Top 6 Universities ที่พลาดจาก UCAS ก็ยังเข้าป.ตรีที่นี่ได้!


น้อง ๆ เด็กอินเตอร์ทั้งหลายที่กำลังกัวลว่าผล Allocate ตามระบบ UCAS จะทำให้เราไม่ได้เข้าไปในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษที่ฝันอยากเข้า อย่างเพิ่งหมดหวังจ้า! ระบบการศึกษาของอังกฤษยังมีอีกเส้นทางให้น้อง ๆได้เดินเข้ามหาวิทยาลัย Ranking ดี ที่น้อง ๆ อยากเข้า ผ่าน Pathway ที่เรียกว่า Foundation ซึ่งพี่แมงโก้เคยเขียนอธิบายไว้แล้วก่อนหน้านี้ คลิกเข้าไปดูกันได้เลย ที่นี่ 

มาวันนี้ พี่แมงโก้จะมาแนะนำมหาวิทยาลัยชื่อดังที่คับแน่นไปด้วยคุณภาพการเรียนการสอน และรางวัลการันตรีจากหลายสถาบัน มาดูกันเลยว่ามีมหาวิทยาลัยอะไรบ้าง


1. Durham University
มหาวิทยาลัยชื่อดังทางตอนเหนือที่อยู่จัดอยู่ใน Tier ใกล้เคียงกับ Oxford และ Cambridge เนื่องจากคะแนนเข้า UCAS สูงพอ ๆ กันกับ 2 มหาวิทยาลัยชื่อดังนี้ มหาวิทยาลัย Durham จัดเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาก ๆ แห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ Durham University เปิดการเรียนการสอนมามากกว่า 600 ปี ถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่มากที่สุดในอังกฤษเป็นอันดับ 3 รองจาก Oxford และ Cambridge และยังคงมีระบบ College ที่เป็นเหมือน Student Union เหมือนกับ Oxbridge ด้วย อยู่ในเครือ Russell Group ซึ่งเป็นเครือมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษที่มุ่งเน้นในการทำงานวิจัยอย่างเข้มข้น และได้รับการยกย่องว่ามีการเรียนการสอนที่ดีในระดับโลก ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Ranking ที่ดีในหลายสาขาวิชา เช่น Law, IR, Humanities, Chemistry, Biological Science, Psychology และ Business School โดย Ranking ในประเทศอังกฤษอยู่ใน Top 10 ของทุกสื่อ (อันดับ 6 The Complete University Guide 2020, อันดับ 5 จาก The Guardian 2020 และอันดับ 7 จาก The Times and Sunday Times)



2. University of Manchester
เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมอิฐแดง (Red Brick University) ในปีศตวรรษที่ 19 University of Manchester เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นอันดับ 6 รองจาก Oxford, Cambridge, UCL, Imperial และ Edinburgh เท่านั้น จึงมั่นใจได้เลยว่าการเรียนการสอนของที่นี่อยู่ในระดับที่ดีมาก รวมถึงงานวิจัยก็อยู่ในระดับโลก และยังเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Russell Group ที่เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยผู้นำด้านการศึกษาและงานวิจัย โดดเด่นในสาขาวิชา Business และด้าน IT ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Ranking ที่ดีเสมอมาจากสถาบันต่าง ๆ (อันดับที่ 15 จาก The Complete 2020, อันดับที่ 34 จาก The Guardian 2020 จากสื่อในประเทศอังกฤษ และในอันดับโลกอยู่ที่ลำดับ 29 จาก QS World University Rankings 2019, อันดับที่ 57 จาก Times Higher Education World University Rankings 2019) เป็นผลให้ 95% ของนักศึกษาที่จบจากที่นี่ได้รับการจ้างงานต่อ



3. University of Exeter
มหาวิทยาลัยทางแถบ South West ของเกาะอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1955 โดดเด่นในด้านการเรียนการสอนที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ GOLD (for Teaching Excellence) โดยกระทรวงศึกษาธิการของประเทศอังกฤษ (The Department for Education หรือ TEF 2018) และมีงานวิจัยที่อยู่ในระดับสากล ทำให้เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่ม Russell Group ถูกจัดอันดับให้อยู่ใน Ranking ที่ดีมากจากสื่อในประเทศเช่น อันดับที่ 11 จาก The Complete University Guide 2020, อันดับที่ 10 จาก The Guardian 2020 และอันดับที่ 12 จาก The Times and Sunday Times เด่นในสาขา Business และ Law เป็นอย่างมาก รวมถึงมีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง J.K. Rowling นักเขียดนิยายชื่อดัง Harry Potter และสมาชิกราชวงศ์อังกฤษอย่าง Peter และ Sara Phillips ลูก ๆ ของเจ้าฟ้าหญิงแอนน์



4. University of Nottingham
มหาวิทยาลัยทางตอนกลางของประเทศที่โดดเด่นทั้งทางด้านการสอนและ Facilities ในมหาวิทยาลัยที่พร้อมให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ทั้งทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงยังโดดเด่นทางด้านงานวิจัยการันตีคุณภาพจากการเป็นมหาวิทยาลัยในเครือ Russell Group รวมทั้งมาตรฐานการสอนหรือ TEF ที่อยู่ในระดับ Gold จึงไม่แปลกใจเลยที่ใครๆก็อยากเข้าเรียนที่นี่ หลักสูตรที่โด่งดังของ University of Nottingham คือด้าน Engineer, Pharmacy & Pharmacology, Architecture, Computer Science & Information Systems รวมไปถึงด้าน Business ที่มี Campus แยกออกมาอย่าง Jubilee Campus ซึ่งรวบรวมทุกอย่างที่ส่งเสริมการเรียนของนักเรียน Business นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังมีนโยบายที่กระจายแคมปัสออกนอกประเทศอังกฤษอย่าง แคมปัสใน Ningbo ที่จีน หรือ Semenyih Campus ในมาเลเซีย เพื่อการแลกเปลี่ยนทางด้านความรู้และวัฒนธรรม รวมถึงบุคลากรที่เก่ง ๆ ในประเทศนั้น ๆ ทั้งยังเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษา และตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนที่ต้องการเรียนหลักสูตรแบบมหาวิทยาลัยในอังกฤษแต่อยากได้ภาษาจีนด้วย ส่วนทางด้าน Ranking เองก็ในระดับ Top 20 อย่างได้อันดับ 19 The Complete University Guide 2020, อันดับ 17 จาก The Guardian 2020 และอันดับ 16 จาก The Times and Sunday Times



5. University of Bristol
อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ในกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมอิฐแดง (Red Brick University) ในปีศตวรรษที่ 19 และมีการสอนและการวิจัยที่โดดเด่นจนได้อยู่ใครกลุ่ม Russell Group ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 16 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในอังกฤษปี 2020 จาก The Complete University Guide และอยู่ในอันดับที่ 51 ของโลกจากการจัดอันดับของ QS World University rankings 2020 จึงทำให้ University of Bristol ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งยังเป็นหนึ่งในสองอันดับแรกที่เป็นเป้าหมายจากบริษัทนายจ้างชั้นนำของโลก จากการจัดอันดับของ High Fliers Research 2020 ทำให้นักศึกษาที่จบจากที่นี่มีโอกาสได้งานหลังเรียนจบสูงมาก นั่นอาจเป็นเพราะ University of Bristol มีการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและเยี่ยมยอดที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจที่ University of Bristol จะโดดเด่นทางด้านหลักสูตรสาย IT ส่วน Business เองก็จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ แต่ถ้าใครอยากเรียน Law and Humanities ที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้ที่อื่นเหมือนกัน ดูได้จากงานวิจัยเรื่องสิทธิมนุษยชนที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยที่มีต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์บนโลกใบนี้



6. Newcastle University
มหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปี 1834 ในยุคที่มหาวิทยาลัยก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมอิฐแดง (Red Brick University) ที่บ่งบอกถึงความเก่าแก่ของตัวมหาวิทยาลัย และยังแสดงถึงว่ามหาวิทยาลัย Newcastle ยังสั่งสมชื่อเสียงด้านการเรียนการสอนมาอย่างยาวนาน เข้มข้นด้วยงานวิจัยชั้นดีระดับนานาชาติจนได้อยู่ในเครือมหาวิทยาลัย Russell Group และได้รับการจัดอันดับโดย The Complete University Guide 2020 ให้อยู่ในลำดับที่ 22 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร โดดเด่นทางด้านหลักสูตร Art, Engineering, Architecture, Journalism, Publishing & PR, Media & Film Studies และหลักสูตร Business ที่มีแคมปัสอยู่ใน London เมืองหลวงทางด้านเศรษฐกิจการค้าและการเงินของโลก เพราะมหาวิทยาลัย Newcastle ได้เล็งเห็นแล้วว่าการเรียนในเมืองหลวงจะเป็นประโยชน์และทำให้นักศึกษาได้คุ้น ชินกับบรรยากาศ รวมถึงได้เข้าถึงแหล่งความรู้และหาประสบการณ์ได้มากกว่าการอยู่เมือง Newcastle ซึ่งก็เป็นเมืองใหญ่และมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจการค้าของอังกฤษเหมือนกัน แต่แน่นอนว่าคงสู้ London ไม่ได้ จึงไม่ได้แปลกใจเลยที่มหาวิทยาลัยเลือกที่จะไปสร้าง Business School อีกหนึ่งแคมปัสในลอนดอน

ทั้ง 6 มหาวิทยาลัยที่พี่แมงโก้ได้กล่าวมาด้านบนล้วนแต่เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพสูงทั้งทางด้านการเรียนและงานวิจัย พร้อมได้รับรางวัลการันตรีคุณภาพมากมายจากหลายสถาบัน ถ้าน้อง ๆ คนไหนที่ยื่น UCAS ไปแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้ ก็ยังมีอีกเส้นทางที่ให้น้องได้มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเหล่านี้อยาก Foundation Pathway หรือในบางมหาวิทยาลัยก็มีหลักสูตร International Year One (IYO) ให้น้อง ๆ ได้ย่นระยะเวลาเรียนปริญญาตรีไปอีก


ถ้าข้อมูลข้างบนยังไม่ตอบโจทย์ความสงสัยของน้องๆ ติดต่อมาคุยข้อมูลเชิงลึก และทำยังไงจะได้เรียนหลักสูตร Foundation กับมหาวิทยาลัยเหล่านี้กับพี่แมงโก้ได้เลยที่ 02-129-3313 หรือจะ Line มาก็ได้ Add เลย @mangolearning อย่าลืมมาคุยกันนะคะ พี่ ๆ ไม่ดุ น้องไหวแน่นอน 🙂