเองที่เรียนว่า Jubilee Campus ซึ่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกสิ่งทุกอย่างทางการเรียน Business อย่างครบครันให้อยู่ในที่นี่ที่เดียว



5. Newcastle University
มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Newcastle อีกหนึ่งเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของอังกฤษที่มีความเจริญและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครับ แต่ค่าครองชีพไม่สูงมากเหมือนอย่างในเมืองหลวง สำหรับ Business School ของที่นี่เป็น 1 ใน 54 สถาบันจากทั่วโลกที่ได้รับการรับรองแบบ Triple-accreditation ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพการศึกษา หลักสูตร และหัวข้องานวิจัย จาก 3 สถาบันนานาชาติด้านธุรกิจ อย่าง AACSB, AMBA และ EQUIS ทำให้ Newcastle University Business School เป็นหนึ่งในคณะที่บริษัทชั้นนำ และผู้ประกอบการต่าง ๆ ให้ความสนใจกับนักเรียนที่จบจากที่นี่เป็นพิเศษ นอกจากนี้ทาง Newcastle University ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชอบแสงสีแบบเมืองหลวงอย่างลอนดอนโดยเปิด Newcastle University London Campus ที่มีสอนหลักสูตรของ Business School อย่าง MSc Banking and Finance, MSc International Business Management และ MSc International Marketing โดยอาคารเรียนตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอนใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Liverpool Street และอยู่ไม่ไกลจาก London Bridge โดยการสร้าง London Campus ก็เพื่อให้นักเรียน Business School ได้เรียนหลักสูตรธุรกิจในบรรยากาศของหนึ่งในเมืองหลวงทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกอย่างกรุงลอนดอน